เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3257 : การกลับมาของราชัน
“ทักษะการจีบสาวของเจ้าเก่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน นี่คือรางวัลของเจ้า จะสามารถสร้างดินแดนได้หรือไม่มันไม่สำคัญ หรือจะมีพลังแบบไหนก็ไม่สำคัญ แต่ที่สำคัญที่สุดคือเจ้าเป็นคนสำคัญของข้า เจ้าคือคนของข้า เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว” มู่เฉียนซีจุมพิตลงไปบนแก้มของจิ่วเยี่ย และกระซิบคำนี้ข้างหูเขา
ซึ่งนี่ก็ทำให้จิ่วเยี่ยใจเต้นแรงจนไม่อาจควบคุมได้
ตอนนี้จิ่วเยี่ยได้ถ่วงเวลามานานมากแล้ว และสมุนไพรวิญญาณปลอมที่พันอยู่บนข้อมือของนางได้หายไปแล้วเช่นกัน ซึ่งมู่เฉียนซีก็รู้ว่าจิ่วเยี่ยได้กลับไปที่แดนนรกแล้วจริง ๆ
หลังจากที่จิ่วเยี่ยไปแล้ว มู่เฉียนซีก็ได้ใช้ทักษะมากมายเพื่อไปเถียงกับคนพาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเจ้าเมืองของเมืองแห่งความเย่อหยิ่ง
“รอให้ข้าหาพืชศักดิ์สิทธิ์เจอและทำให้ความแข็งแกร่งทางกายภาพของเจ้าฟื้นฟู พวกเราค่อยมาสู้กันอีกครั้ง”
หลังจากที่ผ่านไปเป็นเวลานาน ความหยิ่งผยองก็ได้หยุดลง และด้วยท่าทางที่สุภาพอ่อนน้อม ก็ทำให้สามารถเข้ากับมู่เฉียนซีได้เป็นอย่างดี
ไม่มีทางที่แดนปีศาจจะสงบสุขเช่นนี้ตลอดไปได้ ถึงแม้เจ้าเมืองทั้งเจ็ดจะกวาดล้างผู้ทรยศของแดนปีศาจ เพื่อรักษาเสถียรภาพของแดนปีศาจไว้ได้ แต่มันก็ไม่ได้สงบสุขถึงขนาดนั้น
นับตั้งแต่รู้ว่ามู่เฉียนซีเป็นนักปรุงยาที่เก่งกาจ เอ้าก็ได้สั่งยาน้ำและยาลูกกลอนจำนวนมากจากหอหมอปีศาจโดยเฉพาะ เพื่อเตรียมให้ลูกน้องของเขาไปเก็บกวาดผู้ทรยศต่อแดนปีศาจเหล่านั้น
มู่เฉียนซีได้ทำยาที่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บที่เกิดจากพลังศักดิ์สิทธิ์ต่อเผ่าปีศาจได้อย่างรวดเร็ว และหลังจากที่พวกเขาเริ่มดำเนินการ ความสูญเสียก็ลดน้อยลงเป็นอย่างมาก
“คนทรยศเหล่านี้บ้าขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว รอให้ฝ่าบาทบรรพบุรุษปีศาจของพวกข้าตื่นขึ้นมาก่อนเถอะ มันจะต้องมีสักวันที่ได้บุกไปหาเผ่าเทพแน่ ๆ” เอ้ากล่าวอย่างโกรธเคือง
