เธอกลับมาเทพ - ตอนที่ 93 พ่ายแพ้ย่อยยับ! ขอร้องซือฝูชิง
คลิปวิดีโอนี้ซือฝูชิงได้มาจากชายวัยกลางคนจากสมาคมกีฬาในเวลานั้น
มันบันทึกเหตุการณ์ตอนที่มู่เหยี่ยใส่ใบมีดเข้าใบในชุดของเซี่ยอวี้ภายในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าไว้ได้ทั้งหมด
เสื้อผ้าของเด็กฝึกแต่ละคนจะมีหมายเลขเฉพาะซึ่งจดจำได้ง่าย
เซี่ยอวี้คือหมายเลขสิบเจ็ด
มู่เหยี่ยมีพฤติกรรมเล่นนอกกติกาอย่างเห็นได้ชัดจนไม่สามารถที่จะแก้ตัวได้เลย
ทันทีที่คลิปนี้ถูกปล่อยออกไป แฟนๆ ของเซี่ยอวี้ก็โกรธจนแทบคลั่ง
[ให้ตายสิ มันน่าโมโหจริงๆ ถ้าอาอวี้ใส่ชุดนี้เต้นจริงๆ แล้วเขาจะต้องเข้าโรงพยาบาลมั้ยเนี่ย แล้วการแข่งขันหลังจากนั้นล่ะจะทำยังไง]
[เพื่อขัดขวางไม่ให้เซี่ยอวี้ได้เดบิวต์ มู่เหยี่ยโหดเหี้ยมจริงๆ]
[ขยะๆๆ! โทษฐานเจตนาทำร้ายคนอื่น มีหลักฐานแบบนี้ก็ฟ้องเลย!]
[เทียนเล่อมีเดียยังมีหน้ามาถามซือฝูชิงอีก? ให้คำอธิบายกับพวกเราก่อนเถอะ!]
แฟนคลับของเซี่ยอวี้ไม่ได้นิ่งเฉยอีกต่อไป พลังการต่อสู้ของพวกเขานั้นแข็งแกร่งเหมือนกัน
พวกเขารีบพุ่งเป้าหมายตรงไปที่พวกบัญชีรับจ้างของเทียนเล่อมีเดียทันที
เมื่อรวมกับความจริงที่ว่าเทียนเล่อมีเดียกำลังเล่นงานซือฝูชิง เหล่ามูสแฟนคลับของซือฝูชิงก็ระดมพลเคลื่อนไหวเช่นกัน
พวกเขาโจมตีจนฝ่ายประชาสัมพันธ์หัวหมุน ไม่มีทางสู้กลับได้เลย
และในเวลานี้ซือฝูชิงก็มีความเคลื่อนไหวใหม่อีกแล้ว
เพียงแต่เธอไม่ได้ตั้งโพสต์เวยปั๋วใหม่ แต่แสดงความคิดเห็นใต้ข้อความที่โพสต์วิดีโอคลิปนั้น
ซือฝูชิง : [อ้อใช่ เอาเรื่องส่วนรวมมาแก้แค้นส่วนตัว แล้วจะทำไม]
ความโอหังอวดดีแทบจะทะลุหน้าจอออกมาเลยทีเดียว
จิตวิญญาณการต่อสู้ของแฟนๆ พุ่งสูงปรี๊ด
[พี่ซือ ชน! ดับเครื่องชนไปเลย! พวกเราจะเป็นแบ็กให้คุณเอง]
[ทำร้ายคนอื่นด้วยวิธีชั่วๆ แบบนี้ ชิงชิงที่รักของเรายึดมั่นในความเป็นธรรม]
[ขำแทบตาย ทำไมเหรอ ลู่เยี่ยนซื้อลิขสิทธิ์เพลงลำนำภูติแห่งขุนเขาไปเหรอ เขาร้องเพลงนี้ได้ แต่ซือฝูชิงร้องไม่ได้? สู้คนอื่นไม่ได้ก็คือสู้ไม่ได้ จะหาข้อแก้ตัวทำซากอะไร หมอบลงไปเลย!]
