เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 364 การเดินทางข้ามเวลา
บทที่ 364 การเดินทางข้ามเวลา
ลู่จินกู้ยกนิ้วโป้งให้ “คุณพ่อบ้านนี่แหละที่เอาเขาอยู่หมัด”
พ่อบ้านโค้งตัวเล็กน้อย ตอบกลับด้วยความถ่อมตัว “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ”
เขามองข้อมูลในเครื่องรักษา “การรักษารอบนี้จะเสร็จในอีกห้านาที รบกวนคุณหนูไปพักรอที่ห้องรับรองก่อน ผมจะไปเตรียมชาและของว่างให้ครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
ส่วนกงซุนฉือในเครื่องรักษา ก็เลิกดิ้นรนและหันหน้าหนีไม่มองพวกเขาอีก
ห้านาทีต่อมา
กงซุนฉือที่เปลี่ยนจากชุดรักษาเป็นชุดปกติเดินเข้ามาในห้องรับรองด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
แต่ดูเหมือนสองคนในห้องนี้จะไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวใบหน้าบูดบึ้งของเขาเลย
ลู่จินกู้เพิ่งอ่านรายงานการรักษาจากเครื่อง และพบว่าในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา เขามีบาดแผลทั้งเล็กและใหญ่กว่า 10 ครั้ง
มันไม่ยากที่จะคาดเดา
หลังจากที่เขาได้รับคลินิกแพทย์แผนจีนไปไม่นาน เขาก็เริ่มใช้วิธีทดลองที่น่ากลัว นั่นคือการทำร้ายตัวเองแล้วรักษาเพื่อศึกษาผล
ไม่แปลกใจเลยที่เขาขอสร้างคลินิกใช้งานได้จริงบนดาว 555 เพราะคลินิกของพาราไดซ์ 1 แม้จะเปิดให้เขาเข้าถึง แต่ฟังก์ชันอาคารถูกปิดใช้งาน
ลู่จินกู้เป็นคนที่รักชีวิตมาก เธอไม่สามารถยอมรับการทำร้ายตัวเองเพื่อการทดลองแบบนี้ได้ เธอจึงตั้งใจที่จะเมินเฉยเขา
ส่วนพ่อบ้านก็แสดงสีหน้าเหมือน ‘ผมเป็นแค่คนรับใช้ ผมพูดอะไรไม่ได้’
ดังนั้น ใบหน้าบึ้งตึงของกงซุนฉือจึงกลายเป็นการแสดงให้อากาศดู
ในที่สุด กงซุนฉือก็อดไม่ได้ที่จะพูดก่อน “มาหาฉันทำไม?”
เธอแสร้งทำท่าตกใจ “อ้าว? จบการรักษาแล้วเหรอ? ฉันนึกว่ามีบาดแผลทั้งใหม่และเก่าแบบนั้น ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองชั่วโมง”
คำพูดจงใจประชดประชันนี้ทำให้กงซุนฉือมุมปากกระตุก
แต่เมื่อเธอจ้องเขาด้วยสายตาดุ ๆ เขากลับเบือนสายตาหนีและน้ำเสียงอ่อนลง “ถ้าไม่ใช่วิธีสุดท้าย ฉันก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอก…”
ไม่มีใครตอบเขา
แม้แต่พ่อบ้านยังส่งสายตาไม่เห็นด้วยให้เขา
ในที่สุด กงซุนฉือก็ยกมือขึ้นยอมแพ้ “โอเค โอเค ฉันผิดไปแล้ว” เขาพูดอย่างไม่เต็มใจนัก
ลู่จินกู้ไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้
เมื่อเห็นเขายอมอ่อนข้อ เธอจึงเปลี่ยนเรื่อง “ฉันได้อุปกรณ์บางอย่างมาโดยบังเอิญ คิดว่านายต้องสนใจแน่”
กงซุนฉือยกคิ้วสงสัย “อุปกรณ์อะไร?”
