เธอกลับมาเทพ - ตอนที่ 83 ตกตะลึง! พลังทำลายล้างของใบหน้าฟ้าประทาน
อวี้เย่าไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับซือฝูชิงไม่ว่าเธอจะแต่งหน้าหรือหน้าสด
ผู้เฒ่าอวี้สอนเขาว่าคนที่ไม่มีความซื่อสัตย์ไม่สามารถยืนหยัดอยู่ในโลกได้
ในเมื่อเขารับปากซย่าเซิงไว้แล้ว เขาก็ต้องมาจัดการเรื่องพรีเซนเตอร์ของซีเจียงเยวี่ยนี้ให้เธอสักครั้ง
“คุณชายอวี้ไม่ค่อยรู้จักวงการบันเทิง แต่ผมกล้าเอาตัวเองรับประกันได้เลยครับ” ผู้จัดการทั่วไปพูดต่อ “ในวงการบันเทิงต้าซย่าไม่มีดาราคนไหนที่จะหน้าตาดีไปกว่าคุณซือแล้ว”
อวี้เย่าอยากจะหัวเราะ “อะไรนะ”
ซือฝูชิงตามจีบเขาอยู่สองปี แม้ว่าเขาจะหลีกหนีจนเธอยอมแพ้ แต่ก็ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็นหน้าเธอ
อวี้เย่ามองหน้าจอด้วยแววตาเย็นชาอย่างมาก
คลิปเล่นไปถึงตอนที่ซือฝูชิงล้างหน้าเสร็จและกำลังเช็ดหน้าด้วยผ้าขนหนูพอดี
วินาทีต่อมาอวี้เย่าก็เห็นเด็กสาวที่อยู่ในจอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาช้าๆ
ผิวของเธอขาวใสราวกระเบื้องเคลือบที่สะท้อนแสง สะอาดเรียบเนียน คิ้วของเธองดงามราวกับภาพวาด และหางตาของเธอม้วนขึ้นด้วยรอยยิ้มอย่างเกียจคร้าน
ดั่งแสงจันทร์พร่างพรายละลายใจจนทำให้คนตะลึงงันหวั่นไหว
สีหน้าไม่แยแสสนใจของอวี้เย่าหยุดนิ่งไปทันที รูม่านตาของเขาหดเล็กลง
ปัง!
สองมือของเขาตบลงบนโต๊ะอย่างแรง สีหน้าเขาเปลี่ยนไปทันที
ผู้จัดการทั่วไปตกใจ “คุณชายอวี้?”
แม้ว่าบอกว่าใบหน้าฟ้าประทานของคุณซือจะเป็นของจริง และการได้เห็นใบหน้าเธอเป็นครั้งแรกจะทำให้คนเสียกิริยาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ผู้ติดตามของซือฝูชิงที่เพิ่มขึ้นเกือบสิบล้านในชั่วข้ามคืนเป็นข้อพิสูจน์ที่ดีในเรื่องนี้
แต่พลังทำลายล้างนี้จะไม่มากเกินไปหน่อยเหรอ?
ถึงขนาดนั้นเลย?
อวี้เย่าจ้องหน้าจอตาไม่กะพริบ เส้นเลือดบนหน้าผากของเขาถึงขนาดเต้นตุบๆ ขึ้นมา ตัวเขาเองก็สั่นเทาเล็กน้อยด้วย
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนเขาถึงควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ เอ่ยปากถาม “คุณแน่ใจนะว่านี่เป็นใบหน้าหลังจากที่เธอลบเครื่องสำอางแล้ว?”
“ใช่สิครับ” ผู้จัดการทั่วไปแปลกใจ “ชาวเน็ตบนเวยปั๋วยืนยันแล้วว่าไม่มีการใช้กล้องบิวตี้หรือฟิลเตอร์”
อีกอย่างกล้องบิวตี้แบบไหนเหรอที่จะทำหน้าแบบซือฝูชิงออกมาได้?
เจ้าแม่หนี่ว์วาเท่านั้นที่ทำได้!
