เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 162 พระราชวังราชินีเหมันต์
บทที่ 162 พระราชวังราชินีเหมันต์
[ยินดีกับผู้ครอบครองสำหรับการมีอุทยานป่าธรรมชาติแห่งแรก แต่ท่ามกลางดอกไม้และใบไม้เขียวชอุ่ม กลับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเลย ทำให้ดูกร่อยเล็กน้อย ขอให้โฮสต์รีบนำเข้าสิ่งมีชีวิตที่ ‘บริสุทธิ์’ โดยเร็วที่สุด]
[จากข้อมูลของสภาพอากาศในอุทยานป่า ขอแนะนำสิ่งมีชีวิตต่อไปนี้…]
ถัดมาคือรายชื่อสัตว์อันยาวเหยียด เนื่องจากตอนที่เธอสร้างอุทยานป่า เธอได้มุ่งเน้นไปที่การสร้างให้ใหญ่ที่สุดและแข็งแกร่งที่สุด บวกกับมีดาวทั้งดวงให้เธอใช้สอยจึงมีพื้นที่เหลือเฟือ ดังนั้นเธอจึงได้สร้างสภาพแวดล้อมที่หลากหลายไว้ในแต่ละเขตของอุทยาน ทำให้รายการแนะนำสัตว์เหล่านี้ยิ่งยาวขึ้นไปอีก
ลู่จินกู้เพียงแค่ดูคร่าว ๆ และปิดหน้าจอไป ตอนนี้ปัญหาหลักคือ เธอจะไปหาสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ได้จากที่ไหน?
ปัญหานี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขมาก่อน แต่ดูเหมือนว่าหลังจากอุทยานป่าถูกสร้างเสร็จ ก็ได้ปลดล็อกข้อจำกัดบางอย่าง และมีคำแนะนำที่เกี่ยวข้องปรากฏขึ้นในที่สุด
วิธีแก้ไขปัญหานี้ก็คือการไปที่ตลาดการค้า!
พอคิดอย่างถี่ถ้วนแล้วก็พบว่าการจัดการแบบนี้ก็ฟังดูดีไม่น้อย
มันเหมือนกับกลุ่มการค้าไร้ตัวตน ที่มีความต้องการสินค้าทั่วไปของสหพันธ์บางอย่างอย่างแรงกล้า รวมถึงสินค้าที่ชัดเจนว่าไม่ใช่ของอารยธรรมนี้…
เนื่องจากเธอระมัดระวังเป็นอย่างมาก ไม่ยอมให้สินค้าที่ดูแปลกประหลาดเหล่านั้นเล็ดลอดออกสู่ตลาดได้ แม้แต่กู้ตั๋วก็มองไม่ออกว่าตลาดการค้าของพาราไดซ์อาจจะมีเทคโนโลยี ‘การเดินทางผ่านรูหนอน’*[1] ที่ทำให้ต้องตกตะลึง เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ กลุ่มการค้าก็อาจจะสามารถนำสิ่งมีชีวิตที่ ‘บริสุทธิ์’ กลับมาได้
แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกอารยธรรมที่จะต้องประสบปัญหามลพิษในระดับดวงดาว
เมื่อเข้าใจความเชื่อมโยงนี้แล้ว เธอก็อดไม่ได้ที่จะตบหน้าผากด้วยความเสียดาย
“เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ ทำไมก่อนหน้านี้ถึงคิดไม่ออกกันนะ?”
