เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 201 อัปเดตเสร็จสมบูรณ์
บทที่ 201 อัปเดตเสร็จสมบูรณ์
หลังจากมื้ออาหารจบลง กู้ตั๋วกลับไม่ยอม ‘ปิดบัญชี’ เขายืนยันว่าตามที่ตกลงกันไว้ อาหารที่สัญญาไว้เป็นค่าตอบแทนของเขา แต่ในเมื่อเธอแบ่งให้คนอื่นกินด้วย มันก็ไม่นับเป็นค่าตอบแทน
ลู่จินกู้ไม่คิดว่าเขาจะกลายเป็นคนขี้งกแบบนี้ เธอทั้งหัวเราะและโมโห แต่เพราะตอนนี้เธออารมณ์ดี จึงยอมรับการ ‘กวนประสา’ ของเขา ตกลงว่าวันหลังจะหาโอกาสจัดโต๊ะอาหารมื้อพิเศษเพื่อ ‘ชดใช้หนี้’ ให้เขาโดยเฉพาะ
หลังจากนั้นสองสามวันทุกอย่างก็ราบรื่นดี เธอจึงพาลู่เหนี่ยนเจิ้นและคนอื่น ๆ มาที่นี่
ดาวเคราะห์หมายเลข 43 ไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยระยะยาว แต่ดาวเคราะห์หมายเลข 6 แห่งพาราไดซ์ซึ่งตั้งอยู่บนดาวอังคารกำลังเตรียมสร้างและใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว พื้นที่สามส่วนเป็นที่อยู่อาศัยระดับกลาง อีกหนึ่งส่วนเป็นที่อยู่อาศัยระดับสูง
เธอมีสิทธิพิเศษ จึงซื้อที่อยู่อาศัยระดับสูงได้ในราคาดี และย้ายลู่เหนี่ยนเจิ้น มิซึโนะ ยูมิโกะ ลู่อวี๋กู้ และคนรับใช้ที่เคยติดตามตระกูลลู่มาทั้งหมดมาอยู่ที่นี่
ช่วงเวลาสงบสุขผ่านไป ลู่จัวตายไปแล้ว มิซึโนะ ยูมิโกะก็ไม่ร้องไห้เศร้าสร้อยเหมือนก่อน แต่เธอก็ยังคงไม่ชอบออกจากบ้าน มักจะหมกตัวอยู่ในบ้านทั้งวัน อารมณ์ก็ยังหม่นหมอง ลู่อวี๋กู้มองเห็นทุกอย่างและจดจำไว้ในใจ
แม้ว่าจะอยากช่วยเปลี่ยนนิสัยของแม่ แต่เธอก็รู้ดีว่าไม่สามารถทำได้ในเวลาอันสั้น โชคดีที่อาชีพของแม่ทำให้สามารถทำงานอยู่ที่บ้านได้ ลู่อวี๋กู้จึงเริ่มเขียนงานใหม่พร้อมกับอยู่เคียงข้างแม่ไปด้วย
ในช่วงนี้เอง ลู่จินกู้ถึงได้รู้ว่าที่แท้น้องสาวของเธอได้จับจองบ้านไว้ที่พาราไดซ์ 1 ตั้งแต่แรก โดยตั้งใจจะพาแม่ไปอยู่ที่นั่น
แต่เมื่อเทียบกันแล้ว ที่อยู่อาศัยระดับกลางไม่สะดวกสบายเท่าที่อยู่อาศัยระดับสูง และมิซึโนะ ยูมิโกะก็ชอบอยู่ใกล้ลู่เหนี่ยนเจิ้น ลู่อวี๋กู้จึงตัดสินใจอยู่ที่นี่แทนโดยยอมจ่ายค่าเช่า
สำหรับบ้านที่พาราไดซ์ 1 เธอให้เช่าไปแล้ว ไม่เพียงแต่ไม่ขาดทุน แต่ยังได้กำไรอีกด้วย
ใครจะไปคิดได้ว่พาราไดซ์ 1 นั้นมีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนสามารถพูดได้ว่าที่ดินกลายเป็นสิ่งล้ำค่า แม้มีเงินก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถหาซื้อบ้านได้
ดังนั้นจึงมีคนจำนวนมากที่กำลังเฝ้าดูพาราไดซ์ 6 และรอคอยการเปิดขายด้วยความคาดหวัง
พวกเขาไม่รู้เลยว่า ลู่จินกู้ได้วางแผนสำหรับพาราไดซ์ 6 ไว้แล้ว
เดิมทีเธอคิดจะเริ่มประชาสัมพันธ์ในช่วงนี้ แต่บังเอิญเกิดการอัปเดตระบบพาราไดซ์ เธอจึงตัดสินใจรอดูก่อนว่าการอัปเดตนี้จะนำอะไรใหม่ ๆ มาให้บ้าง แล้วค่อยตัดสินใจต่อไป
หลังจากที่ระบบถูกอัปเดตเสร็จสมบูรณ์ ลู่จินกู้เองก็ไม่มั่นใจนักว่าระบบจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หากฟังก์ชันบางอย่างถูกจำกัดหรือมีการเปลี่ยนแปลง แน่นอนว่าแผนการพัฒนาของบริษัทพาราไดซ์กรุ๊ปจะต้องเปลี่ยนไปตามนั้นด้วย