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “เรื่องที่วุ่นวายขนาดนั้น บรรพบุรุษปีศาจของพวกท่านยังขี้เกียจเกินกว่าจะมาสนใจอีกอย่างนั้นหรือ พวกท่านยอมแพ้เสียเถอะ”
เอ้าไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรไปครู่หนึ่ง เพราะอย่างไรเสียมู่เฉียนซีก็กล่าวได้ถูกต้องแล้ว
“แม้ว่าบรรพบุรุษปีศาจจะไม่ไปโค่นล้มเผ่าเทพ พวกเราก็สามารถลงมือกันเองได้ ขอเพียงบรรพบุรุษปีศาจตื่นขึ้นมาควบคุมดูแลแดนปีศาจ พวกเราก็จะไม่มีความกังวลใจอะไรอีก เผ่าปีศาจล้วนไม่ใช่คนจิตใจดี ฉะนั้นการถูกยั่วยุถึงขนาดนั้นเป็นเรื่องที่เราทนไม่ไหวอยู่แล้ว” เอ้ากล่าว
“อีกสักสองสามวันเจ้าไปหาตู้เถอะ! เขามีความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเจ้ามาก และรับปากว่าจะยอมเจอเจ้าแล้ว” เอ้ากล่าวกับมู่เฉียนซี
สามารถควบคุมความขี้เซาและความขี้เกียจของเจ้าเมืองแห่งความเกียจคร้านได้ ทั้งยังมีความหยิ่งผยองมากกว่าเจ้าเมืองแห่งความเย่อหยิ่ง จนทำให้เจ้าเมืองแห่งความเย่อหยิ่งต้องกระอักเลือดด้วยความโกรธไปหลายครั้งหลายครา
มันจึงทำให้เขารู้สึกอิจฉาเอ้าและตั้วเป็นอย่างยิ่งที่ได้เจอกับคนที่ยอดเยี่ยมอย่างนางเร็วถึงขนาดนั้น
ในเมื่อยึดที่หนึ่งที่สองไม่ได้แล้ว อย่างน้อยก็ต้องแย่งที่สามมาให้ได้ ดังนั้นตู้จึงเริ่มให้เอ้าเรียกนางมายังเมืองแห่งความริษยาของเขา
“ตกลง หลังจากที่ข้าจัดการเรื่องของหอหมอปีศาจเสร็จแล้วข้าจะไป! ช่วงนี้ท่านชักนำผู้คนด้วยความโกรธให้ฆ่าฟันไปทั่วทุกทิศทางอย่างหนัก หากไม่เติมเต็มยาลูกกลอนเอาไว้อย่างเพียงพอ ทันทีที่ข้าไป คาดว่านักปรุงยาคนอื่นน่าจะตอบสนองพวกท่านไม่ได้แน่” มู่เฉียนซีกล่าว
“เจ้าคิดว่าใครเป็นคนก่อเรื่องเหล่านี้กันล่ะ หากไม่ใช่เพราะเจ้า” เอ้ากล่าวอย่างไม่สบอารมณ์
“มันเป็นเพราะตัวท่านเองที่หยิ่งผยองมากเกินไปต่างหากล่ะ หากว่าความหยิ่งผยองของท่านอยู่ในระดับหนึ่ง และไม่ยั่วยุจนข้าไม่พอใจ ท่านคิดว่าข้าจะต่อต้านท่านอย่างไม่มีสาเหตุใด ๆ เลยอย่างนั้นหรือ?”
“นั่นคือสภาวะปกติของข้านี่!”