ซีเจียงเยวี่ยของพวกเขาโชคดีจริงๆ ที่เซ็นสัญญากับซือฝูชิงไว้ก่อน
ผู้จัดการทั่วไปรู้ได้โดยไม่ต้องสืบว่าวันนี้จะต้องมีบริษัทแบรนต์ต่างๆ มากมายเริ่มติดต่อซือฝูชิงไปเป็นพรีเซนเตอร์
อวี้เย่าระบายลมหายใจออกอย่างช้าๆ เขาเอ่ยเสียงต่ำลึก “ได้ ผมเข้าใจแล้ว”
เขาพยักหน้าให้ผู้จัดการทั่วไปอย่างสุภาพ “ถ้าซีเจียงเยวี่ยเลือกพรีเซนเตอร์แล้ว ผมก็จะไม่รบกวนอีก ต้องขอโทษด้วยที่วันนี้มาอย่างกะทันหันไปหน่อย”
เขาสุภาพและมีมารยาท ผู้จัดการทั่วไปจึงไม่สามารถพูดอะไรได้อีก เพียงพยักหน้า “ผมจะไปส่งคุณชายครับ”
**
เนื่องจากวันมะรืนจะเป็นการแสดงต่อหน้าสาธารณชนครั้งแรกของรายการหนุ่มสาววัยใส เพื่อดูแลสวี่ซีอวิ๋นและสืออวี่ที่มีพื้นฐานไม่แข็งแรง ในช่วงสองวันที่ผ่านมากว่าซือฝูชิงจะได้เลิกงานก็เป็นเวลาสี่ทุ่มแล้ว
หลังจากที่เธอกินข้าวมื้อเย็นแล้วก็กลับไปที่ฐานฝึกซ้อม
เซี่ยอวี้และพวกสวี่ซีอวิ๋นกำลังฝึกซ้อมเพลง ‘In Paradise’
ซือฝูชิงฟังจังหวะไปพลางอนุมัติคำขอเป็นเพื่อนของผู้ช่วยผู้กำกับไปพลาง
ภาพโปรไฟล์ของผู้ช่วยผู้กำกับเป็นรูปขาหมูน้ำแดง
ซือฝูชิงเห็นแล้วก็รู้สึกหิวขึ้นมาเล็กน้อย
กินดีอยู่ดี : [คุณซือ พวกเราจะเซ็นสัญญากันเมื่อไรดีครับ]
ซือฝูชิงเปิดกระป๋องโคล่าแล้วตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
ซือฝูชิง : [มีรายละเอียดเกี่ยวกับรายการมั้ยคะ]
กินดีอยู่ดี : [ขอโทษด้วยครับคุณซือ ผู้กำกับเป็นคนทำทั้งนั้นครับ]
ซือฝูชิงหรี่ตาลงทันที
อีกฝ่ายใช้เวลาสามนาทีกว่าจะส่งเอกสารกลับมาไฟล์หนึ่ง
ซือฝูชิงคลิกเปิดดู
หลังจากที่เธอเห็นคำว่า ‘ข้ามทะเลสาบจระเข้’ และ ‘เอาไข่จากถ้ำงูเหลือม’ เธอก็ตกอยู่ในความเงียบไปพักหนึ่ง
สามสิบวินาทีต่อมาเธอก็ยิ้มน้อยๆ และพิมพ์ตอบเขา
ซือฝูชิง : [คุณเรียกสิ่งนี้ว่าประเภทไลฟ์สไตล์?]
ประเภทฆ่าคนมากกว่ามั้ง
กินดีอยู่ดี : […]
กินดีอยู่ดี : [ผมผิดไปแล้วจริงๆ ครับคุณซือ]
ซือฝูชิงเองก็ไม่ได้สนใจผู้ช่วยผู้กำกับที่กำลังตื่นตระหนก เธอเลิกคิ้ว “อ้วนจิ๊บ รายการวาไรตี้ดูน่าสนุกดีนะ อยากกินไข่งูเหลือมมั้ย?”
เสี่ยวไป๋โกรธจนกระโดดและส่งเสียงร้องออกมาทันที
มันมีชื่อว่าไป๋จิ่นอวี๋ไม่ใช่ชื่ออ้วนจิ๊บโง่ๆ อย่างนั้นเสียหน่อย!
