เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3268: ชีวิตมนุษย์ธรรมดาหนึ่งศตวรรษ (3)
- Home
- เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god)
- ตอนที่ 3268: ชีวิตมนุษย์ธรรมดาหนึ่งศตวรรษ (3)
ตอนที่ 3268: ชีวิตมนุษย์ธรรมดาหนึ่งศตวรรษ (3)
นี่เป็นความโศกเศร้าครั้งแรกที่เฉินประสบในช่วงชีวิตของเขาในฐานะมนุษย์ธรรมดา เขาใช้เวลาทั้งวันคุกเข่าข้างหน้าป้ายที่ระลึกของพ่อแม่ด้วยความเศร้าโศกอย่างที่สุด
ในเวลาเพียงศตวรรษสั้น ๆ พวกเขาผ่านความรู้สึกและประสบการณ์หลายประเภท การพบกันในชีวิตและการจากกันด้วยความตาย นั่นคือชีวิตของมนุษย์
ในไม่ช้า เวลากว่าทศวรรษก็ผ่านไปตั้งแต่ที่พ่อแม่ของเฉินจากไป
ลูกของเจิ้นและเฉิน หวู่โหยว่และค่อย ๆ เข้าสู่วัยกลางคน
สำหรับเฉิน เขาก็แก่ขึ้น ความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขาแย่ลงทุกวัน และผมของเขาก็กลายเป็นสีขาว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยย่น ไม่มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นที่เขามีในวัยหนุ่มอีกต่อไป
ไม่นาน วันส่งท้ายปีเก่าก็มาเยือนอีกครั้ง มันเป็นหมู่บ้านเดิมที่ตั้งอยู่บนภูเขา ยกเว้นกระท่อมไม้หลังเล็ก ๆ ที่กลายเป็นลานกว้างใหญ่โต
ในขณะนี้ ในลานบ้าน เจิ้นและเฉินนั่งบนที่นั่งประจำตำแหน่ง ข้างหน้าพวกเขามีกลุ่มคนจำนวนมากที่กราบลงบนพื้น นำโดยหวู่โหย่วและหวู่ฮุ่ย
นอกจากหวู่โหยว่และหวู่ฮุ่ย คนที่เหลือทั้งหมดเป็นหลานของเฉินและเจิ้น
พวกเขาถูกห้อมล้อมไปด้วยลูก ๆ และหลาน ๆ มาเป็นระยะเวลานาน
“ท่านปู่ สวัสดีปีใหม่ขอรับ”
……
…
ข้างล่าง ลูก ๆ และหลาน ๆ ของเฉินและเจิ้น ทุกคนต่างอวยพรให้พวกเขามีความสุขในปีใหม่ คำพูดที่จริงใจและรื่นเริงของพวกเขาทำให้เกิดรอยยิ้มอันปิติยินดีบนใบหน้าของเฉิน
เจิ้นนั่งอยู่ข้าง ๆ เขาด้วยรอยยิ้มที่คล้ายกัน แต่รอยยิ้มนั้นดูบิดเบี้ยวเล็กน้อย ขาดจิตวิญญาณ
“นี่เป็นเพียงความฝัน และทุกสิ่งที่อยู่ข้างหน้าเราล้วนเป็นของปลอม แต่ข้าไม่มีทางอื่นเลยจริง ๆ เฉิน เมื่อเจ้าตื่นขึ้น ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่เกลียดข้า”
“สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นก็จะเกิดขึ้น ข้อสรุปบางอย่างถูกกำหนดไว้แล้วและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เฉิน ทั้งหมดที่ข้าสามารถให้เจ้าได้คือชีวิตที่อยู่ด้วยกัน ความรักชั่วชีวิตนี้” การแสดงออกของเจิ้นค่อนข้างผสมผสาน นางถอนหายใจในก้นบึ้งของหัวใจด้วยความเศร้าโศกและหมดหนทาง
มีเพียงนางเท่านั้นที่รู้ว่านี่คือความฝัน เมื่อพวกเขาตื่นขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ข้างหน้านางก็จะยุติ
ในขณะนี้ เฉินค่อย ๆ หันไปหาเจิ้นที่อยู่ข้าง ๆ เขา “เจิ้น เราต่างก็อายุมาก เราอาจเหลือเวลาอีกไม่มากในศตวรรษแห่งชีวิตของเรา แต่การได้เห็นลูก ๆ และหลาน ๆ ของเราทั้งหมดก็ทำให้ข้าพอใจแล้ว”
ในขณะนี้ ในสายตาของเจี้ยนเฉิน เจิ้นกลายเป็นหญิงชราที่มีผมสีขาว เหมือนกับสถานะปัจจุบันของเขา
“ท่านปู่ ท่านพูดว่าอะไรรึ ? เห็นได้ชัดว่าท่านย่ายังดูอ่อนเยาว์และสวยมาก ดูเหมือนเพิ่งอายุยี่สิบเท่านั้น ท่านย่าอายุเท่าไหร่กัน ? ”
