เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 1 ทะลุมิติมาเป็นผู้โชคร้าย (รีไรต์)
ลู่จินกู้ได้สติกลับคืนมา แต่ความเจ็บปวดที่ได้รับตอนที่รู้สึกตัวก็เกือบทำให้เธอหมดสติไปอีกรอบ
อากาศที่สูดเข้าปอดไปแตกต่างจากอากาศปกติ ราวกับเป็นก๊าซพิษกัดกร่อนทำลายปอดของเธอทีละน้อย ก่อนจะลุกลามไปทั่วทั้งร่าง ให้ความรู้สึกเหมือนเส้นเอ็นของเธอถูกเผาไหม้ทีละนิด
จำได้ว่า เธอประสบเหตุถ้ำถล่ม ตอนที่กำลังค้นหาพืชพรรณในซากโบราณสถานแห่งหนึ่ง และเธอตายเพราะช่วยชีวิตคนอื่นที่นั่นไว้ไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่
ความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัวของลู่จินกู้ นัยน์ตาของเธอสั่นไหว กว่าจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดได้ก็ใช้เวลานานพอสมควร
ช่วงเวลานี้คือปี ค.ศ. 488 ตามปฏิทินของดวงดาว ร่างกายนี้เป็นของหญิงสาวนามว่าลู่จินกู้ เป็นบุตรีในตระกูลระดับกลาง แต่พลังจิตของเธอต่ำกว่าคนทั่วไป ทำให้ตระกูลมองเธอเป็นขยะ ที่สร้างความอัปยศ เสื่อมเสีย
ถ้าไม่ใช่เพราะมีมารดาที่รัก และปกป้องเธออย่างสุดหัวใจ คงถูกส่งไปเป็นของกำนัลให้กับตระกูลอื่น เพื่อเป็นบันไดให้ตระกูลลู่ไต่เต้าไปนานแล้ว
ตามธรรมเนียมของตระกูลใหญ่ เมื่อบุตรหลานที่ไม่ได้รับเลือกเป็นผู้สืบทอดอายุครบสิบหกปี จะได้รับดาวเคราะห์หนึ่งดวงเป็นของขวัญ มารดาของเธอต้องใช้ความพยายามอย่างมาก เพื่อให้ตระกูลลู่ทำตามธรรมเนียม
ดาวเคราะห์หมายเลข 7133 ดวงนี้ เคยเป็นดาวเคราะห์ที่มีแร่พลังงานมาก แต่เมื่อแร่ถูกขุดขึ้นมาจนหมด มลพิษก็รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย ตระกูลลู่จึงโยนมันให้กับเธอ
ลู่จินกู้อดหัวเราะเยาะไม่ได้ ตระกูลลู่ไม่ได้ให้ของขวัญหรอก พวกเขาแค่หวังให้ความอัปยศนี้ ไปตายซะมากกว่า
ส่วนร่างเดิมของเธอทนพิษไม่ไหวสิ้นใจไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น คนที่ควรจะตายอยู่ใต้ซากถ้ำถล่ม กลับมาปรากฏอยู่ในร่างของผู้หญิงที่ชื่อลู่จินกู้บนดาวดวงนี้แทน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะได้มีชีวิตใหม่แบบสุขสบาย
เพราะถ้าไม่หาวิธีแก้ไข เธอก็คงต้องตายเพราะพิษที่กำลังกัดกินร่างกายอยู่ตอนนี้ ลู่จินกู้พยายามหายใจอย่างยากลำบากพร้อมกับครุ่นคิดหาวิธีเอาตัวรอดอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเอง เสียง ๆ หนึ่งก็ดังขึ้นในหัว
[ระบบพาราไดซ์เชื่อมต่อสำเร็จ! ตรวจพบโฮสต์อยู่ในสถานะใกล้เสียชีวิต แนะนำให้เริ่มสร้างพาราไดซ์ทันที โฮสต์โปรดเลือก ‘ตอบรับ’ หรือ ‘ปฏิเสธ’]
