เธอกลับมาเทพ - ตอนที่ 95 คิดบัญชี คนของอวี้ซีเหิง
จั่วเทียนเฟิงไม่อยากจะเชื่อ “แม่ จะบ้าไปแล้วเหรอ จะให้จงเหอหมั้นกับซือฝูชิง? แม่คิดอะไรอยู่”
แม้ว่าจั่วจงเหอจะไม่เอาไหน แต่อย่างน้อยเขาก็เป็นหลานคนโตของตระกูลจั่ว
ซือฝูชิงล่ะมีอะไร
ตอนนั้นเขาห้ามไม่ให้ผู้เฒ่าจั่วรับซือฝูชิงมาเลี้ยงดูไม่ได้ หลายปีมานี้เขาก็ไม่ได้เห็นว่าซือฝูชิงมีญาติอะไร ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไรกับตระกูลจั่วเลย
เดิมทีจั่วเทียนเฟิงวางแผนที่จะให้จั่วเสียนอวี้สืบทอดบริษัท ส่วนจั่วจงเหอก็รับผิดชอบแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลไป
ถึงอย่างไรเขาจะต้องหาตระกูลที่จะมาเอื้อประโยชน์ให้ตระกูลจั่ว ย่อมไม่มีวันที่จะชอบซือฝูชิง
“แกจะไปรู้อะไร” คุณนายจั่วผู้เฒ่าหัวร้อนขึ้นมา “แกไม่รู้อะไรเลย!”
ตัวเองพอรู้อะไรอยู่บ้าง ซึ่งไม่เหมือนกับจั่วเทียนเฟิง
จู่ๆ ผู้เฒ่าจั่วก็หัวใจวายเสียชีวิตไปอย่างกะทันหัน บวกกับที่คุณชายสี่ตระกูลจั่วเข้าโรงพยาบาลไปอีกคน คุณนายจั่วผู้เฒ่าจึงนึกถึงเรื่องที่โชคชะตาของตระกูลจั่วกำลังสูญเสียไปขึ้นมาได้
เดิมทีโชคชะตาส่วนนี้ก็ได้มาจากการแย่งชิงอยู่แล้ว ของอะไรที่แย่งมาก็มักจะอยู่ได้ไม่นาน แต่เธอไม่คาดคิดว่าอะไรๆ จะเปลี่ยนไปได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้
ซือฝูชิงเพิ่งจะจากไปได้ไม่นาน ตระกูลจั่วก็เกิดเรื่องตั้งมากมายขนาดนี้แล้ว
คุณนายจั่วผู้เฒ่าไม่กล้าคิดต่อเลยจริงๆ ว่าภายหน้าจะเกิดเรื่องอะไรที่ไม่สามารถควบคุมได้อีกบ้าง
สามีของตัวเองตายไปแล้วก็ช่างเถอะ แต่จะปล่อยให้ตระกูลจั่วจบสิ้นไม่ได้
“แม่ แม่ไม่ได้กำลังล้อผมเล่นใช่มั้ย” น้ำเสียงจั่วเทียนเฟิงทุ้มต่ำ “ต่อให้แม่ตามซือฝูชิงกลับมาก็จริง แต่ก็ไม่เห็นจะต้องให้เธอหมั้นกับจงเหอเลยนี่ครับ? จงเหอก็แค่คิดจะเล่นๆ กับเธอเท่านั้น มันคงไม่ยอมแต่งงานกับเธอจริงๆ หรอก”
“ฉันจะไปพักผ่อนก่อน อีกสองวัน แก เสียนอวี้ แล้วก็ฉิงหย่า ไปหาซือฝูชิงที่สถานที่อัดรายการกับฉัน” คุณนายจั่วผู้เฒ่าคิดทบทวนก่อนจะออกคำสั่ง “ขอโทษเธอ แล้วเชิญเธอกลับมา”
จั่วเทียนเฟิงถึงกับกระทืบเท้า “แม่ แม่ไม่มีเหตุผลเลยจริงๆ!”
