เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 243 ข้อสงสัยของแอนนา แบล็ก
บทที่ 243 ข้อสงสัยของแอนนา แบล็ก
ไม่ผิดจากที่คาดไว้ ทักษะของเซินนั่วทำให้ทั้งสหพันธ์ตกตะลึงทันทีที่ถูกเปิดเผย และขึ้นอันดับหนึ่งในกระแสฮอตของสตาร์เน็ตในพริบตา
ในสหพันธ์เป็นที่รู้กันว่าเมื่อระดับพลังจิตเสถียรแล้วมันจะไม่เปลี่ยนแปลงง่าย ๆ คนรุ่นเก่าจดจำเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เกิดจากการพยายามเพิ่มพลังจิตได้เป็นอย่างดี เรื่องนี้จึงถือเป็นข้อห้ามที่ไม่ควรพูดถึง
ดังนั้นเมื่อทักษะของเซินนั่วถูกเปิดเผย จึงเกิดการถกเถียงอย่างร้อนแรงในทันที
“ทักษะนี้มีความเสี่ยงในการเพิ่มพลังจิตไหม?”
นี่คือคำถามที่ผู้คนสนใจที่สุด และมีนักข่าวที่ได้รับคำสั่งโดยตรงให้ยิงคำถามนี้ออกมา
เซินโหย่วชิงยืนข้าง ๆ อย่างสงบนิ่ง ขณะที่เซินนั่วเป็นผู้ตอบคำถามนี้โดยตรง
เด็กหนุ่มแสดงสีหน้าเคร่งขรึมเล็กน้อยและพยักหน้าตอบว่า “แน่นอนว่ามีความเสี่ยง”
ทุกคนในห้องแถลงข่าวถึงกับตกตะลึง นึกไม่ถึงว่าเขาจะกล้าเปิดเผยจุดอ่อนของทักษะนี้
แต่แล้วเขาก็ยิ้มออกมาอย่างขี้เล่น “ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้ก็คือ…อาจจะทำให้น้ำหนักขึ้นได้”
เขาพูดพร้อมกับนึกถึงคำบ่นของอิซาเบลล่าเมื่อไม่นานมานี้ “วันนี้ขึ้นตาชั่งมา น้ำหนักขึ้นตั้งสองกิโลฯ!”
คำตอบนี้ถึงกับผิดคาดและทำให้หลายคนหัวเราะออกมา นักข่าวบางรายถึงกับใช้พาดหัวที่น่าตื่นเต้นไว้ว่า [ทักษะ ‘พรแห่งความอิ่มเอม’ อาจมีผลข้างเคียงที่น่ากลัว!!!]
เมื่อชาวเน็ตนับไม่ถ้วนเข้ามาอ่านข่าวจนจบ พวกเขาต่างแสดงสีหน้ามึนงง
“แค่นี้เองเหรอ? แค่นี้เองจริง ๆ น่ะเหรอ?”
“น้ำหนักขึ้นแค่นี้ไม่เห็นจะเป็นอะไร วิ่งวันละสิบกิโลก็ได้อยู่แล้ว!”
“ถ้าเพิ่มพลังจิตได้แบบไม่เจ็บปวด ฉันยอมอ้วนขึ้นอีกยี่สิบกิโลฯเลยก็ได้!”
“สาบานได้เลยว่ายอมใส่เสื้อไซซ์ XXL ทุกวัน ขอแค่พลังจิตเพิ่มขึ้นเถอะ!”