แต่ก็มักมีคนที่ให้ความสนใจกับรายละเอียดปลีกย่อยอยู่เสมอ และให้ความสำคัญไม่เหมือนกัน
[เดี๋ยวนะ! ไม่ใช่ว่าชุดเต้นนั่นเป็นชุดที่เมนเทอร์ซือเตรียมไว้แล้ว? ฉันยังต้องตะโกนดังๆ ว่านั่นคือผ้าไหมปักจันทราเลยนะ!]
แต่ตอนนี้ไม่มีใครให้ความสนใจกับเรื่องพวกนี้ แฟนๆ พากันจู่โจมไปที่เวยปั๋วทางการของเทียนเล่อมีเดีย
ตอนที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ได้สติกลับมา สถานการณ์ก็อยู่เหนือการควบคุมไปแล้ว
ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ได้แต่ต้องรายงานขึ้นไปยังผู้จัดการหลัวเท่านั้น
พอผู้จัดการหลัวอ่านแล้วก็โกรธจัด “คุณบอกว่าซือฝูชิงต้องการจะขอโทษไม่ใช่เหรอ แล้วนี่เธอกำลังทำอะไร!”
เห็นได้ชัดว่าเธอกำลังตบหน้าเทียนเล่อมีเดียอยู่!
ผู้จัดการแผนกประชาสัมพันธ์รู้สึกผิดอย่างมาก “เราได้รับโทรศัพท์จากทีมงานรายการ ทางนั้นโทรมาบอกว่าซือฝูชิงตกลงจะโพสต์เวยปั๋ว ใครจะไปรู้ว่าเธอจะโพสต์เวยปั๋วแบบนี้”
“เล่นลิ้น!” ผู้จัดการหลัวหัวเราะอย่างฉุนเฉียว “เธอตกลงว่าจะโพสต์เวยปั๋ว แล้วแปลว่ามันจะต้องเป็นโพสต์ขอโทษอย่างนั้นเหรอ พวกคุณมันโง่!”
พอเป็นอย่างนี้ ประเด็นที่พวกเขาพยายามสร้างเอาไว้ก่อนหน้านี้ก็ไร้ประโยชน์ทันที
ซือฝูชิงปกป้องนักเรียนสนับสนุนเซี่ยอวี้ เลยได้รับการสนับสนุนจากแฟนๆ มากมาย
ตอนนี้เทียนเล่อมีเดียยังจะทำอะไรได้อีก
“เอาละ เรื่องนี้เราทำอะไรไม่ได้แล้ว” ผู้จัดการหลัวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ให้มู่เหยี่ยออกมาขอโทษเดี๋ยวนี้แล้วออกไปจากวงการซะ!”
ผู้จัดการแผนกประชาสัมพันธ์ตอบกลับซ้ำๆ “ค่ะๆๆ ฉันจะติดต่อผู้จัดการของเขาทันที”
**
ในเวลานั้นเองมู่เหยี่ยกำลังเก็บสัมภาระเพื่อเตรียมออกจากค่ายฝึก
ทันทีที่โทรศัพท์ดังขึ้น มู่เหยี่ยก็รีบกดรับสาย “ฮัลโหล พี่หนิง”
“มู่เหยี่ย นายกล้ามาก ทำดีมากจริงๆ!” พี่หนิงโกรธจัด “กล้าเอาใบมีดไปใส่ในชุดเต้นของเซี่ยอวี้ นายกำลังจงใจฆ่าคน นายรู้ตัวมั้ยเนี่ย ห๊ะ?!”
หัวสมองของมู่เหยี่ยมึนงงไปพักหนึ่ง ใบหน้าของเขาไร้สีเลือดในทันที เสียงเริ่มสั่นเทา “พี่ พี่หนิง พี่กำลังพูดถึงเรื่องอะไร”
“ฉันพูดถึงเรื่องอะไรน่ะเหรอ นายทำเรื่องนั้นก็ช่างเถอะ แต่ดันปล่อยให้ซือฝูชิงได้ภาพจากกล้องวงจรปิดไปอีก” พี่หนิงโกรธจนหัวเราะออกมา “นายมีสมองมั้ย บริษัทเองก็ช่วยนายไม่ได้แล้ว”
มู่เหยี่ยรู้สึกถึงแต่อาการวิงเวียนในหัวเท่านั้น “ซือ ซือฝูชิง?”