เธอรีบไปที่ตลาดการค้าเพื่อศึกษาเพิ่มเติม และพบว่าตัวเองไม่อาจควบคุมกลุ่มการค้าได้ ทำได้เพียงทิ้งความต้องการของตัวเองไว้ที่ตลาดการค้า
ก่อนหน้านี้ เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่ที่หามาได้นั้นไม่กล้าเอามาวางขายสู่ตลาด คำขอซื้อขายพิเศษที่ได้รับส่วนใหญ่จึงเป็นสินค้าที่กลุ่มการค้านำกลับมา เพื่อตอบสนองความต้องการของฝ่ายนั้น นี่เป็นครั้งแรกที่เธอลองโพสต์ข้อเสนอในการซื้อขาย แต่ก็กลัวว่าถ้าเขียนคลุมเครือเกินไปอาจจะไม่สำเร็จ เธอจึงเลือกสัตว์ในห่วงโซ่อาหารอย่างง่ายมาเป็น ‘ข้อเสนอในการซื้อขาย’ ซึ่งโพสต์ไว้ในระบบ
‘ต้องการกระต่ายและหมาป่า’
หลังจากโพสต์แล้ว เธอก็ถูมือด้วยความคาดหวัง อยากจะเห็นผลลัพธ์โดยเร็ว
ปัจจุบันตลาดการค้ามีกลุ่มการค้าทั้งหมดเจ็ดกลุ่ม ซึ่งตอนนี้สองกลุ่มขึ้นสถานะว่า ‘กำลังพักผ่อน’ ส่วนสามกลุ่มอยู่ระหว่างเส้นทางการค้า มีเพียงอีกสองกลุ่มที่เหลือที่อยู่ในสถานะ ‘เตรียมออกเดินทาง’
ตามกฎของตลาดการค้า พวกเขาจะนำคำขอพิเศษของเธอไปด้วย หากพบสินค้าที่ตรงกับความต้องการ ก็จะทำการแลกเปลี่ยนหรือซื้อกลับมาก่อน
แต่หากกลุ่มการค้าที่พวกเขาไปไม่มีสัตว์ที่เธอต้องการ นั่นก็ช่วยอะไรไม่ได้
การเดินทางของกลุ่มการค้าแต่ละครั้งมีเวลาที่ไม่แน่นอน บางทีก็แค่สามถึงห้าวัน บางทีก็หลายเดือน ตอนนี้เธอทำได้แค่รอและภาวนาเท่านั้น
แต่โชคดีที่ไม่นานนักก็มีเรื่องอื่นมาดึงความสนใจของเธอไป ไม่ต้องให้เธอรอคอยอย่างกระวนกระวายใจในช่วงสองสามวันนี้
ตามเงื่อนไขที่เธอกำหนดไว้ เซินโหย่วชิงและเหอผิงต่างก็ส่งคำตอบกลับมา โดยได้ระบุสิ่งของหลายประเภทที่ตรงตามข้อกำหนดบางข้อหรือทั้งหมดที่เธอตั้งไว้
ลู่จินกู้ค้นหาในตลาดการค้าและพบว่ามีของบางอย่างที่สามารถหาซื้อได้ในตลาด แม้ว่าราคาจะไม่ถูกนัก แต่เธอรู้สึกว่าของที่สามารถหาซื้อได้โดยตรงเหล่านี้ไม่น่าจะเป็นวัสดุหลักสำหรับสิ่งปลูกสร้างมหัศจรรย์
ทว่าแม้เธอจะคาดเดาแบบนี้ แต่ก็ต้องยอมกัดฟันซื้อของแต่ละอย่างมาทดลองดู อย่างน้อยก็ต้องลองดูสักครั้ง เพราะเธอไม่กลัวหนึ่งหมื่น แต่กลัวหนึ่งในหมื่น*[2]
แต่ในที่สุดก็พิสูจน์ได้ว่าของที่สามารถหาซื้อได้โดยตรงในตลาดนั้น ไม่ตรงตามข้อกำหนดทั้งหมด ดังนั้นจึงเหลือเพียงสามสิ่งของหายากที่เซินโหย่วชิงแนะนำมา
หนึ่งในนั้นเป็นอัญมณีที่มีค่าเหมือนอย่างอัญมณีอาร์เทมิสและอัญมณีมายาสวรรค์ นั่นก็คืออัญมณีครวญหิมะ ซึ่งมีค่ามากกว่าอัญมณีทั้งสองนั้นเสียอีก ในสหพันธ์ทั้งหมดเหลืออยู่เพียงสองชิ้น ชิ้นหนึ่งอยู่ตระกูลแบล็กเป็นผู้ครอบครอง และอีกชิ้นเป็นของเซี่ยหลิง อัจฉริยะสาวจากตระกูลเซี่ย
ตามกฎของตระกูลเซี่ย ทุก ๆ เจ็ดสิบปีจะมีการคัดเลือกหญิงอัจฉริยะของตระกูล และเธอจะไม่แต่งงานออกนอกตระกูล แต่จะเป็นการรับสามีเข้าตระกูลแทน ซึ่งอัญมณีครวญหิมะนี้จะฝังอยู่ในมงกุฎของเจ้าสาว และจะปรากฏต่อสาธารณชนในงานแต่งงานของเซี่ยหลิง
ลู่จินกู้จึงคิดว่าการที่จะหาอัญมณีครวญหิมะมาเองนั้นเป็นเรื่องยากจนเกินไป และบางทีการประมูลที่เขตพาราไดซ์ 7 ในครั้งนี้อาจเป็นโอกาสก็ได้
ส่วนอีกสองสิ่งที่เหลือ หนึ่งในนั้นคือแร่พลังงานที่ค้นพบเมื่อหลายสิบปีก่อน แร่ชนิดนี้มีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสตามธรรมชาติ เมื่อถูกขุดขึ้นมาไม่ต้องผ่านการแปรรูปใด ๆ ก็สามารถจัดเรียงเป็นกองอย่างเป็นระเบียบได้ ดูเป็นสิ่งที่น่าพิศวงมาก
แร่ชนิดนี้มีสีฟ้าน้ำแข็งที่ดูบริสุทธิ์ มองดูแล้วราวกับน้ำแข็ง
แต่แร่พลังงานที่ให้ความรู้สึกเย็นนี้กลับแฝงไปด้วยพลังงานมหาศาล เพียงแค่ไม่กี่ก้อนก็สามารถสนับสนุนการทำงานของยานรบได้ถึงหนึ่งเดือน
น่าเสียดายที่ปริมาณการผลิตของมันมีไม่มากนัก จึงถูกจัดให้เป็นวัสดุสำหรับใช้ทางทหารของสหพันธ์ และไม่มีการหมุนเวียนในภาคประชาชน แต่เซินโหย่วชิงกล่าวว่าสามารถช่วยจัดหามาให้เธอได้หนึ่งก้อน
ส่วนสิ่งสุดท้ายควรนับว่าเป็นของโบราณ เรียกว่า ศิลาน้ำแข็งคราม เมื่อก่อนบนดาว 7499 ซึ่งเป็นหนึ่งในดาวที่สหพันธ์เริ่มพัฒนาล่าสุด และต่อมาก็เป็นหนึ่งในดาวที่เกิดมลพิษเร็วที่สุด ดาวดวงนั้นเต็มไปด้วยหินชนิดหนึ่งที่งดงาม มองจากระยะไกลคล้ายกับคริสตัลน้ำแข็ง เมื่อมองใกล้จะเห็นความไหลลื่นเล็กน้อย อีกทั้งรูปร่างตามธรรมชาติของมันก็สวยงามอย่างยิ่ง จนมันเคยเป็นวัสดุตกแต่งสวนที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
หลังจากที่ดาว 7499 กลายเป็นดาวมรณะ ศิลาน้ำแข็งครามที่ถูกขุดขึ้นมาก็กลายเป็นของหายาก ทำให้ราคาของมันพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
ปัจจุบัน หากมีศิลาน้ำแข็งครามปรากฏในตลาดการค้า ราคาของมันก็จะเทียบเท่ากับยานอวกาศขนาดเล็ก
แน่นอนว่าเมื่อเทียบกับอัญมณีที่เธอกำลังตามหาอยู่ก่อนหน้านี้ ศิลาน้ำแข็งครามถือว่าราคาถูกกว่าและหามาได้ง่ายที่สุด
