เธอกลับมาเทพ - ตอนที่ 57 ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ชวีหลิงอวิ๋น
พอข้อความเวยปั๋วอันนี้ออกมา กลุ่มแฟนๆ รายการหนุ่มสาววัยใสก็ระเบิดทันที
เซี่ยอวี้มีแฟนคลับมากมาย แต่โดยปกติแล้วพวกเขามักจะสงบและไม่สนใจอะไรมาตลอด และไม่ได้รู้สึกว่าจะต้องแก่งแย่งตำแหน่งเซ็นเตอร์อะไรนั่นด้วย
แต่เมื่อพวกเขาระเบิดขึ้นมาในช่วงเวลาสำคัญ พลังต่อสู้ของพวกเขากลับสูงจนน่ากลัว
จำนวนแฟนคลับเด็กฝึกคนอื่นรวมกันแล้วก็ยังไม่สามารถสู้จำนวนแฟนคลับของเขาได้
แฟนๆ ค่อยๆ ค้นพบว่าเพราะเซี่ยอวี้เป็นเด็กฝึกที่ไม่มีสังกัด ทีมงานรายการจึงปฏิบัติต่อเขาอย่างไม่ยุติธรรม
เดิมทีพวกเขาต้องทนเพราะถึงอย่างไรเซี่ยอวี้ก็ต้องอยู่ในค่ายฝึก
แต่สวีรั่วถงกลับทำให้พวกเขานิ่งเฉยไม่ได้อีก
แฟนๆ ของเซี่ยอวี้ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป และส่งสวีรั่วถงและหลินชิงเหยียนติดคำค้นหายอดนิยมทันที
#สวีรั่วถงสร้างข่าวลือ
#หลินชิงเหยียนเล่นใหญ่
รายการค้นหายอดนิยมตามติดกันมาตามลำดับ ซึ่งแสดงแนวโน้มที่จะขึ้นเป็นอันดับต้นๆ ของรายการ
จำนวนชาวเน็ตที่คลิกเข้ามากินเผือกก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
[อ๊ะ…ต่อให้ซือฝูชิงจะมีนักเรียนแค่หกคนก็ไม่น่าจะถอดอุปกรณ์ของเธอออกไปหมดไหม]
[มีแต่แอนตี้แฟนคอยด่าเธออยู่ทุกวัน จนฉันอยากจะคิดกลับกันแล้ว]
[จงใจเล่นงานเซี่ยอวี้ ดีมาก หลินชิงเหยียนฉันจะจำเธอไว้!]
[อืม ฉันเป็นคนเดียวหรือเปล่าที่คิดว่าหลินชิงเหยียนไม่ธรรมดา? ภายนอกเธอเหมือนไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ท่าทางที่ไร้เดียงสาของเธอกลับทำให้คนอื่นต้องกำหมัด]
[ไม่ต้องรู้สึกหรอก เธอเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว! ตอนที่เธอยังไม่ได้ฉายเดี่ยว เธอก็ทำตัวแบบนั้น ชอบล่อลวงชักนำให้แฟนๆ ของตัวเองไปถล่มสมาชิกคนอื่นตลอด อ้วก!]
[หลินชิงเหยียนมีเรื่องไม่ดีเหรอ? เร็ว! เล่ามาเลย ฉันรอกินเผือก!]
ด้วยการเคลื่อนไหวของแฟนคลับเซี่ยอวี้ ทิศทางของลมจึงถูกตีกลับอย่างรวดเร็ว
บัญชีทางการของหลินชิงเหยียนกับสวีรั่วถงและผู้จัดรายการมีแต่ข้อความเรียกร้องคำขอโทษ
[ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ! ขอโทษซือฝูชิงกับเซี่ยอวี้เลยนะ!]
[สร้างข่าวลือก็แล้วไป นี่ยังกล้าเอาตัวเองมาแขวนอีก ไม่เคยเห็นใครโง่อย่างนี้มาก่อนเลย!]
สวีรั่วถงนิ่งงัน ไม่สามารถตอบสนองได้ชั่วขณะ
หลินชิงเหยียนเองก็ตกใจอย่างมากเช่นกัน
“ซือฝูชิงไปเอาคลิปวิดีโอมาจากไหน” เธอหน้าซีดเป็นครั้งแรก “ใครให้เธอน่ะ?!”
สถานะของซือฝูชิงในรายการเป็นอย่างไร คงไม่มีพนักงานคนไหนช่วยส่งคลิปวิดีโอให้?
ยิ่งไปกว่านั้นคลิปวิดีโอที่ตนขอให้พนักงานช่วยขนย้ายอุปกรณ์ก็ถูกลบไปแล้ว
แล้วนี่มันมาจากไหน?!