ในตอนนั้นร่างกายของเธออ่อนล้าเกินกว่าจะคิดอะไรออก จึงเลือก ‘ตอบรับ’ ไปโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น หวังว่ามันจะเป็นหนทางรอดชีวิตเดียวของเธอในตอนนี้
เพียงชั่วพริบตา ต้นไม้ยักษ์ต้นหนึ่งที่สูงจนบดบังท้องฟ้าก็ปรากฏขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ใต้ต้นไม้กลับมีน้ำพุใสสะอาดผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนจนร่างของลู่จินกู้จมหายไปในน้ำ พลังงานอันอ่อนโยนชะล้างร่างกาย บรรเทาความเจ็บปวดจากการกัดกร่อน
“อ่า… สบายจัง” เธอถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ในที่สุดก็มีอารมณ์ และร่างกายที่พร้อมจะศึกษา ‘ระบบพาราไดซ์’ นี้สักที
เมื่อได้ลองศึกษา เธอถึงได้ค้นพบว่าตัวเองโชคดีมาก ระบบนี้เป็นเสมือนนิ้วแห่งโชคลาภที่ใช้พลังจิตในการสร้างสรรค์ ภายในพื้นที่ของระบบพาราไดซ์ สามารถชำระล้างมลพิษที่เกิดขึ้นบนดวงดาว แล้วเปลี่ยนให้กลายเป็นสถานที่ที่เหมาะสมแก่การดำรงชีวิตได้
ในความเข้าใจของเธอ มันค่อนข้างจะเหมือนกับเกมจำลองสถานการณ์จำพวกสร้างเมืองที่เธอชอบเล่น ขณะที่กำลังจะศึกษาอยู่นั้น จู่ ๆ ก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้น
เสียงระเบิดที่รุนแรงได้ดังมาจากท้องฟ้าที่ห่างไกล ลู่จินกู้เห็นภาพงดงามราวกับดอกไม้ไฟ ปรากฏอยู่ในสายตา คำศัพท์หนึ่งก็ผุดขึ้นมาในสมองของเธอ… พายุอนุภาค!
เป็นพายุที่คล้ายกับภัยพิบัติจากพายุไต้ฝุ่นบนโลก แต่มีความมืดมิดและอันตรายยิ่งกว่าหลายเท่า ไม่รู้ว่าจะมีใครโชคร้ายถูกดึงเข้าไปด้วยหรือเปล่า ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเธอเพียงชั่วครู่ ก่อนจะถูกโยนทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ต่อให้มีเธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้อยู่ดี
ครืนนน!! ทันใดนั้นพื้นดินเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ฝุ่นควันที่พอลอยขึ้นจากแรงปะทะได้ปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ
“อะ… อะไรกันเนี่ย!” ลู่จินกู้สูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอดจนเกือบสำลักออกมา เพราะเถ้าถ่านฟุ้งกระจายไปทั่ว โชคดีที่ระบบพาราไดซ์ สามารถกรองฝุ่นละอองได้อย่างดีเยี่ยม ไม่นานนัก เธอก็มองเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง
เธอเห็นยานหลบหนีลำเล็ก ๆ ลำหนึ่ง ปักอยู่บนพื้นดิน ริมสุดของยอดไม้ยักษ์ กำลังปล่อยควันออกมา… ไม่บังเอิญเกินไปหน่อยเหรอ?