“ดีจัง ฉันไม่เคยเล่นเกมแบบนี้มาก่อน” ซือฝูชิงกดตัวปี่เซียะเพื่อควบคุมอย่างง่ายดายด้วยมือข้างเดียว “น่าสนุกมาก ฉับรับงานนี้แล้ว”
เธอพิมพ์ตอบผู้ช่วยผู้กำกับเสร็จก็ยืดเส้นยืดสายก่อนจะคลิกเปิดเวยปั๋วขึ้นมา
เมื่อเปิดเข้าไปทีแรกก็มีอาการค้างเล็กน้อยเพราะข้อความที่มากเกินไป
แต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะคำด่าและภาพผี แต่เพราะคำพูดเยินยอไปในทางเดียวกันทั้งหมด
[ที่รัก ที่รัก ไหนภาพเซลฟี่ของเธอล่ะ]
[ที่รัก ตอนนี้กี่โมงแล้ว เก้าโมงแล้วนะ เธอต้องลงรูปเซลฟี่เก้าช่องได้แล้ว!]
[ที่รัก ผมหิว กินข้าวกันเถอะ]
[ไปให้พ้น ฉันจะปกป้องความงามของชิงชิงที่รักเอง ไม่ให้พวกนายเห็นหรอก!]
ซือฝูชิงดำดิ่งในความคิด
แฟนคลับพวกนี้ไม่มีคนอื่นบนเน็ตให้คิดถึงแล้วเหรอ?
หลังจากครุ่นคิดอยู่สักพัก เธอก็ยกปี่เซียะขึ้นมาถ่ายรูป ‘แชะๆ’ สองสามใบ
ซือฝูชิง : [ไม่มีภาพเซลฟี่ ให้ดูรูปน้องหมาละกัน (รูปภาพ)]
ทันทีที่เธอโพสต์เวยปั๋ว ความคิดเห็นก็ทะลักทันที
[คนแรก!!!]
[ว้าว หมาของที่รักก็น่ารักเหมือนกันเลย!]
[นี่มันหมาพันธุ์อะไรเนี่ย เหมือนจะไม่เคยเห็นมาก่อน]
[อ๊ะ มันยังใส่กระโปรงตัวน้อยด้วยนะ ชิงชิงถักเองหรือเปล่าเนี่ย เหมือนนางฟ้าตัวน้อยเลย!]
เสี่ยวไป๋หมุนตัวรอบหนึ่งอย่างภาคภูมิใจ
แน่นอนอยู่แล้วว่ามันเป็นนางฟ้าตัวน้อยที่น่ารัก
“เด็กดี ลูกสาวที่น่ารักของป๊ะป๋า” ซือฝูชิงตบหัวที่มีขนปุกปุยของมัน “วันนี้ป๊ะป๋าอารมณ์ดี อนุญาตให้แกกินเพิ่มอีกหนึ่งก้อน”
ดวงตาของเสี่ยวไป๋เป็นประกาย น้ำลายแทบจะไหลออกมา
“เอ่อ เมนเทอร์ซือ คุณคงไม่ได้ขี้เหนียวอาหารหมาหรอกใช่มั้ย” สวี่ซีอวิ๋นที่เพิ่งเต้นเสร็จรู้สึกแปลกใจที่ได้ยินอย่างนั้น “มันตัวเล็กขนาดนี้ ควรจะกินให้เยอะๆ หน่อย”
เสี่ยวไป๋พยักหน้าเห็นด้วยพร้อมส่งเสียงคราง
ซือฝูชิงไม่แสดงสีหน้าใดๆ เธอกัดฟันยิ้มอย่างเย็นชา “นายจะไปเข้าใจอะไร”
เคยเห็นสัตว์เลี้ยงที่กินแต่ก้อนทองคำบ้างไหม
เคยเห็นเด็กล้างผลาญที่กินอย่างเดียวแต่ไม่ถ่ายออกมาไหม
ไม่มีใครในโลกนี้ที่จะเข้าใจความเจ็บปวดของเธอได้
เสี่ยวไป๋ที่จะได้กินทองคำเพิ่มอีกก้อนหนึ่งกลิ้งบนพื้นอย่างมีความสุข
“เมนเทอร์ซือ สุนัขของคุณเป็นตัวเมียชัดๆ แต่ทำไมถึงได้ซนเหมือนพวกลูกผสมล่ะ” สวี่ซีอวิ๋นอารมณ์ดี “ถ้าต่อไปคุณจะให้เธอผสมพันธุ์ก็จะหาคู่ยากนะ”
ซือฝูชิงลูบหัวเสี่ยวไป๋อย่างครุ่นคิด “ก็น่าจะหาคู่ยากจริงๆ”
สัตว์ชนิดไหนกันที่จะคู่กับปี่เซียะได้
นี่เป็นเรื่องที่ทำให้เธอหนักใจมากจริงๆ
ทันใดนั้นเสี่ยวไป๋ก็อารมณ์ไม่ดีขึ้นมา มันเห่าใส่สวี่ซีอวิ๋นอย่างดุร้าย “โฮ่งๆๆ!”