“นายยังต้องการออกจากวงการอย่างเงียบๆ อยู่มั้ย” พี่หนิงแค่นเสียง “คิดว่ายังจะเงียบได้อีกเหรอ ไร้สมองจริงๆ! รีบไปเตรียมตัวขอโทษชาวเน็ตเลย!”
มู่เหยี่ยรู้สึกตื่นตระหนกอย่างที่สุด “พี่หนิง! มันไม่ได้เป็นความตั้งใจของผมเลยนะ พี่เยี่ยนขอให้ผมทำ ลู่เยี่ยนขอให้ผมทำต่างหาก!”
“ลู่เยี่ยน?” พี่หนิงประหลาดใจเล็กน้อย แต่เธอก็ส่ายศีรษะทันที “ดูเหมือนว่านายยังไม่เข้าใจ ลู่เยี่ยนเป็นคนที่บริษัทต้องการสนับสนุน ฉันจะพูดกับนายตรงๆ ละกัน หากวันนี้คนที่ถูกเปิดโปงเป็นลู่เยี่ยน ถึงเวลานั้นนายก็ต้องเป็นคนที่ออกมารับผิดชอบอยู่ดี เข้าใจมั้ย”
มู่เหยี่ยรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งตัว “ต้องเป็นผมอยู่ดี?”
“พอแค่นี้เถอะ มันคือกฎของวงการบันเทิง” พี่หนิงไม่มีเวลามาอธิบายอะไรให้เขาฟังอีก “คนจากบริษัทออกไปแล้ว รีบถ่ายคลิปขอโทษแล้วเก็บของกลับบ้านไปซะ”
“ติ๊ดๆๆ”
การสนทนาสิ้นสุด
มู่เหยี่ยทรุดตัวลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงทันที
ทั้งร่างสั่นเทา ใบหน้าขาวซีด
เทียนเล่อมีเดียเคลื่อนไหวเร็วมาก เพียงแค่ 30 นาทีต่อมาก็มีพนักงานมาถึงที่ค่ายฝึกแล้ว
เขารีบกดดันให้มู่เหยี่ยถ่ายคลิปขอโทษทันที
มู่เหยี่ยไม่ได้ขัดขืนตั้งแต่ต้นจนจบ จนกระทั่งลู่เยี่ยนออกมา
แววตาของเขาพลันเปลี่ยนไป
“ลู่เยี่ยน!” มู่เหยี่ยพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ลู่เยี่ยน ทำไมนายถึงไม่โดนอะไรเลย นายเป็นคนขอให้ฉันทำแท้ๆ! ฉันบอกไว้เลย คนต่ำช้าอย่างนายไม่มีทางได้ตำแหน่งเซ็นเตอร์ไปหรอก! ถุย!”
เขาถ่มน้ำลายใส่หน้าของลู่เยี่ยนอย่างแรง
สายตาของลู่เยี่ยนเย็นชาลงทันที
เขาหยิบกระดาษทิชชู่ออกมาเช็ดน้ำลายบนใบหน้า จากนั้นก็พูดด้วยเสียงลอดไรฟัน “ปิดปากเขาให้สนิท!”
ตนเป็นคนที่ขอให้มู่เหยี่ยใส่ใบมีดก็จริง
แต่ไม่มีใครมีหลักฐาน
สถานที่ที่คุยกับลู่เยี่ยนนั้นเป็นจุดบอดของกล้องวงจรปิด แถมหลังจากนั้นตนก็ไม่ได้ทำอะไรเลย
“ลู่เยี่ยน คอยดูเถอะ” มู่เหยี่ยฉีกหน้ากากของตัวเองออกอย่างสมบูรณ์ “ฉันจะรอดูนายตกจากเวที! ชาตินี้นายไม่มีวันเอาชนะเซี่ยอวี้ได้หรอก!”
ลู่เยี่ยนเองก็โกรธมากเหมือนกัน “พาเขาออกไป! อย่าปล่อยให้เขาพูดอะไรเหลวไหลบนอินเทอร์เน็ตได้”
พนักงานพามู่เหยี่ยพร้อมกระเป๋าเดินทางออกไป
ลู่เยี่ยนโกรธมากจนแสดงออกด้วยการทุบกำแพง “สุนัขตัวนี้!”
มันคิดจะแว้งกัดเขาตอนนี้
ช่างน่าเสียดายที่มีบริษัทคอยหนุนหลังเขาอยู่ มู่เหยี่ยไม่มีทางคายอะไรออกมาได้
ลู่เยี่ยนถอนหายใจด้วยความโล่งอก
แต่เมื่อเขาหันหลังกลับมา แข็งขาก็ไร้เรี่ยวแรงทันที
ลู่เยี่ยนพูดตะกุกตะกัก “เมน…เมนเทอร์ซือ”
ซือฝูชิงมองเขาอย่างดูถูก ดวงตาจิ้งจอกของเธอยกโค้งแต่แววตาของเธอกลับเย็นชา “คำพูดของเขาค่อนข้างมีเหตุผลนะ นายควรจะรับฟังไว้หน่อย”
สีหน้าของลู่เยี่ยนซีดลงเล็กน้อย “เมนเทอร์ซือ ผมไม่เข้าใจว่าคุณกำลังพูดถึงอะไร เดี๋ยวผมต้องอัดรายการแล้ว ขอไปเตรียมตัวก่อน”
เขาลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตระหนก ไม่กล้าอยู่ต่อนานกว่านี้ พอก้าวขาได้ก็รีบหนีไปทันที
เรื่องวุ่นวายนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อคนอื่นๆ
เวลาหนึ่งทุ่มครึ่ง เด็กฝึกทั้งหมดมารวมกันที่ห้องประชุมชั้นหนึ่งตามที่ผู้กำกับแจ้งไว้
ผลของคนที่ได้รับคัดเลือกให้ไปต่อออกมาแล้ว
ขณะนี้จะมีการประกาศรายชื่อคนที่ถูกคัดออกจากการแสดงต่อสาธารณะครั้งแรก เด็กฝึกทั้งหมดสี่สิบห้าคนจะต้องจากเวทีนี้ไป
เนื่องจากรายการตอนต่อไปจะถูกบันทึกและตัดต่อก่อนออกอากาศ ดังนั้นการบันทึกรายการจะเริ่มขึ้นทันที
หลังจากแต่งตัวเสร็จแล้ว พวกเด็กฝึกต่างก็รู้สึกประหม่ามาก
“การคัดออกครั้งแรกทุกคนคงจะกังวลมาก” พิธีกรพูดขึ้น “อันที่จริงก็ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรมาก เพราะอย่างน้อยทุกคนได้พยายามแล้ว”
เด็กฝึกปรบมือให้กำลังใจ
“คะแนนโหวตจะรวมกันจากทั้งในและนอกสถานที่ อันดับแรกเป็นใครพวกเราคงรู้กันดีอยู่แล้ว” พิธีกรถือบัตรไว้ในมือ “เซี่ยอวี้ คุณจะได้รับสิทธิพิเศษในการแสดงครั้งที่สอง ส่วนสิทธิพิเศษนั้นจะเป็นอะไร เราจะเก็บไว้เป็นความลับก่อน”
“พี่เซี่ย รีบไปรับป้ายหมายเลขของพี่สิ” สวี่ซีอวิ๋นตื่นเต้นมาก “อันดับหนึ่ง ในที่สุดพี่ก็เอาชนะลู่เยี่ยนได้ ดูซิว่าเขาจะทำท่าหยิ่งยโสได้อีกมั้ย!”
สีหน้าของเซี่ยอวี้ดูสงบและไม่สนใจมากนัก
เขาเดินไปด้านหน้าด้วยขายาวๆ คู่นั้นและไปรับป้ายหมายเลขหนึ่งมา
เด็กฝึกคนอื่นๆ ก็เริ่มปรบมือให้เขาเช่นกัน
ทว่าท้ายที่สุดแล้วใครจะรู้สึกยินดีด้วยจริงๆ ก็คงมีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้
แต่ลู่เยี่ยนกลับไม่สามารถยอมรับได้ เขากำหมัดแน่นขณะจ้องมองแผ่นหลังของเซี่ยอวี้ไม่วางตา
ทั้งๆ ที่บริษัทพูดแล้วว่าจะช่วยกดคะแนนโหวตของเซี่ยอวี้ แล้วทำไมเซี่ยอวี้ถึงคว้าเอาที่หนึ่งไปได้
จากนั้นพิธีกรก็ประกาศการจัดอันดับ “ลู่เยี่ยนอันดับสอง เย่ว์ชิงโย่ว อันดับสาม…”
จนกระทั่งเมื่อพิธีกรประกาศมาถึงอันดับที่ยี่สิบสาม เขาก็หยุดไปเล็กน้อยก่อนเผยรอยยิ้มลึกลับ
สวี่ซีอวิ๋นกลืนน้ำลายด้วยความประหม่ามากขึ้น
“อันดับของเด็กฝึกคนนี้ทำให้พวกเราทุกคนประหลาดใจจริงๆ แต่เราก็สังเกตเห็นการทำงานหนักของเขาด้วยเหมือนกัน” พิธีกรหยุดชั่วคราว “เขาพัฒนาขึ้นมาก ขอแสดงความยินดีกับสวี่ซีอวิ๋น!”
