เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 159 สถานการณ์ที่เกิดจากความบังเอิญ
บทที่ 159 สถานการณ์ที่เกิดจากความบังเอิญ
ป้าคาร์เตอร์ยืนขึ้นและเอ่ยเสียงเศร้า “คุณลู่ ไม่นานมานี้พวกเราเพิ่งรู้ว่า คุณส่งตัวฆาตกรที่ฆ่าลูกสาวและทำร้ายลูกชายของฉันมาให้พวกเรา ให้โอกาสเราที่จะได้แก้แค้น ดังนั้นพอเรารู้ว่ามีคนพวกนั้นต้องการสร้างความลำบากให้คุณ เราก็เลยพยายามหาทางตามมาด้วยกัน การปลอมแปลงข้อมูลนั้นทำไปเพียงเพื่อให้แน่ใจว่าเราจะได้ตามคนพวกนี้มาเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เกิดความวุ่นวาย ขอโทษจริง ๆ ค่ะ”
ที่แท้พวกเขาก็รู้เรื่องของเหวินจีแล้ว นั่นเอง จึงไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาจะพูดออกมาแบบนั้น
แต่เรื่องนี้มันจะเป็นไปได้อย่างไร? เพราะตอนแรกเธอได้ขอให้กู้ตั๋วส่งคนไปจัดการเหวินจีโดยไม่เปิดเผยตัวตน
ดูเหมือนว่าดิ๊ก คาร์เตอร์จะคาดเดาความสงสัยของเธอได้ จึงอธิบายเรื่องราวทั้งหมดออกมา
เรื่องราวเป็นอย่างนี้
ตอนที่เหวินจีถูกส่งไปหาพวกเขา คนของกู้ตั๋วได้อาศัยช่วงเวลากลางดึกที่เงียบสงบ แอบพาเหวินจีไปโยนทิ้งไว้ในบ้านของพวกเขา
จู่ ๆ ก็มีคนมาอยู่ในบ้าน ครอบครัวคาร์เตอร์ตกใจแทบตาย แต่พอมองดูให้ชัดก็เกิดความโกรธแค้นขึ้นมาทันที
ลูกสาวของพวกเขา นั่นก็คือสาวใช้ของลู่จินกู้ ตอนนั้นเธอถูกกล่าวหาว่าขโมยของ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่แปลกมาก แต่ด้วยสถานการณ์ของลู่จินกู้ในขณะนั้นซึ่งตัวเธอเองก็ประสบปัญหาอย่างหนัก จึงไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากยอมให้สาวใช้ไปเผชิญกับการสอบสวน
แต่เมื่อสาวใช้ถูกพาตัวไป เธอก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย
หลังจากที่พวกเขาเจอศพของสาวใช้ซึ่งถูกโยนทิ้งไว้ในสุสานอย่างไม่แยแส สภาพศพอันน่าเวทนาก็ทำให้พวกเขารู้สึกโกรธแค้นจนตาแดงก่ำ
ดิ๊ก คาร์เตอร์มีความผูกพันกับน้องสาวมาก เขาตั้งใจเก็บเงินมาโดยตลอด หวังว่าสักวันจะช่วยให้น้องสาวหลุดพ้นจากสถานะสาวใช้ได้ แต่ตอนนี้ความหวังนั้นไม่อาจเป็นจริงได้อีกต่อไป
เขาโกรธแค้นและต้องการล้างแค้นให้น้องสาว แต่เหวินจีก็ไม่ใช่คนที่จะจัดการได้ง่าย ๆ ดิ๊กกลับถูกตัดขาจนขาดไปข้างหนึ่ง
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ครอบครัวคาร์เตอร์ก็ตกอยู่ในห้วงนรก จนกระทั่งศัตรูคู่อาฆาตปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งตรงหน้า
ตอนนั้นพลังจิตของเหวินจีได้ถูกทำลายไปแล้ว ไม่มีแรงต่อต้านใด ๆ ครอบครัวคาร์เตอร์จึงได้แก้แค้นอย่างที่พวกเขาต้องการได้เต็มที่
แต่ถึงอย่างไร พวกเขาก็ไม่ใช่พวกจิตวิปริตที่โหดเหี้ยมอะไรนัก จึงไม่ได้ทำร้ายจนถึงขั้นฆ่าให้ตาย และเหวินจีเองก็เป็นคนแข็งแกร่ง แม้จะอยู่ในสภาพครึ่งตายครึ่งเป็นและไม่มีพลังจิต แต่เขาก็ยังหนีรอดไปได้
แต่เหวินจีไม่รู้เลยว่า สาวใช้ตัวเล็ก ๆ ที่เขาเคยทรมานจนเบื่อและฆ่าไปนั้น กลับมีพี่ชายที่ไม่ธรรมดาอยู่
ดิ๊ก คาร์เตอร์ มีพลังจิตเพียงระดับ D ซึ่งอยู่ในกลุ่มคนที่ถูกสังคมค่อย ๆ กำจัดทิ้ง แต่เขาไม่ใช่คนโง่ ตรงกันข้าม ความเฉลียวฉลาดของเขากลับทำให้ลู่จินกู้ต้องประหลาดใจ