สวี่ซีอวิ๋นหน้าเจื่อน
สมกับที่เป็นสุนัขของเมนเทอร์ซือจริงๆ สัตว์เลี้ยงก็น่ากลัวเหมือนกับเจ้าของ
“กินเยอะขนาดนี้แล้วทำไมยังไม่เห็นแกฟื้นตัวเลยล่ะฮึ” ซือฝูชิงจิ้มหัวของเสี่ยวไป๋ “ชีวิตปลาเค็มของฉันไม่มีแกไม่ได้นะ”
ตอนที่เธออยู่ในทวีปอิสระ เธอไม่ต้องใช้พาหนะใดๆ แค่มีปี่เซียะก็เพียงพอแล้ว
เสี่ยวไป๋เองก็เศร้ามากเช่นกัน
มันก็อยากจะโตขึ้นกลายเป็นแบบที่น่าเกรงขามกว่านี้
และกินก้อนทองคำได้ทั้งตะกร้าในคำเดียว
“เมนเทอร์ซือ” จู่ๆ เซี่ยอวี้พูดขึ้น “คุณมีพี่น้องหรือเปล่า ผมหมายถึงคนที่มีสายเลือดเดียวกันน่ะ”
“หือ?” ซือฝูชิงหันหลังกลับไป ดวงตาจิ้งจอกหรี่ลงเล็กน้อย “ไม่มี”
“ตระกูลจั่วรับเลี้ยงเมนเทอร์ซือใช่ไหมครับ” เซี่ยอวี้จ้องเธอไม่วางตาพลางเอ่ยถามช้าๆ “ก่อนที่ตระกูลจั่วจะรับเลี้ยงดู เมนเทอร์ซืออยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเหรอ”
“ก็ประมาณนั้น” ซือฝูชิงดื่มโคล่าอึกหนึ่งและนึกย้อนไป “ฉันจำอะไรก่อนห้าขวบไม่ค่อยได้แล้ว แต่ฉันก็อยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจริงๆ ทำไมเหรอ”
หลังจากที่เธอตื่นขึ้น เธอก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะตามหาประวัติความเป็นมาของตัวเองเท่าไร
แต่ทั้งเธอและจีสิงจือต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่าการที่เธอสามารถทำให้คนยอมจ่ายเงินก้อนโตเพื่อให้องเมียวจิสร้างค่ายอาคมโยกย้ายโชคชะตาของเธอได้ ถ้าเธอไม่ได้เป็นธิดาแห่งโชคลาภก็คงเกือบแล้ว
แม้ว่าโชคชะตาจะเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้และคาดเดาไม่ได้ แต่ก็มีคนที่โชคดีจริงๆ
ในประวัติศาสตร์มีคนที่เกิดมาโชคดีไม่น้อย ส่วนใหญ่มักจะเป็นพวกผู้บัญชาการทหารสูงสุด จักรพรรดิและองค์หญิง
โดยเฉพาะฮ่องเต้อิ้น
เขาพลิกดวงชะตาของราชวงศ์ได้ด้วยตัวคนเดียว
