เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 199 ความลับเกือบจะหลุดออกมาแล้ว
บทที่ 199 ความลับเกือบจะหลุดออกมาแล้ว
“จะไปไหน?” กู้ตั๋วถามขึ้นทันที
“ไปที่โลกค่ะ” ลู่จินกู้ตอบสั้น ๆ
“ไปด้วยกัน”
ลู่จินกู้ไม่ได้ปฏิเสธ ทั้งสองคนจึงขึ้นรถม้าและออกเดินทางทันที
แม้การใช้สถานีขนส่งเพื่อเคลื่อนย้ายระหว่างเขตต่าง ๆ ของพาราไดซ์จะรวดเร็วมาก แต่เธอก็ยังรู้สึกกระวนกระวายใจอยู่ดี ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่ารถม้าแล่นไปแล้วหน้าต่างข้างนอกก็ไม่มีอะไร แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะมองออกไปบ่อย ๆ
กู้ตั๋วเอ่ยขึ้นว่า “นี่ เอาไป”
เขายื่นถุงใบหนึ่งให้เธอ
เธอไม่มีอารมณ์ที่จะรับของขวัญในตอนนี้ จึงแค่เหลือบมองแล้วถามแบบผ่าน ๆ ว่า “นี่อะไรคะ?”
“บัญชีส่วนตัวของฉันถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลา” เขาไม่ปิดบัง “ฉันสามารถติดต่อกับอีธานและคนอื่น ๆ ผ่านช่องทางของกองทัพได้ แต่กับเธอทำไม่ได้”
เรื่องนี้ดึงดูดความสนใจของเธออยู่บ้าง เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถามว่า “เรื่องการติดตามนั่น ยังแก้ไม่ได้อีกเหรอคะ?”
มันผ่านมาแล้วตั้งแต่เหตุการณ์ลักพาตัวครั้งนั้น และปัญหานี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งมันดูไม่เหมือนความสามารถของกู้ตั๋วเลย
“อืม อีกฝ่ายมีวิธีการที่ซับซ้อนและเคลื่อนไหวรวดเร็วมากจนอีฟยังไม่สามารถจับร่องรอยได้” เขาพูดพลางยื่นถุงให้เธออีกครั้ง “นี่คืออุปกรณ์สื่อสารที่ฉันสั่งทำขึ้นมาโดยเฉพาะ ด้านในมีหมายเลขติดต่อใหม่ ต่อไปเธอจะสามารถติดต่อฉันได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกดักฟัง”
เธอหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรับของมา
ในถุงเป็นกล่องกำมะหยี่ เมื่อเปิดออกก็พบกับอุปกรณ์สื่อสารรูปทรงนาฬิกาข้อมือสีเงินที่มีดีไซน์โค้งมนสวยงาม
“ฉันเห็นว่าเธอชอบรูปแบบนี้ ก็เลยเลือกมาแบบนี้ ไม่ได้เลือกสไตล์อื่น”
ต้องยอมรับว่าอุปกรณ์สื่อสารใหม่นี้ดูสวยงามกว่าที่เธอใช้อยู่มาก เห็นได้ชัดว่ามีมูลค่าสูง
เธอยอมรับว่าชอบอุปกรณ์นี้มาก ยิ่งเมื่อกู้ตั๋วบอกว่ามันสามารถโอนย้ายข้อมูลจากอุปกรณ์เก่าไปยังอุปกรณ์ใหม่ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งผู้ที่ถูกจับตามองคือเขา ไม่ใช่เธอ เธอจึงไม่ต้องมีอุปกรณ์สองเครื่องให้วุ่นวาย
ด้วยคำแนะนำของเขา เธอก็โอนย้ายข้อมูลทั้งหมดไปยังอุปกรณ์ใหม่อย่างรวดเร็ว และสวมอุปกรณ์สื่อสารรูปทรงนาฬิกาเรือนใหม่ไว้ที่ข้อมือ
ต้องยอมรับว่าคำพูดที่ว่า ‘คุณภาพย่อมมาพร้อมกับราคา’ นั้นเป็นเรื่องจริง อุปกรณ์ใหม่นี้มีน้ำหนักเบากว่าเดิมครึ่งหนึ่ง วัสดุที่แนบอยู่บนข้อมือให้ความรู้สึกสบายเป็นพิเศษ และการใช้งานก็ลื่นไหลกว่าอุปกรณ์ราคาถูกที่เธอเคยใช้มาก
หลังจากลองใช้ไม่กี่ครั้ง เธอก็พบว่าความกังวลในใจเริ่มสงบลงมากแล้ว
เธอรู้ดีว่ากู้ตั๋วจงใจใช้อุปกรณ์ชิ้นนี้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเธอ ไม่ให้เธอตื่นตระหนกเกินไป
เธอจึงยิ้มขอบคุณแล้วถามว่า “นาฬิกาสื่อสารนี้ราคาเท่าไหร่คะ?”
