เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 312 แคปซูลที่มาถึงด้วยความเร็วเหนือชั้น
- Home
- เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่
- บทที่ 312 แคปซูลที่มาถึงด้วยความเร็วเหนือชั้น
บทที่ 312 แคปซูลที่มาถึงด้วยความเร็วเหนือชั้น
ลู่จินกู้เพียงใช้คำพูดไม่กี่คำเล่าถึงแผนการระหว่างเธอกับคุณหนูแอนนา แบล็กให้กู้ตั๋วฟัง ซึ่งเขาก็เข้าใจความตั้งใจของเธอทันที
“กลัวว่าภารกิจช่วยเหลือของแอนนา แบล็กจะไม่ราบรื่นใช่ไหม? เธออยากให้ฉันช่วยจัดการเรื่องนี้ใช่ไหม?”
“อื้ม พวกเผ่าปักษาน่าสงสารเกินไป” ลู่จินกู้พยักหน้ารัว “ถ้าครั้งนี้ไม่สำเร็จ มันอาจทำให้ศัตรูระวังตัวขึ้น ถ้าพวกเขาเลือกที่จะย้ายฐานหรือทำลายหลักฐานไปเสียก่อน คราวหน้าการช่วยเหลือจะยากลำบากมากกว่านี้แน่”
กู้ตั๋วครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้า “ฉันจะให้ซิงเหลียนตามเรื่องนี้ต่อ”
ลู่จินกู้เบาใจขึ้นทันทีเมื่อนึกถึงคำพูดของเขาที่เคยบอกว่าซิงเหลียนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตาม อีกทั้งยังมีฝีมือการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม
เมื่อได้พูดคุยกับแฟนหนุ่มก็ไม่อยากจบแค่เรื่องงาน ลู่จินกู้จึงหยิบยกเรื่องอื่นมาต่อบทสนทนา “พูดถึงเรื่องนี้ ฉันไม่ได้เจอซิงเหลียน อีธาน หรืออีฟเลยนะช่วงนี้ พวกเขาไม่ค่อยได้อยู่ข้างคุณเหรอ?”
กู้ตั๋วตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ฉันมอบหมายบางเรื่องให้พวกเขาทำน่ะ”
เรื่องที่เขาพูดถึงน่าจะเกี่ยวข้องกับกองทัพที่เจ็ด ซึ่งแน่นอนว่าต้องเกี่ยวข้องกับความลับทางทหาร ลู่จินกู้ไม่อยากถามเซ้าซี้ต่อ เธอจึงเปลี่ยนเรื่อง “งั้นพวกเขากลับมาจากภารกิจเมื่อไหร่ ลองนัดมากินข้าวด้วยกันสิ”
ความจริงแล้วทั้งซิงเหลียน อีธาน และอีฟต่างเป็นคนที่เธอได้ติดต่อและสนิทสนมที่สุดในกองทัพที่เจ็ดรองจากกู้ตั๋ว โดยเฉพาะอีธานที่เคยรับบทบาทเป็นบอดีการ์ดให้เธออยู่พักหนึ่งตอนที่อยู่ดาวเคราะห์หมายเลข 7133 เธอจึงอดคิดถึงพวกเขาไม่ได้
แต่คำตอบของกู้ตั๋วกลับแฝงความรู้สึกแปลกประหลาดเล็กน้อย “แค่ฉันไปกินข้าวกับเธอก็พอแล้วนี่”
ลู่จินกู้แทบหลุดหัวเราะ เธอแตะหน้าจอเบา ๆ ราวกับจะตีเขา “แค่นี้คุณก็หึงเหรอ? พวกเขาก็เป็นลูกน้องของคุณนะ อย่าขี้หวงนักเลย”
กู้ตั๋วหันหน้าหนีด้วยท่าทางไม่สนใจ แต่ความหมายที่ว่า ‘ฉันไม่ยอมหรอก’ ก็ชัดเจนเสียจนเธอทั้งชื่นใจและปวดหัวไปพร้อมกัน
สำหรับความขี้หวงเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเขาที่โผล่มาเป็นครั้งคราว มันทำให้เธอรู้สึกทั้งอบอุ่นและจนปัญญาจะโต้แย้ง เธอส่ายหน้าพลางหัวเราะร่า ก่อนจะเลิกคิดเล็กคิดน้อยในเรื่องนี้
ทั้งสองพูดคุยหยอกล้อกันต่ออีกสักพักจนกระทั่งมีคนเข้ามารายงานงานทางฝั่งของกู้ตั๋ว พวกเขาจึงยุติการสนทนาและตัดสายกันไปในที่สุด
ทันทีที่หน้าจอดับลง ลู่จินกู้ก็เหลือบเห็นเงาของใครบางคนปรากฏขึ้นด้านข้าง รอยยิ้มที่เพิ่งมีบนใบหน้าของเธอพลันหยุดนิ่ง
ที่แท้อีฟไม่ได้ออกไปทำภารกิจงั้นเหรอ?