เธอหยิบอุปกรณ์เปิดทางผ่านรูหนอนแบบพกพาออกมา และกดปุ่มเปิดใช้งานทันที
ด้วยสัญชาตญาณของนักวิจัย
กงซุนฉือถูกดึงดูดความสนใจอย่างเต็มที่ เขาเดินเข้ามาใกล้เครื่องอย่างอดไม่ได้ มือสัมผัสพลังงานที่ปล่อยออกมา ดวงตาเริ่มเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น
“นี่คืออะไร? คลื่นพลังงานแบบนี้… หรือว่า…หรือว่าเป็น…”
เขามองลู่จินกู้ด้วยสายตาคาดหวัง ต้องการการยืนยันคำตอบ
“ใช่ มันคือช่องทางรูหนอนที่นายรู้จักนั่นแหละ” เธอพยักหน้าเพื่อยืนยันข้อสันนิษฐานของเขา
โครม!
เขาลุกขึ้นเร็วเกินไปจนทำเก้าอี้ล้มลง แต่เขาไม่สนใจแม้แต่น้อย พุ่งตรงไปยังเครื่องด้วยความตื่นเต้น
ลู่จินกู้รีบคว้าเครื่องไว้ทันที หลีกเลี่ยงไม่ให้เขาพุ่งชนจนเกิดอันตราย
ส่วนพ่อบ้านเดินเข้ามาเงียบ ๆ เขาเก็บเก้าอี้ขึ้นมาอย่างใจเย็น ก่อนจะก้มตัวเล็กน้อยแล้วเดินออกไป ปล่อยให้ห้องพักนี้ถูกปิดกั้นด้วยพลังป้องกัน
“เอามาให้ฉันดูเร็ว ๆ!” สายตากงซุนฉือดูกระหายในความรู้
“ยังไม่ปลอดภัย” เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “นายห้ามเข้าไปโดยตรง”
“ก็ได้…ก็ได้…” น้ำเสียงของเขาเหมือนเด็กที่ถูกขัดใจจากการแย่งขนม
เมื่อเครื่องถูกวางไว้ตรงกลางระหว่างพวกเขา
กงซุนฉือก็เริ่มเดินวนรอบเครื่อง คลื่นพลังจิตของเขาสานเป็นตาข่ายครอบคลุมตัวเครื่องไว้ขณะพึมพำถึงสิ่งที่สังเกตได้
ลู่จินกู้ฟังเขาพูดอยู่ครู่หนึ่ง
แต่เจอคำศัพท์เฉพาะทางจำนวนมากจนสับสน เธอจึงเลิกฟัง และเริ่มคิดทบทวนคู่มือการใช้งานในหัว เพื่อเตรียมตอบคำถามที่อาจเกิดขึ้น
ไม่นานนัก กงซุนฉือก็ระเบิดคำถามออกมาเหมือนพายุ
คำถามที่เธอสามารถตอบได้จากคู่มือ เธอก็ตอบไปตรง ๆ แต่หากไม่มีคำตอบ เธอก็พูดตรง ๆ ว่า “ไม่รู้”
สิ่งที่เขาอยากรู้ที่สุดคือหลักการทำงานและแก่นเทคโนโลยี ซึ่งในคู่มือไม่ได้ให้คำตอบ
แต่เขาก็ไม่ได้ผิดหวัง เพราะอย่างน้อยการมีตัวอย่างอยู่ตรงหน้า ย่อมดีกว่าการเริ่มต้นจากศูนย์
เขาหันมาหาเธอด้วยความกระตือรือร้น “เธอได้เครื่องนี้มาจากไหน? มีอีกไหม? ถ้ามี มีเท่าไหร่ ฉันเอาทั้งหมดเลย ตั้งราคาได้เลย!”
เธอถอนหายใจ “ก็บอกแล้วไงว่าได้มาโดยบังเอิญ มีแค่เครื่องเดียว ฉันให้ยืมไปศึกษาได้ฟรี ๆ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องช่วยฉันไขข้อสงสัยก่อน”
“พูดมาเลย!”