ความรู้เกี่ยวกับเครื่องกลทั้งหมดของเขาเป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง เพราะไม่มีทุนมากพอที่จะซื้อวัสดุมาฝึก เขาจึงใช้ระบบจำลองในสตาร์เน็ต แยกชิ้นส่วนและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องกลทุกอย่างที่มีในตลาด
เขาใช้เงินทุนที่มีอยู่จำกัดซื้อวัสดุบางอย่างมาทดลองสร้างเครื่องจักรด้วยตัวเอง
เนื่องจากมีวัสดุจำกัด ผลงานที่ทำออกมาจึงเป็นขนาดจิ๋ว
หนึ่งในนั้นคือแมลงขนาดจิ๋วที่สามารถใช้ในการติดตามและดักฟังได้ในระยะไกล
การที่เขาติดตั้งแมลงตัวนี้ไว้ที่ตัวของเหวินจี ก็เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของมันเท่านั้น แต่ใครจะคาดคิดว่า ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกลับทำให้พวกเขาสามารถติดตามเหวินจีที่หลบหนีไปได้
พวกเขาจึงสามารถแอบฟังแผนการของเหวินจีได้
หลังจากที่เขาได้พบปะกับคนอื่นแล้ว เหวินจีก็วางแผนร้ายบริษัทพาราไดซ์และลู่จินกู้ ตอนนั้นเองครอบครัวคาร์เตอร์ถึงได้รู้ว่าคุณหนูที่พวกเขาคิดว่าเย็นชานั้น ที่แท้ยังจำเรื่องการแก้แค้นให้ลูกสาวของพวกเขาได้
แต่น่าเสียดายที่แมลงของดิ๊กไม่มีฟังก์ชันบันทึกภาพ พวกเขาจึงไม่รู้เลยว่าผู้ที่ดำเนินการตามแผนนี้คือใคร
หลังจากที่เหวินจีจัดเตรียมแผนการแก้แค้นเสร็จสิ้นแล้ว เขาก็ฆ่าตัวตายอีกครั้ง เมื่อพวกเขามาถึงที่เกิดเหตุก็ทำได้แค่แอบเก็บแมลงตัวเล็ก ๆ นั้นกลับมา
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นแผนที่มุ่งร้ายต่อบริษัทพาราไดซ์ พวกเขาจึงได้พยายามยื่นคำขออยู่หลายครั้ง เพื่อหวังว่าจะได้ติดต่อกับเธอ แต่น่าเสียดายที่แผนนั้นไม่ประสบความสำเร็จ
ลู่จินกู้รู้สึกประหลาดใจมาก เธอจึงเปิดบัญชีของกลุ่มบริษัทพาราไดซ์ขึ้นมาตรวจสอบ และเข้าใจทันทีว่าทำไมครอบครัวคาร์เตอร์ถึงได้ล้มเหลว
ในแต่ละวันจะมีข้อความส่งมาหาบัญชีนี้นับไม่ถ้วน มีหลายร้อยถึงหลายพันข้อความที่ส่งมาด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานาเพื่อขอนัดพบเธอ
ครอบครัวคาร์เตอร์เองก็ระมัดระวังมาก ไม่กล้าบอกอะไรตรง ๆ ในข้อความเหล่านั้น มันจึงถูกกรองทิ้งเป็นอีเมลขยะอย่างไม่ต้องสงสัย
พวกเขากังวลว่าเธอจะเกิดอันตรายขึ้น และเมื่อเกิดเหตุลักพาตัวขึ้นไม่นานมานี้ก็ไม่มีใครรู้เลยว่าเธอหลบอยู่ที่ไหน
หลังจากที่เธอปรากฏตัวอีกครั้ง ก็มีการเคลื่อนไหวร่วมกับตระกูลเซินอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าคนที่เหวินจีวางแผนให้มาแก้แค้นจะเป็นใคร ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทำอะไรสำเร็จต่อหน้าตระกูลเซิน
หลังจากผ่านพ้นเหตุการณ์และความบังเอิญมาแล้วหลายอย่าง ก็มาถึงการประกาศจ้างงานของบริษัทพาราไดซ์ในครั้งนี้
ครอบครัวนี้ได้ประชุมกันและเห็นว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่จะได้พูดคุยกับเธอโดยตรง
ดิ๊กจึงใช้ความสามารถของตัวเองทำการดัดแปลงข้อมูลเล็กน้อย โดยในขณะที่ทำการทดสอบนั้น เขาก็ปลอมแปลงข้อมูลของทั้งครอบครัว สุดท้ายก็สามารถผ่านการคัดกรองเข้ามาได้สำเร็จ