เธอลูบปลายนิ้วเบา ๆ เหมือนจะสะกดกลั้นความสงสัยที่ผุดขึ้นในใจ แม้เธอจะเชื่อมั่นในตัวกู้ตั๋ว แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าหลังจากที่ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาเปลี่ยนแปลงไป เรื่องที่อีฟเคยมีความรู้สึกต่อกู้ตั๋วกลับทำให้เธอไม่สามารถใจเย็นได้เหมือนเดิม
เธอตัดสินใจเลื่อนเรื่องนี้ออกไปก่อน และวางแผนว่าคงต้องพูดคุยกับกู้ตั๋วอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับเรื่องของอีฟในครั้งหน้าที่พบกัน
ตอนนี้โครงการเขตพาราไดซ์หมายเลข 13 ได้ก่อสร้างโครงร่างพื้นฐานเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่สิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติมยังต้องรอการตัดสินใจจากคนของเผ่าปักษาที่จะย้ายเข้ามาในอนาคต
ตอนแรกเธอคิดว่าแผนการช่วยเหลือของคุณหนูแอนนา แบล็กน่าจะใช้เวลาอย่างน้อยสักครึ่งเดือนกว่าจะเห็นผลลัพธ์ ทว่าในวันที่สามหลังจากที่เธอเพิ่งจัดการงานเสร็จ ข่าวที่ดังกระหึ่มบนสตาร์เน็ตกลับทำให้ทุกอย่างพลิกผัน
โรงงานในเครือตระกูลอเล็กซานเดอร์เกิดเหตุระเบิด!
ตอนแรกเธอยังไม่ได้เชื่อมโยงข่าวนี้กับแผนการช่วยเหลือเผ่าปักษาเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งไม่นานนักก็มีข่าวอีกข่าวที่จุดชนวนความสงสัยของเธออย่างจัง
“โรงงานที่ระเบิด กลับเผยให้เห็นห้องวิจัยผิดกฎหมาย ตระกูลอเล็กซานเดอร์กำลังทำการวิจัยลับอะไรอยู่?”
