เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 141 วัสดุหลักชิ้นใหม่
บทที่ 141 วัสดุหลักชิ้นใหม่
ตระกูลเซินที่เป็นตระกูลขุนนางเช่นนี้ ย่อมมีคลังสมบัติของตัวเอง โดยทางเข้าคลังแห่งนี้ก็อยู่ในอาคารที่เซินโหย่วชิงอาศัยอยู่พอดี จึงสะดวกในการหลีกเลี่ยงสายตาผู้คน
เมื่อเธอเดินผ่านทางเดินที่เต็มไปด้วยกลไกซับซ้อน จนสุดท้ายมาถึงหน้าประตูโลหะหนาห้าสิบเซนติเมตร เมื่อเปิดประตูออก เธอก็ได้เข้าสู่คลังสมบัติของตระกูลเซินจริง ๆ
แต่ก็ไม่ได้เป็นไปตามที่คิดไว้ ไม่มีทองคำเต็มห้องจนแสบตา ตรงกันข้าม คลังสมบัตินี้ไม่ได้มีของมากมาย แต่คิดอีกทีก็ไม่แปลกอะไร ตระกูลอย่างพวกเธอ ถ้าเป็นของทั่วไปก็คงวางไว้ข้างนอกแล้ว ที่อยู่ในนี้ย่อมเป็นของล้ำค่าจริง ๆ
เซินโหย่วชิงยืนอยู่กลางห้องพลางโบกมือ “ใส่ถุงมือ แล้วลองสัมผัสดู”
เธอจึงไม่เกรงใจและลองสัมผัสของทีละชิ้น
ไม่มีปฏิกิริยา…ไม่มีปฏิกิริยา…ก็ยังไม่มีปฏิกิริยา…
การสัมผัสของพวกนี้จะเสียเวลาสักเท่าไหร่กัน เธอสัมผัสของในคลังสมบัติไปแล้วเกือบเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ในชั่วพริบตา
ของไม่กี่ชิ้นสุดท้ายดูเหมือนจะเป็นของล้ำค่าที่สุด เพราะถูกบรรจุอยู่ในกล่องทองคำหรูหรา รองด้วยผ้ากำมะหยี่หนา และยังมีฝาครอบคริสตัลปิดไว้อีกชั้น
เซินโหย่วชิงกดกลไกที่อยู่ข้าง ๆ ไม่นานกล่องก็เปิดออกช้า ๆ
เธอยื่นมือไปสัมผัสชิ้นแรก ไม่ผิดจากที่คาดไว้ ไม่มีปฏิกิริยา
ชิ้นที่สอง ระบบพาราไดซ์ก็ยังเงียบอยู่
ชิ้นที่สาม ชิ้นที่สี่…
ความผิดหวังเริ่มแสดงออกบนใบหน้าอย่างชัดเจน
หากวัสดุหลักของสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์หายากถึงขนาดนี้ ก็ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า กว่าจะถึงบั้นปลายชีวิต ภารกิจนี้อาจไม่มีทางสำเร็จ
เธอหมดหวังไปแล้ว การยื่นมือไปสัมผัสชิ้นสุดท้ายก็แทบจะเป็นเพียงแค่การทำไปตามความเคยชิน
[ติ๊ง!]
เสียงอันไพเราะดังขึ้น เธอแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
เธอรีบเรียกระบบพาราไดซ์ออกมา และพบข้อความระบบแสดงขึ้นมา
[ตรวจพบเงื่อนไขในการสร้างสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ ‘วิหารหนี่วา’ จะเริ่มภารกิจการสร้างวิหารหนี่วาหรือไม่?]
เธอตาโตอ่านข้อความนี้ถึงสามรอบเพื่อให้แน่ใจว่าตนอ่านถูกทุกคำ ก่อนจะหันไปมองมือของตัวเอง
เพราะก่อนหน้านี้เธอถูกความเงียบงันทำให้ท้อแท้ จนแทบไม่ได้สังเกตว่าของที่เธอสัมผัสนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร มาตอนนี้เพิ่งเห็นว่า ในแสงไฟที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ อัญมณีห้าเฉดสีขนาดเท่าไข่ไก่กำลังสะท้อนแสงวิบวับจนน่าหลงใหล
สิ่งแรกที่เธอนึกถึงคือ ‘หินห้าสี’
หินที่ตามตำนานเล่าว่าเป็นสิ่งที่หนี่วาใช้ในการซ่อมแซมสวรรค์ ไม่แปลกใจเลยที่สิ่งก่อสร้างที่ถูกปลดล็อกคือ ‘วิหารหนี่วา’ *[1]
เธอดีใจจนออกนอกหน้า ทำให้กู้ตั๋วและเซินโหย่วชิงที่อยู่ใกล้ ๆ พลอยตื่นตัวไปด้วย
ทั้งสองคนลืมตาโต เซินโหย่วชิงถามด้วยความไม่เชื่อว่า “สิ่งที่เธอต้องการคือนี่น่ะหรือ?”