สวี่ซีอวิ๋นกระโดดตัวลอยด้วยความตื่นเต้น “ขอบคุณครับๆ”
เขาวิ่งไปหยิบป้ายหมายเลขด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“คู่ควรกับความพยายามของคุณแล้ว” พิธีกรตบไหล่เขา “มีอะไรอยากจะพูดกับทุกคนมั้ย”
“ผมอยากจะขอบคุณเมนเทอร์ซือครับ ถ้าไม่ใช่เพราะเมนเทอร์ซือ ผมคงตกรอบไปตั้งแต่แรกแล้ว” สีหน้าสวี่ซีอวิ๋นจริงจัง “เมนเทอร์ซือครับ คุณมีความรับผิดชอบมากจริงๆ!”
ซือฝูชิงเงยหน้าขึ้นอย่างเฉื่อยชา “ชมฉันไปก็ไม่มีประโยชน์ ถ้ามีเวลาก็ไปวิ่งให้มากหน่อย”
สวี่ซีอวิ๋นที่รู้สึกซาบซึ้งใจมากในตอนแรก “…”
นี่คือผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการเสแสร้งอันดับหนึ่งใช่มั้ย
เมื่อรายชื่อถูกอ่านไปทีละคนๆ เด็กฝึกหัดที่เหลือก็ยิ่งประหม่ามากขึ้นเรื่อยๆ
หัวใจของเหยียนหยวนเจ๋อแทบจะขึ้นมาอยู่ในลำคอของเขาแล้ว
“เหยียนหยวนเจ๋อ ห้าสิบห้า” ในที่สุดพิธีกรก็อ่านรายชื่อสุดท้ายออกมาแล้วยื่นป้ายหมายเลขให้เขา “เหยียนหยวนเจ๋อคุณโชคดีมาก คุณมีคะแนนห่างจากอันดับที่ห้าสิบหกเพียงคะแนนเดียวเท่านั้น”
มือของเหยียนหยวนเจ๋อสั่นเทา เขารีบโค้งคำนับ “ขอบคุณครับ”
สวี่ซีอวิ๋นแค่นเสียงเย็นชาออกมาทันที “คนคนนี้ยังไม่ถูกคัดออกอีกเหรอ เขาดูถูกเมนเทอร์ซือ แถมยังคิดว่าตัวเองเจ๋งมากอีก”
เซี่ยอวี้หรี่ตามองพลางพูดเบาๆ ว่า “คงจะอยู่ได้อีกไม่กี่รอบหรอก”
“ก่อนอื่น ผมขอแสดงความยินดีกับเด็กฝึกที่ยังได้อยู่ต่อ ทุกคนได้รับสิทธิ์สำหรับการแสดงต่อสาธารณะครั้งต่อไปแล้ว” จากนั้นหลีจิ่งเฉินก็พูดอย่างเยือกเย็น “แต่ผมอยากจะย้ำเตือนอีกครั้งว่านี่คือการแข่งขัน ไม่ใช่สถานที่สำหรับเล่นเกม ทุกคนมาที่นี่เพื่อการเดบิวต์ ไม่ใช่มาเล่นๆ”
“บางคนโชคดีครั้งนี้ แต่ครั้งหน้าก็ไม่แน่”
เขาเหลือบมองเหยียนหยวนเจ๋อก่อนจะเดินออกไป
ซือฝูชิงบิดขี้เกียจก่อนจะลุกขึ้นช้าๆ “เซี่ยอวี้ สวี่ซีอวิ๋น สืออวี่ มานี่ โปรแกรมการฝึกใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้ว”
สวี่ซีอวิ๋นรู้สึกกลัวขึ้นมา รีบเข้าไปหาทันที
หลังจากที่ประกาศการจัดอันดับแล้ว เด็กฝึกที่ถูกคัดออกจะต้องเก็บของและออกจากค่ายฝึกไป ส่วนเด็กฝึกที่เหลือจะเริ่มกรอกใบรายการเพื่อเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาตามที่ต้องการอีกครั้ง