คำว่า ‘ห้องวิจัยผิดกฎหมาย’ สะกิดประสาทของเธอทันที เธอเตรียมจะกดเปิดข่าวเพื่อดูรายละเอียด ทันใดนั้น เสียงคำรามของยานอวกาศก็ดังก้องลงมาจากฟากฟ้า
ยานลำหนึ่งลงจอดอย่างเร่งด่วน หน่วยรบที่ติดอาวุธครบมือรีบแบกแคปซูลพยาบาลลงมา ลู่จินกู้ตกใจ มือของเธอคว้าปืนพกขนาดเล็กขึ้นมาเตรียมพร้อมทันที
แต่ก่อนที่สถานการณ์จะทวีความตึงเครียด ยานลำที่สองก็ตามลงมา จากนั้นเธอก็เห็นคนที่คุ้นเคยก้าวออกมา
เป็นซูซาน สาวใช้คนสนิทของคุณหนูแอนนา
ซูซานเดินตรงเข้ามาด้วยท่าทางเยือกเย็นและรายงานอย่างรวดเร็วว่า “คุณหนูสั่งให้ฉันมาส่งข่าว คุณหนูต้องรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดด้วยตัวเอง ตอนนี้เลยไม่สามารถมาได้ โปรดช่วยดูแลคนเหล่านี้แทนด้วยค่ะ”
ลู่จินกู้เดินเข้าไปใกล้แคปซูลพยาบาล และสิ่งที่เธอเห็นทำให้หัวใจเธอราวกับโดนบีบรัดรุนแรง คนในนั้นซูบซีดจนดูเหมือนร่างไร้วิญญาณ ถ้าไม่ใช่เพราะอกที่ยังคงขยับขึ้นลงเล็กน้อย เธอคงคิดว่าเป็นศพเสียแล้ว
“รายละเอียดต่าง ๆ หน่วยโจมตีจะรายงานคุณภายหลัง ฉันต้องกลับไปช่วยคุณหนูแล้วค่ะ” ซูซานกล่าวพร้อมหันหลังเดินขึ้นยาน ทิ้งให้ลู่จินกู้จมอยู่กับคำถามมากมายที่พลุ่งพล่านในหัว
ลู่จินกู้เองก็ไม่มีเวลาสนทนากับอีกฝ่ายเช่นกัน เธอรีบไปตรวจสอบสภาพของเผ่าปักษาที่อยู่ในแคปซูลพยาบาล แต่ในขณะที่เธอหมุนตัว ความรู้สึกที่เหมือนถูกจ้องมองด้วยความอาฆาตก็แล่นเข้ามาอีกครั้ง ความเจ็บปวดเล็ก ๆ เหมือนหนามแหลมทิ่มแทง เธอหันขวับไปมอง แต่เห็นเพียงประตูยานที่ค่อย ๆ ปิดลง เงาของซูซานแวบผ่านรอยแยกนั้น ก่อนที่จะหายเข้าไปในตัวยาน
เธอขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นสองครั้งแล้ว และทั้งสองครั้งก็เป็นตอนที่ซูซานอยู่ใกล้เธอ
หรือคนที่มีเจตนาร้ายต่อเธอจะเป็นซูซาน?
แต่พอคิดอย่างถี่ถ้วน เธอก็ส่ายหน้าเล็กน้อย ตอนนี้เธอเป็นผู้แข็งแกร่งระดับ S ในขณะที่ซูซานมีพลังจิตแค่ระดับ C แม้จะมีความขุ่นเคืองในใจอย่างไรก็ไม่อาจเป็นภัยต่อเธอได้
ทว่าความรู้สึกนั้นชัดเจนจนพลังจิตของเธอตรวจจับได้ราวกับมีภัยคุกคามบางอย่าง นั่นหมายความว่าบางทีอาจมีผู้แข็งแกร่งซ่อนตัวอยู่ใกล้ ๆ คุณหนูแอนนา และคนผู้นั้นอาจพยายามทำร้ายเธอ
อย่างไรก็ตาม ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้เปิดเผยตัว เธอก็คาดว่าฝีมือคงไม่ได้เหนือไปกว่าเธอมากนัก เธอจึงคิดไว้ในใจว่าเรื่องนี้ควรถามจากคุณหนูแอนนาในภายหลัง
เมื่อวางแผนในใจเรียบร้อยแล้ว ลู่จินกู้ก็ไม่คิดกังวลกับมันอีก เธอเริ่มสั่งให้หน่วยโจมตีขนย้ายแคปซูลพยาบาลไปยังห้องว่างที่เตรียมไว้ ขณะเดียวกันก็สอบถามพวกเขาถึงรายละเอียดของภารกิจช่วยเหลือในครั้งนี้