พอจะเห็นได้ว่าดวงชะตาของเขายิ่งใหญ่เพียงใด
สายตาซือฝูชิงเย็นชา เธอยิ้มเล็กน้อย “จิ๊”
ก่อนหน้านี้เธอได้รับบาดเจ็บทุกวัน แต่เธอกลับไม่เคยได้สัมผัสว่าชีวิตที่โชคดีเป็นอย่างไร
รอให้เธอได้โชคชะตาของตัวเองคืนมาทั้งหมดก่อนเถอะ เธอจะต้องเสพสุขกับมันเต็มที่
“เมนเทอร์ซือ อย่างนี้ครอบครัวคุณไม่โหดร้ายเกินไปหน่อยเหรอ” สวี่ซีอวิ๋นไม่พอใจกับความไม่ยุติธรรม “คุณทั้งสวยทั้งน่ารักขนาดนี้ พวกเขาทิ้งคุณลงได้ยังไง”
ถ้ามีเธออยู่ในบ้านตัวเอง ใครจะไม่ทนุถนอมเธอหมือนไข่ในหินบ้าง
ซือฝูชิงชะงักไปครู่หนึ่ง เธอเหลือบมองสวี่ซีอวิ๋น “ฉันว่านายวิ่งวันละสิบกิโลยังไม่พอหรอก”
เธอพูดชมตัวเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไร
แต่พอคำพูดนั้นออกมาจากปากคนอื่น มันทำให้เธอรู้สึกละอายใจแปลกๆ
“ผมผิดไปแล้วเมนเทอร์ซือ” สวี่ซีอวิ๋นคุกเข่าลงอย่างไว “ผมแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีพ่อแม่ที่ใจร้ายแบบนี้ได้แค่นั้นเอง”
สายตาซือฝูชิงสงบนิ่ง น้ำเสียงที่พูดออกมาสบายๆ “คนใจร้ายมีเยอะแยะไป เพราะฉะนั้นมีแต่ตัวเองเท่านั้นที่จะเป็นที่พึ่งให้ตัวเองได้”
สวี่ซีอวิ๋นเกาศีรษะ “อ่าครับ”
เซี่ยอวี้ที่เงียบไปนานพูดขึ้นอีกครั้ง “ถ้าอย่างนั้นเมนเทอร์ซือคิดมั้ยว่าเราสองคนหน้าตาเหมือนกัน”
เสี่ยวไป๋เสี่ยงตายพยักหน้า
หลังจากที่ประเมินดูแล้วพวกเขาก็เหมือนกันอยู่บ้างจริงๆ
“อ้อ ก็เหมือนนิดหน่อย” ซือฝูชิงเอียงศีรษะ “นายอายุเท่าไรแล้ว”
เซี่ยออวี้ตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ “ผมเกิดเดือนกุมภา เพิ่งจะ 20”
“20 ปี? ฉัน 18…” ซือฝูชิงนึกถึงอายุในปัจจุบันของตนเองแล้วก็เย็นชาขึ้นมาทันที “อย่าคิดว่าพวกเราหน้าตาคล้ายกันแล้วคิดจะใช้ความเป็นพี่มาข่มฉันได้นะ แต่ไหนแต่ไรมาคนอื่นก็เรียกฉันว่าพี่ใหญ่กันทั้งนั้น เข้าใจ๊?”