จะให้เขาเชิญซือฝูชิงกลับมา ให้เขาไปตายซะยังดีกว่า
“ถึงตอนนั้นแกจะรู้เองว่าการตัดสินใจของฉันถูกต้องแค่ไหน” คุณนายจั่วผู้เฒ่าลูบลูกประคำพลางพึมพำไม่หยุด “เวรกรรม เวรกรรมจริงๆ”
เธอหลับตาพลางท่องบทสวดในใจ อารมณ์จึงได้สงบลงมาก
**
หลังจากซือฝูชิงกลับจากค่ายฝึกในตอนเย็น เธอก็เปิดคอมพิวเตอร์เพื่อล็อกอินเข้าเกมคำสั่งสวรรค์อีกครั้ง
เธอเหลือบมองพิกัดที่จีสิงจือส่งมาให้และเตรียมที่จะเข้าไปรวมตัวกับเขา
แม้ว่าเวลาจะผ่านไปสี่ห้าปีแล้ว แต่แผนที่ขนาดใหญ่ของเกมก็ยังไม่เปลี่ยนไป
อีกทั้งยังมีการเลียนแบบของจริง คือมีทั้งค่ายทางตะวันออกและตะวันตกด้วยส่วนหนึ่ง
เธอมาจากค่ายตะวันออก อาชีพของเธอคือนักดาบ
นักดาบเป็นสายต่อสู้ระยะประชิดที่สร้างความเสียหายรุนแรง
สามารถทำให้สิบสี่ทวีปหนาวเหน็บได้ด้วยดาบเล่มเดียว
ซึ่งเหมาะกับสไตล์ของเธอเป็นอย่างดี
พิกัดของจีสิงจืออยู่ที่ทางเข้าสู่ดินแดนลับ
ซือฝูชิงจัดการนักดาบในเกมเพื่อออกมาจากเมืองแล้วผ่านป่าไป
พื้นที่บริเวณนี้ห่างไกลและอันตราย ไม่มีใครย่างกรายเข้ามา
แต่เมื่อเธอเดินลึกเข้าไปในป่า เธอก็เห็นนักพิณชุดขาวคนหนึ่งเอนกายอยู่ใต้ต้นไม้อย่างเงียบเชียบในระยะไม่ไกล
ซือฝูชิงเลิกคิ้ว
คนคนนี้หลับแล้วออฟไลน์ไปงั้นเหรอ
ช่างเถอะ ไม่เกี่ยวอะไรกับเธออยู่แล้ว
ซือฝูชิงเลื่อนเม้าส์ดูเลเวลเหนือหัวของชายผู้นั้น
เลเวล 180
สีทองอร่าม
ซือฝูชิงเหลือบมองของตัวเองบ้าง
เลเวล 120
ตอนนั้นเลเวลสูงสุดของเกมคำสั่งสวรรค์อยู่ที่ 120 ตอนนี้เธอจึงอยู่แค่เลเวล 120 เท่านั้น
เดิมทีซือฝูชิงคิดจะอ้อมไปจนกระทั่งเธอได้เห็นชื่อเล่นของนักพิณชุดขาว
มันมีแค่ตัวอักษรเดียวคือคำว่า ‘เก้า’
เธอตกตะลึงไปเล็กน้อย
และในวินาทีนั้นเองที่นักพิณชุดขาวเคลื่อนไหวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ติ๊ง!
เสียงพิณดังขึ้น นักดาบล้มลงกับพื้นทันที
ข้อความจากระบบ : [คุณถูกผู้เล่นเก้าฆ่า ทิ้งไอเท็มไว้หนึ่งชิ้น]
ซือฝูชิง “…”
เธอยิ้มบาง
กำหมัดแน่น
ผู้เล่นระดับสูงสุดรังแกเธอซึ่งมีเลเวลต่ำกว่ามากเนี่ยนะ?
ผู้เล่นปิดบังชื่อแล้ว (ออนไลน์) : [คนดีจะไม่ทะเลาะกับคนที่ลอบโจมตีคนอื่นแบบนี้หรอก! รอให้ฉันถึงเลเวล 180 ก่อนแล้วจะมาคิดบัญชีกับนาย!]
ซือฝูชิงแค่นเสียงเยาะออกมาเล็กน้อยแล้วกำลังจะจากไป แต่กลับเห็นข้อความเด้งออกมาจากช่องแชททางด้านซ้ายเสียก่อน
เก้า (ออนไลน์) : [(ขอเป็นเพื่อน)]
ซือฝูชิงตอบกลับด้วยเครื่องหมายคำถาม
เก้า (ออนไลน์) : [PK[1]]
ผู้เล่นปิดบังชื่อแล้ว (ออนไลน์) : [พูดให้มันยาวหน่อยจะตายหรือไง]
เก้า (ออนไลน์) : [ไม่ตายหรอก]
เขาหยุดไปหนึ่งวินาที
เก้า (ออนไลน์) : [แต่จะเหนื่อย]
ซือฝูชิง “…”
อีตานี่หมายความว่ายังไง!