หลังฟังเรื่องราวทั้งหมด เธอจึงเข้าใจว่าทำไมภารกิจถึงเสร็จสิ้นได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้
ที่แท้คุณหนูแอนนาเตรียมแผนไว้สองทางตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ว่าเธอจะตอบตกลงร่วมมือหรือไม่ การช่วยเหลือก็จะดำเนินการทันที หลังจากที่ได้วิดีโอแจ้งเบาะแส พวกเขาก็เริ่มเก็บข้อมูลและเตรียมการโจมตีแบบลับ ๆ
ดังนั้น เมื่อเริ่มลงมือจริง ทุกอย่างจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนสายฟ้าฟาด
แต่ศูนย์วิจัยที่ซ่อนตัวอยู่ในโรงงานของตระกูลอเล็กซานเดอร์กลับแข็งแกร่งกว่าที่พวกเขาประเมินไว้มาก การโจมตีครั้งนี้ต้องเผชิญกับการตอบโต้ที่รุนแรงจนเกือบทำให้พวกเขาเสียหายยับเยิน
โชคดีที่มีทีมช่วยเหลืออีกชุดหนึ่งปรากฏตัวขึ้นโดยไม่คาดคิด ทีมนี้ช่วยให้พวกเขาสามารถทำภารกิจสำเร็จได้
ระหว่างการล่าถอย ศัตรูติดตามพวกเขาอย่างไม่ลดละ จนทำให้เกิดเหตุระเบิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ
แม้ว่าหน่วยโจมตีจะมีอุปกรณ์ป้องกันเพียงพอและสามารถหนีออกมาได้ครบทุกคน แต่ทุกคนต่างได้รับบาดเจ็บ ส่วนเผ่าปักษาที่ถูกใช้เป็นหนูทดลองกลับได้รับผลกระทบจากแรงระเบิดอย่างรุนแรงจนสภาพใกล้จะสิ้นใจ
โชคดีที่คุณหนูแอนนาเตรียมแคปซูลพยาบาลระดับสูงไว้เพียงพอ จึงสามารถรักษาชีวิตพวกเขาไว้ได้ชั่วคราว แต่ไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่าพวกเขาจะรอดพ้นอันตรายนี้ไปได้หรือไม่
ลู่จินกู้มั่นใจว่าหากพาเผ่าปักษาเหล่านี้ไปยังคลินิกแพทย์แผนจีนในเขตพาราไดซ์ 1 พวกเขาจะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว แต่ปัญหาคือที่นั่นมีผู้คนพลุกพล่าน ความลับอาจรั่วไหลได้ง่าย เธอจึงตัดสินใจติดต่อกรีนลีฟเพื่อหาทางออกที่เหมาะสม
ลู่จินกู้จัดการส่งคำสั่งให้กรีนลีฟเร่งเดินทางไปยังดาวเคราะห์หมายเลข 7133 เพื่อก่อสร้าง คลินิกแพทย์แผนจีนที่นั่นโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกัน เธอยังประสานงานให้กองทัพพาราไดซ์ 1 ส่งทีมหน่วยรบเดินทางผ่านสถานีขนส่งมารับตัวเผ่าปักษาพร้อมแคปซูลพยาบาลกลับไปยังดาวเคราะห์ 7133 เพื่อการรักษา
ทว่าขณะที่กำลังส่งตัว ก็เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งเล็กน้อยขึ้นมา
หน่วยโจมตีซึ่งทำหน้าที่ดูแลเผ่าปักษาไม่ยินยอมให้พวกเขาถูกพาตัวออกไปจากการดูแลของทีม
“คำสั่งจากคุณหนูแอนนา แบล็กคือให้เราปกป้องพวกเขาไว้จนกว่าคุณหนูจะมาดูแลด้วยตัวเอง ตอนนี้คุณหนูยังไม่มา ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถพาพวกเขาไปได้!”