“อืม นี่คืออะไรเหรอ?”
เมื่อได้ยินคำถามนี้ ทั้งสองคนก็มีสีหน้าอึ้งอย่างชัดเจน
เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งนี้คืออะไร แล้วรู้ได้ยังไงว่านี่คือสิ่งที่ตัวเองต้องการ?
เธออ่านความสงสัยนั้นได้จากสายตาของทั้งสองคน แต่ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง จึงทำเป็นไม่เห็นอะไรทั้งนั้น
เซินโหย่วชิงเดินเข้ามาช้า ๆ มองดูหินห้าสีแล้วมองเธออีกครั้ง ก่อนจะพูดว่า “เธอตาถึงมาก อัญมณีมายาสวรรค์ชิ้นนี้…ในสหพันธ์คงมีไม่ถึงสิบก้อนแล้วล่ะ”
อัญมณีมายาสวรรค์ นี่สินะคือชื่อของมัน
กู้ตั๋วเองก็เดินเข้ามาเช่นกัน “ช่างบังเอิญจริง ๆ”
“ทำไมถึงบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญ?” เธออดถามไม่ได้
“เพราะนอกจากอัญมณีมายาสวรรค์ก้อนนี้แล้ว ที่เหลือทั้งหมดอยู่กับตระกูลเซี่ย” คนที่ตอบคือเซินโหย่วชิง “สำหรับคนตระกูลเซี่ยแล้ว อัญมณีมายาสวรรค์มีประโยชน์มากเป็นพิเศษ พวกเขาไม่มีทางปล่อยออกมาแน่ ๆ”
อย่างนี้นี่เอง ก็นับว่าเป็นเรื่องบังเอิญจริง ๆ
เธอเองก็ไม่รู้ว่าระบบพาราไดซ์มีสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ทั้งหมดกี่แห่ง แต่ถ้าตระกูลเซินไม่มีอัญมณีมายาสวรรค์ วิหารหนี่วาก็คงไม่มีทางถูกปลดล็อกได้เลย
เธอไม่สนใจว่าตระกูลเซี่ยต้องการอัญมณีมายาสวรรค์ไปทำอะไร ตอนนี้อยากรู้เพียงว่า ตระกูลเซินจะยอมแบ่งให้หรือไม่?
เพราะของทุกชิ้นที่อยู่ในคลังสมบัติ หากจะขายออกไปก็เหมือนกับการแบ่งปันของรัก
แล้วก็จริง เซินโหย่วชิงถามขึ้นว่า “จำเป็นต้องเป็นก้อนนี้จริง ๆ เหรอ?”
เธอยิ้มแห้ง ๆ “ในคลังสมบัติทั้งห้อง มีเพียงอัญมณีมายาสวรรค์ก้อนนี้เท่านั้นที่ใช้ได้”
ถ้าระบบพาราไดซ์ไม่เรื่องมากขนาดนี้ เธอก็ไม่อยากแย่งของรักคนอื่นหรอก
เซินโหย่วชิงลูบไล้ฐานรองของอัญมณีมายาสวรรค์พลางนิ่งเงียบอยู่พักหนึ่ง
ลู่จินกู้เริ่มใจร้อน หากเซินโหย่วชิงไม่ยอมแบ่งปันออกมา การสร้างสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์นี้ก็คงเป็นไปไม่ได้ เธอจึงมองไปยังกู้ตั๋วเพื่อขอความช่วยเหลือ
ฝ่ายนั้นกลับส่งสัญญาณให้ใจเย็น เธอจึงต้องบังคับตัวเองให้นิ่งต่อไป
ผ่านไปสักพัก เซินโหย่วชิงจึงพูดขึ้นว่า “อัญมณีมายาสวรรค์ก้อนนี้เดิมทีเก็บไว้เพื่อใช้แลกเปลี่ยนกับตระกูลเซี่ย”
เธอยื่นมือไปพลิกหินก้อนนี้กลับด้าน
“เอ๊ะ…” ลู่จินกู้ร้องออกมาเบา ๆ
ด้านที่เคยเห็นนั้นเรียบเนียนไร้รอยตำหนิ แต่เมื่อพลิกกลับจึงเห็นว่าด้านล่างหินก้อนนี้มีรอยแตกหายไปเล็กน้อย
แม้จะเล็กเพียงปลายก้อย แต่ก็ทำให้ความสมบูรณ์แบบของหินก้อนนี้หมดไป
“ส่วนที่ขาดหายไปนี้ ปู่ทวดของฉันเป็นคนเคาะออกไปเอง” เซินโหย่วชิงอธิบาย “ตอนนั้นชิ้นนี้ถูกส่งไปให้ตระกูลเซี่ย จนทำให้ปู่ของฉันได้แต่งงานกับคุณย่าของฉัน”
ลู่จินกู้ตกใจ มองอัญมณีมายาสวรรค์ด้วยความเคารพมากขึ้น
ดูเหมือนว่าหินก้อนนี้จะมีค่ามากกว่าที่คิดไว้
เซินโหย่วชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย มองทั้งเธอและกู้ตั๋วแล้วพูดว่า “ถ้าไม่มีอัญมณีมายาสวรรค์ก้อนนี้ ตระกูลเซินคงจะสูญเสียตำแหน่งในสหพันธ์ไปไม่น้อย”
เธอไม่เข้าใจเรื่องราวนัก จึงหันไปมองกู้ตั๋วโดยไม่รู้ตัว
แต่กลับเห็นว่าเขาไม่สนใจ “เดี๋ยวนี้ตระกูลอื่นอีกหกตระกูลไม่ค่อยขอแต่งงานกับสาวตระกูลเซี่ยแล้ว เธอไม่รู้เรื่องนี้หรือ?”