จะชื่อเล่นเหมือนเธอก็ช่าง ฆ่าเธอตายครั้งหนึ่งก็ช่าง แต่นี่ยังกวนขนาดนี้อีก!
ซือฝูชิงคิดอยู่สักพักก่อนจะกดตอบรับคำขอเป็นเพื่อน
หลังจากที่เพิ่มเพื่อนแล้ว เธอก็ใส่รีมาร์กเอาไว้
[รายชื่อลอบสังหารหมายเลข 1]
ซือฝูชิงมองเลเวล 180 นั้นอีกครั้ง
เกลียด!
รอให้เธอถึงระดับสูงสุดก่อนเถอะ เธอจะจับเขากดลงกับพื้นและจัดการเขาเลย
หลังจากเพิ่มเพื่อนเสร็จแล้ว ซือฝูชิงก็ใช้คัมภีร์เทเลพอร์ตทันทีแล้วจากไปโดยไม่หันกลับมามองเพื่อไปยังพิกัดที่จีสิงจือนัดหมายไว้
จีสิงจือเองก็เล่นเป็นนักฆ่าแถมยังสวมหน้ากากอีกด้วย
เขาลุกขึ้นทันทีที่เห็นเธอ
จี : [ไปไหนมาน่ะ ทำไมนานขนาดนี้]
NINE : [อย่าไปพูดถึงมันเลย ฉันเจอคนที่ชื่อเดียวกับฉันมา แล้วยังฆ่าฉันตายไปครั้งหนึ่งโดยไม่มีเหตุผลด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะเลเวลฉันห่างจากเขามาก ฉันก็คงกดเขาลงกับพื้นแล้วใช้ค้อนทุบเขาไปแล้ว]
จีสิงจือมองคำว่า ‘กดเขาลงกับพื้นแล้วใช้ค้อนทุบ’ ทันใดนั้นหางตาก็กระตุกขึ้นมาสองสามครั้งทันที
นี่มันก็แค่เงาของเขาเท่านั้น
พ่อกับปู่ของเขายังไม่เคยตีเขาขนาดนี้เลย
เขาพบกับ NINE ครั้งแรกในเกมโฮโลแกรม
เกมโฮโลแกรมไม่ต่างจากโลกแห่งความเป็นจริง แม้แต่ความเจ็บปวดก็จำลองได้เหมือนจริงมาก
แม้ว่าหลังออกจากเกมไปแล้ว ความเจ็บปวดเหล่านั้นจะไม่ตามออกไปด้วย แต่เขาต้องใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ในการฟื้นตัว
ต่อมาหลังจากที่ทั้งสองสนิทสนมคุ้นเคยกันแล้ว พวกเขาพบว่าแต่ละคนก็เล่นเกมคำสั่งสวรรค์ด้วยกันทั้งคู่ จึงได้เคลียร์ดันเจี้ยนด้วยกันเป็นครั้งคราว
จีสิงจือไม่ถนัดการใช้แป้นพิมพ์เพื่อควบคุมเกม เขาจึงเป็นคนตาม
ว่าแต่ว่ามีคนกล้าฆ่าเทพ NINE ด้วยเหรอ
เขารู้จักความสามารถของ NINE ดี NINE ตอนเลเวล 80 ก็สามารถฆ่าผู้เล่นเลเวล 120 ได้แล้ว
ผู้เล่นเลเวลสูงสุดที่สามารถฆ่า NINE ได้ด้วยกระบวนท่าเดียวจะเก่งขนาดไหน?
