เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 395 มังกรทองน้อย
บทที่ 395 มังกรทองน้อย
ลู่จินกู้เดาได้ตั้งแต่แรกแล้วว่าคนคนนี้มาแลกเปลี่ยนครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ได้ทำเพื่อค่าตอบแทนเพียงอย่างเดียว ดังนั้นเมื่อได้ยินคำถามของเขา เธอจึงไม่รู้สึกแปลกใจ เพียงแค่มองตอบกลับไปอย่างตรงไปตรงมา “จักรวาลกว้างใหญ่ขนาดนี้ ย่อมมีที่อยู่ให้เผ่าพันธุ์ต่าง ๆ อาศัยอยู่ได้ อีกอย่างดูเหมือนว่าพวกต่างเผ่าพันธุ์เหล่านี้จะมีความโลภน้อยกว่าด้วยซ้ำ”
อย่างไรก็ตาม คำตอบนี้ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายพอใจ ชายคนนั้นกดดันเธอ “ความโลภเป็นสิ่งที่ถูกบ่มเพาะขึ้นมา ตอนนี้พวกเขาต้องการแค่ที่อยู่เพื่อมีชีวิตรอด แล้วต่อไปล่ะ?”
เธอเอียงศีรษะเล็กน้อย มองเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย เขาพูดด้วยน้ำเสียงรุนแรง แต่กลับไม่มีความปั่นป่วนในดวงตามากนัก
หลังจากคิดครู่หนึ่ง เธอก็ให้คำตอบของตัวเอง “ฉันไม่ยอมรับการตัดสินว่ามีความผิดล่วงหน้า ลูกของอาชญากรจะต้องเป็นอาชญากรด้วยเหรอ? คนที่ใจดีจะไม่มีวันทำผิดเลยเหรอ? ไม่มีใครรับประกันได้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น แต่อย่างน้อยตอนนี้ ชีวิตของพวกต่างเผ่าพันธุ์ก็ลำบากมากจริง ๆ”
ชายคนนั้นหรี่ตามองเธอ ราวกับต้องการจะตัดสินความจริงใจในคำพูดของเธอ
เธอไม่มีอะไรต้องละอายใจ จึงปล่อยให้อีกฝ่ายมองจนพอใจ
ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมองเห็นอะไร แต่หัวข้อสนทนานี้ก็จบลงแค่นั้น เขาเริ่มหยิบของออกมาจากกระเป๋าที่คุ้นตา
ลู่จินกู้รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา ของที่คนคนนี้นำมาทุกครั้งล้วนไม่ธรรมดา แม้ว่าจนถึงตอนนี้ สิ่งของที่เขานำมายังไม่ได้กระตุ้นให้เกิดสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ใหม่ แต่ทั้งหมดก็เป็นของสะสมที่มีค่าพอจะเก็บไว้ในห้องสมุดได้
และเมื่อไม่นานมานี้ ห้องสมุดได้เปิดฟังก์ชันใหม่ที่เรียกว่า ‘ระเบียงอารยธรรม’ เนื่องจากจำนวนของสะสมถึงเกณฑ์ หลังจากเลือกของสะสมชิ้นหนึ่งแล้ว จะสามารถเปิดภาพจำลองแบบโฮโลแกรมได้ โดยใช้ปีที่ของชิ้นนั้นถือกำเนิดเป็นจุดเริ่มต้น เพื่อสัมผัสประสบการณ์ ‘ชีวิต’ ของของสะสมชิ้นนั้น
หากไม่มีเรื่องวุ่นวายภายนอกเหล่านั้น ‘ระเบียงอารยธรรม’ นี้คงถูกใช้เพื่อการ ‘ศึกษา’ แต่ตอนนี้ มันสามารถให้ความช่วยเหลืออื่น ๆ ได้
นั่นคือ การค้นหาสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์
แม้ว่าใน ‘ความทรงจำ’ ของของสะสมเหล่านี้จะไม่ได้ระบุโดยตรงว่าอะไรคือสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ แต่ในฐานะคนที่สร้างสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์มาแล้วแปดแห่ง ก็พอจะมีประสบการณ์บ้าง ในภาพ ‘ความทรงจำของของสะสม’ สามารถทำเครื่องหมายสิ่งก่อสร้างที่ ‘น่าสงสัย’ แล้วค้นคว้าข้อมูลอย่างมีเป้าหมาย จากนั้นก็พยายามคาดเดา ‘วัสดุหลัก’ จากข้อมูลเหล่านั้น
ด้วยเหตุนี้เอง ในข่าว ‘การแลกเปลี่ยน’ ล่าสุดของบริษัทพาราไดซ์กรุ๊ป จึงมีวัสดุที่ระบุให้รับซื้อเพิ่มขึ้น และยังระบุว่าวัสดุเหล่านี้เป็น ‘การรับซื้อแบบจำกัด’ ใครมาก่อนได้ก่อน
ไม่น่าเชื่อว่าเธอสามารถเปิดใช้งานภารกิจสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ได้อีกสองแห่ง แม้ภายนอกจะดูวุ่นวาย แต่ทีมก่อสร้างของบริษัทพาราไดซ์กรุ๊ปกลับยุ่งกว่าที่เคย
ต้องขอบคุณเทคโนโลยียุคอวกาศ แม้ทีมก่อสร้างจะมีคนออกไปบ้าง แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยหลากหลาย และลู่เหนี่ยนเจิ้นผู้เป็นสถาปนิกที่เก่งกาจ ก็พอประคองสถานการณ์ไว้ได้
ตอนนี้เธอมีสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ในมือสิบแห่งแล้ว และกำลังค่อย ๆ บรรลุเป้าหมายภารกิจ
จากท่าทางที่ระมัดระวังเป็นพิเศษของอีกฝ่าย เธอมีลางสังหรณ์ว่าสินค้าวันนี้จะต้องทำให้เธอประหลาดใจแน่นอน
ชายคนนั้นหยิบกล่องสูงประมาณครึ่งเมตรออกมาจากกระเป๋า ฐานกล่องมีขนาดประมาณ 30×20 ดูเหมือนของชิ้นนี้จะไม่เล็กเลย
กล่องสามารถเปิดได้จากด้านบนทั้งหมด ชายคนนั้นลุกขึ้นยืนเพื่อความสะดวกในการจัดการ
เขาค่อย ๆ แกะกล่องออกอย่างระมัดระวัง เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน
ปฏิกิริยาแรกของเธอคือ ‘แสบตา’ เธอกะพริบตาหลายครั้งจึงปรับสายตาได้ พอมองดูดี ๆ ฐานกล่องเว้าลงไป ดูเหมือนแอ่งเล็ก ๆ ในแอ่งนั้นเต็มไปด้วยอัญมณี ทอง และเงิน
แต่ไม่ใช่อัญมณี ทอง และเงินธรรมดา แต่เป็นภูเขาและแม่น้ำที่สร้างจากสมบัติล้ำค่าเหล่านี้
ดูเหมือน ‘แบบจำลองขนาดเล็ก’ ที่ตระกูลใหญ่ฟุ่มเฟือยบางคนสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ ก็ดูสวยดี
แต่เธอมองไม่เห็นอะไรพิเศษ จึงมองอีกฝ่ายอย่างสงสัย
ทำการค้ากันมาหลายครั้งแล้ว เขาต้องรู้แน่ว่าของที่เธอต้องการแลกไม่ได้ใช้ความแพงของวัสดุเป็นมาตรฐาน
หากเป็นของเก่าที่มีประวัติความเป็นมาจริง ๆ แม้จะเป็นเพียงท่อนไม้ผุ เธอก็จะให้ความสนใจเป็นพิเศษ
ส่วนอัญมณีพวกนี้ นอกจากจะเป็นอย่างอัญมณีอาร์เทมิสที่สามารถเปิดใช้งานภารกิจสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ได้ นอกนั้นเธอไม่ต้องการเลย
แต่เมื่อเผชิญกับความสงสัยของเธอ อีกฝ่ายเพียงแค่ยิ้มอย่างมั่นใจและพูดว่า “ลองดูอีกครั้งสิครับ”
พูดจบก็ดูเวลาแล้วเสริมว่า “เวลาใกล้จะหมดแล้ว”
ก็ได้ เห็นแก่ที่เคยร่วมงานกันมาหลายครั้ง เธอตัดสินใจให้เวลาอีกฝ่ายเพิ่มอีกหน่อย
ห้านาทีผ่านไป มีข้อความจากพนักงานถามสถานการณ์เข้ามาทางอุปกรณ์สื่อสาร เธอถอนหายใจเบา ๆ กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ทันใดนั้น ‘แผนที่ภูมิประเทศ’ ที่ประกอบขึ้นจากสมบัติล้ำค่าก็เกิดการเปลี่ยนแปลง
เห็นไข่มุกสีทองค่อย ๆ ลอยขึ้นมาจากผิวน้ำที่ปูด้วยไพลิน ลักษณะที่เห็นทำให้นึกถึง ‘ดวงอาทิตย์’ ทันที
พร้อมกับ ‘ดวงอาทิตย์’ ที่ลอยขึ้น เมฆหมอกค่อย ๆ ปรากฏด้านบน สายลมพัดเบา ๆ พืชพรรณที่แกะสลักจากอัญมณีหลากสีค่อย ๆ โยกตัวไปมา
ราวกับว่าพื้นที่เล็ก ๆ ตรงนี้มีชีวิตขึ้นมาทันที
แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่ายังตามมา จู่ ๆ ก็มีสิ่งมีชีวิตบินออกมาจากหน้าผาที่แกะสลักจากโลหะมีค่าชนิดหนึ่ง
มีเขาคู่สวยงามบนหัว หนวดสองเส้นปลิวไหวตามการเคลื่อนไหว ลำตัวเรียวยาวปกคลุมด้วยเกล็ดสีทอง อุ้งเท้าทั้งสี่มีนิ้วข้างละห้านิ้ว…
รูปร่างแบบนี้เธอคุ้นมากเลย!
มันคือรูปร่างของมังกรศักดิ์สิทธิ์ในตำนานของประเทศจีน
มังกรทองตัวน้อยบินวนอยู่บนท้องฟ้าครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็เงยหน้าขึ้นอ้าปากใส่ท้องฟ้า ทำท่าเหมือนจะคำราม แต่ไม่มีเสียงดังออกมา
แต่มังกรทองตัวน้อยไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ พอมันอ้าปาก ลูกกลม ๆ ก็ลอยออกมา
ลูกกลมนั้นบินวนรอบ ‘ดวงอาทิตย์’ หลายรอบ แล้วบินกลับเข้าปากมังกร ผ่านไปสักพัก มันก็บินออกมาอีก ทำแบบนี้ซ้ำ ๆ หลายครั้ง ไข่มุกสีทองที่แสร้งทำเป็นดวงอาทิตย์จู่ ๆ ก็ร่วงลงมา
เธอดูจนเคลิบเคลิ้ม ตอนนี้เพิ่งสังเกตว่าโลกเล็ก ๆ นั้นเข้าสู่ยามค่ำแล้ว
ขณะที่แสงสุดท้ายของตะวันยังคงแขวนอยู่ที่ ‘ขอบฟ้า’ มังกรทองตัวน้อยก็บินกลับเข้าไปในหน้าผา เธอมองอย่างพินิจพิเคราะห์จึงเห็นว่ามีรูเล็ก ๆ อยู่ตรงนั้น ข้างในมืดสนิทมองไม่เห็นอะไร คงเป็นรังของมังกรทองตัวน้อยนั่นเอง
ไม่นานแสงสุดท้ายก็หายไป ‘โลก’ ที่ประกอบด้วยสมบัติล้ำค่าก็กลับสู่ความเงียบสงบ ไม่มีร่องรอยของความมีชีวิตชีวาที่เพิ่งเห็นเมื่อครู่หลงเหลืออยู่เลย
เธอถอนหายใจยาว อดไม่ได้ที่จะนึกถึงภาพที่เพิ่งเห็นซ้ำไปซ้ำมา
ตั้งแต่มาถึงยุคอวกาศ เธอเคยเห็นภาพที่เรียกได้ว่าน่าอัศจรรย์มามากมาย แต่ก็ยังคงรู้สึกตื่นตะลึงกับทุกสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น
เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นยักษ์จากนอกโลกในนิทาน ที่มองผ่านท้องฟ้าลงมาดูพระอาทิตย์ขึ้นและลงของอีกโลกหนึ่ง
ผ่านไปสักพักเธอถึงได้สติ ตอนนี้จึงมีกำลังใจสนใจชายวัยกลางคน
แต่กลับพบว่าเขากำลังจ้องมองเธอตรง ๆ ราวกับต้องการมองทุกอากัปกิริยาเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเธอให้ชัดเจน
พอเห็นเธอเงยหน้า เขารีบถามขึ้นมาก่อน “คุณมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง?”
“ความคิดเห็นเหรอคะ?” เธอไม่ได้รู้สึกรำคาญกับคำถามที่เหมือนกับ ‘ความรู้สึกหลังการอ่าน’ นี้ เธอเอียงศีรษะครุ่นคิดสักครู่ ก่อนจะให้คำตอบของตัวเอง…