นี่เป็นครั้งแรกที่เวยปั๋วของหลินชิงเหยียนถูกโจมตี
เธอรู้สึกวิงเวียนอยู่พักหนึ่งจนไม่สามารถยืนอย่างมั่นคงได้
“เมนเทอร์หลิน!” ขณะนั้นพนักงานที่มีหน้าที่คัดเลือกรีบร้อนวิ่งเข้ามาอย่างกระหืดกระหอบ “ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์เรียกคุณไปพบครับ!”
หลินชิงเหยียนหายใจเข้าลึกๆ เผยรอยยิ้มสมบูรณ์แบบก่อนจะออกไป “ตกลง เดี๋ยวฉันไป”
สวีรั่วถงตื่นตระหนกมากยิ่งขึ้น “ชิงเหยียน! ชิงเหยียนอย่าเพิ่งไปสิ!”
หลินชิงเหยียนปัดมือของเธอออกอย่างใจเย็น “ฉันยังต้องทำงานอีก”
เธอรีบเดินตามพนักงานที่มีหน้าที่คัดเลือกไปโดยไม่สนใจสวีรั่วถงพลางนึกสาปแช่งคนโง่ในใจ
บดขยี้ซือฝูชิงไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่ไฟนี้ดันย้อนกลับมาเผาเธอ!
ในเวลานี้บรรยากาศภายในห้องทำงานของทีมรายการดูสิ้นหวังหัวร้อน
“หลินชิงเหยียน คุณทำดีมาก!” โปรดิวเซอร์ตบโต๊ะพูดตะคอก “ตอนนั้นผมพูดว่าอะไรนะ อย่าสร้างปัญหา แล้วคุณกำลังทำอะไร?!
คุณคิดว่าคุณเป็นราชินีจอเงินระดับโลกหรือไง ถึงจะทำอะไรก็ได้?!”
หลินชิงเหยียนถูกดุจนพูดไม่ออก
นัยน์ตาของเธอแดงก่ำทันที น้ำตาร่วงริน เธอสะอึกสะอื้น “ฉัน ฉันไม่รู้ว่ารั่วถงจะเอาโทรศัพท์มือถือของฉันไปและปล่อยคลิปนั้นออกมา”
ยิ่งเธอพูด เสียงของเธอก็ยิ่งเบาลง ท่าทางลำบากใจมากยิ่งขึ้น “ฉันเห็นเธอเป็นเพื่อนจริงๆ ใครจะไปรู้ว่าเธอจะ…”
“สวีรั่วถง!” โปรดิวเซอร์แค่นเสียงเย็น “แค่นางแบบตัวเล็กๆ กลับเข้ามายุ่งกับเรื่องของเรา สงสัยจะไม่อยากอยู่ในวงการแล้ว!”
ผู้กำกับหยิบบุหรี่ขึ้นสูบแล้วถอนหายใจ “จะต้องทำให้แฟนๆ สงบลงก่อน ติดต่อไปทางบริษัทของสวีรั่วถงดูหน่อย ให้พวกเขาอธิบายมา”
โปรดิวเซอร์พยักหน้าด้วยสีหน้าโกรธเคือง น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย “เมนเทอร์หลิน แม้ว่าเรื่องนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับคุณ แต่ ณ จุดนี้ คุณต้องขอโทษ”
สีหน้าของหลินชิงเหยียนชะงักไปทันที เล็บของเธอจิกฝ่ามือแล้วฝืนยิ้ม “ควรจะเป็นอย่างนั้น”
โปรดิวเซอร์โบกมือเป็นสัญญาณให้เธอออกไปได้
เขากำลังสูบบุหรี่ และจู่ๆ ก็นึกถึงสิ่งที่ซือฝูชิงพูดเมื่อเช้าขึ้นมา…
‘ฉันขอแนะนำว่าอย่าทำตัวฉลาดและใช้กลอุบายอะไรอีก มิฉะนั้นผลที่ตามมาอาจเลวร้ายยิ่งกว่า’
ตอนนี้มันแย่ยิ่งกว่าเดิมจริงๆ
โปรดิวเซอร์ขมวดคิ้ว
เขากลับไม่คิดว่าซือฝูชิงจะมีความสามารถในการพลิกสถานการณ์
ซือฝูชิงเป็นคนโง่ แม้แต่ภาษาอังกฤษก็ยังพูดไม่ได้
แต่เรื่องนี้กำลังสร้างความปัญหาอย่างมากในตอนนี้!