ช่วงเวลาที่ผ่านมาจึงเป็นไปด้วยความคาดหวังและการรอคอย จนกระทั่งวันหนึ่งเธอลงมือทำอาหารด้วยตัวเอง รับประทานอาหารค่ำกับครอบครัวและกู้ตั๋วที่มาร่วมวงโดยไม่ได้นัดหมาย หลังจากนั้นพวกเขาก็ออกไปเดินเล่นสักพัก ก่อนที่เธอจะเข้านอน
แต่ยังไม่ทันได้หลับสนิทดี เธอก็ได้ยินเสียง “ติ๊ง” ดังขึ้นเบา ๆ
หัวใจเธอเต้นเร็วขึ้น เธอลืมตาขึ้นทันทีและเรียกหาด้วยสัญชาตญาณว่า “ระบบพาราไดซ์”
หลังจากที่รอคอยมานาน หน้าจอการจัดการที่ไม่เคยเห็นมานานก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเธอ มีข้อความจากระบบกระโดดขึ้นมาบนหน้าจอว่า
[ระบบอัปเดตเสร็จสมบูรณ์ ต้องการดูคุณสมบัติใหม่ทันทีหรือไม่? ใช่/ไม่ใช่]
ต้องคิดอะไรมากหรือ? แน่นอนว่าเธอกด [ใช่]
เพียงครู่เดียว เอกสารการอัปเดตขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นเต็มหน้าจอ
เธออ่านอย่างละเอียดและพบว่านอกจากการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเช่นหน้าจอและอินเทอร์เฟซ มีการอัปเดตที่สำคัญอยู่ไม่กี่ข้อที่น่าจับตามอง
ข้อแรกคือการเสริมระบบป้องกันที่ทันสมัยขึ้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ระบบเคยถูกโจมตี
เธอคาดการณ์ว่าการโจมตีนี้อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์พยายามแย่งชิงทักษะที่เคยเกิดขึ้น แม้เธอยังไม่พบหลักฐานที่ชัดเจน แต่เธอก็มั่นใจเกือบ 80% ว่ามีคนพยายามจะขโมยทักษะของเธอ
แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ทักษะที่เรียกว่า ‘ทักษะการเปลี่ยนแปลง’ นั้นเป็นเพียงภาพลวงตา เพราะระบบพาราไดซ์ไม่ใช่ทักษะ จึงไม่สามารถขโมยได้สำเร็จ ถึงแม้กระบวนการนั้นอาจส่งผลกระทบอยู่บ้าง แต่ก็ทำให้ระบบพาราไดซ์พัฒนาและเสริมการป้องกันของตัวเองโดยอัตโนมัติ
จากความเชื่อมั่นในระบบพาราไดซ์ เธอมั่นใจว่าหากเจอสถานการณ์ที่มีคนพยายามแย่งชิงทักษะอีกครั้ง ระบบนี้จะไม่มีปัญหาใด ๆ
การอัปเดตที่สำคัญอีกอย่างคือ การเพิ่มหน้าจอ ‘อารยธรรม’ ขึ้นมาโดยเฉพาะ
เมื่อเธอกดเข้าไปดู พบว่ามีระบบอารยธรรมมากมายปรากฏขึ้น เหมือนดาวระยิบระยับในท้องฟ้า นอกจากอารยธรรมที่เธอคุ้นเคยอย่างอารยธรรมจีนและอารยธรรมโบราณต่าง ๆ บนโลกแล้ว ยังมีอารยธรรมแปลก ๆ เช่น อารยธรรมคธูลู อารยธรรมเอลฟ์ อารยธรรมมนุษย์เงือก และอื่น ๆ อีกมากมาย
จำนวนอารยธรรมเหล่านี้มากมายจนเธอดูไม่หมด แต่เกือบทั้งหมดเป็นตัวอักษรสีเทาที่ไม่สามารถกดดูรายละเอียดได้ มีเพียง ‘อารยธรรมจีน’ เท่านั้นที่ส่องแสงเจิดจรัส
เมื่อกดเข้าไปดู เธอพบว่านอกจากจะมีข้อมูลเกี่ยวกับระบบอารยธรรมแล้ว ยังมีบอกถึง ‘ระดับการฟื้นฟูอารยธรรม’ ด้วย
ตอนนี้แถบความคืบหน้ามีสีเพียงเล็กน้อยเท่ากับเส้นผมบาง ๆ ความคืบหน้าแทบจะเป็นศูนย์