เซินโหย่วชิงเม้มปากไม่ตอบ
“เดี๋ยว ๆ ๆ” ลู่จินกู้พูดขึ้นด้วยความงง “ทำไมเรื่องมันไปเกี่ยวกับอีกหกตระกูลแล้วล่ะ?”
แล้วเรื่องขอแต่งงานคืออะไรกัน? ตอนนี้เราไม่ได้คุยกันเรื่องอัญมณีอยู่เหรอ?
กู้ตั๋วพูดขึ้นมาอีก “ฉันก็บอกให้เธออ่านข้อมูลตระกูลขุนนางในสหพันธ์เยอะ ๆ ดูเหมือนเธอจะขี้เกียจสินะ”
…เปล่าหรอก ฉันไม่ได้ขี้เกียจ แค่ยุ่งมากเท่านั้น อีกอย่าง จะพูดเรื่องนี้จริงจังไม่ได้เหรอ
ลู่จินกู้กลอกตา แอบรำคาญเวลาที่คนคนนี้พูดจาเหน็บแนมเธอตลอด
“ถ้าเธอจะทำธุรกิจกับพวกขุนนาง ก็ต้องรู้จักพวกเขาให้ดีเสียก่อน เธอ…”
เขายังพูดต่อ แถมพูดต่อหน้า ‘เซียนหญิง’ ด้วย เธอรู้สึกอับอายสุด ๆ จนทนไม่ไหวต้องกระทืบเท้าแล้วพูดว่า “กู้ตั๋ว หุบปากซะ!”
พักหนึ่งก็คิดว่า ประโยคนั้นมีความหมายไม่ดี จึงเสริมไปว่า “พูดเรื่องที่สำคัญเถอะ”
ดูเหมือนจะไม่เคยมีใครพูดกับเขาแบบนี้มาก่อน กู้ตั๋วถึงกับเงียบไปพักใหญ่
เซินโหย่วชิงมองทั้งสองคนสลับกันไปมา แล้วจู่ ๆ ก็หัวเราะเบา ๆ
“ให้ฉันเล่าต่อเถอะ…”
“ในบรรดาตระกูลทั้งเจ็ดของสภา ตระกูลเซี่ยเป็นตระกูลที่อ่อนแอที่สุดก็จริง แต่ตระกูลนี้พิเศษมาก ทุก ๆ เจ็ดสิบปีจะมีอัจฉริยะปรากฏขึ้นมาสักคน ทำให้ตระกูลไม่เคยล่มสลาย”
“อีกทั้งตระกูลเซี่ยยังมีสาวงามมากมาย ความงามระดับจักรวาลนั้นหาง่ายมากในตระกูลนี้ แค่นี้ก็ว่าแปลกแล้ว ที่แปลกกว่านั้นคือลูกสาวตระกูลเซี่ยยังมีลูกดกสุด ๆ ตอนนี้ผู้แข็งแกร่งในสหพันธ์ที่เป็นที่รู้จักเจ็ดสิบเปอร์เซ็นมีสายเลือดของตระกูลเซี่ยทั้งนั้น”
เรื่องเล่าพวกนี้มันน่าตื่นเต้นอยู่แล้ว เธอฟังด้วยความสนใจและเอ่ยขึ้นว่า “ไม่แปลกใจเลยที่แม้ตระกูลเซี่ยจะอ่อนแอ แต่ยังคงมีสถานะสูงส่งในบรรดาตระกูลทั้งเจ็ด ไม่ล้มง่าย ๆ”
“ถูกต้อง และตระกูลเซี่ยยังมีความลับมากมาย แม้ลูกสาวที่แต่งออกไปแล้ว ก็ยังคงภักดีต่อครอบครัวอย่างสูง ความลับของตระกูลนี้จึงไม่เคยรั่วไหล ทำให้ภาพลักษณ์ของตระกูลเซี่ยเต็มไปด้วยความลึกลับ”
[1] หนี่วา เป็นเทพธิดาในตำนานจีนซึ่งเป็นที่รู้จักจากการเป็นผู้สร้างมนุษย์และซ่อมแซมเสาหลักค้ำยันสวรรค์