เธอมองดูฝุ่นจากพายุเมื่อครู่ ที่ยังจางหายไปไม่หมด รู้สึกพูดไม่ออกจริง ๆ แม้ไม่อาจช่วยเหลือได้ แต่เมื่อเห็นคนอยู่ตรงหน้า ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็ไม่ปล่อยให้เธอเพิกเฉย
เธอค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ด้วยความรู้เพียงน้อยนิดเกี่ยวกับยานกู้ภัย เธอพยายามหาปุ่มเปิดฉุกเฉินใกล้ ๆ ประตู พอเปิดได้ก็มีควันสีขาวจำนวนมากพวยพุ่งออกมา เผยให้เห็นเงาร่างที่ดูเลือนรางอยู่ภายใน
เธอคลำหาแขนของคน ๆ นั้นและพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อลากเขาออกมา ในวินาทีที่ได้เห็นใบหน้าของบุรุษผู้นั้นอย่างชัดเจน ดวงตาของลู่จินกู้ก็ฉายแววตื่นตะลึงอย่างรุนแรง
ช่างเป็นใบหน้าที่งดงามสะกดสายตาผู้คนยิ่งนัก แม้ในยามนี้จะดูโทรมไปบ้าง ดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิท ใบหน้าดั่งหยกแกะสลัก จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางได้รูปแม้ไร้สีสันแต่งแต้ม ก็ยังคงแผ่รัศมีดึงดูดใจคนที่พบเจออย่างรุนแรง
สิ่งที่สะดุดตากว่าสิ่งใด คือเส้นผมสีดำขลับราวกับเส้นไหมชั้นดีที่เปล่งประกายเงางาม บุรุษรูปงามผู้นี้นอนขมวดคิ้วแน่น ราวกับต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสแม้ในยามสลบไสล ลู่จินกู้รู้สึกจนปัญญา สิ่งเดียวที่ทำได้ คือลากเขามาในพาราไดซ์
“พี่ชาย ไม่ใช่ฉันไม่อยากช่วย เพียงแต่เงื่อนไขมีจำกัด หวังเพียงพลังชำระล้างนี้พอช่วยพี่ชายได้นะ” จากนี้คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม
ลู่จินกู้นั่งลงข้าง ๆ แล้วเริ่มศึกษาระบบพาราไดซ์ ระบบนี้มีสิ่งปลูกสร้างใหญ่ ๆ สามประเภท คือ สิ่งปลูกสร้างพื้นฐาน อย่างพวกบ้านเรือน หรือบ่อน้ำ ล้วนสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐาน ใช้เพียงพลังจิตก็สามารถสร้างได้แล้ว
ถัดมา คือสิ่งปลูกสร้างที่เน้นด้านการใช้งาน อย่างเช่น นาข้าว ร้านค้าหรือโกดัง นอกจากจะใช้พลังจิตแล้ว ยังต้องใช้ค่าฮวงจุ้ยจำนวนหนึ่งในการสร้างอีกด้วย
สุดท้ายสิ่งปลูกสร้างที่เน้นความสวยงาม อย่างเช่น ต้นไม้ ดอกไม้ ของประดับตกแต่งนานาชนิด สิ่งเหล่านี้มีประโยชน์เพียงอย่างเดียว คือ ช่วยเพิ่มค่าฮวงจุ้ย
ชาติที่แล้วเธอเป็นแฟนพันธุ์แท้เกมจำลองสถานการณ์ เธอจึงเข้าใจได้ทันทีว่า ค่าฮวงจุ้ยนั้นสำคัญมาก จากคำอธิบายดูเหมือนว่าการยกระดับและพัฒนาหมู่บ้านนี้ จะเกี่ยวข้องกับค่าฮวงจุ้ยเป็นอย่างมาก
เพียงแต่สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ ก่อนจะใช้งานได้จริง จำเป็นต้องใช้พลังจิตในการทำให้ปรากฏขึ้นเสียก่อน ทว่าร่างใหม่ของเธอกลับเป็นเศษสวะที่มีพลังจิตต่ำกว่ามาตรฐานทั่วไป
