เธอกลับมาเทพ - ตอนที่ 91 ตบหน้า คำค้นหายอดนิยมระเบิด
“…”
รอบข้างเงียบไปครู่หนึ่งราวกับว่าสรรพเสียงถูกกระแสของผู้คนพัดพาไป
เผยเมิ่งจือหยุดพูดทันที
หูของเขาอื้ออึงไปหมด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อครู่นี้อวี้เย่าพูดว่าอะไร
เผยเมิ่งจือมองดูคนพิการที่เขาพูดถึงกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ด้วยตาปริบๆ จนกระทั่งคนคนนั้นมาอยู่ตรงหน้า
ชายคนนั้นอายุน้อยอย่างที่เขาคาดไม่ถึง
สีหน้าของชายคนนั้นเย็นชา ส่วนหน้าตาก็หล่อเหลางดงาม
แสงจากรอบข้างอาบย้อมใบหน้าของเขาให้เป็นสีขาวนวลเจือออร่าอันทรงพลังบนตัวเขา แต่ก็ยังสามารถสัมผัสไอสังหารรุนแรงได้รางๆ
เผยเมิ่งจืออดตัวสั่นขึ้นมาไม่ได้
ฝีเท้าของอวี้เย่าถูกตรึงให้หยุดอยู่กับที่อย่างสมบูรณ์ ความสุขเล็กน้อยในใจของเขาเสี้ยวสุดท้ายพลันหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เขาเม้มริมฝีปาก พยายามซ่อนความตกใจเอาไว้ในดวงตาก่อนเรียกออกมาอีกครั้ง “อาเก้า”
จากนั้นรถเข็นจึงต้องหยุดลงอย่างเสียไม่ได้
“สือเหยี่ยน ทำไมหลานชายนายถึงมาอยู่ที่นี่ได้” เสิ่นซิงอวิ๋นที่ตามหลังมาย่อมเห็นอวี้เย่าด้วยเป็นธรรมดา “อ้อ ฉันนึกออกแล้ว ฉันจำได้ว่าตอนที่ฉันหาข้อมูลของคุณซือ ดูเหมือนเขาจะเป็นคนที่คุณซือตามจีบใช่มั้ย”
ทันทีที่เขาพูดคำนั้นออกมา บรรยากาศโดยรอบก็เย็นลงทันที
อวี้ซีเหิงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ม่านตาสีเหลืองอำพันของเขาล้ำลึกราวกับห้วงมหาสมุทร
เฟิ่งซานถึงกับเซ “คุณชายเสิ่น อย่าได้พูดอะไรไร้สาระอย่างนั้นสิครับ”
“งั้นฉันก็ได้ยินมาผิดเหรอเนี่ย” เสิ่นซิงอวิ๋นครุ่นคิด “ไว้กลับไปฉันจะไปถามใหม่”
อวี้เย่านิ่วหน้าพูดตัดความสัมพันธ์ทันที “คุณเสิ่น ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนที่คุณกำลังพูดถึง”
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เขาไม่อยากให้อวี้ซีเหิงรู้ว่า เขากับซือฝูชิงมีเรื่องอะไรกันมาก่อน
เดิมทีเขาก็ต้องยอมก้มหัวให้อวี้ซีเหิงอยู่แล้ว เขาจะปล่อยให้อวี้ซีเหิงจับจุดอ่อนของเขาอีกไม่ได้
ผู้เฒ่าอวี้เข้มงวดกับเขามาก และไม่มีทางยอมให้เขาไปพัวพันกับดาราหญิงปลายแถวแน่นอน
พูดง่ายๆ ว่าไม่คู่ควร
“เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอก เรื่องสำคัญก็คือนี่เพื่อนนายเหรอ” เสิ่นซิงอวิ๋นยิ้ม “เพื่อนของนายไม่ธรรมดาเลยนะ เขาพูดว่าสือเหยี่ยนเป็นคนพิการใช่มั้ย
คำโบราณบอกเอาไว้ว่า ฝนตกขี้หมูไหล เพื่อนของนายเป็นยังไง นายก็คงเป็นอย่างนั้น แหละมั้ง”
สีหน้าของอวี้เย่าเปลี่ยนไปเมื่อได้ยินประโยคนั้น
เผยเมิ่งจือรีบขอโทษ “คุณเสิ่น ผมไมได้ตั้งใจ ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นครับ!”
