เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 37 สร้างอนุสรณ์สถานไว้ที่นี่ (รีไรต์)
บทที่ 37 สร้างอนุสรณ์สถานไว้ที่นี่ (รีไรต์)
กู้ตั๋วทุ่มเทแรงกายแรงใจ ส่งผ่านพลังจิตให้ต้นไม้ใหญ่จนเห็นมันแผ่กิ่งก้านสาขาใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ เขารู้สึกฮึกเหิมราวกับมีพลังงานล้นเหลือ แม้จะให้ทำแบบนี้ต่อไปอีกหนึ่งร้อยปีก็ยังไหว
ทว่าลู่จินกู้กลับหยุดการกระทำอย่างกะทันหัน
“ฉันยังไม่เหนื่อยเลยสักนิด” กู้ตั๋วรีบเอ่ยพร้อมกับส่งสายตาเป็นประกายแสดงความกระตือรือร้นอย่างเต็มเปี่ยม
“ฉันแค่คิดอะไรบางอย่างออก” เธอมองชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะฮึกเหิมเป็นพิเศษก็รู้สึกอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
กู้ตั๋วมองเธอด้วยความสงสัย
แต่เธอยังไม่ทันอธิบายอะไร เธอก็เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า
อาจเป็นเพราะขาดต้นไม้ ทั้งดาว 7133 และดาว 679 ล้วนมีลักษณะพื้นผิวที่ดูธรรมดา ๆ ไร้ชีวิตชีวา ยกตัวอย่างเช่น บริเวณที่ปนเปื้อนแห่งนี้ พื้นผิวก็ราบเรียบไร้สิ่งก่อสร้างใด ๆ
แน่นอนว่า นี่เป็นเรื่องดีสำหรับงานฟอกพิษ
แต่สำหรับความหลากหลายทางภูมิทัศน์แล้ว ถือว่าไม่ค่อยสวยงามเท่าไรนัก
ตอนนี้หลักฮวงจุ้ยถูกจัดวางบนพื้นราบ รูปแบบและการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ จึงค่อนข้างเรียบง่าย
“ฉันจำได้ว่า เทคโนโลยีลอยฟ้าของกองกำลังสัมพันธมิตร พัฒนาไปไกลแล้วใช่ไหม?” เธอถามขึ้นมาทันที
“อือ เธออยากใช้เทคโนโลยีลอยฟ้าสินะ” กู้ตั๋วตอบกลับอย่างรวดเร็ว
“ใช่ ในเวลาสั้น ๆ แบบนี้ หาได้ไหม?”
“ในโกดังของกองกำลังที่เจ็ด มีอุปกรณ์ลอยฟ้าสำรองอยู่หลายอัน ขอยืมมาให้เธอก่อนก็ได้”
“อุปกรณ์ทางทหารแบบนั้นเลยเหรอ” เธอประหลาดใจ “หยิบยืมมาแบบนี้ จะไม่เป็นไรจริง ๆ เหรอ?”
“สถานการณ์ปัจจุบันบนดาว 679 นับว่าเป็นช่วงสงครามแล้ว ตราบใดที่สามารถแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดได้ การขอหยิบยืมยุทโธปกรณ์จากกองกำลังที่เจ็ด ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่”
“ถ้าอย่างงั้นก็ดีแล้ว” ลู่จินกู้ดีใจขึ้นมา
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอจึงปรึกษากับเขา “เราลองส่งคนที่ระดับพลังคลุ้มคลั่งสูง ๆ มาที่นี่ก่อนดีไหม แล้วก็เอาอุปกรณ์ลอยฟ้ามาด้วยเลย รอพวกเขาหายดีแล้ว พอดีให้มาจ้างงานในเขตพาราไดซ์พอดี”
“จ้างงานงั้นเหรอ?”