แผนเดิมของพวกเขาก็แค่ต้องการหาโอกาสแจ้งเตือนเธอ แต่ใครจะรู้ว่าความบังเอิญกลับทำให้ทั้งสองฝ่ายวางแผนในลักษณะเดียวกัน
ทว่าพวกเขาไม่รู้จักชายคนนั้นเลย ดังนั้นจึงไม่พบสิ่งผิดปกติ
จนกระทั่งทั้งห้าคนที่ปลอมแปลงข้อมูลถูกแยกออกมายืนอยู่ด้วยกัน เครื่องตรวจจับกลไกที่ดิ๊กทำเองก็ส่งสัญญาณเตือน พวกเขาจึงได้ให้ความสนใจกับชายคนนั้น
ครอบครัวคาร์เตอร์กังวลว่าชายคนนั้นอาจจะฉวยโอกาสทำร้ายเธอ ในสถานการณ์ฉุกเฉินจึงได้คิดแผนที่เหมือนละครตลกขึ้นมา โชคดีที่ในที่สุดมันก็สำเร็จ
นอกจากนี้ยังต้องขอบคุณดิ๊กที่คอยสังเกตอย่างรอบคอบ เห็นความผิดปกติที่แขนของชายวัยกลางคน และแอบบอกวิธีถอดแขนกลให้พ่อของเขารู้
พ่อคาร์เตอร์นั้น ในอดีตก็มีงานที่คล้ายคลึงกับเปาหยวนซาน นั่นคือทำงานด้านการซ่อมบำรุงเครื่องจักร และบังเอิญว่ามีประสบการณ์มากมายในการถอดชิ้นส่วน
โชคชะตาได้แสดงพลังอันไม่ธรรมดาอีกครั้ง แผนที่ดูเหมือนว่าเป็นการเล่นตลกของพวกเขากลับสำเร็จขึ้นมาได้จริง ๆ
หลังจากฟังเรื่องราวอันยาวเหยียดนี้จบ ลู่จินกู้ก็ไม่รู้ว่าจะประเมินหรือให้ความเห็นอย่างไร
ครอบครัวนี้ นอกจากดิ๊กที่มีพรสวรรค์อันน่าทึ่งในด้านเครื่องจักรแล้ว ที่เหลือก็เป็นเพียงคนธรรมดาทั่วไป แต่กลับกล้าหาญที่จะเสี่ยงขนาดนี้
เหวินจีเคยถูกขังไว้ในบ้านของพวกเขา เรื่องนี้หากอีกฝ่ายตั้งใจจะสืบก็คงจะสามารถค้นหาออกมาได้แน่
ถ้าอีกฝ่ายพบครอบครัวคาร์เตอร์ก่อนที่จะมาถึงตัวเธอ ด้วยความคิดที่ว่า ‘ยอมฆ่าผิดดีกว่าปล่อยคนไป’ พวกเขาทั้งครอบครัวก็อาจจะถูกกำจัดไปเสียก่อน และเธอก็คงจะไม่มีวันรู้เลยว่าการกระทำที่แค่อยากจะทำให้เหวินจีทรมานนั้น กลับได้รับคำขอบคุณอันหนักอึ้งเช่นนี้
พอเห็นสายตาซาบซึ้งจากคนทั้งสาม เธอก็ยิ่งรู้สึกละอายใจ จึงตัดสินใจพูดความจริงว่า “ตอนแรกที่ส่งเขาไปที่บ้านของพวกคุณ ก็ไม่ได้คิดที่จะให้แก้แค้นอะไรหรอก จริง ๆ แล้วเป็นเพราะเขาพยายามจะฆ่าฉันอยู่หลายครั้งต่างหาก ฉันเลยอยากจะทำให้เขาทรมาน…”
เพราะฉะนั้น ฉันคงไม่สามารถรับคำขอบคุณของพวกคุณได้
แต่ก่อนที่เธอจะพูดจบ ดิ๊ก คาร์เตอร์ก็กล่าวขึ้นด้วยเสียงหนักแน่น “ไม่ว่าจุดประสงค์เริ่มแรกของคุณจะเป็นยังไง คุณก็ทำให้พวกเราได้ล้างแค้นให้สมใจแล้ว ตั้งแต่น้องสาวของผมตายไป ความโกรธแค้นก็เกาะกินหัวใจของพวกเรามาตลอด ไม่มีวันไหนที่พวกเราจะสงบลงได้เลย ถ้าไม่ได้รับโอกาสนี้จากคุณ ผมก็ไม่รู้เลยว่าหลังจากนี้พวกเราจะกลายเป็นคนแบบไหน”
พ่อและแม่ของคาร์เตอร์ต่างพยักหน้าหลายครั้ง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเห็นด้วยกับคำพูดของลูกชาย
ลู่จินกู้รู้สึกว่านี่คือครอบครัวที่มีจิตใจเมตตา และคงเป็นแค่ครอบครัวที่เป็นแบบนี้เท่านั้นที่จะสามารถเลี้ยงดูคนอย่างแมรี่ได้
ก่อนหน้านี้เธอไม่ค่อยได้คิดถึงชีวิตที่บ้านตระกูลลู่มากนัก แต่ตอนนี้ความทรงจำเหล่านั้นกลับค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมาเอง
ในฐานะที่เป็นเพียงสาวใช้ที่ไม่มีอำนาจอะไร แมรี่เองก็เคยสงสารและดูแลตัวเธอในอดีตซึ่งเป็นหญิงสาวที่น่าสงสารนี้ในพื้นที่จำกัดแบบเท่าที่เธอพอจะทำได้