ในเวลาไม่นาน มุกขำขันต่าง ๆ ก็ผุดขึ้นบนโลกออนไลน์ ดูเหมือนว่าผู้คนต่างเห็นด้วยและตื่นเต้นกับทักษะพรแห่งความอิ่มเอมนี้เป็นอย่างยิ่ง พวกเขาต่างแสดงความต้องการที่จะได้รับพรจากทักษะนี้
เมื่อเซินนั่วอธิบายรายละเอียดของทักษะเสร็จแล้ว เขาก็ยิ้มอย่างอารมณ์ดีและนั่งลง เซินโหย่วชิงจึงรับหน้าที่พูดต่อ
สิ่งที่เธอประกาศก็เป็นไปตามที่หลายคนคาดไว้
ตระกูลเซินจะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับบริษัทพาราไดซ์กรุ๊ปเพื่อใช้ทักษะพรแห่งความอิ่มเอมให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ไม่นานหลังจากนี้ เว็บไซต์ของพาราไดซ์กรุ๊ปและตระกูลเซินจะเผยแพร่ข้อมูลและขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้รับพรแห่งความอิ่มเอมได้ติดตามรายละเอียด
บรรดาผู้ที่อยู่ในสถานะเดียวกับเซินโหย่วชิงต่างอดชื่นชมไม่ได้ แม้เธอจะดูเหมือนคนที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของโลก แต่วิธีการและหัวคิดทางธุรกิจของเธอก็ไม่แพ้ใคร
เพียงคำพูดสั้น ๆ นี้ไม่เพียงแต่ดึงดูดความสนใจของทุกคน แต่ยังช่วยให้ความร่วมมือระหว่างตระกูลเซินและพาราไดซ์กรุ๊ปแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
และเรื่องนี้ก็ทำออกมาได้อย่างแยบยลและดูไม่กระโตกกระตากเกินไป เพราะเซินนั่วได้กล่าวไว้แล้วว่าการใช้ทักษะนี้จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบธรรมชาติจากบริษัทพาราไดซ์กรุ๊ปเท่านั้น ดังนั้นความร่วมมือกันจึงดูเป็นเรื่องปกติ
เวลานี้พาราไดซ์กรุ๊ปกำลังเป็นที่ต้องการอย่างยิ่ง และมีผู้ต้องการร่วมงานกับพวกเขานับไม่ถ้วน แต่ดูเหมือนจะเป็นเพียงตระกูลเซินที่โชคดีได้เซินนั่วเป็นสมาชิก ทำให้สามารถสานความร่วมมือกับพาราไดซ์กรุ๊ปได้อย่างแนบแน่นยิ่งขึ้น
หลายคนคิดเช่นนี้ในใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ใครจะไปหาเซินนั่วที่เป็นอัจฉริยะแบบนั้นได้อีกล่ะ?
ขณะที่ผู้คนต่างทึ่งกับข่าวนี้ แอนนา แบล็ก ก็เดินทางกลับไปยังดาวเคราะห์หมายเลข 3
เธอเป็นดั่งเจ้าหญิง มีพลังจิตระดับ S อยู่แล้ว ทักษะพรแห่งความอิ่มเอมจึงไม่มีความจำเป็นมากนักสำหรับเธอ เธอจึงไม่ได้สนใจงานแถลงข่าวนี้มากนักและใช้เวลานั่งพักระหว่างทางกลับ
เธอเดินเข้าไปที่ห้องของพ่อผู้เป็นหัวหน้าตระกูลอย่างโจ แบล็ก และวาเลนติน แบล็กผู้เป็นอาของเธอซึ่งก็กำลังดูงานแถลงข่าวนี้อยู่
งานแถลงข่าวใกล้จบลงแล้ว แอนนาจึงนั่งลงร่วมดูด้วย แม้ว่าคำพูดในตอนนี้จะเป็นเพียงการกล่าวตามพิธีการ แต่ทั้งโจและวาเลนตินกลับตั้งใจดู
เมื่อปิดหน้าจอลง โจ แบล็กก็ถอนหายใจยาว พร้อมกับกล่าวอย่างมีนัยว่า “ตระกูลเซินนี่ช่างได้รับพรจากเทพเจ้าแห่งโชคชะตาเสียจริง”
วาเลนตินลูบผมสีแดงเพลิงของตนอย่างเสียดาย “ถ้าเซินนั่วเกิดในตระกูลแบล็ก บางทีผมอาจสามารถพัฒนาทักษะนี้ขึ้นมาได้ แต่ตอนนี้เขามีแค่คนเดียว คงไม่สามารถทำอะไรใหญ่โตได้”
“ยิ่งหายากก็ยิ่งมีค่า” วาเลนตินกล่าวพร้อมกับนึกถึงภาพในอนาคต “ตระกูลเซินคงจะต้องได้รับของกำนัลจนเกือบจะไม่ไหวแล้วมั้ง”
แอนนานั่งฟังไปอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะพูดขึ้นทันทีว่า “พ่อคะ ที่หนูกลับมาวันนี้ จริง ๆ แล้วก็เพราะมีเรื่องเกี่ยวกับคุณเซินนั่วค่ะ”
แอนนาเป็นดั่งเจ้าหญิงที่ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก พอเธอเอ่ยปากขึ้น โจและวาเลนตินจึงหยุดสนทนาและหันมามองเธอด้วยความใส่ใจ พลางถามขึ้นพร้อมกันว่า “เซินนั่วทำอะไร? เจ้าเด็กนั่นคงไม่ได้ทำให้ลูกไม่พอใจใช่ไหม?”