แต่ตอนนี้ในตลาดไม่มีการขายศิลาน้ำแข็งคราม ตระกูลเซินเองก็ไม่ค่อยใช้ศิลาน้ำแข็งครามตกแต่งสวน เพราะพวกเขาชอบทิวทัศน์ธรรมชาติมากกว่า แต่เซินโหย่วชิงบอกว่าเธอได้ติดต่อคนรู้จักให้แล้ว และจะส่งศิลาน้ำแข็งครามมาให้เธอหนึ่งก้อน
สิ่งของเหล่านี้ล้วนมีคุณสมบัติที่ตรงกับการคาดการณ์ของเธอเรื่องวัสดุหลักไม่มากก็น้อย ตอนนี้เธอก็แค่ต้องรอการตรวจสอบเท่านั้นจึงจะยืนยันได้
ในวันที่ห้าของการประมูลสิทธิ์ก่อสร้างพาราไดซ์ 7 ก็เป็นไปตามคาด กล่องจดหมายของเธอเต็มไปด้วยข้อเสนอใหม่ ๆ และแร่พลังงานชนิดพิเศษก็ถูกส่งมาถึง
แร่พลังงาน ‘เทพหิมะ’ มีขนาดประมาณ 30 ซม. x 30 ซม. รูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดไม่ใหญ่มาก และมีรูปลักษณ์ที่ดูเยือกเย็น ทำให้ไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าหลังจากเผาไหม้แล้วมันจะสามารถระเบิดพลังงานออกมาได้มากมายขนาดนั้น
ลู่จินกู้หยิบแร่พลังงานที่ถูกตั้งชื่อว่าเทพหิมะขึ้นมาอย่างเบามือ ทันใดนั้นเองก็มีเสียง “ติ๊ง” ดังขึ้นที่ข้างหูเธอ
เธอเปิดระบบพาราไดซ์ด้วยความตื่นเต้น และเห็นข้อความแจ้งเตือนจากระบบปรากฏขึ้น
[ตรวจพบเงื่อนไขการสร้างสิ่งปลูกสร้างมหัศจรรย์ พระราชวังราชินีเหมันต์ เปิดใช้งาน คุณต้องการเริ่มภารกิจสร้างพระราชวังราชินีเหมันต์หรือไม่?]
แม้ว่ามันจะไม่ใช่พระราชวังจันทรา แต่เธอก็ยังรู้สึกดีใจมากที่อย่างน้อยเธอก็มีแนวทางในการสร้างสิ่งปลูกสร้างมหัศจรรย์แห่งที่สามแล้ว
เพียงแต่ว่าพระราชวังแห่งนี้ไม่ได้อยู่ในระบบอารยธรรมเดียวกับวิหารหนี่วาและพระราชวังจันทรา เธอจึงต้องหาตำแหน่งใหม่ในการก่อสร้าง
ข่าวดีก็คือ พระราชวังแห่งนี้ใช้พื้นที่ไม่มาก แต่มีความสูงเป็นที่น่าประทับใจ เธอใช้เวลาคิดทบทวนครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจจัดวางไว้ที่พาราไดซ์หมายเลข 1 ซึ่งพอดีกับที่นั่นก็ยังขาดสิ่งปลูกสร้างที่เป็นสัญลักษณ์อยู่
และในคืนนั้นเอง ศิลาน้ำแข็งครามก็ถูกส่งมาถึง
[1] แนวคิดทางฟิสิกส์ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางผ่านรูหนอน (Wormhole) ซึ่งเป็นเส้นทางลัดที่เกิดจากการพับตัวของปริภูมิ-เวลา (Space-time) เพื่อใช้เดินทางข้ามห้วงอวกาศได้ในพริบตา รูหนอน ถูกอธิบายว่าเป็นเหมือนอุโมงค์ที่เชื่อมต่อระหว่างสองจุดในจักรวาล ทำให้การเดินทางข้ามพื้นที่หรือกาลเวลาเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
[2] ไม่กลัวสิ่งที่อยู่ในความคาดหมาย แต่กลัวสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมาย หรือกันไว้ดีกว่าแก้