เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3232: รอยประทับไม่ทำงาน ?
ตอนที่ 3232: รอยประทับไม่ทำงาน ?
เจี้ยนเฉินวางรอยวิถีกระบี่ในมิติวิญญาณของเขาอย่างไม่ตั้งใจและออกเดินทางด้วยกฏมิติ ตรงไปยังทางเดินที่นำไปสู่โลกเซียน
แต่ระหว่างการเดินทางครั้งนี้ เจี้ยนเฉินสังเกตเห็นปรากฏการณ์ประหลาดเมื่อไม่นานมานี้ มียานอวกาศหลายลำเข้าสู่โลกจิตวิญญาณจากโลกเซียนมากกว่าปกติ
ยานอวกาศเหล่านี้ทั้งหมดเป็นขององค์กรระดับสูงต่าง ๆ ของโลกเซียน พวกเขามีผู้อาวุโสสูงสุดอย่างน้อย 2-3 คนตามมาด้วย เจี้ยนเฉินสัมผัสได้ถึงพลังแห่งการมีอยู่ของขั้นอัครสูงสุดจากยานอวกาศสองสามลำ
ในโลกจิตวิญญาณที่แตกสลาย เนื่องจากกฏไม่เป็นระเบียบและไม่สมบูรณ์ ขั้นอัครสูงสุดจึงไม่ค่อยมีมากนัก พวกเขาไม่เต็มใจที่จะอยู่ให้นานเกินไป มีเพียงบรรพชนขั้นอัครสูงสุดของเผ่าหมาป่าหายนะเท่านั้นที่ยังคงอยู่ที่นั่นมานาน เพราะกังวลว่าจะเกิดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับทายาทที่มากความสามารถของตระกูลของเขา
แต่ตอนนี้ เจี้ยนเฉินรู้สึกเหมือนกับว่าสามารถพบขั้นอัครสูงสุดได้ทุกที่ ระหว่างที่เขาเดิน เขาก็พบไปมากกว่า 7-8 คนแล้ว
“อย่าบอกนะว่าเป็นเพราะมรดกของจอมปราชญ์สูงสุดที่อยู่ในเขตสุสาน ? ” เจี้ยนเฉินคิด แต่ในไม่ช้าเขาก็ละทิ้งความคิดเหล่านั้น มันไม่ใช่เรื่องของเขา เขาเดินทางต่อไปด้วยความเร็วสูงสุด
ไม่กี่วันต่อมา เขาก็มาถึงทางออก ทันทีที่เขากำลังจะข้าม ทางเดินขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าของเขาก็สั่นไหวอย่างรุนแรง พลังแห่งการมีอยู่อันน่าสะพรึงกลัวก็ทะลักออกมาจากทางสายนั้น
สีหน้าของเจี้ยนเฉินเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเห็นสิ่งนี้ เขาตระหนักได้ในทันทีว่ามีผู้เชี่ยวชาญที่น่ากลัวบางคนกำลังเดินทางเข้ามา
ทั้งหมดเป็นเพราะเขามีพลังมากเกินว่าที่ทางเดินจะรับไหวและมีการตอบสนองอย่างรุนแรงเมื่อเขาเดินผ่าน
มันต้องเป็นขั้นอัครสูงสุดช่วงปลายเป็นอย่างน้อย ! ” เจี้ยนเฉินจริงจัง จากนั้นก็เชื่อในสัญชาติญาณของตัวเองด้วยการเดินทางให้ห่างออกจากทางเดิน
ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาที ก็มีพลังแผ่พุ่งออกมาจากทางเดิน ร่างกายที่ใหญ่โตและเปล่งประกายก็ปรากฏขึ้น
จากรูปลักษณ์ของเขา มิติในโลกจิตวิญญาณเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มิติขนาดใหญ่ใกล้กับทางเดิน
เขาทรงพลังมากและโลกจิตวิญญาณก็อยู่ในสภาพเสื่อมสลาย ไม่มีที่ไหนเลยที่ใกล้เคียงกับความรุ่งโรจน์ของมันมาก่อน ส่งผลให้โลกจิตวิญญาณแทบจะรับไม่ได้กับการปรากฏตัวของเขา
แต่ในเวลาต่อมา พลังแห่งการมีอยู่ที่แผ่ออกจากร่างกายของเขาก็หายไปอย่างสิ้นเชิง เขาปกปิดทุกอย่างจนดูเหมือนคนธรรมดาและเผยให้เห็นรูปร่างหน้าตาของเขา แต่ในวินาทีต่อมา เขาก็หายตัวไป
“เป็นใต้เท้าศักดิ์สิทธิ์แห่งพลังป้องกัน ! ” เจี้ยนเฉินจำบุคคลนี้ได้เพียงแค่เหลือบมองจากระยะไกล เขาตกใจทันที
ใต้เท้าศักดิ์สิทธิ์แห่งพลังป้องกันปกป้องปลายทางของโลกเซียนไม่ใช่หรือ ? เหตุใดเขาถึงเข้ามาในโลกจิตวิญญาณ ?