แอนนาที่เฝ้าสังเกตสีหน้าของพวกเขายิ้มออกมาแล้วกล่าวติดตลกว่า “เขาจะทำให้หนูไม่พอใจได้ยังไงล่ะคะ คุณพ่อคะ คุณอาคะ อย่ากังวลไปเลยค่ะ”
“ลูกสาวของพ่อเป็นถึง ‘กุหลาบงามแห่งสหพันธ์’” โจยิ้มอย่างเอ็นดู “พ่อจะไม่ห่วงได้ยังไง กลัวจะมีเจ้าหนุ่มที่หลงรักลูกแอบทำอะไรเกินเลยน่ะสิ”
วาเลนตินเสริมขึ้น “ตอนนี้ดาวเคราะห์หมายเลข 3 ก็ได้รับการพัฒนาจากพาราไดซ์กรุ๊ปแล้วนะ กลับมาอยู่ที่นี่เถอะ เธอไปอยู่ข้างนอกตลอดทำให้พวกเราไม่สบายใจเลย”
“คุณพ่อคะ~ คุณอาคะ~” แอนนาหัวเราะเบา ๆ “หนูมีคุณนายเม็กและบอดีการ์ดของตระกูลอยู่ด้วย หนูปลอดภัยมากค่ะ แถมหนูก็ชอบที่นั่น จัดงานกิจกรรมต่าง ๆ ก็สะดวก คุณพ่อกับคุณอาอย่าพยายามโน้มน้าวหนูเลยค่ะ”
ด้วยความที่แอนนาเป็นทั้งลูกสาวและหลานสาวที่พวกเขารักที่สุด เพียงเธออ้อนนิดเดียวทั้งสองก็ยกมือยอมแพ้
แอนนาเองมีความสงสัยบางอย่างอยู่ในใจ แต่เมื่อเห็นท่าทีของพ่อและอาที่ดูเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรเลย ความกังวลนั้นก็จางหายไป เธอจึงเลิกอ้อมค้อมและกล่าวตามตรง “ที่จริงแล้วที่หนูกลับมาคราวนี้ เพราะอยากขอให้พ่อปลดคนบางคนออกจากตำแหน่งค่ะ”
โจและวาเลนตินแอบมองหน้ากัน แต่ยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่ง “โอ้? ถึงกับมีคนในตระกูลแบล็กที่กล้าทำให้เจ้าหญิงน้อยของเราขุ่นเคืองเชียวเหรอ?”
“พ่อคะ หนูพูดจริงจังอยู่นะ!” แอนนาบ่นอย่างไม่ยอมแพ้
“ได้ ๆ พ่อฟังอยู่ ลูกพูดมาได้เลย!” โจยกมือยอมแพ้อีกครั้ง
แอนนาอธิบายว่า “พวกเขาไม่ได้ทำให้หนูขุ่นเคือง แต่เป็นคนที่จิตใจชั่วร้าย พวกเขาลักพาตัวคุณเซินนั่วกับคุณอิซาเบลล่าไปซ่อนในกล่องสำรอง ถ้าหนูไม่บังเอิญพบเข้า พวกเขาคงจะใช้โอกาสนี้พาคนไปแน่ ๆ แค่คิดว่าทั้งสองคนจะต้องเจอความทุกข์ทรมานอะไรบ้าง หนูก็ถึงกับฝันร้ายทุกคืนเลยค่ะ”
เธอยกมือกุมหน้าอก สีหน้าฉายแววโกรธและหวาดหวั่น
โจและวาเลนตินหันมองหน้ากันอีกครั้ง คราวนี้เป็นวาเลนตินที่พูดขึ้นว่า “ใครกันที่ใจกล้าบ้าบิ่นถึงขนาดใช้สถานที่ของหลานทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้?”
แอนนาส่ายหน้า “คุณอาก็รู้ว่าหนูไม่ถนัดเรื่องสอบสวน หนูเลยกักตัวพวกเขาไว้แล้ว ถ้าสอบถามจนรู้ว่าใครเป็นคนบงการอยู่เบื้องหลังก็คงจะดี จะได้ไม่มีใครแอบอ้างชื่อของตระกูลแบล็กไปทำเรื่องชั่ว ๆ ให้เราเสื่อมเสีย”
“นั่นมันก็แน่นอน” วาเลนตินดูผ่อนคลายลง “ไม่ว่าจะยังไง เกียรติของตระกูลแบล็กจะถูกดูหมิ่นไม่ได้เด็ดขาด”