“คนพิการแล้วยังไงเหรอ” เสิ่นซิงอวิ๋นยิ้มออกมาอีกครั้ง พูดประโยคต่อมากับอวี้เย่า “ทำไมเหรอ จริงๆ แล้วนายดูถูกคนพิการหรือว่าดูถูกอาเก้าของนายกันแน่”
สีหน้าของอวี้เย่าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
อย่างน้อยอวี้ซีเหิงก็ยังสามารถเดินได้ในช่วงปีแรกๆ แต่หลังจากที่เขาอายุได้สิบปี อาการที่ขาของเขาก็แย่ลงและไม่สามารถเดินได้อีก
มีเสียงซุบซิบนินทามากมายในเมืองซื่อจิ่ว
รวมถึงอวี้เย่าด้วย ทุกคนให้ความเคารพอวี้ซีเหิงแต่เพียงภายนอก ลับหลังกลับดูถูกเขา แค่ไม่มีใครแสดงออกอย่างชัดเจนเท่านั้น
เมื่อตอนนี้เสิ่นซิงอวิ๋นพูดออกมาตรงๆ อวี้เย่าจึงรู้สึกอับอายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เขาเม้มริมฝีปาก สีหน้าบูดบึ้ง “คุณเสิ่น ผมเคารพอาเก้ามาตลอด และไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย”
เสิ่นซิงอวิ๋นเพียงคลี่ยิ้มแต่ไม่ตอบสนอง
อวี้ซีเหิงไม่ได้มองมาทางนี้ด้วยซ้ำ
อวี้เย่ากำหมัดแน่นก่อนจะคลายออก
ในที่สุดเขาก็โค้งตัวลงและลดศีรษะอันสูงส่งของเขา “อาเก้า เพื่อนของผมพูดจาหยาบคายไม่เคารพอา ผมขอโทษด้วยนะครับ ขอโทษจริงๆ”
เผยเมิ่งจือเองก็ขอโทษด้วยเหมือนกัน
อวี้ซีเหิงเท้าคาง สีหน้าของเขาดูเฉื่อยชา เขาไม่ได้ชายตามองอวี้เย่าเลยตั้งแต่ต้นจนจบ
เขาเอ่ยเสียงเรียบในที่สุด “ไปเถิด”
เฟิ่งซานเริ่มเข็นรถเข็นอีกครั้ง
แล้วทั้งสามคนก็จากไป
อวี้เย่ายืนอยู่ตรงที่เดิม สีหน้าของเขาเดี๋ยวก็ซีดเดี๋ยวก็แดง เส้นเลือดบนหน้าผากเต้นกระตุกอย่างรุนแรง
อวี้ซีเหิงไม่ได้พูดอะไรก็จริง แต่เขากลับรู้สึกได้ถึงความอัปยศอดสูอย่างที่สุด
แม้ว่าเขากับอวี้ซีเหิงจะห่างกันหนึ่งรุ่น แต่เนื่องจากพวกเขาอายุห่างกันแค่สามสี่ปีจึงมักถูกนำไปเปรียบเทียบกันอยู่เสมอ
อวี้เย่าเกลียดคนอื่นที่บอกว่าเขาสู้อาเก้าที่เป็นอัจฉริยะอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ได้
แต่สิ่งที่เขาเกลียดยิ่งกว่าคือตัวอวี้ซีเหิงเองนั่นแหละ
อวี้ซีเหิงชอบทำตัวสูงส่งมาแต่กำเนิด
สิ่งที่เขาทำเมื่อครู่นี้เห็นได้ชัดว่าเป็นการดูถูกตนและไม่เห็นตนอยู่ในสายตา
อวี้เย่ายิ่งกำหมัดและขบกรามแน่นขึ้น
เป็นเพียงแค่คนพิการ มีสิทธิ์อะไร
เผยเมิ่งจือรู้สึกกระอักกระอ่วน “อาเย่า นายโดนด่าเพราะปากเสียๆ ของฉัน ฉันขอโทษนะ ฉันขอโทษจริงๆ ฉันไม่คิดว่าอาเก้าของนายจะ…ก็เลย…”
เขายังไม่เคยไปเมืองซื่อจิ่วสักครั้ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเข้าบ้านตระกูลอวี้