กู้ตั๋วถึงกับชะงักไป ไม่คิดว่าเธอจะพูดแบบนี้
“ใช่แล้ว ไม่เห็นจะแปลกเลย เขาว่ากันว่ายิ่งให้ยิ่งถีบตนไปข้างหน้า ฉันก็ไม่ใช่คนของกองกำลังที่เจ็ดสักหน่อย ช่วยแก้ปัญหาให้ก็ต้องได้อะไรตอบแทนสิ ถึงจะถูก” เธอยิ้มมุมปาก พูดอย่างเป็นธรรมชาติ
“รอให้ชื่อเสียงของเขตพาราไดซ์แพร่กระจายออกไป จะให้ฟรีตลอดก็คงไม่ได้หรอก ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อคนมากขึ้น ย่อมต้องมีการดูแลรักษาเป็นประจำ ค่าใช้จ่ายพวกนี้ใครจะเป็นคนจ่ายล่ะ”
กู้ตั๋วจ้องมองเธออยู่นาน ราวกับว่าเพิ่งรู้จักเธอเป็นครั้งแรก
ลู่จินกู้ปล่อยให้เขามองโดยไม่หลบสายตา แสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่า เธอจะไม่เปลี่ยนจุดยืน
หลังจากที่เขตพาราไดซ์ถูกเปิดเผย จะต้องกลายเป็นที่สนใจของทุกคนอย่างแน่นอน เธอไม่ต้องการเป็นคนโง่ที่ถูกเอาเปรียบ ดังนั้นจึงบอกข้อตกลงให้ชัดเจนเสียแต่เนิ่น ๆ ดีกว่า
ถ้าหากกู้ตั๋วรับไม่ได้…
นั่นก็เป็นเรื่องของเขา
ลู่จินกู้ยักไหล่เบา ๆ ในใจ แต่ไม่รู้เลยว่าบนใบหน้าของเธอเผยความคาดหวังออกมาเล็กน้อย คาดหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากเขา
กู้ตั๋วก้มหน้าครุ่นคิด และไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าของเธอ
รอไปสักพักใหญ่ อีกฝ่ายก็ยังไม่มีปฏิกิริยา เธอรู้สึกผิดหวังอยู่ลึก ๆ แต่ก็ไม่อยากแสดงออกมาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ
จึงเดินวนรอบพาราไดซ์เพื่อแกล้งทำเป็นพิจารณาการจัดวาง พยายามลืมท่าทีของกู้ตั๋วไปจากความคิด เพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็ก้าวยาว ๆ ตามมาทัน แล้วทั้งสองก็เดินเคียงข้างกัน
ลู่จินกู้อารมณ์เสียเล็กน้อย จงใจเดินห่างออกไปหลายก้าว อย่างไรก็ตาม กู้ตั๋วไม่ได้สังเกตเห็นการกระทำเล็ก ๆ นี้ เขาพูดเสียงทุ้มว่า “หลังจากเรื่องของดาว 679 แพร่ออกไป พาราไดซ์จะต้องเป็นที่หมายปองของทุกคนอย่างแน่นอน ถ้าเป็นระบบเก็บค่าธรรมเนียม แล้วประชาชนทั่วไปจะทำอย่างไร?”
ที่แท้เขากำลังคิดเรื่องนี้อยู่หรอกเหรอ?
ความไม่พอใจของลู่จินกู้หายวับไปกับตา เธอค่อย ๆ เดินเข้าใกล้อีกนิดโดยไม่ให้สังเกตเห็น พร้อมกับยิ้มพูดว่า “ฉันจะไม่เก็บเงินโดยตรง”
“???” ดวงตาโต ๆ ของกู้ตั๋วเต็มไปด้วยความสงสัย
“ฉันคิดดูแล้ว ด้วยพลังจิตระดับ F ของฉัน จะสร้างพาราไดซ์ให้เป็นเมืองใหญ่ได้เมื่อไหร่กัน? สู้เชิญคนมาช่วยสร้างพาราไดซ์ดีกว่า ใครทำงานได้ดี ก็จะได้สิทธิ์ซื้อที่อยู่อาศัยในพาราไดซ์ก่อน ส่วนค่าบำรุงรักษา…” เธอกะพริบตา เหมือนสุนัขจิ้งจอกตัวเล็กที่เจ้าเล่ห์
“เมื่อพวกเขาอาศัยอยู่ที่นี่แล้ว ยังไงก็ต้องใช้จ่ายอยู่ดี”
นี่เป็นเพียงแผนคร่าว ๆ แต่ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงแนวคิดการดำเนินงานของเขตพาราไดซ์ในอนาคต
กู้ตั๋วครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ของแผนนี้ หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พยักหน้า “แม้ว่าเธอจะขาดความรู้ทั่วไป แต่ในด้านนี้กลับมีพรสวรรค์อย่างคาดไม่ถึงเลยนะ”
…ประโยคแรกขอถอนคืนได้ไหม?