ตอนนี้เธอเองก็มีฐานะอยู่แล้ว แม้แต่ของที่สั่งทำพิเศษก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเธอ
แต่กู้ตั๋วกลับส่ายหัว “ฉันให้เธอฟรี”
“ไม่มีเหตุผลที่ฉันจะรับของที่มีค่าแบบนี้มาฟรี ๆ นะคะ” เธอพูดเอ่ยเสียงเด็ดขาด
หากเธอไม่ชอบอุปกรณ์นี้มาก เธอก็คงไม่รับมาตั้งแต่แรก
แต่เมื่อเธอชอบแล้ว ก็อยากจ่ายเงินซื้อเองเพื่อความสบายใจ
ท่าทีของเธอไม่ได้ทำให้กู้ตั๋วแปลกใจ เขาก็ยืนยันเช่นกันว่าจะไม่บอกราคา แต่ตกลงที่จะ ‘แลกเปลี่ยน’ กันแทน
และสิ่งที่เขาหมายถึงการแลกเปลี่ยน แน่นอนว่าเป็น ‘อาหาร’
ดูเหมือนว่าโลกของนักกินจะเข้าใจได้ง่ายเสมอ
ครั้นเห็นเขามีท่าทีหนักแน่น ลู่จินกู้เองก็จนปัญญา จึงได้แต่ยิ้มและพูดว่า “ถ้าเป็นแบบนี้ ฉันคงเป็นหนี้ค่าอาหารของคุณไปอีกนานเลยนะคะ”
กู้ตั๋วตอบจริงจัง “อย่าว่าแต่หนึ่งปีเลย สิบปีก็ไม่เบื่อ ไม่ต้องห่วงหรอก”
เธออดหัวเราะไม่ได้ นี่เธอกังวลเรื่องนี้เหรอ?
ในขณะที่รถม้าหยุดลง กรีนลีฟก็อยู่ที่สถานีขนส่งเพื่อรอพบเธอโดยเฉพาะ
ความสนใจของลู่จินกู้ถูกดึงกลับมาอีกครั้ง เธอไม่ได้ติดใจเรื่องอุปกรณ์สื่อสารอีกต่อไปและพยักหน้ารับคำของกู้ตั๋ว
ทันทีที่ลงจากรถม้า เธอก็พุ่งตรงไปหากรีนลีฟด้วยความกระตือรือร้นและถามด้วยเสียงตื่นเต้นว่า “ตอนนี้คุณยังสามารถใช้ทักษะของฉันได้ไหม?”
เธอไม่ได้สังเกตเลยว่าใบหน้าของกู้ตั๋วกลับมืดลงเล็กน้อย เขามองไปยังกรีนลีฟด้วยสายตาลึกล้ำ
กรีนลีฟซึ่งมีประสาทสัมผัสที่ไวต่อการรับรู้จึงสังเกตเห็นทันที เขาเงยหน้าขึ้นมองกู้ตั๋วด้วยแววตาที่แฝงความท้าทายเล็กน้อย
แต่การแลกเปลี่ยนสายตานั้นเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ เธอไม่ทันสังเกตถึงบรรยากาศที่เคร่งเครียดระหว่างคนทั้งสอง
เมื่อได้รับคำตอบยืนยันจากกรีนลีฟ ความดีใจอย่างล้นหลามก็ถาโถมเข้าใส่เธอ
แม้คนอื่นจะไม่รู้ แต่เธอรู้ดีว่าการ ‘ใช้ทักษะร่วมกัน’ นั้นเป็นเพียงการที่ระบบพาราไดซ์เปิดบางส่วนของสิทธิ์ให้กรีนลีฟใช้เท่านั้น
ตอนนี้เมื่อกรีนลีฟยังสามารถใช้งานระบบพาราไดซ์ได้ตามปกติ นั่นแสดงว่าระบบไม่ได้มีปัญหา เพียงแค่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทำให้การเชื่อมต่อระหว่างเธอกับระบบถูกตัดขาดชั่วคราว
แม้จะยังไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะเชื่อมต่อกลับมาได้ แต่การที่ระบบยังอยู่ทำให้เธอรู้สึกโล่งใจขึ้นมาก
เมื่อกรีนลีฟพูดถึงความรู้สึก ‘ติดขัด’ ในการจัดการพลังงานอีกครั้ง คราวนี้เธอจึงมีสติพอที่จะคิดถึงปัญหานั้นได้
เธอดึงตัวกรีนลีฟมาพร้อมพูดว่า “คุณรู้สึกว่าตรงไหนไม่ราบรื่น พาฉันไปดูหน่อย”
เธอเดินไปได้สองสามก้าวก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามีอีกคนที่มากับเธอ จึงหันไปยิ้มแล้วพูดว่า “งานก่อสร้างที่นี่เสร็จไปกว่าครึ่งแล้วค่ะ คุณจะเดินดูรอบ ๆ ก็ได้นะ”
กู้ตั๋วไม่พูดอะไร แต่กลับก้าวตามมาเงียบ ๆ