“ใช่ใช่ ท่านย่ายังดูอ่อนเยาว์และงดงาม ท่านย่าไม่เห็นเหมือนกับที่ท่านปู่พูดเลย”
“เห็นชัด ๆ ว่าท่านปู่กำลังโกหก”
ด้านล่าง หลานของพวกเขาเอะอะโวยวาย
เฉินยิ้มอย่างอ่อนโยน เขามีความสุขกับเรื่องหยอกล้อของเด็ก ๆ
เฉินแก่ขึ้นเรื่อย ๆ และอ่อนแอลงมาก ผ่านไปอีกสิบปี เฉินก็ทรุดตัวลง เขานอนอยู่บนเตียง เขากำลังป่วย เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันในสภาพที่หมดสติ เวลาที่เขาตื่นตัวน้อยลงทุกที
เขามาถึงปีของความเสื่อมโทรม ใกล้ถึงจุดสิ้นสุดของการเดินทางในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง อวัยวะของเขาเสื่อมลงเมื่อทุกส่วนของร่างกายอ่อนแอลง เห็นได้ชัดว่าเขามีเวลาเหลือไม่มาก
เมื่อเฉินหมดสติ เจิ้นก็จะมาอยู่เคียงข้างเขา นางนั่งข้างเตียงและแตะแก้มของเฉินเบา ๆ สายตาของนางเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก แต่ก็มีความรู้สึกเจ็บปวดและไม่เต็มใจที่ซ่อนเร้น
“ชีวิตนี้กำลังจะจบลง ทั้งเจ้าและข้าจะต้องกลับไปสู่โลกแห่งความจริง เฉิน ข้าสงสัยว่าเจ้าจะเกลียดข้าหรือไม่”
“เฉิน เจ้ารู้หรือไม่ว่าตั้งแต่ข้าตื่น ข้าก็อยู่เคียงข้างเจ้าตลอดเวลา ข้ารู้ทุกอย่างที่เจ้าประสบในโลกเซียน ทุกสิ่งที่เจ้าเผชิญในการเดินทาง ข้าอยู่กับเจ้าในมุมที่เจ้ามองไม่เห็น เฝ้าดูเจ้าอยู่เงียบ ๆ ”
“อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ข้ารู้จักเจ้า เจ้าก็ไม่เคยรู้จักข้าเลย” เจิ้นพึมพำเบา ๆ ราวกับว่านางได้ระลึกถึงอดีตบางส่วน นางจมลงไปในความทรงจำอันแสนปวดร้าว
“ในโลกเซียน มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจะเผชิญกับอันตรายที่แท้จริง สถานการณ์เลวร้ายที่คุกคามชีวิตทั้งหมดที่เจ้าคิดว่าเผชิญอยู่จริง ๆ ไม่เคยเข้าใกล้ช่วงเวลาที่ชีวิตของเจ้าถูกคุกคามอย่างแท้จริง หากเจ้าตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตจริง ๆ ข้าคงช่วยเจ้าไปแล้ว”
“ด้วยเหตุนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่ตัวตนของเจ้าจะถูกเปิดเผยในไม่ช้านี้”
……
…
“เมื่อผู้คนจากโลกอมตะโจมตี ข้าถูกบังคับให้ต้องเป็นแนวหน้ารับการต่อสู้ เดิมทีชีวิตของเจ้าควรปลอดภัยและสงบสุข ไม่ต้องเผชิญกับสถานการณ์เลวร้ายใด ๆ แต่ทำไมข้าถึงไม่ได้อยู่กับเจ้าในเวลาเช่นนี้”
“แม้หลังจากคำนวณทุกอย่างแล้ว ในท้ายที่สุดเจ้าก็ยังพลาดบางสิ่ง วันนี้มาถึงเร็วเกินไป”
เจิ้นเอนกายมาพิงที่หน้าอกเฉิน น้ำตาไหลจากดวงตาของนางด้วยความเศร้าโศกและไม่เต็มใจ มีความเสียใจที่มาพร้อมกับการจากลา
นางค่อย ๆ กรีดนิ้วตัวเองให้เกิดบาดแผล หยดเลือดสีแดงหยดลงบนริมฝีปากของเฉิน เมื่อดูดซับเลือด ในที่สุดเฉินก็ตื่นขึ้นอย่างช้า ๆ
“เจิ้น ข้าคิดว่าได้ยินเจ้าพูดอะไรบางอย่าง แต่ข้าได้ยินไม่ชัด” เฉินลืมตาขึ้นอย่างอ่อนแรง นัยน์ตาของเขาขุ่นมัวและทื่อ ขณะที่น้ำเสียงของเขาอ่อนลง
“เฉิน เมื่อเจ้าสังเกตเห็นว่าจริง ๆ แล้วชีวิตนี้เป็นความฝัน เจ้าจะเกลียดข้าหรือไม่” เจิ้นจ้องมองเจี้ยนเฉินและถามเบา ๆ
เฉินยิ้มและกล่าวว่า “ในฐานะมนุษย์ปุถุชน พวกเราถูกลิขิตให้ตาย ถูกทำให้เหลือเพียงกองดิน เพื่อกลับไปเป็นเหมือนเดิม ชีวิตก็เหมือนความฝัน ชีวิตนี้มีแต่ความฝัน ในท้ายที่สุดทุกคนจะต้องตื่นขึ้นมา ทำไมข้าต้องเกลียดเจ้าด้วย”
“เจิ้น ข้าแก่มาก ข้ามาถึงจุดจบของชีวิตแล้ว ข้ารู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ข้าไม่สามารถใช้ชีวิตต่อไปกับเจ้าได้อีก เจิ้น ขอบคุณที่อยู่ร่วมทุกขฺ์ร่วมสุขกับข้ามาตลอดชีวิต”
“การที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเจ้าคือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของข้า” เฉินกล่าวด้วยความรัก น้ำเสียงของเขาอ่อนแอมาก ทั้งสองคนใช้เวลาทั้งชีวิตรักกันโดยไม่มีการโต้เถียงหรือข้อขัดแย้งใด ๆ พวกเขาใช้เวลาทุกวันด้วยเสียงหัวเราะและความสุข นี่เป็นความทรงจำที่ยากจะลืมเลือนที่สุดสำหรับเขา
หลังจากพูดอย่างนั้น เฉินค่อย ๆ หลับตาลงอีกครั้ง ดูเหมือนกำลังจะหลับไป ลมหายใจของเขาเกือบจะหายไป เขามีเวลาเหลือไม่มาก
เจิ้นหยดเลือดอีกหยดหนึ่งเข้าไปในปากของเฉิน ด้วยหยดเลือดแต่ละหยด พลังชีวิตในร่างกายของเจิ้นก็ลดลง
ชีวิตนี้ นางเป็นมนุษย์ธรรมดาเช่นกัน มีเพียงอายุขัยของมนุษย์เท่านั้น เพียงแค่ว่าเฉินจากไปเร็วกว่านาง
นางกำลังสละชีวิตของตัวเอง โดยมอบพลังชีวิตอันน้อยนิดที่มีให้กับเฉิน
“เฉิน ในความฝันของชีวิตนี้ ข้าจะติดตามเจ้าไปจนสุดทาง จนกว่าเราจะตื่นจากความฝัน เพราะนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้อยู่ด้วยกัน” เจิ้นพึมพำ
สามวันต่อมา เฉินและเจิ้นถึงแก่กรรม ทั่วทั้งห้องโถงเต็มไปด้วยเสียงสะอื้นอันเจ็บปวดของลูก ๆ และหลาน ๆ ของพวกเขา ในที่สุดพวกเขาก็เสร็จสิ้นช่วงสุดท้ายของชีวิตในฐานะมนุษย์ปุถุชน
ในวันที่เขาจากไป เฉินยิ้มอย่างพึงพอใจ เขาจับมือเจิ้นไว้แน่นและจากไปอย่างสงบมาก โดยไม่มีอะไรทิ้งไว้ให้ต้องเสียใจเลย
……
…
ในโลกเซียน จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาดึงนิ้วของนางกลับมาอย่างช้า ๆ เมื่อนางลืมตา แสงที่ปะปนกันอย่างมากก็ปรากฏขึ้น
หนึ่งศตวรรษผ่านไปในความฝัน แต่เวลาผ่านไปเพียงห้าวินาทีในโลกเซียน จิตวิญญาณปราชญ์แห่งลมที่น่านับถือยังปะทะอยู่กับจอมปราชญ์สูงสุดน้ำตาโลหิตและจอมปราชญ์สูงสุดเหนือสวรรค์ ไม่สามารถเข้าใกล้เจี้ยนเฉินได้
เวลาเพิ่งผ่านไปเพียงสามวินาทีนับตั้งแต่จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาใช้ทักษะห้วงฝัน
ในขณะนี้,เปลือกตาของเจี้ยนเฉินก็สั่นเบา ๆ และเขาก็ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ สายตาของเขามึนงงเล็กน้อย
เขาไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงหมดสติ แต่เขารู้สึกเหมือนเพิ่งประสบกับความฝันอันยาวนาน ทุกสิ่งที่เขาประสบในความฝันรู้สึกเหมือนความจริงอย่างยิ่ง ราวกับว่าทุกเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง
ทันใดนั้น เขาก็จ้องมองไปที่จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา และร่างกายของเขาก็แข็งทื่อก่อนที่จะสั่นอย่างรุนแรง ดวงตาของเขาเป็นประกายที่อธิบายไม่ได้ขณะที่เขาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นคลอน “จ จ เจ้า เจ้าคือเจิ้น ? ”