เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 286 คิดจะก่อเรื่องใช่ไหม?
บทที่ 286 คิดจะก่อเรื่องใช่ไหม?
“หัวหน้า คุณอยู่ไหม?…”
เสียงของแกรนต์ทำให้ลู่จินกู้กับกู้ตั๋วหันไปพร้อมกัน และสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าก็คือสองร่างที่เหมือนถูกปั้นจากดินเหนียวยืนนิ่งอยู่ตรงประตู
ตามมาด้วยเซินโหย่วชิงที่เดินตามเข้ามาช้า ๆ และในที่สุดก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“กำลังจะบอกอยู่พอดีว่าอย่าเพิ่งเข้าไป”
ลู่จินกู้ กู้ตั๋ว ชวีเหิง และแกรนต์สบตากันโดยไม่พูดอะไร สถานการณ์ในตอนนี้เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด
เซินโหย่วชิงเองก็ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้กู้ตั๋วได้สร้างสถานการณ์ชวนให้เข้าใจผิดอย่างไร เพียงคิดว่าพวกเขาคงบังเอิญเข้ามาขัดจังหวะ ‘ช่วงเวลาส่วนตัว’ ของหัวหน้าเท่านั้น จึงแอบปรายตามองอย่างขบขัน
ในชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยความเฉิดฉายของกู้ตั๋ว อาจไม่เคยมีช่วงเวลาไหนน่าอับอายเท่านี้มาก่อน เขาอ้ำอึ้งไปพักหนึ่งก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “พวกนายสองคน ตามฉันมา”
นี่คือการเรียกประชุมส่วนตัวเพื่ออธิบายสถานการณ์ชวนเข้าใจผิดกับลูกน้องสินะ
ลู่จินกู้ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนตัดสินใจไม่ยุ่งกับเรื่องนี้ เธอหันไปดึงเซินโหย่วชิงให้เดินออกไปด้วยกัน
เซินโหย่วชิงมองเธอด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย “ฉันเพิ่งกลับมาเองนะ”
“งั้นก็เดินไปอีกรอบสิ ฉันมีอะไรให้ดู”
ลู่จินกู้พาเธอเดินไปตามทางเงียบ ๆ ก่อนจะหยิบกล่องเล็ก ๆ ออกมายื่นให้ “ลองเปิดดูสิ”
สีหน้าของเซินโหย่วชิงยังคงนิ่งเรียบ จนกระทั่งเธอเปิดกล่องออกแล้วเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน ดวงตาของเธอพลันเบิกกว้างอย่างตกตะลึง
“ตอนส่งคำเชิญให้ตระกูลต่าง ๆ มาประชุมที่นี่ บริษัทพาราไดซ์ก็ไม่ควรแสดงความใจแคบใช่ไหม? นี่เป็นบัตรผ่านเข้างาน เธอคิดว่าไง?”
เซินโหย่วชิงสูดลมหายใจลึก “เธอนี่มันลงทุนเกินไปแล้ว”
“ถ้าไม่ทำแบบนี้ แล้วฉันจะมีน้ำหนักพอไปเทียบกับพวกเจ็ดตระกูลใหญ่ได้ยังไง?” ลู่จินกู้ยิ้มบาง ๆ ก่อนเบือนสายตามามองเธอ
ประกายจากรอยยิ้มของเธอเหมือนจะบอกว่า เธอไม่ได้มาเล่น ๆ ในเกมนี้…
เซินโหย่วชิง “……”
ปัง!
เธอปิดฝากล่องอย่างแรงและกะพริบตารัว ๆ เพื่อระงับความหลงใหลที่แทบจะระเบิดออกมา จากนั้นถอนหายใจพลางพูดว่า “นี่เธอคิดจะก่อเรื่องใช่ไหม?”
ลู่จินกู้ไม่ปฏิเสธ เธอยิ้มมุมปากอย่างขี้เล่น “ของขวัญเปิดตัวสำหรับการก่อเรื่องแบบนี้ ดีพอไหม?”
เซินโหย่วชิงสูดลมหายใจลึก “นี่มันเกินพอแล้ว!”
ลู่จินกู้ยื่นมือหยิบกล่องนั้นกลับมา ก่อนจะหยิบอีกสองกล่องออกมาแทน “นี่คือของขวัญแยกสำหรับเธอกับเซินไห่เฉิงโดยเฉพาะ”
เซินโหย่วชิงมองกล่องในมือเธอแต่ยังไม่ได้เปิด เพียงสูดหายใจลึกอีกครั้งและเอ่ยถาม “เธอไปเอาของพวกนี้มาจากไหนกันแน่?”
