เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 258 กลยุทธ์เสี่ยงตาย
บทที่ 258 กลยุทธ์เสี่ยงตาย
ด้านนอกมีคนเฝ้าอยู่จริง ๆ
เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว นักวิจัยหญิงคนนั้นก็หันมาทันที ดวงตาเบิกกว้างราวกับระฆังทองแดง ในมือถือปืนยาสลบจ้องตรงมาที่เธอทันที
ลู่จินกู้ใช้มือข้างหนึ่งจับผ้าขนหนูคลุมหน้าอกไว้แน่น อีกมือหนึ่งยกขึ้นสูงเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตนไม่มีเจตนาร้าย
“เธอออกมาทำไม? ไปทำความสะอาดตัวเองดี ๆ สิ!” นักวิจัยหญิงยังคงระแวดระวังเต็มที่ “คุณชายต้าฉือไม่ชอบของสกปรก ถ้าไม่อยากลำบาก ก็ควรล้างตัวให้สะอาดหลาย ๆ รอบเข้าไว้”
แหวะ!
เธอสบถในใจ แต่สีหน้าไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ กลับทำท่าทีเหมือนถูกข่มขู่และหวาดกลัว “ฉันแค่ไม่ค่อยเข้าใจว่าจะใช้ของพวกคุณยังไงน่ะค่ะ”
ข้ออ้างนี้ดูไม่น่าสงสัยแต่อย่างใด เนื่องจากการออกแบบในห้องอาบน้ำนั้นต่างจากที่อื่น ๆ โดยสิ้นเชิง คงถูกผลิตขึ้นพร้อมกับอุปกรณ์อื่น ๆ ของศูนย์วิจัยนี้
แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้วิธีใช้ เพราะก่อนหน้านี้เคยไปที่ศูนย์วิจัยของกงซุนฉือมาแล้ว จึงได้มีโอกาสเห็นระบบเหล่านี้อยู่บ้าง
ทว่าคนตรงหน้าไม่รู้ถึงประสบการณ์นั้นของเธอ จึงไม่มีความระแวงอะไร เพียงแต่คิ้วขมวดแสดงความรังเกียจอย่างเปิดเผย
เธอทำหน้าตายิ้มเจื่อน ๆ แสดงท่าทางบริสุทธิ์ไร้พิษภัยอย่างเต็มที่
แม้ตอนนี้เธอจะอยู่ในสภาพที่แทบจะเปลือยเปล่า แต่ฝ่ายนั้นก็ยังไม่ยอมลดความระแวดระวัง ปืนในมือขยับเล็งขึ้นลงเล็กน้อย พลางสั่งว่า “ไปยืนตรงนั้นซะ”
เป็นตำแหน่งที่ใกล้กับที่วางเสื้อผ้า การให้เธอไปยืนตรงนั้นเพื่อจะได้มองเห็นความเคลื่อนไหวในห้องอาบน้ำได้ชัดเจน และไม่ต้องกังวลว่าเธอจะก่อเหตุรุนแรงใด ๆ
ลู่จินกู้ทำหน้าตาน้อยใจและค่อย ๆ ขยับไปยังจุดที่กำหนดไว้ มือทั้งสองยังคงจับผ้าขนหนูปิดไว้แน่น ท่าทางกลัวว่าจะโป๊
ท่าทางนี้ทำให้คนตรงหน้าดูแคลนเธออย่างเห็นได้ชัด “เหอะ ตอนทำการทดลองหลังจากนี้จะต้องเปลื้องผ้าจนชิน เธอจะทำเป็นสะอาดหมดจดไปให้ใครดูกัน?”
พูดจบก็ก้าวเข้าไปในห้องอาบน้ำ
“ดูให้ดี ๆ ตรงนี้กดออกมาเป็นแชมพู ตรงนี้คือครีมอาบน้ำ ส่วนตรงนี้สำคัญที่สุด!” เธอชี้ไปที่ปุ่มที่สาม “นี่คือยาฆ่าเชื้อที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ต้องใช้ล้างให้ทั่วตัวอย่างน้อยสามครั้ง ถ้าทำให้คุณชายต้าฉือไม่พอใจ คนที่ลำบากคือเธอนะ”
พูดจบก็จ้องหน้าเธอพลางเอ่ยถามอย่างไม่ไยดี “เข้าใจไหม?”