ด้านล่างแถบความคืบหน้านั้นมีคำอธิบายว่า การสร้างวิหารหนี่วาและวังกวงฮานได้มีส่วนช่วยให้การฟื้นฟูอารยธรรมจีนก้าวหน้า โดยเฉพาะคำว่า ‘วิหารหนี่วา’ ที่ถูกเน้นด้วยตัวอักษรสีทอง
ลู่จินกู้เข้าใจทันที ดูเหมือนว่าสาเหตุที่อารยธรรมจีนแสดงสถานะ ‘ฟื้นฟู’ นั้นเป็นเพราะระบบยอมรับว่ามีการสร้างสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ที่เป็นจุดกำเนิดของอารยธรรมนี้
เมื่อคิดเช่นนี้ พระราชวังจันทรา อาณาจักรแอตแลนติส และพระราชวังราชินีเหมันต์ ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของอารยธรรมบางอารยธรรมเช่นกัน เพียงแต่จุดกำเนิดยังไม่ปรากฏขึ้น ทำให้ระบบอารยธรรมยังไม่ถูกปลดล็อก
เมื่อมองดูระบบอารยธรรมที่ซับซ้อนมากมายในระบบพาราไดซ์ ลู่จินกู้พลันรู้สึกโล่งใจที่ตัวเองไม่ได้หมกมุ่นที่จะสะสมความสำเร็จ เพราะต่อให้ใช้เวลาทั้งชีวิต ก็ไม่อาจปลดล็อกอารยธรรมทั้งหมดได้ ถ้าเธอมีอาการแบบนั้นคงได้รู้สึกหงุดหงิดทุกวันแน่
อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูอารยธรรมจีนเป็นสิ่งที่เธอพร้อมจะทุ่มเท
ไม่เพียงเพราะเธอมีหัวใจที่ยึดมั่นในประเทศจีน แต่ยังมีอีกเหตุผลสำคัญหนึ่ง
ที่ปลายสุดของแถบความคืบหน้า มีกล่องของขวัญประดับลวดลายวิจิตรส่องแสงเจิดจรัส ดูจากรูปลักษณ์และประกายที่เปล่งออกมาก็รู้ได้ทันทีว่ามันไม่ธรรมดา
เห็นได้ชัดว่าหากเธอสามารถเติมเต็มแถบความคืบหน้านี้ กล่องของขวัญนี้จะถูกเปิดออก
จากประสบการณ์เล่นเกมในชีวิตก่อน ยิ่งภารกิจยากเท่าไหร่ รางวัลที่ได้รับก็ยิ่งคุ้มค่า
สำหรับระดับความยากในการฟื้นฟูอารยธรรม เธอไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าภายในกล่องนี้จะมีอะไรซ่อนอยู่
ยิ่งจินตนาการไม่ออกก็ยิ่งทำให้เธออยากรู้ ดังนั้นเธอจึงเริ่มใส่ใจภารกิจนี้มากขึ้น และความกระตือรือร้นก็พลุ่งพล่าน
การเปลี่ยนแปลงของระบบหลังการอัปเดตยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ทุกอาคารในระบบต่างมีตัวเลือก ‘ซ้อนทับ’ ปรากฏขึ้น
ตอนแรกเธอไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร แต่เมื่อได้ลองใช้งานจึงเข้าใจในที่สุด
ต้องยอมรับว่าระบบพาราไดซ์เลือกใช้คำอธิบายที่ไม่ค่อยชัดเจนนัก
สำหรับลู่จินกู้แล้ว เธอคิดว่าฟังก์ชันใหม่นี้ควรจะเรียกว่า ‘การเสริมพลัง’ น่าจะเหมาะสมมากกว่า
ก่อนหน้านี้ หากต้องการให้อาคารในระบบพาราไดซ์มีคุณสมบัติมหัศจรรย์ จะมีเพียงสองวิธีเท่านั้น
วิธีแรกคือ เธอต้องใช้พลังจิตของเธอในการสร้างสรรค์สิ่งนั้นให้เป็นจริง และอีกวิธีคือ ต้องจัดเตรียมแบบแปลนแล้วสร้างอาคารโดยใช้วัสดุพิเศษที่ผลิตจากระบบพาราไดซ์
อาคารที่ถูกสร้างด้วยสองวิธีนี้เท่านั้นถึงจะมีคุณสมบัติวิเศษ เช่น มีแหล่งน้ำในตัว มีของใช้พื้นฐานครบครัน และยังมีผลดีจากการชำระล้างและปลอบประโลมของระบบพาราไดซ์ ซึ่งทำให้คุณสมบัติต่าง ๆ เหล่านั้นเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
แต่เมื่อมีฟังก์ชัน ‘ซ้อนทับ’ เข้ามาในตอนนี้ มันก็ได้เพิ่มตัวเลือกที่สามในการใช้งาน