เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 118 การค้นพบฟังก์ชันใหม่ของระบบ
บทที่ 118 การค้นพบฟังก์ชันใหม่ของระบบ
หลังจากศึกษาวิจัยอยู่หลายครั้ง เธอก็ยังหาคำใบ้ใด ๆ ไม่เจอเลย
พอถามระบบพาราไดซ์ก็ไม่ได้คำตอบกลับมา
เธออยากจะพูดสักประโยคหนึ่งว่า ‘ความรักของเราจางหายไปแล้วสินะ?’
ในที่สุดก็เหนื่อยจนหลับไป แล้วฝันว่าเธอไล่หมู วัว และแกะของพาราไดซ์หมายเลข 3 ไปยังสวนพฤกษศาสตร์ จนในที่สุดก็ทำให้สวนป่าที่เงียบสงบกลายเป็นทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยมูลสัตว์
จากนั้นเธอก็ตื่นขึ้นมาอย่างตกใจเต็มที่
ข้างนอกฟ้าเริ่มสว่างแล้ว
เธอปาดเหงื่อบนหน้าผาก และพยายามลบภาพในฝันนั้นออกจากหัว
การโอนย้ายดาวเคราะห์หมายเลข 43 เสร็จสิ้นในอีกสามวันต่อมา เมื่อได้รับแจ้งเตือนจากระบบ เธอถึงกับเหม่อไปพักหนึ่ง
เผลอแป๊บเดียว ก็มีดาวเคราะห์สองดวงอยู่ในชื่อของเธอแล้ว?
เมื่อที่ดินพร้อม เธอจึงไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไป เธอวางแผนที่จะขึ้นยานอวกาศของตระกูลเซินเพื่อเดินทางไปยังดาวเคราะห์หมายเลข 43 ทันที
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เธอจะออกเดินทาง เธอต้องจัดการเรื่องของครอบครัวเปา หยวนซานให้เรียบร้อย
ถึงอย่างนั้น ที่บนยานก็มีที่ว่างเหลือพอ เธอคิดว่าอาจจะรับพวกเขาไปด้วยระหว่างทางก็ไม่เป็นไร
ใครจะคิดว่าเมื่อถามขึ้นมาว่า ‘พวกเธอมีที่ที่อยากไปหรือเปล่า?’ เปาหยวนซานและชูเสี่ยวเซี่ยถึงกับส่ายหัวอย่างแรงเหมือนกลองตุ๊กตา
“คุณจินคะ ความจริงแล้วพวกเราอยากหน้าด้านถามตั้งนานแล้วว่า เราจะทำงานให้คุณไปตลอดได้ไหม?” เปาหยวนซานถูมือด้วยความเขินอาย “ชีวิตที่นี่ดีมากพวกเราไม่อยากไปจากที่นี่จริง ๆ ค่ะ”
ชูเสี่ยวเซี่ยพยักหน้าหลายครั้ง
พวกเธอหลงรักชีวิตในพาราไดซ์ นี่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร แต่ลู่จินกู้ไม่กล้าตอบตกลงง่าย ๆ “ถ้าพวกเธอสองคนอยากอยู่ที่นี่ต่อก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่ว่าเรื่องเรียนของเด็ก ๆ ล่ะ?”
เธอมองไปที่ด้านหลังของทั้งสองคน เห็นเด็ก ๆ สี่คนกำลังเล่นกันอย่างเงียบ ๆ
เด็ก ๆ เหล่านี้เป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่าย และหลังจากที่ได้อยู่ร่วมกันมานาน เธอก็เริ่มรักพวกเขาอย่างจริงใจยิ่งขึ้น ทำให้เธอยิ่งไม่อยากให้อนาคตของพวกเขาต้องพังทลาย
แต่เปาหยวนซานกลับพูดว่า “ระดับพลังจิตของเปาชิงมีแค่ระดับ D เท่านั้น และดูจากศักยภาพที่เด็ก ๆ คนอื่น ๆ แสดงออกมาในตอนนี้ ก็น่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ดังนั้นพวกเขาน่าจะเรียนพื้นฐานผ่านระบบออนไลน์ได้ดี ฉันกับเสี่ยวเซี่ยก็จะถ่ายทอดความรู้ที่เรามีให้พวกเขาด้วย ส่วนในอนาคต…”
เธอยิ้มด้วยความเขินอาย “พวกเขาก็จะสามารถหาทางทำมาหากินที่พาราไดซ์ได้ใช่ไหมคะ?”
พูดจบเธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ จึงรีบเสริมขึ้นมาทันที “แต่ถ้าถึงเวลานั้นคุณจินไม่ต้องการแล้ว พวกเราก็ไม่ขัดข้อง คุณไม่ต้องกังวลไป”
“อันนี้ไม่ใช่ปัญหาอะไรหรอก พาราไดซ์จำเป็นต้องมีตำแหน่งงานมากขึ้นในอนาคต” ลู่จินกู้โบกมือไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก “แต่แค่ให้เด็ก ๆ เรียนออนไลน์อย่างเดียวจะได้ยังไง พวกเขาควรจะได้ไปโรงเรียนกับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันนะ มันจะช่วยพัฒนาอุปนิสัยของพวกเขาด้วย”
พอได้ยินเธอพูดแบบนี้ เปาหยวนซานกับชูกับเสี่ยวเซี่ยก็รู้สึกว่าคำพูดนี้เป็นการปฏิเสธโดยอ้อม แม้จะรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการไม่พอใจออกมา ทั้งสองคนพูดขึ้นทันทีว่า “งั้นพวกเราจะไปเก็บของค่ะ”
แต่เธอกลับดูเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่
ตั้งแต่มีความคิดที่จะสร้างพาราไดซ์หมายเลข 3 ขึ้นมา เธอก็ไม่ได้คิดจะทำให้ที่นี่กลายเป็นที่อยู่อาศัย
ดังนั้นถึงแม้จะมีคนไม่น้อยอาศัยอยู่ที่นี่แต่กลับมีบ้านพักแค่สามหลังเท่านั้น
กลับกัน มีพื้นที่ไร่นานับพันไร่
หลังจากเธอออกไปแล้ว พาราไดซ์หมายเลข 3 คงจะไม่รับผู้อพยพเข้ามาอยู่อีกแน่ ครอบครัวของเปาหยวนซานอาศัยอยู่ที่นี่คนเดียวก็คงเหงาเกินไป
“พวกเธอยังไม่ต้องรีบเก็บของ ฉันมีเรื่องหนึ่งที่ต้องคิดก่อน แล้วจะมาหาอีกที”
เธอมีความคิดที่บ้าบิ่นผุดขึ้นมาอย่างกะทันหัน หลังจากพูดกับเปาหยวนซานเสร็จ เธอก็รีบวิ่งออกไป
เธอสามารถอนุญาตให้ผู้อยู่อาศัยถาวรของพาราไดซ์ใช้ ‘ประตู’ ของการคลังได้ แต่ก็ไม่ค่อยสะดวกเท่าไร
เพราะอย่างไรเสีย ที่นั่นเป็นหนึ่งในแผนกที่วุ่นวายที่สุดของพาราไดซ์ และประตูของกรมการคลังก็อยู่หลังเคาน์เตอร์ ถ้าให้มีการเข้าออกบ่อย ๆ อาจจะรบกวนการทำงานได้
ดังนั้นเธอจึงเปิดระบบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมทั้งสวดอ้อนวอน “โอ้ระบบสุดเก่งสารพัดประโยชน์ที่น่ารักน่าเอ็นดู มีวิธีเชื่อมโยงไปยังอาคารของพาราไดซ์แต่ละแห่งบ้างไหมคะ?”
ระบบเงียบงัน
รออยู่พักหนึ่งไม่ได้คำตอบ เธอรู้สึกห่อเหี่ยวก้มหน้าลงแล้วพูดว่า “หมู่นี้ระบบไม่คุยกับฉันเลย ความรักของเราจบลงแล้วเหรอ?”
ในที่สุดก็พูดประโยคนี้ออกมา รู้สึกสะใจจริง ๆ
ภาพจำลองของต้นไม้ใหญ่ 3 มิติกลายเป็นสีแดง
แล้วป้ายชื่อ ‘อาคารใช้สอย’ ก็สว่างขึ้นมา
เธอเปิดออกอย่างคล่องแคล่ว แล้วเลื่อนมาจนเจอรูปภาพที่สว่างวาบขึ้นมา
[คำอธิบายของอาคาร : สถานีรับส่งจำเป็นต้องสร้างเป็นคู่ ทางสถานีรับประกันว่าจะใช้ม้าพันธุ์แท้ที่มีความอดทนดี ความเร็วสูงและนิสัยเชื่อง ในการรับส่ง กรุณาอย่าให้อาหารม้าขณะทำงาน เพราะไม่เช่นนั้นครั้งต่อไปที่มันไม่ได้อาหาร มันอาจจะไม่ยอมขี่ให้ก็ได้]
“???”
อาคารนี้เดิมทีมันอยู่ในหมวดอาคารใช้สอยหรือ?
เธอแปลกใจจนเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามในหัว รู้สึกเสียดายที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ถ่ายรูปอาคารของระบบพาราไดซ์เก็บไว้
ในความทรงจำของเธอ อาคารนี้ถูกจัดให้อยู่ในหมวดอาคารเพื่อการชมและชัดเจนว่าไม่มีม้าจริง ๆ
ที่แท้ระบบพาราไดซ์สามารถเปลี่ยนหมวดหมู่อาคารตามความต้องการได้ด้วยหรือ?