“เข้าใจค่ะ”
ลู่จินกู้พยักหน้าเร็ว ๆ อย่างว่าง่าย
อีกฝ่ายจึงเดินออกไปยืนในจุดที่ปลอดภัย แล้วค่อยสั่งให้เธอเข้าไปอาบน้ำ
เธอยังคงจับผ้าขนหนูไว้แน่น จ้องมองแววตาดูถูกของอีกฝ่ายก่อนเดินเข้าห้องอาบน้ำและปิดประตู จากนั้นแสร้งสะอื้นอย่างน่าสงสารราวกับหญิงสาวที่ถูกบีบให้เปลื้องผ้า
เสียงหัวเราะเยาะดังมาจากด้านนอก ไม่มีความระแวงใด ๆ
ลู่จินกู้ยืนอยู่ใต้สายน้ำ เธอปล่อยผ้าขนหนูให้หลุดลงไป ขณะเดียวกันก็ปรากฏสร้อยคอเส้นหนึ่งอยู่ในมือ
เชือกที่ถักจากเส้นผมของเอลฟ์สะท้อนแสงสีเขียวอ่อนในน้ำ ส่วนปืนพกขนาดเล็กที่อยู่กับเธอก็ดูเหมือนของเล่นอาบน้ำ
ทว่าเชือกเส้นนั้นยังแขวนสิ่งของอีกชิ้นอยู่
เป็นของตกแต่งที่น่ารักน่าเอ็นดู มันดูเล็กกะทัดรัดยิ่งกว่าเจ้าปืนพกที่ดูคล้ายเครื่องประดับ ครั้งล่าสุดที่เธอติด ‘เครื่องประดับ’ ไว้ทั่วร่าง เธอได้เกี่ยวมันไว้โดยไม่เคยได้ใช้งานจริงมาก่อน
เธอรู้ตัวเองดีว่าด้านการต่อสู้ประชิดตัวนั้น ความสามารถของเธอก็แค่ทักษะป้องกันตัวที่เคยเรียนมาในอดีต เมื่อเจอกับยอดฝีมือจริง ๆ คงไม่รอดไปง่าย ๆ แต่คราวนี้เธอกลับรู้สึกโชคดีที่ครั้งนั้นตัดสินใจแขวนอาวุธชิ้นเล็กน่ารักนี้ไว้บนเชือก
เธอกดปลายนิ้วลงบนกระบอกขนาดเล็กเท่านิ้วก้อยอย่างแรง ตรงกลางของกระบอกเกิดรอยแยกขึ้น และเมื่อเธอดึงตามทิศทางนั้น มีดเล็ก ๆ ก็ปรากฏขึ้นในมือ
มือซ้ายของเธอค่อย ๆ ดันวงแหวนควบคุมพลังขึ้นเล็กน้อย แล้วให้คมมีดเลื่อนไปตามนิ้วอย่างระมัดระวัง จากนั้นกรีดออกไปอย่างแรง
ทันใดนั้นความอึดอัดบนลำคอของเธอก็หายไป เมื่อเธอปลดวงแหวนควบคุมพลังออกมาได้สำเร็จ
เธอถอนหายใจเบา ๆ ด้วยความโล่งอก โชคดีที่อาวุธเวอร์ชันน่ารักนี้ไม่เคยทำให้เธอผิดหวัง
เมื่อไม่มีวงแหวนควบคุมพลังอีกต่อไป เธอก็สามารถเรียกใช้พลังจิตได้ตามต้องการแล้ว
เธอล้างตัวพอประมาณอีกครั้ง จากนั้นจึงใช้ผ้าขนหนูพันรอบตัวไว้อย่างเรียบร้อย แล้วปรับตำแหน่งรอยตัดของวงแหวนควบคุมพลังให้ไปอยู่ด้านหลัง ทำให้ดูเหมือนวงแหวนนั้นยังอยู่ในสภาพเดิมที่ลำคอ ก่อนที่เธอจะเปิดประตูห้องน้ำออกมาด้วยความมั่นใจ
“ล้างเสร็จเร็วขนาดนี้เชียว?” นักวิจัยหญิงดูประหลาดใจ “ให้ฉันตรวจหน่อย ถ้ามีตรงไหนที่ไม่ได้ใช้ยาฆ่าเชื้อ ก็ต้องไปล้างใหม่ทั้งหมด”
ลู่จินกู้เม้มปาก แสดงบทบาทของตนต่อไปอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เพื่อไม่ให้คู่ต่อสู้สงสัยในวินาทีสุดท้าย
อีกฝ่ายชูปืนยาสลบขึ้น ขยับเข้ามาใกล้และสั่งด้วยท่าทีเย้ยหยัน “วางผ้าขนหนูลง”
เธอคลายมือออกช้า ๆ และในชั่วพริบตานั้น พลังจิตที่เธอรวบรวมไว้ก็พุ่งออกไปทันที
ด้วยประสบการณ์ตรงจากการถูกกู้ตั๋วโจมตีด้วยพลังจิต ลู่จินกู้จึงเลียนแบบการใช้พลังนี้ เธอรวมพลังจิตให้แหลมคมเหมือนเข็ม แล้วแทงตรงไปยังขมับของอีกฝ่ายอย่างรุนแรง
การโจมตีด้วยวิธีนี้จะได้ผลก็ต่อเมื่อผู้ใช้มีระดับ A ขึ้นไป เพราะพลังระดับนี้สามารถทะลุทะลวงเข้าไปในสมองของคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดาย
นักวิจัยหญิงตอบโต้กลับมาอย่างรวดเร็วด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน มือจ่อไกปืนเตรียมยิง ขณะที่พลังจิตของเธอก็กระจายออกตั้งใจจะใช้ทั้งสองวิธีควบคู่กันเพื่อจับกุมผู้ที่ไม่ยอมเชื่อฟังคนนี้
แต่ทันใดนั้นก็มีความรู้สึกเยือกเย็นอย่างน่าประหลาดปนมากับพลังจิตของเธอ ราวกับเงามืดที่แฝงตัวเข้ามา เมื่อพลังจิตของเธอสัมผัสกับพลังของลู่จินกู้ ก็ถูกตอบโต้กลับอย่างรุนแรง พลังลึกลับนั้นไหลย้อนกลับมาและเริ่มกัดกินพลังจิตของเธออย่างกระหาย
เมื่อครั้งที่กู้ตั๋วเกิดคลุ้มคลั่ง เขาเองยังทนพลังมายาสวรรค์ของลู่จินกู้ได้ยากนัก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนักวิจัยหญิงตรงหน้านี้ที่มีเพียงพลังระดับ A เท่านั้น
เพียงพริบตาเดียวอีกฝ่ายก็ทรุดลงไปกุมศีรษะ ความเจ็บปวดจากการถูกกลืนกินพลังจิตสร้างความทรมานมหาศาลจนแม้แต่จะร้องออกมายังไม่มีแรง ได้แต่จมอยู่ในวัฏจักรของการสลบและฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ราวกับต้องตายทั้งเป็นในชั่วขณะนี้
แต่ลู่จินกู้เองก็ไม่ได้สบายไปกว่านี้นัก เธอรู้ว่าทุกครั้งที่ใช้พลังจิตนอกเขตพาราไดซ์ อาจทำให้สิ่งมีชีวิตประหลาดที่ซ่อนตัวอยู่ที่ใดสักแห่งพบโอกาสโจมตีเธอ แต่ในสถานการณ์นี้เธอไม่มีทางเลือกอื่น
เธอไม่ต้องการสังหารใครโดยง่าย อาวุธอย่างปืนจึงไม่ใช่ทางเลือกแรก อีกทั้งเสียงดังที่เกิดขึ้นจะเป็นผลเสียต่อเธอเอง การใช้พลังจิตจึงเป็นวิธีที่เงียบงันที่สุดในการปราบศัตรู
วิธีนี้ดูเหมือนจะได้ผลเกินคาดแม้ว่าผลกระทบข้างเคียงจะรุนแรงไม่แพ้กัน
ถึงตอนนี้การที่เธอยังคงมีสติได้เพียงเล็กน้อย ก็ถือเป็นสัญญาณว่าเธอมีความต้านทานพลังนี้อยู่ในระดับหนึ่ง
เมื่อลู่จินกู้ประคองตัวเองให้ยืนได้จนกระทั่งนักวิจัยหญิงหยุดนิ่งไป เธอก็รีบเรียกใช้งานระบบพาราไดซ์
ทันทีที่หน้าจอระบบปรากฏขึ้น เสียงคำรามโกรธพลันดังก้องขึ้นมาในส่วนลึกของจิตใจ ก่อนที่ความรู้สึกเย็นยะเยือกและสับสนในความคิดนั้นจะหายไปทันที
โชคดีนักที่เธอมีสิ่งที่สามารถควบคุมพลังของอีกฝ่ายได้
เธอยืนรวบรวมสติเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบใส่เสื้อผ้าของตัวเองอย่างรวดเร็ว แล้วดึงเสื้อคลุมสีขาวของนักวิจัยออกมาวางไว้ข้าง ๆ จากนั้นใช้มีดเฉือนเสื้อของนักวิจัยให้เป็นเส้น ๆ ทำเป็นเชือก ผูกมัดเธอไว้แน่นหนา ก่อนที่จะยัดตัวนักวิจัยไว้ในห้องน้ำ เปิดน้ำทิ้งไว้ เพื่อทำให้ดูเหมือนว่ามีคนยังอาบน้ำอยู่ เธอจึงถือโอกาสนี้หลบหนีไปเงียบ ๆ
แม้ว่าในศูนย์วิจัยจะต้องมีระบบกล้องวงจรปิดอยู่แน่ แต่ระบบพาราไดซ์ของเธอก็เก่งในเรื่องนี้มาก สามารถแทรกแซงระบบของศูนย์วิจัยและปิดบังภาพที่ถ่ายเธอไว้ได้อย่างง่ายดาย
ลู่จินกู้ฉวยโอกาสถามระบบเพิ่มอีกว่า “พอจะก็อปปี้ข้อมูลในศูนย์วิจัยนี้ได้ไหม?”
หากเธอสามารถหนีออกไปได้ ศูนย์วิจัยวิปริตนี้ย่อมต้องถูกตรวจสอบ หากสามารถนำข้อมูลติดตัวไปได้ด้วยก็ยิ่งดี
แต่ระบบพาราไดซ์จะยอมช่วยเธอในเรื่องนี้หรือไม่?