“นั่นเป็นเพราะท่านไม่สามารถควบคุมสภาวะหยิ่งผยองของบาปดั้งเดิมได้ เช่นนั้นนี่จึงไม่เรียกว่าปกติ คนปกติจะเป็นเช่นนี้ได้อย่างไรล่ะ”
“เจ้าไม่ปกติยิ่งกว่าอีก!” เขากล่าวโต้แย้ง
หากบอกว่าก่อนหน้านี้นางต่อสู้กับความเย่อหยิ่งด้วยวิธีการหนามยอกเอาหนามบ่ง นั่นเป็นเพราะว่ามันคือเงื่อนไขในข้อตกลงของเขา แต่ทว่าตอนนี้มู่เฉียนซีรู้สึกว่าอยากจะช่วยเขาจริง ๆ แล้ว
ตั้วเคยบอกว่า หากไม่ควบคุมบาปดั้งเดิม สุดท้ายก็จะต้องตายเพราะบาปดั้งเดิม
เจ้าหมอนี่หยิ่งผยองจนถึงที่สุด และยังเป็นคนที่ซื่อตรงในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังเป็นนายพลผู้ภักดีและมีความสามารถที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของเหล่าพี่ชายอีกด้วย ฉะนั้นเขาจึงไม่ตายเร็วเหมือนพวกเขา
“ท่านเจ้าเมือง แย่แล้วขอรับ! ผู้ทรยศเหล่านั้นได้สังหารหมู่ชนเผ่าของเผ่าปีศาจของพวกเรา และยังพูดอีกว่าแม้แต่มนุษย์สาวเพียงคนเดียวท่านเจ้าเมืองยังสู้ไม่ได้ คงเป็นเพียงคนที่รู้แต่เรื่องหยิ่งผยองและภูมิใจในตนเองเท่านั้น ทั้งยังเป็นคนที่ไม่มีอะไรดีเลย เดิมทีไม่มีคุณสมบัติที่จะกลายเป็นหนึ่งในเจ็ดเจ้าเมืองด้วยซ้ำ” มีคนมาที่หอหมอปีศาจ เพื่อตามหาเจ้าเมืองของพวกเขา และกล่าวคำพูดเหล่านี้ของศัตรู
“พูดจาไร้สาระสิ้นดี!” เอ้ากล่าวด้วยแววตาที่เย็นยะเยือก
“พวกเขากล่าวว่า พวกเขาจะนั่งรออยู่บนซากศพของชนเผ่าทั้งหมดของเผ่าปีศาจ รอการมาเยือนของท่านเจ้าเมือง เพื่อตัดสินผลแพ้ชนะ นอกจากนี้ยังจะทำให้ท่านกลายเป็นหนึ่งในศพเหล่านั้นด้วยขอรับ”
ซึ่งคำพูดนี้ของอีกฝ่าย ตั้งใจที่จะยั่วยุอย่างเห็นได้ชัด
ด้วยนิสัยที่หยิ่งผยองขนาดนั้นของเขา จะสามารถทนเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร
“เตรียมคนฝีมือดีไว้ให้พร้อม พวกเราจะออกเดินทางทันที! เจ้าพวกคนที่สมควรตายเหล่านั้น ข้าจะต้องฆ่าพวกมันไม่ให้เหลือรอดไปได้แม้แต่คนเดียว” และดวงตาของเอ้าก็ส่องประกายความเย็นยะเยือกออกมา
“รอเดี๋ยว!” มู่เฉียนซีกล่าว
“เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายตั้งใจที่จะยั่วโมโหท่าน ท่านไม่รู้อย่างนั้นหรือ”
“แน่นอนว่าข้าต้องรู้อยู่แล้ว เจ้าคิดว่าข้าโง่หรืออย่างไร!”
“ก็ใช่น่ะสิ! เป็นเพราะโง่ ดังนั้นท่านถึงได้จะไปอย่างไรล่ะ”
“ผู้ทรยศของเผ่าปีศาจอาละวาดขนาดนี้ ข้าจำเป็นต้องไป!”
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีการสมคบคิดหรือวางแผนร้ายหรือไม่ก็ตาม เอ้าก็ตัดสินใจแล้วว่า จะต้องไปแน่นอน
“ตั้วเคยบอกกับข้า ว่าภายในศัตรูเหล่านั้นมีคนที่คุ้นเคยกับนิสัย ความเคยชินและจุดอ่อนของพวกท่าน ข้ารู้ว่าท่านจำเป็นต้องไป เพียงแต่ยังรอบคอบไม่พอ! อย่าปล่อยให้มันพลิกสถานการณ์ได้ และข้าก็อยากจะไปเจอกับเจ้าพวกผู้ทรยศที่ออกอาละวาดในแดนปีศาจเหล่านั้นกับท่านด้วย” มู่เฉียนซีกล่าวกับเอ้า
“เจ้าจะไปด้วยหรือ” เอ้าเลิกคิ้วเล็กน้อย
“เจ้าไม่มีแม้กระทั่งพลังวิญญาณ ถึงพลังในการต่อสู้ทางกายภาพของเจ้าจะแข็งแกร่งจนน่าทึ่ง แต่หากคนอื่นใช้ทักษะปีศาจที่แข็งแกร่ง เจ้าก็จบเห่อยู่ดีมิใช่หรือ หรือว่าเจ้าไม่เข้าใจข้อนี้หรืออย่างไร” เอ้ากล่าวตอบ
“ข้ามีวิธี!”