เซี่ยอวี้ชะงักไปทันทีที่ได้ยินคำนั้น
เขาอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ไหล่ของเขาถึงกับสั่นเพราะอาการหัวเราะอย่างรุนแรง “ขอโทษๆ เมนเทอร์ซือ ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น”
“ไม่ใช่ก็ดี” ซือฝูชิงโยนกระป๋องโคล่าลงถังขยะ “ฉันเองก็ไม่ต้องการพี่น้องเหมือนกัน อยู่คนเดียวก็สนุกดี”
“หืม” เซี่ยอวี้กอดอก “ผมกลับอยากจะมีน้องสาวกับเขาสักคน”
“พี่เซี่ย ผมเองก็อยากให้พี่มีน้องสาวสักคน” สวี่ซีอวิ๋นตื่นเต้น “ถ้าเป็นอย่างนั้นผมก็แต่งเข้าบ้านพี่ได้แล้ว
สวี่ซีอวิ๋นพูดจบก็ได้รับสายตาอาฆาตจากเซี่ยอวี้ทันที
สวี่ซีอวิ๋น “…”
ตนพูดอะไรผิดไปเหรอ
จู่ๆ ก็มีคนเคาะประตูห้องซ้อมเต้น
ปรากฏว่าเป็นพนักงาน เขาพูดจานอบน้อมอย่างมาก “เมนเทอร์ซือ มีคนมาขอพบคุณครับ ตอนนี้รออยู่ที่ห้องพักผ่อนแล้ว”
“ขอพบฉัน?” ซือฝูชิงเลิกคิ้ว “ใครน่ะ”
เจ้าหน้าที่ส่ายหน้า “ผมไม่ทราบครับ ยังหนุ่มมาก เขาไม่ได้แจ้งชื่อ”
“ได้” ซือฝูชิงลุกขึ้นยืนขยับแขนขาแล้วส่งสัญญาณให้พวกเซี่ยอวี้ “พวกนายฝึกกันต่อ เดี๋ยวฉันกลับมา”
เธอออกจากห้องซ้อมเต้นแล้วเดินตามพนักงานไปจนถึงห้องพักผ่อนที่ชั้นบนสุด
รอบด้านเงียบสงบไร้ซึ่งผู้คน
เจ้าหน้าที่เปิดประตู “ทางนี้ครับเมนเทอร์ซือ”
ซือฝูชิงส่งเสียงอืมก่อนจะก้าวเข้าไป
อวี้เย่านั่งกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องพักผ่อน มีชาร้อนถ้วยหนึ่งวางอยู่ตรงหน้าเขา
หลังจากที่ได้ยินเสียงฝีเท้าเขาก็เงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าเฉยเมย
ซือฝูชิงมองประเมินอวี้เย่า เธอจึงนึกขึ้นมาได้ว่าเขาคือพี่สามของอวี้ถังจากหน้าตาที่มีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง
ดูเหมือนว่าตัวเธอเองจะเคยไล่ตามเขามาก่อน?
เธอมีความจำดีก็จริง แต่เธอมักจะจำเรื่องแบบนี้ได้ไม่ชัดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
อีกอย่างเธอเคยเห็นคนหน้าตาดีมากมาย
อาจารย์ของเธอ ศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รอง
ตอนนี้ยังมีอวี้ซีเหิงเพิ่มขึ้นมาอีก
อวี้เย่านั้นไม่ได้อยู่สิบอันดับแรกของเธอ
“เขามาพบฉัน?” ซือฝูชิงยืนใกล้ประตูท่าทางเกียจคร้าน ยิ้มพลางเอ่ย “คุณแน่ใจเหรอ”
พนักงานนิ่งไปเล็กน้อย “ใช่ครับ เมนเทอร์ซือไม่รู้จักเหรอครับ”
เขาเห็นว่าอวี้เย่าหล่อเหลาสง่างาม คำพูดคำจาไม่ธรรมดา
โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ล้วนแต่เป็นของหรูหราทั้งสิ้น
บวกกับนาฬิกาและรองเท้าหนังที่ชุดหนึ่งมีราคาหลายแสน นั่นไม่สิ่งที่คนธรรมดาจะจ่ายได้
แล้วเขาก็ไม่ได้ดูเหมือนพวกซาแซงด้วย
ตั้งแต่ที่ซือฝูชิงลบเครื่องสำอางเมื่อวาน วันนี้ค่ายฝึกรายการหนุ่มสาววัยใสก็มีคนมารวมตัวกันไม่น้อย
โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยกันไม่ให้คนเหล่านี้พุ่งเข้าไปได้
“ไม่ใช่” ซือฝูชิงยักไหล่และไม่หันไปมองอีก “นักเรียนของฉันยังรอฉันอยู่ การแสดงในวันมะรืนนี้สำคัญมาก”
พนักงานพยักหน้าอย่างงุนงง เขาไม่เข้าใจสถานการณ์ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
กลับเป็นอวี้เย่าที่ทนนั่งต่อไปไม่ไหว
เขาก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็ว แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามกดข่มความหงุดหงิดเล็กน้อยนั้นไว้ “เธอพบกับชิงเวยเมื่อไร เธอใช้ชิงเวยเป็นต้นแบบในการทำศัลยกรรมงั้นเหรอ”
ประโยคนี้ของเขาทำให้ซือฝูชิงหยุดฝีเท้าลงในที่สุด
เธอหันหน้ากลับมาช้าๆ