จู่ๆ จีสิงจือก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
จี : [เดี๋ยวก่อนนะ เธอบอกว่าชื่อเดียวกับเธองั้นเหรอ]
NINE : [ทำไม นายรู้จักเหรอ]
จี : [ฉันไม่รู้จักหรอก แต่ในเกมไม่มีใครไม่รู้จักเขา เธอบอกว่าเขาชื่อเดียวกับเธอคือตัวอักษร ‘เก้า’ ตัวเดียวใช่มั้ย ถ้าอย่างนั้นก็ใช่ละ ตอนที่เขากวาดลีดเดอร์บอร์ดก็มีแต่คนคิดว่านั่นเป็นชื่อเล่นใหม่ของเธอ]
จี : [แต่รูปแบบการต่อสู้ของเขาแตกต่างจากของเธอมาก เธอน่ะ ไม่ต้องพูดละว่ารุนแรงแค่ไหน แต่เก้าคนนี้นิ่งมาก ฆ่าคนด้วยเสียงพิณจากระยะไกลมากๆ ได้เลย พอบวกกับที่ฉันและคนอื่นๆ ก็รู้จักเธอ เลยพิสูจน์ได้ว่าพวกเทพๆ อย่างเธอกับเขาอาจจะชอบตัวเลขเก้านี้เหมือนกันเฉยๆ]
ซือฝูชิงพิมพ์ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
NINE : [ฉันเป็นหนึ่งไม่มีสอง]
จี : [ฉันรู้แล้วๆ เธอไม่ใช่แค่เป็นหนึ่งไม่มีสอง แต่ยังไร้เทียมทานด้วย! ลูกพี่อย่าพูดมากอยู่เลย เธอควรอัพเลเวลก่อน เดี๋ยวดันเจี้ยนก็จะเปิดแล้ว ถ้าเธอเข้าไปด้วยเลเวล 120 แบบนี้ จะไม่โดนบอสฆ่าตายเอาในวินาทีเดียวหรอกเหรอ]
ซือฝูชิงตามจีสิงจือเข้าไปในดินแดนลับด้วยสีหน้าเย็นชา
ฝากไว้ก่อนเถอะ อีตาบ้านักพิณชุดขาว เธอจดบัญชีไว้แล้ว
**
ณ เวลาเดียวกันนั้น
ภายในเรือนเล็กของคฤหาสน์
ในห้องหนังสือ
อวี้ซีเหิงนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์
เขาเหลือบมองที่หน้าจอ จากนั้นก็ลดสายตาลงอีกครั้งพลางวนถ้วยชาร้อนเบาๆ
“เฮ้ นายยังเล่นเกมนี้อยู่อีกเหรอ” เสิ่นซิงอวิ๋นเดินเข้ามาพร้อมกาแฟหนึ่งถ้วยแล้วชำเลืองมองที่หน้าจอ “ฉันว่างานอดิเรกของนายนี่แปลกจริงๆ คนในวัยเดียวกับนายมักจะชอบเล่นหุ้นหรือแข่งรถอะไรแบบนั้นกันมากกว่า
แต่นายกลับเล่นเกมเหมือนพวกหลานสาวหลานชายของนาย หัวใจยังเป็นเด็กนะเนี่ย”
“เล่นตอนเบื่อน่ะ” อวี้ซีเหิงตอบเสียงเรียบ “ก็เล่นได้แค่เกมแหละ”
หลังจากที่ไม่ได้ลงสนามรบแล้ว เขาก็รู้สึกคันไม้คันมือ
เสิ่นซิงอวิ๋นย่อมไม่ทราบถึงเหตุผลลึกๆ อยู่แล้ว เขาวางแก้วกาแฟลง “เกมที่พวกนายเล่นกันนี่กำลังมีกิจกรรมอะไรอยู่หรือเปล่า เมื่อกี้นี้ฉันผ่านไปแถวๆ อวี้ถังก็เหมือนจะเห็นเธอเล่นอยู่เหมือนกัน แต่ดูเหมือนจะเจออะไรยากๆ นายไม่ได้บอกเธอว่านายก็เล่นด้วย?”