ลู่จินกู้ตอบเรียบ ๆ “ถือว่าเป็นผลพลอยได้จากการอัปเกรดทักษะน่ะ”
เซินโหย่วชิงนิ่งไปชั่วครู่ สีหน้าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างเพื่อระบายอารมณ์ที่สั่นไหว แต่ด้วยความเป็นผู้ดีของตระกูลเซิน เธอจึงเพียงสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้ง
“ทักษะแบบนี้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีคนมากมายจ้องจะเล่นงานเธอ”
—
ในขณะเดียวกัน ที่บ้านของเปาหยวนซาน พัสดุกล่องหนึ่งถูกส่งมาถึง เธอเปิดออกแล้วพบกับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่ลู่จินกู้ใส่มา
เปาหยวนซานกับชูเสี่ยวเซียทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด รีบกลับบ้านและหลบเข้าไปในห้องส่วนตัว ก่อนจะเปิดกล่องโดยไม่ให้เด็ก ๆ เห็น
เมื่อทั้งสองเปิดกล่องออก สิ่งที่อยู่ข้างในถึงกับทำให้พวกเธอต้องอ้าปากค้าง
ในกล่องที่ใหญ่กว่า มีสร้อยคอสองเส้น แขวนด้วยอัญมณีขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือ ความงดงามของการฝังอัญมณีอย่างพิถีพิถันยังไม่สามารถแย่งความสนใจจากประกายแสงจันทร์ที่สะท้อนจากอัญมณีสีดำสนิทได้
“อา… อาร์เทมิสสโตน!” ชูเสี่ยวเซียซึ่งมีนิสัยไม่สุขุมเหมือนเปาหยวนซานอุทานเสียงดังทันที จนถูกเปาหยวนซานยกมือปิดปากไว้อย่างรวดเร็ว
ข้าง ๆ สร้อยคอมีการ์ดใบเล็ก ๆ วางอยู่ ตัวอักษรเขียนอย่างประณีตว่า…
‘ก่อนหน้านี้ อัญมณีอาร์เทมิสช่วยฉันแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันเวลา แต่ที่จริงแล้วนั่นเป็นของที่สามีและลูกชายของพวกคุณทิ้งไว้ ฉันรู้สึกผิดที่ได้รับมา วันนี้ฉันมีสิ่งตอบแทนเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพวกคุณในเร็ว ๆ นี้’
“แม่คะ ของขวัญที่คุณหนูจินให้มามันล้ำค่าเกินไปแล้ว” ชูเสี่ยวเซียกล่าวออกมาทันที
เปาหยวนซานพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าไม่มีคุณหนูจินช่วย เราคงไม่มีชีวิตที่ดีแบบนี้หรอก”
สองคนครุ่นคิดกันสักพักและเข้าใจในทันทีว่าทำไมลู่จินกู้ถึงไม่ยื่นของขวัญนี้ให้พวกเธอโดยตรง นั่นก็เพื่อป้องกันพวกเธอจากการปฏิเสธจนของขวัญนี้ต้องถูกส่งกลับ
เปาหยวนซานถอนหายใจเบา ๆ ก่อนตัดสินใจแน่วแน่ “เก็บของนี้ไว้ให้ดี ต่อไปเราต้องช่วยงานคุณหนูจินอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้น้ำใจครั้งนี้ต้องสูญเปล่า”
“ข้าใจแล้วค่ะ แม่คะ แล้วในกล่องอีกใบล่ะคะ มีอะไรอยู่ในนั้น?”
กล่องอีกใบทั้งบางและเบามาก แม้แต่เปาหยวนซานเองก็คาดเดาไม่ออก
ทว่าเมื่อเปิดกล่องออก ทั้งสองก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง
ในนั้นคือสิทธิ์ซื้อบ้านในเขตพาราไดซ์บนดาวอังคาร
ตอนนี้ครอบครัวพวกเธอยังคงเช่าอยู่ในเขตพาราไดซ์หนึ่ง แต่ด้วยจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น บ้านในพื้นที่นี้เริ่มขาดแคลนมากขึ้นเรื่อย ๆ
แม้ตามระเบียบ เขตพาราไดซ์หนึ่งยังคงสงวนบ้านบางส่วนไว้ให้ฝ่ายบริหารเพื่อปล่อยเช่าแก่ผู้อยู่อาศัยที่ยังไม่มีเงินซื้อบ้าน แต่เงื่อนไขการอยู่อาศัยก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะลดลงตามไปด้วย
บ้านขนาดกลางที่เคยสามารถเช่าทั้งหลังได้หากมีเงิน ทว่าตอนนี้แม้แต่มีเงินก็ยังทำไม่ได้ ทุกคนต้องเช่าเป็นห้อง และบ้านหนึ่งหลังมักถูกแบ่งให้หลายครอบครัวอยู่ร่วมกัน