สายตาของเจี้ยนเฉินสั่นไหวขณะที่เขาจมอยู่ในความคิด หลังจากที่ชะงักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะจมดิ่งลงไปต่อขณะที่เดินทางไปยังทางออกที่กลับไปโลกเซียน
ก่อนที่เขาจะเข้าไปในโถงศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล เขาต้องการดึงกระบี่คู่ออกมา บาทีจิตวิญญาณกระบี่อาจเข้าใจโถงศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลดีกว่าเขา
ยิ่งไปกว่านั้น กระบี่คู่ยังสามารถช่วยเหลือเขาได้เมื่อเขาต้องการ
ก่อนที่เขาจะเข้าสู่โลกดาวทมิฬ เขาได้ทิ้งกระบี่คู่ไว้ที่ตระกูลเทียนหยวน ดังนั้นเขาจึงต้องไปเยี่ยมตระกูลเทียนหยวนก่อน
ในโลกเซียน ยานอวกาศจำนวนมากจอดอยู่ใกล้ทางเดิน ผู้เชี่ยวชาญจำนวนนับไม่ถ้วนก็วนเวียนอยู่ในอวกาศเช่นกัน พลางพูดคุยต่อกันและกัน
“มันก็หลายปีแล้ว ในความคิดของข้า อาจมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น”
“ใต้เท้าศักดิ์สิทธิ์แห่งพลังป้องกันได้สอบสวนด้วยตัวเอง ข้าแน่ใจว่าพวกเขาจะไปด้านล่างในไม่ช้า”
“ตามความคิดข้า ผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นอาจประสบอันตรายและติดอยู่ที่ใดสักที่ อย่างไรก็ตาม ด้วยการสั่งการของใต้เท้าศักดิ์สิทธิ์แห่งพลังป้องกัน เขาจะสามารถจัดการปัญหาใด ๆ ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่ามันจะยากแค่ไหนก็ตาม”
……
…
เจี้ยนเฉินได้ยินข้อมูลเล็กน้อยซึ่งทำให้เขาทึ่งทันที เขาปล่อยการรับรู้ทางวิญญาณของเขาออกไปอย่างเงียบ ๆ และเข้าใจสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ได้อย่างรวดเร็ว
“ผู้เชี่ยวชาญหลายคนหายตัวไปในเขตสุสาน ? และพวกเขาก็หายไปหลายร้อยปีแล้ว ? ” ดวงตาของเจี้ยนเฉินหรี่ลงเล็กน้อยทันที เขานึกถึงการสนทากันระหว่างเขากับเหอเถียนฉีเมื่อหลายร้อยปีก่อนที่จะเข้าไปในโลกดาวทมิฬ ย้อนกลับไปตอนนั้น เขาได้ยินจากเหอเถียนฉีว่าผู้เชี่ยวชาญหลายคนหายตัวไปอย่างลึกลับของเขตสุสาน แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรจริงจังนัก
เขาไม่คิดมาก่อนว่าเรื่องนี้จะมาถึงจุดนี้แม้ว่าจะผ่านไปหลายร้อยปี กระทั่งเชิญให้ใต้เท้าศักดิ์สิทธิ์แห่งพลังป้องกันมาหาพวกเขาที่โลกจิตวิญญาณด้วยตัวเอง
“แม้ว่าจะมีเรื่องสำคัญเกิดขึ้นในเขตสุสาน แต่ก็ไม่สำคัญเท่ากับโถงศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลของข้า” เช่นเดียวกับเมื่อเขาเข้าไปยังโลกดาวทมิฬ เจี้ยนเฉินก็ไม่ได้กังวลไปกับการหายตัวของผู้เชี่ยวชาญ เขายังคงเดินทางไปข้างหน้าอย่างไม่หยุด เขารีบกลับไปที่ตระกูลเทียนหยวนกระตือรือร้น
หลังจากเคลื่อนย้ายไปหลายครั้งระหว่างที่ราบ ท้ายที่สุดเขาก็กลับมาที่ตระกูลเทียนหยวนได้สักที สิ่งแรกที่เขาทำคือนำกระบี่คู่ออกมาจากโถงเมฆธารา
หลังจากได้รับกระบี่คู่แล้ว เจี้ยนเฉินก็ตื่นเต้นและมีแรงบันดาลใจมาก หลังจากที่รอมาหลายปี ท้ายที่สุดเขาก็ได้รับโถงศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลที่เขาตั้งตารอคอย
“หึมม ? ” ทันใดนั้น เจี้ยนเฉินก็สังเกตเห็นบางอย่าง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกใจและมีความสุข “ปู่ทวดของข้าและคนอื่น ๆ ก็มาแล้ว พี่ใหญ่ก็มาที่โลกเซียนเช่นกัน”
เขาสังเกตเห็นหยางลี่และคนอื่น ๆ ทันที รวมถึงเจียงหยางหู่ พวกเขากำลังบ่มเพาะอยู่ในห้องลับ เพลิดเพลินไปกับทรัพยากรที่ดีที่สุดจากตระกูลเทียนหยวนซึ่งสามารถหามาได้
“เฮยหยา ! ” เจี้ยนเฉินกล่าวเบา ๆ
เฮยหยาปรากฏตัวขึ้นด้านหลังเจี้ยนเฉินทันที เขาโค้งคำนับอย่างสุภาพ “คารวะนายท่าน ! ”
เจี้ยนเฉินยิ้มกว้างและพยักหน้าไปทางเฮยหยา “เจ้าทำได้ดี เจ้าสามารถพาทวดของข้าและคนอื่น ๆ มาที่ตระกูลเทียนหยวนได้อย่างปลอดภัย เอาใบชาหยั่งรู้ระดับเทพขั้นสามนี้ไปเป็นรางวัล”
เจี้ยนเฉินมอบใบชาหยั่งรู้ให้กับเฮยหยาทันที
“ขอบคุณสำหรับรางวัล นายท่าน ! ” เฮยหยายิ้มอย่างยินดี เขารับใบชาหยั่งรู้อย่างสุภาพ
หลังจากนั้น เจี้ยนเฉินได้เรียนรู้เกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับหยางลี่และคนอื่น ๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก่อนที่จะแยกกับเฮยหยา
การมาของหยางลี่และคนอื่น ๆ ทำให้เจี้ยนเฉินอารมณ์ดีมาก เดิมทีเขาต้องการพบปะกับพวกเขา แต่เมื่อดูจากความเป็นจริงแล้ว พวกเขากำลังบ่มเพาะ เขาจึงไม่อยากขัดจังหวะของพวกเขา
“เรายังมีเวลาอีกมากที่จะได้อยู่ด้วยกันในอนาคต ข้าจะไปเยี่ยมโถงศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลก่อน” หลังจากที่คิดอย่างนี้ เจี้ยนเฉินก็ออกจากตระกูลเทียนหยวนและเข้าสู่อวกาศอย่างรวดเร็ว
ในที่สุด เขาก็พบอุกกาบาตนอกอวกาศและนั่งลง เขาหยิบ ‘กุญแจ’ ที่โถงศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลมอบให้กับเขาในตอนแรก จากนั้นเขาก็เปิดใช้งานโดยวิธีการที่โถงศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลบอกกับเขา
จะอธิบายให้ดีกว่านี้ก็คือมันเป็นรอยประทับมากกว่ากุญแจ ตราบใดที่เขาเปิดใช้งานรอยประทับด้วยวิธีพิเศษ จิตวิญญาณโถงศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลจะสัมผัสได้ ก่อนที่จะเปิดประตูเพื่อให้เจี้ยนเฉินเข้าไป
ไม่นาน รอยประทับก็ถูกใช้งาน มันส่องแสงประกาย เจี้ยนเฉินสามารถสัมผัสได้ถึงปราณพิเศษที่ปล่อยออกมาจากรอยประทับก่อนที่จะหายไปในอวกาศ
หลังจากใช้งานรอยประทับแล้ว เจี้ยนเฉินก็นั่งอยู่บนอุกกาบาตและรออย่างอดทน
เขารออยู่หลายชั่วยาม แต่ก็ไม่มีการตอบสนอง
ครึ่งวันผ่านไป เจี้ยนเฉินขมวดคิ้วและมองไปที่รอยประทับที่หลังมือของเขา เขาสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ในทางตรรกะแล้ว มันเป็นไปไม่ได้ที่จิตวิญญาณโถงศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลจะต้องใช้เวลานานกว่าที่จะสัมผัสถึงมัน
หลังจากลังเลเล็กน้อย เขาก็ใช้ทักษะลับแบบเดิมอีกครั้ง เปิดใช้งานรอยประทับครั้งที่สอง
ผลลัพธ์ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม เขาไม่ได้รับการตอบรับ เขายังคงรออยู่ที่เดิม แต่เขาก็ยังไม่ได้เข้าไปในโถงศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลเลย
เจี้ยนเฉินสื่อสารกับจิตวิญญาณกระบี่ทันทีเพื่อสอบถามเกี่ยวกับเรื่องนี้
“นายท่าน รอยประทับไม่ได้ผล มันถูกใช้งานเพื่อแจ้งบอกกับโถงศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลทันที โถงศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลจะรู้ได้ว่าท่านอยู่ที่นี่ ความเป็นไปได้คือพลังของมันยังไปไม่ถึงโถงศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล” จิตวิญญาณกระบี่กล่าว
เจี้ยนเฉินขมวดคิ้วอย่างหนักเมื่อได้ยิน ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกไม่ดี “อย่าบอกนะว่าเกิดเรื่องขึ้นกับโถงศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล ? ”
ทันทีที่เขาคิดถึงความเป็นไปได้นี้ หัวใจของเจี้ยนเฉินก็หดเกร็งทันที เขาไม่มีความอดทนที่จะรออีกต่อไป กฏมิติเต้นเป็นจังหวะและเขาก็กลับไปยังที่ราบเมฆาทันที จากนั้นเขาก็ใช้การเคลื่อนย้ายระหว่างที่ราบทันที
หลังจากที่เคลื่อนย้ายไปหลายครั้งแล้ว เจี้ยนเฉินก็มาถึงที่ราบรกร้างอีกครั้ง