**
ทางด้านห้องซ้อมเต้นหมายเลขสอง
หลังจากที่เด็กฝึกฝึกเสร็จแล้ว พวกเขาทั้งหมดก็ย้ายมานั่งเพื่อกินเผือกด้วยกันตรงหน้าซือฝูชิง
“เมนเทอร์ซือร้ายกาจจริงๆ” เซี่ยอวี้หัวเราะเบาๆ “คลิปวิดีโอนี้ไม่เพียงแต่จัดการผู้จัดรายการได้เท่านั้น แถมยังจัดการหลินชิงเหยียนได้ด้วย”
“เมนเทอร์ซือ” สวี่ซีอวิ๋นพูดตะกุกตะกัก “เรื่อง เรื่องพวกนี้คุณคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าหมดแล้วเหรอ”
“หลินชิงเหยียนคอยจับตาดูฉันทุกย่างก้าวแน่นอน” ซือฝูชิงเลิกคิ้ว “นายคิดว่าฉันแค่พาพวกนายไปทานอาหารเช้าจริงๆ เหรอ ดูเหมือนว่าในหัวของนายมีแต่เรื่องกิน”
ใครบ้างจะใช้ลูกไม้ในวงการบันเทิงไม่เป็น?
ในเมื่อพวกเขาคิดจะเล่น เธอก็จะเล่นเป็นเพื่อน
เพียงแต่เธอคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะได้พบกับแฟนๆ ของเซี่ยอวี้
แฟนคลับเหล่านั้นล้วนแต่มีนิสัยน่ารักทั้งนั้น
สวี่ซีอวิ๋นพูดเสียงดัง “ผมก็เรียนรู้มาจากเมนเทอร์ซือไง”
ซือฝูชิง “…”
เธอยิ้ม “พรุ่งนี้ตื่นตีห้าแล้ววิ่งสิบกิโลเมตร ถ้านายวิ่งไม่จบก็ไม่ได้รับอนุญาตให้พัก ฉันจะให้เซี่ยอวี้จับตาดูนายไว้”
เซี่ยอวี้เองก็เลิกคิ้ว “ผมจะจับตาดูเขาแน่”
สวี่ซีอวิ๋นมีสีหน้าหวาดกลัว
“เอาละ ไปกินข้าวเถอะไป” ซือฝูชิงยืนขึ้น “ฉันเลิกงานแล้ว ไม่อนุญาตให้รบกวนฉัน”
สวี่ซีอวิ๋นมองดูเธอออกไปตาปริบๆ จากนั้นก็หันศีรษะไป “พี่เซี่ย ผมขอ…”
“ไม่ได้” เซี่ยอวี้ยักไหล่
เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาช้าๆ ลงทะเบียนบัญชีและกดไลค์ให้โพสต์เวยปั๋วนั้น
**
นอกค่ายฝึก
สวี่รั่วถงยังคงรออยู่
เวยปั๋วของเธอเกินควบคุมไปแล้ว
ดูเหมือนว่าแฟนๆ ของเธอจะมีมากเป็นสองเท่าของเซี่ยอวี้ก็จริง แต่แฟนๆ ที่เคลื่อนไหวจริงๆ นั้นมีแค่หนึ่งในสิบของเซี่ยอวี้เท่านั้น
สวีรั่วถงไม่เคยคิดมาก่อนว่าเธอจะทำให้แฟนๆ ของเซี่ยอวี้ขุ่นเคืองใจจนระเบิดออกมาแบบนั้น
“ใจเย็นๆ…” สวีรั่งถงพยายามปลอบใจตัวเอง “ชิงเหยียนจะต้องมีวิธี ใจเย็นๆ”
เธอกลับไม่เห็นหลินชิงเหยียน แต่เป็นซือฝูชิงแทน
ซือฝูชิงเป็นที่สังเกตเห็นได้ง่ายจากการแต่งหน้าแนวพังก์ร็อก
สวีรั่วถงวิ่งไปขวางทางเธอทันที “ซือฝูชิง ฉันมีอะไรจะพูดหน่อย!”
ซือฝูชิงเงยหน้ามองเธอเล็กน้อย จากนั้นก็เผยสีหน้างุนงง “เธอเป็นใคร?”
“สวีรั่วถง!” สวีรั่วถงกัดฟัน “ฉันอยากจะบอกเธอว่า ฉัน ฉัน…”
ขอโทษ เธอพูดคำนั้นออกมาไม่ได้จริงๆ
ซือฝูชิงมองไปที่โทรศัพท์ เบี่ยงตัวหลบสวีรั่วถงแล้วเดินต่อไป
สวีรั่วถงกระวนกระวาย “เธอจะไปไหน ฉันยังพูดไม่จบเลย!”
“ไปหาชวีหลิงอวิ๋น” ซือฝูชิงรีดแขนเสื้อนอกให้เรียบก่อนจะหันหน้าไป นัยน์ตาจิ้งจอกของเธอยกโค้ง “ทำไม เธออยากไปด้วยกันเหรอ”