หลังจากที่เหยียนหยวนเจ๋อออกมาจากห้องประชุมก็กลับไปที่หอพัก แผ่นหลังของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นๆ
หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก
เขาใช้เวลาอยู่นานกว่าจะสงบสติอารมณ์ลงได้
โชคยังดี อีกนิดเดียวเขาก็จะถูกคัดออกแล้ว
เขาบีบเด็กฝึกจำนวนมากในบริษัทเพื่อให้ได้โควตามารายการหนุ่มสาววัยใส เขาต้องไม่หยุดอยู่แค่นี้
ในหอพัก เด็กฝึกเริ่มพูดคุยปรึกษากันเรื่องการเลือกอาจารย์ที่ปรึกษา
“เฮ้ คราวนี้พวกนายจะเลือกใครล่ะ” เด็กฝึกคนหนึ่งถามขึ้น “ฉันอยู่กับเมนเทอร์หลีเหมือนเดิมดีกว่า”
“ฉันยังอยู่ในกลุ่มร้องแน่นอน” เด็กฝึกอีกคนพูด “พื้นฐานการเต้นของฉันยังอ่อนเกินไป ถ้าไปเข้ากลุ่มเต้นคงไร้ประโยชน์ แม้ว่าฉันจะอยากไปเรียนกับเมนเทอร์ซือก็ตาม”
“ถ้าจะพูดถึงเรื่องนี้ สวี่ซีอวิ๋นก็ไม่มีพื้นฐานการเต้นมาก่อนเลยนะ” มีใครบางคนพูดขึ้น “แต่นายดูการแสดงบนเวทีของเขาเมื่อวานนี้สิ ถ้าบอกว่าเขาฝึกมาแล้วห้าปีก็คงไม่มีค้านหรอกมั้ง”
ทันทีที่เขาพูดประโยคนั้นออกมา พวกเด็กฝึกก็เงียบลงทันที
พวกเขาทุกคนได้ฟังที่ซือฝูชิงร้องเพลงลำนำภูติแห่งขุนเขาเมื่อวานนี้แล้ว
คนนอกวงการดูเพื่อความสนุก ในขณะที่คนในวงการดูวิธีการ
เด็กฝึกหลายคนที่เรียนร้องเพลงมาสามารถบอกได้เลยว่า ซือฝูชิงเคยฝึกฝนการออกเสียงมาก่อนอย่างแน่นอน
แต่พวกเขาไม่เคยเห็นซือฝูชิงเต้นมาก่อน
เธอกลัวหรือว่าซ่อนจุดอ่อนไว้กันแน่?
เด็กฝึกที่เลือกหลินชิงเหยียนในครั้งแรกต่างก็ลังเลใจขึ้นมา
คราวนี้เหยียนหยวนเจ๋อเลือกซือฝูชิงเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างแน่วแน่ “นี่ พวกนายช่วยส่งให้ฉันหน่อย ฉันจะออกไปข้างนอกสักพัก”
เด็กฝึกที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขาเรียกเขาไว้ “เฮ้ หยวนเจ๋อ นายจะไปไหนน่ะ”
เหยียนหยวนเจ๋อไม่สนใจเสียงเรียก ตรงไปที่ห้องซ้อมเต้นหมายเลขสองทันที
สวี่ซีอวิ๋นสะดุ้งโหยง “นายมาทำอะไรที่นี่”
“เมนเทอร์ซือ” เหยียนหยวนเจ๋อไม่สนใจเขา เพียงมองซือฝูชิงด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า “ที่ปรึกษาที่ผมเลือกครั้งนี้คือคุณ พรุ่งนี้จะเป็นการแบ่งคลาสใหม่ ผมคิดว่าถึงยังไงวันนี้กับพรุ่งนี้ก็เหมือนๆ กัน ก็เลยจะมาเข้าเรียนเลย”