ดวงตาของเธอเปล่งประกาย รู้สึกเหมือนค้นพบขุมสมบัติที่ยิ่งใหญ่
ราวกับสัมผัสได้ถึงความคิดของเธอ ภาพของสถานีรับส่งค่อย ๆ หรี่แสงลง และภาพต้นไม้ใหญ่สีแดงก็กลับคืนสู่สภาพเดิม
อืม… รู้สึกเหมือนระบบพาราไดซ์ถูกทำให้ตกใจกลัวแฮะ
เธอลูบคางพลางหัวเราะเบา ๆ ชมเชยระบบสองสามประโยค ก่อนจะไปสร้างสถานีรับส่ง
ถึงแม้ว่าพลังจิตของเธอจะแข็งแกร่งขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่เธอก็สร้างนิสัยไว้แล้ว เมื่อเริ่มก่อสร้างเธอมักจะพกอาหารไปด้วย และเมื่อสถานีรับส่งเริ่มมีรูปร่างเป็นจริงขึ้นมา เธอก็รู้สึกดีใจที่ยังคงรักษานิสัยนี้ไว้
คาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าการสร้างสถานีรับส่งจะกินพลังงานมากพอ ๆ กับการสร้างร้านค้าเลยทีเดียว
ถ้าพลังจิตของเธอไม่แข็งแกร่งพอและไม่ได้เหลือเวลาไว้ให้เธอยัดอาหารใส่ปาก คงจะจบลงเหมือนตอนที่สร้างร้านค้าครั้งแรกที่น่ากลัวนั่น
ครั้งนี้ไม่มีคนอย่างกู้ตั๋วโผล่มาจากฟากฟ้ามาช่วยชีวิตเธอแล้ว
เธอปาดเหงื่อบนหน้าผาก พลางกินอาหารอย่างบ้าคลั่ง ในที่สุดก็พอจะประคับประคองพลังงานไว้ได้
ในที่สุด อาคารที่มีบ้านไม้ด้านหน้า มีคอกม้าอยู่ด้านหลัง และมีลานจอดอยู่สองข้างของสถานีรับส่งก็สร้างเสร็จสมบูรณ์
พื้นที่ของสถานีรับส่งใหญ่มากจนเทียบได้กับค่ายทหาร
ทันทีที่อาคารทั้งหมดลงสู่พื้น ก็มีเสียงม้าร้องดังขึ้นจากด้านหลัง
เธอสลัดหัวเพื่อไล่ความมึน แล้วเดินไปยังบ้านไม้ด้วยความอยากรู้
ทันทีที่เข้าไปข้างใน ด้านซ้ายมือจะมีเคาน์เตอร์ไม้โล่ง ๆ อยู่ตัวหนึ่ง ด้านบนมีวิทยุอัตโนมัติตั้งอยู่เครื่องหนึ่ง
ด้านหลังเคาน์เตอร์คือผนังไม้ที่เต็มไปด้วยกระดานดำ ตรงด้านบนเขียนว่า ‘ตารางเวลา’
บรรทัดถัดมาเรียงไปด้วย ‘เวลาออก, เวลาถึง, ราคาตั๋ว’
ตอนแรกเห็นนึกว่าเป็นสถานีรถทัวร์ระยะไกลเสียอีก
กำแพงด้านซ้ายและขวาของบ้านไม้แต่ละด้านมีประตูอยู่บานหนึ่ง ด้านบนเขียนว่า ‘ลานรอขึ้นรถ A’ และ ‘ลานรอขึ้นรถ B’
‘สถานีรับส่งสมัยโบราณเป็นแบบนี้หรือ? ทำไมรู้สึกเหมือนงานที่รีบทำออกมาเลย’
ระบบพาราไดซ์ [เอ๋…]
ผนังด้านในสุดก็มีประตูอยู่บานหนึ่งเหมือนกัน แต่มีป้ายเขียนว่า ‘พื้นที่หวงห้ามของคอกม้า ห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้า’
แน่นอนว่าเธอไม่ใช่ ‘คนไม่เกี่ยวข้อง’ จึงไม่มีอะไรมาขวางทางเธอได้
ด้านหลังเป็นคอกม้าขนาดใหญ่มาก แต่ช่องใส่ม้าส่วนใหญ่ยังว่างอยู่ มีม้าอยู่แค่สี่ตัวเท่านั้น
เธออดคิดไม่ได้ว่า ตอนนี้มีพาราไดซ์ทั้งหมดสี่แห่ง บางทีจำนวนม้าก็น่าจะเกี่ยวข้องกับจำนวนพาราไดซ์
เธอสำรวจสถานีรับส่งจนเสร็จ แต่น่าเสียดายที่อาคารนี้ต้องสร้างเป็นคู่ถึงจะใช้งานได้ ถ้าอยากรู้ว่าใช้งานจริง ๆ อย่างไร เธอต้องไปที่พาราไดซ์หมายเลข 1 ก่อน