ส่วนบ้านที่ยังพอซื้อได้ในเขตพาราไดซ์หนึ่ง… นั่นคงไม่ต้องพูดถึง เพราะราคาพุ่งสูงจนเกินเอื้อมไปแล้ว
ส่วนเขตพาราไดซ์บนดาวอังคารนั้น สิทธิ์ซื้อบ้านยังไม่เคยเปิดขาย ใครหลายคนยังเฝ้ารออย่างมีความหวังที่จะได้โอกาสนั้น
แต่ตอนนี้ โอกาสนี้มาอยู่ตรงหน้าพวกเธอแล้ว
เมื่อศึกษาข้อความด้านหลังสิทธิ์ซื้อบ้าน พวกเธอจึงรู้ว่าสิทธิ์นี้ทำให้พวกเธอสามารถไปที่ฝ่ายบริหารของเขตพาราไดซ์บนดาวอังคารได้ทันที เพื่อเลือกตำแหน่งบ้านที่ต้องการและซื้อได้ในราคาส่วนลดพิเศษ
“นี่…นี่…”
น้ำเสียงของทั้งสองคนเต็มไปด้วยความตื่นเต้นแต่ยังปนด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ทั้งสองคนมองหน้ากันไปมาและเริ่มตระหนักถึงน้ำใจอันยิ่งใหญ่ของลู่จินกู้ในครั้งนี้…
ชูเสี่ยวเซียหายใจลึกหลายครั้งอย่างไม่อาจควบคุมได้
ใคร ๆ ก็รู้ดีถึงมูลค่าของทรัพย์สินในเขตพาราไดซ์ ยิ่งไปกว่านั้น ของขวัญชิ้นนี้ยังมีคุณค่ามากกว่าสร้อยคอสองเส้นที่พวกเธอได้รับเสียอีก มันช่างยากที่จะปฏิเสธนัก
แต่หลังจากที่เปาหยวนซานครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ เธอก็ตัดสินใจจะส่งของทั้งหมดคืน
“เราไม่ได้ทำอะไรสำคัญให้ ก็ไม่ควรรับของล้ำค่าแบบนี้” เธอเอ่ยอย่างหนักแน่น ทั้งยังรู้สึกว่า ครอบครัวของเธอได้รับความช่วยเหลือจากลู่จินกู้มากเกินไปแล้ว
ทว่า เธอติดต่อกับลู่จินกู้ไม่ได้ สุดท้ายจึงไปหาเหอผิงแทน แต่เหอผิงบอกเธอว่า สิ่งเหล่านี้ถูกจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว ไม่ได้มีไว้สำหรับเธอคนเดียว แต่เป็นสวัสดิการสำหรับพนักงานอาวุโสที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาเขตพาราไดซ์
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เปาหยวนซานจึงไม่อาจปฏิเสธได้อีก และลึก ๆ ในใจ เธอก็หวังอยากมีบ้านที่เป็นของครอบครัวตัวเองเหมือนกัน
ยิ่งไปกว่านั้น แต่ละเขตพาราไดซ์มีสถานีขนส่งเชื่อมต่อกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ที่ไหนก็สะดวกเหมือนกัน
ไม่นานนัก พวกเธอก็รู้ว่าทำไมลู่จินกู้ถึงเขียนโน้ตบอกว่า อีกไม่นานพวกคุณจะได้ใช้มัน
เพราะไม่นานหลังจากนั้น ศูนย์การค้าฉืออิงก็ได้ประกาศภารกิจซื้อสร้อยคออัญมณีอาร์เทมิสในราคาสูงลิบ
ประกาศนี้แนบมาพร้อมกับภาพโฮโลแกรมของสินค้าที่ต้องการ ซึ่งเหมือนกับสร้อยคอในมือพวกเธอทุกประการ
ศูนย์การค้าฉืออิงในฐานะศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในสหพันธ์ แม้จะมีสาขาในเขตพาราไดซ์หนึ่ง แต่ชาวพาราไดซ์กลับคุ้นเคยกับการไปซื้อขายที่ตลาดการค้าพาราไดซ์มากกว่า
จากนั้นไม่นาน ตลาดการค้าพาราไดซ์ก็ออกประกาศเช่นกัน แต่ไม่ใช่การซื้อขายทั่วไป เพราะเป็นการช่วยจัดการขายแบบนิรนาม
ลูกค้าที่ต้องการขายสร้อยคออาร์เทมิส สามารถทำธุรกรรมผ่านตลาดการค้าพาราไดซ์โดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตน ทางตลาดจะตั้งราคาขายตามที่ลูกค้ากำหนด และดำเนินการขายให้กับศูนย์การค้าฉืออิง
ด้วยวิธีนี้ ตัวตนของผู้ขายจะถูกปกปิดอย่างสมบูรณ์ มีเพียงค่าธรรมเนียม 10% ที่ตลาดการค้าพาราไดซ์จะเรียกเก็บ
เปาหยวนซานและชูเสี่ยวเซียมองหน้ากันและเข้าใจได้ทันทีว่ามันถูกออกแบบมาเพื่อพวกเธอโดยเฉพาะ
แม่สามีและลูกสะใภ้ลอบปาดน้ำตา พลางจดจำความมีน้ำใจของลู่จินกู้ไว้ในใจ