ลู่จินกู้จ้องเขาอย่างหงุดหงิด แล้วได้รับสายตาไร้เดียงสากลับมา
ช่างเถอะ ๆ จะไปคิดมากอะไรกับผู้ชายหัวดื้อแบบนี้ล่ะ ลู่จินกู้ปลอบใจตัวเอง รีบพูดเรื่องสำคัญเพื่อทำใจให้สงบ
“งั้นพวกเราปลูกต้นไม้เพิ่มอีกหน่อย ยกระดับเขตพาราไดซ์หนึ่งขึ้นเป็นระดับสามก่อน แล้วคุณก็พาคนมาได้เลย นอกจากนี้ต้องรบกวนคุณให้ยืมคนมาหนึ่งทีมก่อน ฉันกลัวว่าพอคนพวกนั้นตื่นขึ้นมา อาจจะมีคนไม่ยอมอยู่เฉย ๆ”
“ฉันเข้าใจแล้ว เธอวางใจได้”
ลู่จินกู้เลือกพื้นที่โล่งที่กว้างพอ แล้วปลูกป่าเล็ก ๆ ขึ้นมา โดยใช้พืชที่ทั่วไปเป็นหลัก เช่น ต้นโอ๊ค ต้นสนเงิน และต้นเอล์มจีน
แม้จะไม่ได้สร้างเป็นแนวฮวงจุ้ย แต่เพราะมีจำนวนมากพอ จึงค่อย ๆ เพิ่มค่าฮวงจุ้ยขึ้นไปถึง 1,300 กว่าแต้ม สำเร็จในการทะลุขอบเขตระดับสาม
ลู่จินกู้รู้สึกถึงบางสิ่ง รีบมองไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
“ดูเหมือนว่าเขตพาราไดซ์จะขยายไปถึงแหล่งมลพิษแล้ว”
ทั้งสองสบตากัน ต่างมองเห็นความยินดีในดวงตาของอีกฝ่าย
กู้ตั๋วกดที่สร้อยข้อมือ เปิดใช้งานชุดเกราะทหารจักรกลในพริบตา แขนเหล็กกล้าโอบรอบตัวลู่จินกู้
“บอกทาง” เสียงของเขาฟังดูทุ้มลึกและมีเสน่ห์มากขึ้นเพราะถูกห่อหุ้มด้วยชุดเกราะ
เป็นระดับที่ทำให้คนฟังอดใจไม่ไหวต้องหัวใจเต้นแรง
เธองอนิ้วมือเล็กน้อย รีบพูดว่า “ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือก่อน…”
เมื่อเท้าทั้งสองแตะพื้นอีกครั้ง ความคิดหวานซึ้งทั้งหมดของลู่จินกู้หายไปหมด เธอจ้องผมที่ยุ่งเหยิงราวกับรังไก่ แล้วใช้สายตาเย็นชาจ้องกู้ตั๋วอย่างดุดัน
อีกฝ่ายหลังปลดชุดเกราะอย่างสงบนิ่ง ยังไม่ลืมที่จะสั่งสอนเธอ
“แม้ว่าพลังจิตของเธอจะอยู่ในระดับ F แต่การสร้างเกราะป้องกันบนร่างกายในระยะเวลาสั้น ๆ ก็ยังทำได้ ต้องฝึกนะ”
“ขอบคุณมากนะที่สอน!” เธอพูดพร้อมกัดฟันแน่น
อย่างไรก็ตาม ชายชุดเหล็กตรงหน้าไม่ได้ยินความผิดปกติใด ๆ ยังตอบกลับอย่างสุภาพว่า “ไม่เป็นไร เราเป็นเพื่อนร่วมเรือลำเดียวกัน การช่วยเหลือเธอเป็นสิ่งที่ควรทำ”
ลู่จินกู้แทบกลอกตาจนจะทะลุขึ้นฟ้าอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้ตัวเองโมโหจนขาดใจตาย เธอจึงตัดสินใจไม่สนใจคนคนนี้ แล้วหันไปสนใจตำแหน่งของแหล่งที่มาของมลพิษแทน
มองปราดเดียวก็หาเจอทันที
ตอนนี้เองที่เธอเพิ่งรู้ตัวว่า คำว่าระเบิดพิษอสูรนี่มันช่างสื่อความหมายตรงตัวอะไรเช่นนี้ ที่นี่เหมือนกับสภาพหลังเกิดระเบิดไม่มีผิดเพี้ยน
พื้นดินมีหลุมขนาดมหึมา ผนังปรักหักพังอยู่ทุกหนแห่ง แล้วยังมีร่องรอยน่าตกใจอีกมากมาย
เธอรู้สึกเย็นวาบไปทั่วร่างกาย อดไม่ได้ที่จะถามออกไปว่า “ตอนนั้นมีคนอยู่แถวนี้บ้างไหม?”