แม้จะผิดหวังที่มีแค่เครื่องเดียว แต่ความตื่นเต้นจากการได้ใช้ศึกษาทำให้เขารู้สึกดีขึ้น เขากระตือรือร้นเต็มที่ พร้อมช่วยเธอทุกเรื่อง
“ฉันได้ยินมาว่าเครื่องนี้สามารถย้อนเวลาได้ ถ้าย้อนกลับไปในช่วงเวลานั้น แล้วได้รับบาดเจ็บ บาดแผลจะเป็นของจริง ทุกสิ่งในช่วงเวลาที่ถูกย้อนกลับสามารถโต้ตอบได้ ถ้าใช้ฟังก์ชันนี้ มันจะเท่ากับการสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นมาใหม่ใช่ไหม?”
เมื่อเธออธิบายจบ กงซุนฉือพลันเผยสีหน้าตกตะลึง และเริ่มเดินไปรอบห้องพักด้วยท่าทางเคร่งเครียด
ความตื่นเต้นแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความกังวล เขาขมวดคิ้วแน่น และดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่าง
ลู่จินกู้นั่งรอคำตอบของเขาอย่างใจเย็น
“เทคโนโลยีนี้…ไม่น่าใช่ของสหพันธ์”
เธอไม่แปลกใจที่ได้ยินเขาตอบเช่นนั้น เพราะตอนที่เธอตัดสินใจนำเครื่องนี้มาให้เขาดู เธอได้คาดการณ์ไว้แล้ว
เพียงแค่เทคโนโลยีรูหนอนธรรมดาไม่น่าแปลกใจ
แต่เมื่อคิดถึงเทคโนโลยีการข้ามมิติที่ก้าวหน้ากว่าของตระกูลเซี่ย คนที่แอบทำการวิจัยในเรื่องนี้และก้าวล้ำไปไกลกว่า จึงไม่ใช่เรื่องเกินคาดหมาย…
เทคโนโลยีการย้อนเวลากลับไปนี้ มันก้าวไกลเกินกว่าระดับของสหพันธ์ และไม่อาจใช้ข้อแก้ตัวธรรมดาที่ว่า ‘มีคนทำวิจัยลับอยู่’ ได้อีกต่อไป
ลู่จินกู้เพียงมองกลับไปด้วยสายตาที่เปิดเผยและเปี่ยมด้วยความเชื่อใจ
กงซุนฉือเหมือนถูกกระตุ้นอะไรบางอย่าง
เขาหลบสายตาอย่างรวดเร็ว มือบิดไปมาราวกับประหม่า จากนั้นเขาก็เปลี่ยนหัวข้อกลับไปที่คำถามของเธออย่างเฉียบพลัน
“ถ้าเป็นตามที่เธอพูด เทคโนโลยีนี้สมควรถูกเรียกว่า ‘การสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นมาใหม่’”
เขาพยักหน้าจริงจัง ก่อนจะพูดต่อ
“แต่บางทีมันอาจไม่ใช่แค่การสร้างขึ้นมาใหม่ มันอาจเรียกได้ว่าเป็น…การเดินทางข้ามเวลา”
คำว่าเดินทางข้ามเวลา เมื่อมันออกมาจากปากของนักวิจัย กลับฟังดูแปลกสำหรับทั้งคนพูดและคนฟัง แต่ดูเหมือนจะไม่มีคำใดที่เหมาะสมกว่านี้อีกแล้ว
และเมื่อลู่จินกู้พูดถึงเหตุการณ์ระเบิดที่ศูนย์ประสบการณ์แห่งกาลเวลา
กงซุนฉือก็ตอบสนองทันที “เธอคิดจะใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ตอนระเบิดใช่ไหม?”
“ใช่”
เขาขมวดคิ้วและเอ่ยอย่างระมัดระวัง “เรื่องนี้ต้องเตรียมการให้ดี ถ้าเทคโนโลยีนี้ถูกเปิดเผย…”
“มันอันตรายมาก” เขาเสริมด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “อันตรายกว่าการเปิดเผยคลินิกแพทย์แผนจีนเสียอีก”
ลู่จินกู้พยักหน้า “ฉันเข้าใจดี เพราะฉะนั้นฉันเลยขอให้ตระกูลเซินช่วยปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุ แต่ฉันมีเวลาแค่หนึ่งวัน ดังนั้นฉันต้องรีบไป นายช่วยทดลองฟังก์ชันนี้ให้ฉันได้ไหม?”
กงซุนฉือสูดลมหายใจลึก
“ตามฉันมา”