“ไม่ได้ แม้ว่าข้าจะต้องตาย ก็จะไม่มีทางพามนุษย์สาวที่ไม่มีพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อยไปสนามรบเด็ดขาด มันเกะกะ! เจ้าจงยอมแพ้เสียเถอะ!” เอ้ากล่าวอย่างดื้อรั้น
“พวกเราไปกันเถอะ!” และเขาก็รีบออกเดินทางทันที
“ขี้เกียจยุ่งกับท่านแล้ว” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
เอ้าได้ดึงผู้แข็งแกร่งส่วนใหญ่ของเมืองแห่งความเย่อหยิ่งออกไป จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังชนเผ่าของเผ่าปีศาจที่ถูกทำลายล้าง
ส่วนมู่เฉียนซีก็อยู่จัดการงานที่หอหมอปีศาจ จากนั้นก็บ่นพึมพำพร้อมกับขีด ๆ เขียน ๆ บางอย่างบนกระดาษไปด้วย
“เจ้าเอ้าที่ไปเก็บกวาดคนทรยศเหล่านั้น สามารถเอาชนะติดต่อกันมาหลายครั้งแล้ว ตอนนี้ต้องอยู่ในช่วงที่เชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของตนเองอย่างมากแน่นอน ครั้งนี้หากศัตรูโต้กลับภายในคราวเดียว แม้ว่าจะไม่สามารถฆ่าเขาได้ แต่คงทำให้ลูกน้องของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสแน่นอน และสำหรับเอ้าแล้วก็เป็นเพียงแค่การต่อสู้สนามหนึ่งเท่านั้น”
ยังไม่ทันที่นางจะมั่นใจในเจตนาของอีกฝ่าย หอหมอปีศาจกลับต้องต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญเสียแล้ว
ด้วยพลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซี ทำให้นางสามารถสัมผัสถึงพวกเขาได้ก่อนที่จะเข้ามาใกล้ด้วยซ้ำ
พลังปีศาจ เจตนาฆ่า!
“ล่อเอ้าออกไป จากนั้นก็ลงมือกับเมืองหลัก แทนที่จะไปบุกจวนเจ้าเมืองแต่กลับมาหาข้าถึงที่นี่ ผู้ทรยศของเผ่าปีศาจเหล่านั้นต้องการจะต่อสู้กับหอหมอปีศาจของข้า ดูท่าแล้วหอหมอปีศาจของข้าจะมีชื่อเสียงมากทีเดียว” มีรอยยิ้มที่เย็นชาปรากฏขึ้นมาตรงมุมปากของมู่เฉียนซี
ที่หอหมอปีศาจของนางในตอนนี้ตั้งหลักอยู่ในดินแดนต่าง ๆ ได้ ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีความสามารถพิเศษเสียหน่อย
ในตอนที่แขกไม่ได้รับเชิญบุกเข้ามา สิ่งแรกที่พวกเขาต้องเผชิญก็คือการโจมตีของอาวุธลับที่อันตรายต่าง ๆ
ผู้บุกรุกอุทานด้วยความประหลาดใจว่า “อาวุธลับรึ! หอหมอปีศาจค่อนข้างมีชื่อเสียงเรื่องนี้เลย!”
“รีบหลบเร็วเข้า!”
ปัง ปัง ปัง!
ผู้ร่วมงานของหอหมอปีศาจที่กำลังพักผ่อนอยู่ก็ตื่นขึ้นมาแล้วเช่นกัน พวกเขากล่าวอย่างเย็นชาว่า “คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีใครกล้าบุกเข้ามาในหอหมอปีศาจ ช่างใช้ชีวิตกันอย่างใจร้อนจริง ๆ”
.
.