สวรรค์ทรงเปิดประตูบานหนึ่งให้ ก่อนจะปิดหน้าต่างทุกบาน ด้วยพลังจิตของเธอ สิ่งที่เลือกสร้างได้จึงมีน้อย หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ในที่สุดลู่จินกู้ก็เลือกที่จะสร้างบ้าน
ตอนนี้เธอไปจากดาว 7133 ไม่ได้ คงทนลมทนฝนไม่ได้หรอกถ้าไม่มีที่ให้หลบ บ้านจึงเป็นคำตอบที่เหมาะสมที่สุดในตอนนี้ เมื่อเธอตัดสินใจได้ จึงเลือกแบบบ้านที่เธอสามารถใช้พลังจิตอันน้อยนิดสร้างได้ แล้วกดยืนยัน
ลานบ้านสองหลังที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายโบราณ ผุดขึ้นจากพื้นดินอย่างรวดเร็ว ลู่จินกู้รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างในสมองถูกดูดออกไปอย่างรวดเร็ว
ความรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างรุนแรงก็พลันถาโถมเข้ามา เธอพยายามพาร่างกายอันอ่อนล้า มายังเตียงในห้องรับรอง ก่อนที่ร่างกายจะถึงขีดจำกัด ล้มลงบนอกแกร่งของคนที่เธอช่วยไว้ในทันที
…
ดวงดาวสองดวงโผล่พ้นขอบฟ้า ค่อย ๆ ส่องแสง เป็นสัญญาณก้าวเข้าสู่วันใหม่บนดาว 7133
เปลือกตาของร่างหนาขยับขึ้นลง ชายหนุ่มค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ภาพแรกที่ปรากฏคือเพดานไม้ แววตาฉายแววฉงน ก่อนหน้านี้ เขาถูกคนร้ายลอบทำร้าย จนต้องหนีตายขึ้นยานหลบหนี กดเปิดระบบพรางตัว แล้วหลังจากนั้น… ความทรงจำของเขาก็ขาดหายไป
ทันใดนั้นเองความรู้สึกราวกับมีของหนักทับอยู่บนอกทำให้รู้สึกอึดอัด เขาจึงผลักมันออกไปโดยไม่รู้ตัว
“อือออ” เสียงครางแผ่วเบาและอ่อนหวานดังขึ้น ทำให้เขาตกใจอย่างมาก รีบก้มลงมองหญิงสาวที่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างงง ๆ แล้วสบเข้ากับดวงตาที่เย็นชาและเฉียบคม ทำให้เธอตื่นเต็มตาในทันที
“คุณฟื้นแล้ว!” หลังจากร่างเขาถูกเธอใช้เป็นหมอนหนุนตลอดทั้งคืน เธอก็รู้สึกอายอย่างมาก จึงรีบลุกขึ้นเพื่อจะออกห่างจากเขา ทว่าผลข้างเคียงจากการใช้พลังจิตจนหมด ทำให้แขนขาทั้งสองข้างของเธออ่อนแรงไร้เรี่ยวแรง เธอจึงล้มลงไปอีกครั้ง
เดิมทีกู้ตั๋วก็ได้รับบาดเจ็บอยู่แล้ว ถูกกระแทกเข้าอย่างจังแบบนี้ เขาจึงอดไม่ได้ที่จะครางออกมาเบา ๆ มุมปากมีรอยเลือดซึมออกมาอย่างช้า ๆ เขากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า
“เธอหนักเป็นบ้า…” เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้า ลู่จินกู้ผู้มีร่างกายผอมบางราวกับไม้เสียบผี ก็เกิดความรู้สึกเสียใจที่ช่วยเขาไว้ ปากของเขานี่มัน…
ทว่ายังไม่ทันทำอะไร จู่ ๆ ลู่จินกู้ก็รู้สึกโลกหมุนติ้ว รู้สึกเจ็บที่หัวไหล่จนทนไม่ไหว แขนทั้งสองข้างของเธอถูกจับไขว้หลัง หันหน้าลงไปกดกับเตียง
“ว่ามา! ใครส่งเธอมา!” กู้ตั๋วเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเย็นชา