อวี้ซีเหิงส่งเสียงอืมเบาๆ “ไม่เคยบอก”
“ทำไมไม่บอกล่ะ”
“ไม่อยากแบก”
เสิ่นซิงอวิ๋น “…”
เขาสำลักเล็กน้อย “ฉันก็เห็นใจเธออยู่เหมือนกันนะที่มีอาแบบนาย”
อวี้ซีเหิงเหลือบมองเพื่อนเพียงคนเดียวในรายชื่อเพื่อนของเขา ดวงตาหงส์พลันหรี่ลงเล็กน้อย
หลังจากเพิ่มเพื่อนกันแล้ว ผู้เล่นจะไม่สามารถซ่อนชื่อเล่นได้อีก
คำศัพท์ภาษาอังกฤษคำว่า ‘NINE’ เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ตามตำแหน่งกิตติมศักดิ์มากมายเกินกว่าจะนับได้
เขาเท้าคาง ขยับคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็คลิกออกจากระบบเพื่อปิดอินเทอร์เฟซของเกม
วินาทีต่อมาอวี้ถังก็วิ่งเข้ามาอย่างตื่นเต้น “อาเก้า! พออาเก้ากลับไปแล้ว ให้ฉันยืมที่นี่หน่อยได้มั้ยคะ ฉันว่าฉันจะอยู่ที่เมืองหลินก่อนมหาวิทยาลัยจะเปิด”
เธอไม่อยากกลับบ้านตระกูลอวี้
แต่ถ้าเธออยู่ข้างนอกนานเกินไป คงถูกบังคับให้กลับไปแน่
หากมีอวี้ซีเหิงหนุนหลังอยู่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
อวี้ซีเหิงเห็นเธอเติบโตขึ้นมาตั้งแต่เล็กๆ เขาคงจะไม่พูดอะไรกับที่บ้านแน่นอน
“ถ้าอย่างนั้นเธอจะอยู่จนถึงเดือนสิงหาเลยเหรอ” เสิ่นซิงอวิ๋นประหลาดใจ “จะอยู่ที่นี่นานขนาดนั้นไปทำไม”
“ก็ไม่แน่ว่าจะอยู่จนถึงเดือนสิงหาหรอกค่ะ” อวี้ถังดีดนิ้ว “ชิงชิงอัดรายการจนถึงเดือนพฤษภา อัดรายการเสร็จแล้วเธอน่าจะไปอัดรายการใหม่ที่เมืองซื่อจิ่ว งั้นฉันคงอยู่ได้แค่สองเดือน”
เสิ่นซิงอวิ๋นส่ายหน้า “เธอนี่มันบ้าดาราจริงๆ”
“ค่อยว่ากัน” อวี้ซีเหิงไม่แสดงสีหน้าอะไรมากนัก “เธออยู่ไปก่อน ไม่ต้องกังวลเรื่องที่บ้าน”
อวี้ถังดีใจมาก “ตกลงค่ะ ฉันรู้อยู่แล้วว่าอาเก้าดีกับฉันที่สุด อ๊ะ! ฉันลืมว่าฉันกำลังพิมพ์อะไรค้างอยู่ งั้นไปก่อนนะคะ”
เธอรีบวิ่งออกไปพลางตะโกนไปด้วย “อดทนไว้นะ! อย่าเพิ่งตาย! ฉันจะเติมเลือดให้พวกนายเอง!”
อวี้ซีเหิงจิบชาช้าๆ แล้วพูดว่า “รู้หรือไม่ว่าทำไมฉันถึงไม่เล่นเกมกับเธอ”
เสิ่นซิงอวิ๋น “…”
เขารู้แล้ว
“เธอก็น่าสงสารเหมือนกันนะ พ่อของเธอ…” เสิ่นซิงอวิ๋นหยุดชะงักเล็กน้อยก่อนจะนึกได้ว่าพ่อของเธอก็เป็นพี่ชายของอวี้ซีเหิงเหมือนกัน ท้ายที่สุดเขาเลยได้แต่ถอนหายใจ “ยังดีที่มีนายคอยดูแลอยู่”
“ฉันดูแลได้แค่ชั่วคราว ไม่สามารถดูแลไปได้ตลอดชีวิต” อวี้ซีเหิงวางถ้วยชาลง สีหน้าของเขาสงบนิ่ง “ไม่มีใครจะอยู่กับใครไปได้ตลอดชีวิต”
“ทำไมนายไม่ให้ตระกูลอวี้ส่งเธอไปฝึกที่พันธมิตรพันกองทัพล่ะ” เสิ่นซิงอวิ๋นถาม “เฮ้อ แต่ที่นั่นก็ลำบากสำหรับเด็กผู้หญิงไปหน่อย ตระกูลจี้ฝึกอย่างกับเด็กผู้ชายตั้งแต่เด็ก เข้าไปก็ต้องฝึกหมอบฝึกคลานกันแล้ว”
“ไม่จำเป็น ให้อยู่กับเธอก็พอแล้ว” อวี้ซีเหิงยกยิ้มก่อนพูดเสียงเรียบ “ได้ผลกว่าส่งไปฝึกที่พันธมิตรพันกองทัพเสียอีก”
เสิ่นซิงอวิ๋นนิ่งไปเล็กน้อย “ใครเหรอ”
“ดึกมากแล้ว” อวี้ซีเหิงกลับไม่ตอบเขา เพียงแต่เหลือบมอง “ออกไปเถิด”
เสิ่นซิงอวิ๋นได้แต่ต้องออกไป
เขาเดินออกไปได้สองก้าวก็ได้สติขึ้นมา ทำไมตนถึงได้ทำตามอย่างว่าง่ายขนาดนั้น!