เขาเคยได้ยินอวี้เย่าพูดถึงอวี้ซีเหิงมาตลอด แต่ไม่เคยคิดเลยว่าอวี้ซีเหิงจะไม่ได้ดูทรุดโทรมอย่างที่ลือกัน แต่กลับมีท่าทางสง่างามและดูสูงส่งเช่นนี้
สมแล้วที่เป็นคนของตระกูลอวี้
“ไม่เป็นไร” อวี้เย่าขมวดคิ้ว “แต่เขามาที่เมืองหลินทำไมกัน แถมยังมาที่นี่อีก”
อวี้ซีเหิงไม่เคยสนใจงานศิลปะแบบนี้มาก่อน เวลามีงานเลี้ยงของตระกูลอวี้ เขาก็มักจะกลับไปก่อนเสมอ ส่วนใหญ่แล้วจะไปพิพิธภัณฑ์ซะมากกว่า
รายการหนุ่มสาววัยใสก็เป็นรายการสำหรับเด็กวัยรุ่นมากกว่า ไม่ใช่คอนเสิร์ตของนักร้องระดับราชาหรือราชินีอะไร
“ใครจะไปรู้ล่ะ” เผยเมิ่งจือส่ายศีรษะพลางถอนหายใจ “น่าเสียดายอาเก้าของนายจริงๆ”
ถ้าขาของอวี้ซีเหิงไม่ได้พิการ เขาอาจจะกลายเป็นผู้กุมอำนาจเมืองซื่อจิ่วในอนาคตก็ได้
การต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจของตระกูลอวี้เปรียบกับการยึดบัลลังก์ขององค์ชายในสมัยโบราณได้เลย
น่าเสียดายที่อวี้ซีเหิงถูกลิดรอนสิทธิ์ในการสืบทอดทันทีเพราะอาการที่ขา
พอจะมองออกได้เลยว่าหลังจากคนรุ่นหลังเข้ามาสืบทอดตระกูลแล้ว ชีวิตของเขาก็คงจะไม่ราบรื่น
“น่าเสียดายอะไร” อวี้เย่าเอ่ยเสียงเรียบ “เกิดมาเป็นแบบนี้ โทษใครไม่ได้หรอก”
เผยเมิ่งจือปาดเหงื่อพลางพูดพึมพำ “อาเก้าของนายออร่าแรงมาก ฉันนึกว่ากำลังเข้าเฝ้าฮ่องเต้ซะอีก เมื่อกี้นี้เกือบจะคุกเข่าให้เขาแล้ว”
อวี้เย่าไม่แสดงความเห็นเรื่องนี้ เขาถอนสายตากลับมา “เราไปกันเถอะ”
**
ณ จอดรถส่วนตัว ในที่สุดซือฝูชิงก็ได้พบกับอวี้ซีเหิง
เธอยกมือขึ้น ดวงตาจิ้งจอกของเธอยิ้มหยี ท่าทางว่าง่าย “เจ้านาย ดูฉันสิคะ ฉันทำงานหนักมากเลย”
หน้าผากของเฟิ่งซานกระตุกทันที
รูปลักษณ์ท่าทางของคุณซือนั้นหลอกลวงจริงๆ
เขารู้จักเธอมานานขนาดนี้แล้ว แต่ทุกครั้งที่เขาเห็นหน้าเธอ เขาก็ยังไม่สามารถเชื่อมโยงภาพเธอกับหญิงสาวที่มีพลังประหลาดเอาชนะผู้ชายกักขฬะพวกนั้นได้เลยจริงๆ
หากเป็นคนแปลกหน้าก็คงจะถูกเธอหลอกเอาได้ง่ายๆ
อวี้ซีเหิงส่งเสียงอืมตอบรับ “วันนี้ร้องเพลงได้ดี”
“ก็แค่ร้องออกมางั้นๆ สองสามท่อน” แววตาของซือฝูชิงเป็นประกาย “เจ้านาย คุณอยากฟังฉันร้องเพลงแบบโอ่อ่าสง่างามมั้ย ฉันตั้งใจร้องให้คุณฟังสักรอบได้นะคะ!”
เสิ่นซิงอวิ๋นสงสัย “โอ่อ่าสง่างามคือ…”
เฟิ่งซานรีบพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่เสิ่นซิงอวิ๋นจะทันได้ถามอะไรออกมา “คุณซือ นี่ก็ดึกมากแล้ว ผมส่งคุณกลับอะพาร์ตเมนต์ดีกว่า!”