ท่าทีนี้บ่งบอกว่าเขาปฏิเสธคำชวนของเธอ เธอจึงได้แต่เอ่ยติดตลกว่า “ถ้าคุณไม่เบื่อก็ไม่เป็นไร” จากนั้นเธอก็ตามกรีนลีฟไปตรวจสอบสถานการณ์
เนื่องจากเธอเป็นคนให้แผนผังการจัดวางพลังงานเอง เธอจึงสามารถตรวจพบปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
ปรากฏว่ามีรายละเอียดเล็ก ๆ บางอย่างที่ไม่ถูกต้อง
ศาสตร์ฮวงจุ้ยของประเทศจีนมีความลึกล้ำและซับซ้อนมาก ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำลายผลลัพธ์ของฮวงจุ้ยทั้งหมดได้ การละเลยจุดเล็ก ๆ ที่ไม่เด่นชัดเหล่านี้จึงทำให้ผลลัพธ์ของพลังงานไม่สมบูรณ์ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมกรีนลีฟถึงรู้สึกว่ามันยังติดขัด
หลังจากที่ลู่จินกู้เข้ามาปรับแต่งบางส่วน ฮวงจุ้ยก็กลับมาเต็มที่อีกครั้ง สายลมอุ่นเริ่มพัดโชย กลิ่นหอมของดอกไม้ฟุ้งกระจายไปทั่ว ทำให้คนรู้สึกสดชื่นถึงใจ
กรีนลีฟหลับตาพริ้มสูดลมหายใจลึกอย่างมีความสุข “รู้สึกดีมาก เหมือนได้กลับไปอยู่ในอ้อมกอดของต้นไม้แห่งชีวิตเลย”
กู้ตั๋วทำท่าทางครุ่นคิดแล้วทวนคำพูดนั้น “ต้นไม้แห่งชีวิต?”
กรีนลีฟที่กำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศถึงกับชะงัก ลู่จินกู้เองก็อึ้งไปเช่นกัน เพราะลืมไปว่ากรีนลีฟได้เปลี่ยนโฉมหน้าของตัวเองแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นเอลฟ์
คำพูดเมื่อครู่อาจทำให้กู้ตั๋วเริ่มสงสัย
ทั้งสองหันไปมองกู้ตั๋วพร้อมกัน พบว่าเขากำลังจ้องกรีนลีฟด้วยสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความสงสัย
ลู่จินกู้รีบเปลี่ยนเรื่องทันที “ฮวงจุ้ยตรงนี้ไม่มีปัญหาแล้วค่ะ” เธอทำทีไม่สนใจสีหน้าของกู้ตั๋วที่ดูจะจริงจังขึ้น “ไปดูวิหารหนี่วากันดีกว่า”
วิหารหนี่วาเป็นสถานที่ที่สำคัญที่สุดในตำนานของจีน การที่พวกเขาสามารถสร้างสิ่งก่อสร้างอันน่าอัศจรรย์นี้ได้ทำให้เธอรู้สึกภูมิใจมาก
วิหารหนี่วานั้นสร้างขึ้นโดยอิงกับภูเขา ซึ่งตัวภูเขาเองก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งก่อสร้างอันน่าอัศจรรย์นี้ ภูเขามีรูปลักษณ์ที่ ‘แปลกตา อันตราย งดงาม’ แม้จะไม่มีสิ่งก่อสร้างหรือประติมากรรมใด ๆ ทว่ามันก็สามารถถูกจัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A ได้แล้ว
แต่เมื่อมีวิหารหนี่วาและประติมากรรมหินที่หลากหลายเพิ่มเข้ามา ภูเขานี้ก็ยิ่งเพิ่มความสง่างามและศักดิ์สิทธิ์ มองจากระยะไกลก็รู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ
แม้แต่กู้ตั๋วที่มีความคิดมากมายวนเวียนอยู่ในหัวก็ยังถูกดึงดูดความสนใจทันทีที่เห็นวิหารหนี่วา
ทั้งสามคนเดินขึ้นไปยังเส้นทางภูเขาที่ลาดชันและคดเคี้ยว ใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะถึงอาคารหลักที่อยู่บนยอดเขา
รูปปั้นของหนี่วาตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา โดยมีวิหารตั้งอยู่ตรงหน้า
ลู่จินกู้จัดเสื้อผ้าของเธอให้เรียบร้อย จากนั้นจึงค่อย ๆ ก้าวเข้าไปในวิหาร