กู้ตั๋วมองมาด้วยสายตาที่ลึกล้ำ ก่อนจะเอ่ยขึ้นหลังจากผ่านไปเนิ่นนานว่า “ที่นี่คือเส้นทางที่ต้องผ่านเพื่อออกจากเมืองไปยังเหมือง คนงานเหมืองจะมารับอุปกรณ์ป้องกันและเครื่องมือขุดที่นี่ และตอนที่ระเบิด พวกเขากำลังเตรียมตัวที่จะออกไปทำงานพอดี”
ถึงแม้จะไม่ได้ตอบตรง ๆ แต่นัยยะก็ชัดเจน…
ตอนนั้นมีคนอยู่ที่นี่ไม่น้อย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าตอนที่ระเบิดมันน่าสยดสยองขนาดไหน
แต่ตอนนี้กลับไม่เห็นร่องรอยอะไรเลย เลือดเนื้อของศพไม่ต้องพูดถึง แน่นอนว่าต้องถูกพิษกัดกร่อนจนไม่เหลืออะไรแล้ว ส่วนโครงกระดูกก็เพราะได้รับมลพิษ จึงถูกขยายพรมแดนของเขตพาราไดซ์ชำระล้างไปจนหมด
“ร่องรอยของผู้บริสุทธิ์ที่ตายไปแล้ว… ไม่มีเหลืออยู่เลย” ลู่จินกู้เม้มริมฝีปากแน่น ความรังเกียจต่อผู้บงการเบื้องหลังยิ่งทวีคูณ
ครู่ใหญ่จึงเอ่ยขึ้น “สร้างอนุสรณ์สถานไว้ที่นี่เถอะ ถ้าเป็นไปได้รวบรวมรายชื่อผู้เสียชีวิต แล้วสลักชื่อพวกเขาเอาไว้”
ดวงตาเธอจ้องมองกู้ตั๋วอย่างจริงจัง
“ได้ เดี๋ยวฉันจะให้คนรวบรวมรายชื่อมาให้” กู้ตั๋วตอบรับด้วยสายตาอ่อนโยน
เมื่อสงบสติอารมณ์ลงได้ เธอค่อย ๆ เดินไปที่ขอบหลุมขนาดใหญ่และมองลงไปเบื้องล่าง ซากศพอสูรทมิฬที่เป็นต้นตอของมลพิษหายไปแล้ว
แต่ยังคงเห็นเศษโลหะแตกกระจัดกระจายอยู่ คาดว่าน่าจะเป็นเศษของสิ่งที่ใช้บรรจุซากศพ
“เรื่องทั้งหมดนี้…เป็นฝีมือของตระกูลแบล็กใช่ไหม?” เธอเอ่ยถามขึ้น
“อาจจะไม่ใช่ฝีมือของตระกูลแบล็กโดยตรง แต่มีความเป็นไปได้มากกว่า 70% ที่พวกเขามีส่วนเกี่ยวข้อง” กู้ตั๋วอธิบาย
เธอก้มหน้าลง รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปาก…