เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 313 ล่อด้วยอาหารเลิศรส
บทที่ 313 ล่อด้วยอาหารเลิศรส
ลู่จินกู้เข้าใจถึงเหตุผลของหน่วยโจมตีที่ไม่ยอมปล่อยตัวเผ่าปักษาออกจากความดูแล แต่เธอเองก็มีความลับมากมายที่ไม่สามารถให้พวกเขาติดตามไปด้วยได้
สถานการณ์ของเผ่าปักษายิ่งวิกฤต ทุกนาทีที่เสียไปอาจหมายถึงชีวิตของพวกเขา เธอจึงต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
เธอคิดในใจว่า ‘กับพวกที่ลิ้มรสความตายมาไม่รู้กี่ครั้ง คำพูดดี ๆ คงไม่มีผลอะไร’
เธอจำต้องใช้วิธีการตรงไปตรงมาด้วยความจนปัญญา
จู่ ๆ แรงกดดันมหาศาลก็ปกคลุมพื้นที่ หน่วยโจมตีทั้งหมดต่างรับรู้ถึงพลังจิตที่ทรงพลังมหาศาลเข้ามาล้อมรอบตัวพวกเขาไว้
ลู่จินกู้ในตอนนี้เป็นผู้แข็งแกร่งระดับ S แล้ว แม้ในทีมหน่วยโจมตีจะมีผู้แข็งแกร่งระดับ S อยู่ด้วย แต่พวกเขาได้รับบาดเจ็บหนักจากภารกิจช่วยเหลือเผ่าปักษา โดยเฉพาะหัวหน้าทีมที่บาดเจ็บหนักที่สุดจนพยุงตัวขึ้นมายืนยังลำบาก การจะต่อสู้กลับนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง
สมาชิกคนอื่น ๆ ในทีมส่วนใหญ่เป็นระดับ A หรือ A+ ซึ่งแม้ในสภาพสมบูรณ์ก็อาจพอรวมพลังสู้กับเธอได้บ้าง แต่ตอนนี้ทุกคนล้วนบาดเจ็บหนัก อีกทั้งเธอยังลงมือโดยไม่ให้พวกเขาตั้งตัว ทำให้ทั้งทีมไม่อาจขัดขืนได้เลย
เมื่อเห็นว่าลู่จินกู้ส่งสัญญาณบอกกองทัพพาราไดซ์หมายเลข 1 ให้รีบย้ายแคปซูลพยาบาลขึ้น รถขนส่งสถานีและเคลื่อนตัวออกไป หน่วยโจมตีก็ได้แต่ยืนมองตามหลังอย่างจนปัญญา
“ตอนนี้พวกเขาถูกส่งตัวไปแล้ว จะโกรธไปก็ไม่มีประโยชน์ค่ะ สู้มารักษาบาดแผลของพวกคุณก่อนดีกว่า” ลู่จินกู้พูดพร้อมกับยักไหล่อย่างไม่แยแส
หน่วยโจมตีต่างพากันจ้องมองเธออย่างเกรี้ยวกราด แต่ก็ไม่มีทางเลือก พวกเขาย่อมไม่อาจทำอะไรเธอได้ในเมื่อเธอเป็นคนที่คุณหนูแอนนาไว้ใจและมอบหมายหน้าที่ให้ดูแลเผ่าปักษา
แม้จะอึดอัดคับข้องใจ แต่ลู่จินกู้กลับทำราวกับไม่รู้สึกรู้สา เธอไม่เพียงแต่หยิบยามาให้พวกเขารักษาอาการบาดเจ็บ แต่ยังยกอาหารมาวางไว้ตรงหน้า อาหารเหล่านั้นเต็มไปด้วยกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย แม้แต่พวกเขาที่ตั้งใจทำหน้าเย็นชาอยู่ก็ยังแทบจะคงสีหน้าไว้ไม่อยู่
ในขณะที่ทุกคนกำลังจัดการกับบาดแผลและเติมพลังเงียบ ๆ เสียงล้อรถก็ดังขึ้นอีกครั้งจากสถานีขนส่ง
รถขนส่งอีกคันปรากฏขึ้น และเมื่อพวกเขามองไปยังรถคันนั้น เผ่าปักษาบางคนก็เดินลงมาจากรถด้วยตัวเอง
ความเงียบปกคลุมก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความตกใจ หน่วยโจมตีต่างลุกขึ้นยืนพร้อมกัน
“นี่…นี่มัน…” หน่วยโจมตีซึ่งล้วนเป็นชายฉกรรจ์พูดติดอ่างเพราะความตื่นตะลึง ทำเอาพูดอะไรไม่ออกไปชั่วครู่
เผ่าปักษาทั้งสี่คนที่ถูกช่วยกลับมา แม้จะยังอ่อนแอมาก แต่ก็ไม่อยู่ในสภาพที่เหมือนจะสิ้นใจอีกต่อไป พวกเขายังเดินได้ไม่มั่นคงนัก แต่ทุกย่างก้าวก็พึ่งพาสองขาของตัวเอง
ทั้งสี่คนมีชายสองและหญิงสอง พวกเขายืนอยู่นอกสถานีขนส่งด้วยสีหน้าสับสน ดวงตาของพวกเขาแฝงความว่างเปล่าและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน
หัวหน้าหน่วยโจมตีซึ่งฟื้นจากความตกใจกล่าวเบา ๆ ว่า “พวกเขาคงถูกขังมาตั้งแต่เด็ก ๆ สมองของพวกเขา…อาจจะ…”
เขาหมุนปลายนิ้วใกล้ขมับของตัวเองเพื่อสื่อความหมายที่ไม่ต้องพูดจนจบ
ลู่จินกู้พยักหน้า ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเข้าไปใกล้ แต่ทันทีที่เธอขยับ เผ่าปักษาทั้งสี่คนก็เบียดตัวเข้าหากันอย่างตื่นตระหนก ดวงตาเบิกกว้างจ้องเธอด้วยความหวาดผวา
หัวใจของลู่จินกู้ราวกับถูกบีบรัดแน่น เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุด “สวัสดี ฉันชื่อลู่จินกู้ คนที่ช่วยพวกคุณไว้ฝากให้ฉันดูแลพวกคุณชั่วคราว ไม่ต้องกลัวนะ ที่นี่ปลอดภัย และจากนี้ไปพวกคุณจะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ”
แต่ความกลัวที่ฝังรากลึกจากการถูกปฏิบัติเยี่ยงหนูทดลองมานานไม่ใช่สิ่งที่จะลบล้างได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ พวกเขายังคงจ้องมองเธอด้วยสายตาหวาดระแวงและไม่ขยับตัว
ลู่จินกู้ถอยห่างออกมาเล็กน้อยเพื่อไม่ให้พวกเขารู้สึกกดดันเกินไป แล้วเธอก็สั่งให้คนไปนำอาหารกึ่งเหลวที่ย่อยง่ายมา
กลิ่นหอมหวานของอาหารค่อย ๆ แผ่ซ่านในอากาศทันที ทำให้เผ่าปักษาเหล่านั้นสะดุ้งเล็กน้อย ขณะเดียวกัน หน่วยโจมตีที่เพิ่งกินอิ่มไปก็ยังอดไม่ได้ที่จะลอบมองอาหารด้วยสายตาโหยหา
เธอสังเกตเห็นเผ่าปักษาหลายคนเริ่มกลืนน้ำลาย แต่พวกเขายังคงไม่กล้าเคลื่อนไหว
เธอยิ้มอย่างใจเย็น หยิบเค้กปุยเมฆชิ้นเล็กขึ้นมาแล้วกัดคำหนึ่งพลางพูดเหมือนคุยกับเพื่อน “นี่คือเค้กปุยเมฆ มีชื่อเสียงเรื่องความเบาและนุ่มละมุน เป็นขนมขายดีอันดับหนึ่งของร้านเค้กพาราไดซ์”
พูดจบ เธอก็จัดการเค้กชิ้นเล็กขนาดเท่าหนึ่งนิ้วในมือจนหมดเกลี้ยง แล้วหยิบถ้วยข้าวต้มขึ้นมา “ส่วนนี้เป็นข้าวต้มบำรุงร่างกาย ช่วยฟื้นฟูกระเพาะอาหาร พวกคุณไม่ได้กินอะไรดี ๆ มานาน คงต้องบำรุงหน่อย”
เธอตักข้าวต้มเข้าปากคำหนึ่ง ดวงหน้าเปี่ยมความสุข “รสชาติยอดเยี่ยมจริง ๆ”
อึก!
เธอจับเสียงนั้นได้อย่างชัดเจนด้วยพลังจิตของเธอ เผ่าปักษาสี่คนที่หวาดระแวงอย่างหนักเริ่มคลายท่าทีลงเล็กน้อย พวกเขามองอาหารด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกระหาย แต่ก็ยังไม่กล้าเข้ามา
ท่าทางหวาดระแวงของเผ่าปักษาทั้งสี่คนทำให้ลู่จินกู้นึกถึงเหตุการณ์ในอดีต ครั้งหนึ่งในฤดูหนาว เธอเคยพบลูกนกตัวหนึ่งบินมาหลบหนาวบนขอบหน้าต่าง เพราะมันหิวโหยและไม่อาจหาอาหารได้ เธอจึงโปรยเมล็ดข้าวฟ่างไว้ให้ แต่ลูกนกก็ยังคงมองเธอด้วยความระแวดระวัง ไม่กล้าเข้ามาใกล้
สุดท้าย…ลูกนกตัวนั้นก็เปลี่ยนไปเสียสนิท ไม่เพียงแต่จะมาหาเธอทุกครั้งที่หิว มันยังกล้าบินมาเกาะบนมือเธอเพื่อกินข้าวด้วย
เมื่อคิดถึงความคล้ายคลึงระหว่างเผ่าปักษากับลูกนก เธอก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบา ๆ แต่เสียงหัวเราะที่ไม่ทันตั้งตัวของเธกลับทำให้เผ่าปักษาทั้งสี่คนสะดุ้งอีกครั้ง
การรีบร้อนไม่เคยได้ผล
เธอนึกถึงประสบการณ์กับลูกนกตัวนั้น ก่อนจะทำเหมือนว่าเธอไม่ได้สนใจพวกเขาเลย เธอเดินไปรอบ ๆ ละเมียดชิมอาหารแต่ละอย่าง และพูดแนะนำทีละชนิดอย่างใจเย็น ก่อนจะกล่าวปิดท้าย “อาหารพวกนี้เตรียมไว้ให้พวกคุณทั้งหมด กินให้อิ่มเถอะ ถือเป็นการเฉลิมฉลองชีวิตใหม่ของพวกคุณ”
จากนั้นเธอก็ส่งสายตาให้หน่วยโจมตีทุกคนค่อย ๆ ถอยออกไปจากสายตาของเผ่าปักษา แต่ไม่วายมีสมาชิกคนหนึ่งบ่นพึมพำเบา ๆ ว่า “ผมก็อยากกินเหมือนกัน”
ลู่จินกู้หัวเราะพรืด เธอยิ้มตอบอย่างขบขัน “อาหารพวกนั้นเหมาะสำหรับคนที่ระบบย่อยอาหารมีปัญหา ถ้าพวกคุณอยากกินเนื้อย่างและดื่มเหล้าถังใหญ่ ฉันจัดให้ได้ เพราะภารกิจสำเร็จแล้ว พวกคุณสมควรฉลอง!”
คำพูดของเธอตรงใจหน่วยโจมตีจนทำให้แววตาพวกเขาเปล่งประกาย ทุกคนเปลี่ยนท่าทีเป็นหัวเราะอย่างร่าเริง “งั้นก็ขอบคุณคุณหนูลู่ล่วงหน้าเลย!”
ไม่นานนัก อาหารเลิศรสก็ถูกส่งมาจากสถานีขนส่ง โต๊ะจัดเลี้ยงเต็มไปด้วยปลาย่าง เนื้อย่าง และอาหารจานใหญ่ที่เรียงรายพร้อมเหล้ารสชาติเยี่ยม
ระหว่างการกินดื่ม หน่วยโจมตีเปลี่ยนจากการเรียกเธอว่าคุณหนูลู่มาเป็นคุณหนูจิน หรือแม้แต่เรียกเธอราวกับเป็นเพื่อนสนิเสียจนเธอเกือบกลายเป็นพี่น้องร่วมวงเหล้ากับพวกเขาไปแล้ว
โชคดีที่หัวหน้าหน่วยระดับ S ยังมีสติพอจะหยุดลูกทีมที่กำลังฮึกเหิม “ถ้าคุณหนูแอนนา แบล็กรู้ว่าเรากลายเป็นเพื่อนสนิทกับคนที่เธอไว้ใจขนาดนี้ เธอจะคิดยังไงกัน?”
ทว่าลู่จินกู้กลับไม่ใส่ใจเรื่องนี้ เธอเพียงคิดว่าหน่วยโจมตีมีนิสัยคล้ายกับ ‘เหล่าฮีโร่ในนิยายจีน’ ที่ทั้งตรงไปตรงมาและซื่อสัตย์ ไม่แปลกใจเลยที่คุณหนูแอนนาไว้ใจพวกเขาในการทำภารกิจสำคัญ
และในระหว่างการพูดคุย เธอยังได้รู้ความจริงที่ทำให้เธอแปลกใจมากขึ้น เพราะคุณหนูแอนนาไม่ได้มีเพียงหน่วยโจมตีเท่านั้น แต่ยังมีทีมกำลังรบที่ภักดีต่อเธออีกหลายทีม