การพบสือเหยี่ยนไม่ต่างอะไรกับการเข้าเฝ้าฮ่องเต้เลยจริงๆ
เสิ่นซิงอวิ๋นเคาะกะโหลกตัวเอง
เขาจะต้องถูกมารเข้าแทรกแน่ๆ
กลับไปพักผ่อนดีกว่า
**
รายการหนุ่มสาววัยใสตอนที่สี่เป็นการอัดและตัดต่อจึงไม่ได้มีแรงกดดันมากนัก
หลายวันมานี้ซือฝูชิงเองก็สนุกสนานผ่อนคลาย
แต่ละวันคอยกดดันแบบรีดเค้นกับสวี่ซีอวิ๋น ตกเย็นก็กลับไปไต่เลเวลในเกมคำสั่งสวรรค์
ผ่านมาจนถึงวันศุกร์ เธอเลิกงานเวลาหกโมงเย็นตามปกติ
ซือฝูชิงเพิ่งจะออกจากประตูใหญ่ก็ต้องหยุดฝีเท้ากะทันหัน
เธอหรี่ดวงตาจิ้งจอกมองไปยังฝั่งตรงข้าม ก็เห็นจั่วเสียนอวี้ซึ่งเย็นชาราวกับน้ำแข็งเป็นคนแรก
นอกจากนี้ยังมีจั่วเทียนเฟิง จั่วฉิงหย่า และคุณนายจั่วผู้เฒ่าที่เธอยังไม่เคยได้พบเลยตั้งแต่ฟื้นขึ้นมา
จะจัดประชุมครอบครัวที่นี่?
ซือฝูชิงไม่ได้มองอีกต่อไป ปั่นจักรยานสาธารณะสำหรับใช้ร่วมกันคันหนึ่งออกไป
“ชิงชิง! เดี๋ยวก่อน!” คุณนายจั่วผู้เฒ่าก้าวเข้ามาขวางเธอไว้ทันที “ชิงชิง ทั้งหมดเป็นความผิดของลุงเธอที่ไล่เธอออกจากบ้านตระกูลจั่วโดยไม่บอกฉัน ฉันจัดการสั่งสอนเขาแล้ว ฉันจะให้เขามาขอโทษเธอ”
คุณนายจั่วผู้เฒ่าเอ่ยเรียกเสียงเย็นชา “จั่วเทียนเฟิง!”
จั่วเทียนเฟิงอึดอัดเป็นอย่างมาก จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่สามารถที่จะเข้าใจการกระทำของคุณนายจั่วผู้เฒ่าได้เลย
เขาได้แต่ต้องก้าวเข้าไป “ชิงชิง ทั้งหมดเป็นความผิดของลุงเอง ลุงขอโทษแล้วก็อย่าโกรธเลยนะ เห็นแก่ย่า กลับไปที่บ้านตระกูลจั่วกันเถอะ”
ซือฝูชิงไม่แม้แต่จะปรายตามอง เธอถีบจักรยานต่อไป “หลบ”
คุณนายจั่วผู้เฒ่าเกือบล้มลง โชคดีที่จั่วเสียนอวี้มือไวพยุงไว้ได้ทัน
“ซือฝูชิง เธอทำอย่างนี้หมายความว่ายังไงกันแน่” ในที่สุดจั่วเสียนอวี้ก็โมโห “หลายปีมานี้ปู่กับย่าดีกับเธอยังไง พวกเราก็เห็นกันอยู่ พอปู่ตายไปแล้ว เธอเลยปีกกล้าขาแข็งงั้นเหรอ ตอนนี้ย่ามาชวนเธอกลับบ้านด้วยตัวเอง เธอยังไม่รับน้ำใจอีก?!”
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาและทีมงานรายการต่างพากันเหลียวมอง
เอี๊ยด!
เสียงแหลมเสียดหูดังขึ้น
ซือฝูชิงหยุดรถก่อนจะค่อยๆ พับแขนเสื้อขึ้น
[1] PK มาจากคำว่า Player Killer คือ ผู้เล่นที่คอยฆ่าคนอื่นในเกม