ซือฝูชิงยังคงมองอวี้ซีเหิง
“ดึกแล้ว” อวี้ซีเหิงยิ้มบาง “รีบกลับไปพักผ่อน”
“อ้อ งั้นก็ไม่เป็นไร” ซือฝูชิงรู้สึกผิดหวัง “ฉันไปละ”
ท่าทางเหงาหงอยของเธอทำให้เสิ่นซิงอวิ๋นทนดูไม่ไหวแล้ว
เขาหันหน้าไป “สือเหยี่ยน ทำไมนายไม่ให้…”
อวี้ซีเหิงเหลือบมอง
เสิ่นซิงอวิ๋นหุบปากทันที
อวี้ถังคว้าแขนของซือฝูชิง “ชิงชิง ไปกันเถอะ ฉันจะฟังเธอร้องเพลง!”
เฟิ่งซานรีบตามไปทันที
“ชิงชิง ไม่ต้องเสียใจไปนะ อาเก้าของฉันไม่รู้จักเรื่องรักๆ ใคร่ๆ หรอก” อวี้ถังฮึดฮัด “เธอร้องเพลงให้อาเก้าฟังก็เหมือนกับร้องเพลงให้ก้อนหินฟังนั่นแหละ”
“ฉันไม่ได้เสียใจหรอก” ซือฝูชิงถอนหายใจ “ฉันแค่คิดว่าฉันไม่เหมาะกับกลยุทธ์กับดักน้ำผึ้งจริงๆ”
สมัยก่อนตอนที่เธอออกไปทำภารกิจข่าวกรองให้ T18 เธอเป็นประเภทพวกคนใช้กำลัง ส่วนศิษย์พี่สามของเธอใช้การลักพาตัว
เมื่อไรเธอถึงจะสามารถหลอกลวงคนอื่นเป็นนะ
อวี้ถังงุนงง “กับดักน้ำผึ้งเหรอ”
“กับดักน้ำผึ้ง ภาษาคนธรรมดาทั่วไปก็คือแผนสาวงามนั่นแหละ” ซือฝูชิงพูดอย่างเกียจคร้าน “ดูท่าแล้วฉันคงต้องฝึกให้มากกว่านี้”
อวี้ถัง “!!!”
ชิงชิงใช้แผนสาวงาม แต่อาเก้าของเธอยังเฉยได้อีก
อาเก้าของเธอใช้การไม่ได้จริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย!!
อีกด้านหนึ่ง
หลังจากที่เฟิ่งซานส่งซือฝูชิงและอวี้ถังกลับไปแล้ว เสิ่นซิงอวิ๋นก็อดถามในสิ่งที่เขาสงสัยออกมาไม่ได้ “โอ่อ่าสง่างามคืออะไร”
สีหน้าของอวี้ซีเหิงทั้งดูอบอุ่นทั้งเยือกเย็นในเวลาเดียวกัน “มีมือก็ค้นเอาเอง”
“ก็ได้ ฉันขอค้นดูหน่อย” เสิ่นซิงอวิ๋นลูบจมูกของตนเองแล้วเริ่มค้นหาในโทรศัพท์
หลังจากค้นพบแล้ว…
เสิ่นซิงอวิ๋น “…”
ที่…ที่แท้สือเหยี่ยนชอบแบบนี้เหรอ
ดูท่าเขาจะเป็นพวกหัวโบราณจริงๆ
เสิ่นซิงอวิ๋นคลึงหว่างคิ้วตนเอง
วันนี้เขารับรู้อะไรมาหลายอย่างเลย คงต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกับมันสักหน่อย
**
ส่วนในเวลานี้ ณ สำนักงานใหญ่ของเทียนเล่อมีเดีย
มีโทรศัพท์สายหนึ่งโทรเข้ามา เป็นสายจากผู้จัดการของลู่เยี่ยน “ฮัลโหล ผู้จัดการหลัว เกิดเรื่องกับการแสดงสาธารณะวันนี้แล้ว คุณรีบดูเลย พวกเราต้องรีบหาโอกาสแก้สถานการณ์ให้ไว”
ผู้จัดการหลัวได้ฟังเรื่องทั้งหมดแล้วก็พยายามระงับโทสะ “ไปตามเฝิงเพ่ยจือมาหน่อย!”
ผู้ช่วยพิเศษรีบลงไปทันที
ไม่กี่นาทีต่อมาเขาก็นำเฝิงเพ่ยจือกลับมาด้วย
“มาดูนี่สิ!” ผู้จัดการหลัวตบเอกสารในมือลงบนโต๊ะอย่างแรง “ซือฝูชิงคนนี้ทำบริษัทเสียเรื่องไปกี่ครั้งกี่หนแล้ว คุณนับดูสิ! นับเองได้มั้ย!”
ใบหน้าของเฝิงเพ่ยจือแดงก่ำ “ผู้…ผู้จัดการหลัว ฉัน คือฉัน…”
เธอดูแลซือฝูชิงในฐานะผู้จัดการมาเป็นเวลาสองปีก็จริง แต่เธอไม่รู้จักซือฝูชิงเลยสักนิด
“ถ้าอย่างนั้นคุณดูเอง!” ผู้จัดการหลัวหมุนคอมพิวเตอร์ให้มาอยู่ตรงหน้าเธอ “ดูสิ คุณไม่รู้เหรอว่าเธอร้องโอเปราได้”
หลังจากที่เฝิงเพ่ยจือดูจบ ก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดด้วยเสียงสั่นเครือว่า “เธอ เธอเป็นคนร้องเพลงนี้จริงๆ เหรอคะ”
“คุณยังมีหน้ามาถามอีก!” ผู้จัดการหลัวโกรธจนหัวเราะออกมา “คุณเป็นผู้จัดการของเธอนะ!”
เฝิงเพ่ยจือถูกด่าจนมึน พูดอะไรไม่ออกสักคำ
“บริษัทต้องแก้ไขปัญหานี้โดยเร็วที่สุดเพื่อไม่ให้ลู่เยี่ยนได้รับผลกระทบ” ผู้จัดการหลัวพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ผมเรียกคุณมาที่นี่เพื่อจะบอกคุณว่าบริษัทจะไม่ปกป้องซือฝูชิง คุณรู้ไว้จะดีที่สุด”
“ค่ะๆๆ จะปกป้องเธอไปทำไม” เฝิงเพ่ยจือเอ่ยเสียงเบา “ต้าซย่าทีวียังเชิญเธอไปออกรายการวาไรตี้รายการหนึ่ง แต่ฉันปฏิเสธไปแล้วค่ะ”
“ต้องให้ได้อย่างนี้สิ” สีหน้าของผู้จัดการหลัวผ่อนคลายลงเล็กน้อย “บริษัทไม่ต้องการศิลปินที่ไม่เชื่อฟัง แม้ว่าเธอจะมีความสามารถแค่ไหน แต่ถ้าไม่เชื่อฟังก็ไม่ใช่คนที่พวกเราจะสนับสนุน”
เฝิงเพ่ยจือเห็นด้วยอย่างยิ่ง
ในวงการบันเทิงสิ่งที่ต้องห้ามที่สุดคือการที่ศิลปินยืนกรานจะไปตามทางของตัวเองโดยไม่เชื่อฟังต้นสังกัด
แต่ซือฝูชิงก็ยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง
เมื่อใช้ประโยชน์หมดแล้วค่อยส่งไปที่เตียงของเถ้าแก่สักคนเพื่อแลกกับผลประโยชน์บางอย่างก่อนจะแช่แข็งเธอไว้
“ผู้จัดการหลัว ฉันมีความคิดอย่างนี้ค่ะ พอเส้นทางการแสดงของเมิ่งเมิ่งเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ก็ถึงเวลาที่สตาร์รี เกิร์ลกรุ๊ปควรจะยุบวงแยกย้ายกันไป” เฝิงเพ่ยจือพูดต่อไปว่า “ตอนนั้นเราจะเตรียมรายการวาไรตี้ไว้สำหรับพวกเธอโดยเฉพาะ ให้ซือฝูชิงเป็นฐานให้เมิ่งเมิ่ง”
“ตกลง” ผู้จัดการหลัวเห็นด้วย “เมิ่งเสวี่ยน่ารักมาก สมาชิกอีกสองคนก็ดี ส่วนเจียงฉังหนิง…”
เขาขมวดคิ้ว
นอกเหนือจากซือฝูชิงแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าเจียงฉังหนิงเป็นคนที่หน้าตาดีที่สุดในวงสตาร์รี เกิร์ลกรุ๊ป
น่าเสียดายที่เธอไม่มีแรงจูงใจในตนเองและไม่คู่ควรให้บ่มเพาะฝึกฝน
ผู้จัดการหลัวโบกมือพลางพูดด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ “คุณไปเถอะ”
เฝิงเพ่ยจือไม่กล้าอยู่ต่อ เธอรีบจากไปทันที
“ไปหาผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ จัดการระงับข่าวเชิงลบของลู่เยี่ยนให้เร็วที่สุด” ผู้จัดการหลัวสั่งเสียงเรียบ “ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนก็ตาม”
ผู้ช่วยพิเศษพยักหน้า “แล้วมู่เหยี่ยล่ะ?”
“ไม่ต้องสนใจ” ผู้จัดการหลัวแค่นเสียงออกมาอย่างเย็นชา “ทำไม่สำเร็จแล้วยังทำเสียเรื่องอีก ให้เขาเก็บของแล้วออกไปซะ”
ผู้ช่วยพิเศษเข้าใจดี
นี่เป็นการตัดเส้นทางไปสู่ดวงดาวของเขาโดยสิ้นเชิง
ตอนนี้เขากลับไปเป็นมือสมัครเล่นแล้ว เรื่องในวงการบันเทิงไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับมู่เหยี่ยอีกต่อไป
ผู้ช่วยพิเศษเก็บเอกสารแล้วลงไปเตรียมตัว
**
ในระหว่างที่ทำการแสดงนั้น คำที่เกี่ยวข้องก็ติดอันดับคำค้นหายอดนิยมแล้ว
#ซือฝูชิง ลำนำภูติแห่งขุนเขา#
#ซือฝูชิง นางฟ้าโอเปรา#
#ซือฝูชิง ราชายอดไลค์#
คำที่มีการค้นหามากที่สุดบนหน้าบันเทิงสามในห้ารายการนั้นตกเป็นของซือฝูชิง
[สุดยอด ร้องได้เพราะมาก ฉันเป็นนักเรียนร้องโอเปรา ซือฝูชิงต้องเคยฝึกร้องมาก่อนแน่]
[ลำนำภูติแห่งขุนเขาของซือฝูชิงน่าทึ่งมาก ดูเพลงคัฟเวอร์ล่าสุดสิ ร้องอะไรกันก็ไม่รู้ แก่นแท้ของเวอร์ชันดั้งเดิมหายไปหมด ในที่สุดก็มีเวอร์ชันดั้งเดิมที่ฉันพอจะฟังได้แล้ว]
[มีคนเลือกซือฝูชิงบ้างมั้ย ใครก็ได้ลากฉันไปเข้ากลุ่มแฟนคลับหน่อย]
แฟนคลับหลายคนกำลังอวยกันอย่างเต็มที่
แต่ในเวลาเดียวกันพวกคนของเทียนเล่อมีเดียก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้วเช่นกัน
[การแข่งขันไม่ยุติธรรม! พฤติกรรมของซือฝูชิงในการใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวนั้นไม่ยุติธรรมกับสมาชิกทั้งหกคนในทีมลู่เยี่ยนเลย ฉันขอให้ผลของการแสดงครั้งแรกนี้เป็นโมฆะ!]
[ครั้งนี้ซือฝูชิงเล่นได้น่าเกลียดจริงๆ ทั้งๆ ที่เธอรู้ว่ามีกลุ่มนักเรียนที่กำลังจะแสดงเพลงลำนำภูติแห่งขุนเขาก็เลยออกมาร้องเพลงลำนำภูติแห่งขุนเขา ถ้าต้องการให้กำลังใจนักเรียนจริงๆ ทำไมเธอไม่ร้อง In Paradise เพลงกลุ่มของนักเรียนตัวเองล่ะ]
[อยากจะหัวเราะให้ฟันหัก ให้เธอร้องเพลงภาษาอังกฤษน่ะเหรอ เธอพูดภาษาอังกฤษได้มั้ยล่ะ คนที่เรียนไม่จบการศึกษาภาคบังคับเก้าปีจะพูดภาษาอังกฤษได้เหรอ งั้นก็พูดให้ฉันฟังสักประโยคก่อนสิ]