เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 425 ฟังก์ชั่นใหม่ระดับ 7
บทที่ 425 ฟังก์ชั่นใหม่ระดับ 7
ลู่จินกู้ไม่ได้พูดอะไร เธอมองออกว่าตอนนี้กู้ตั๋วไม่ต้องการให้ใครพูดอะไรทั้งสิ้น
เขาเห็นอะไรกันแน่ ถึงทำให้คนที่มั่นคงเสมอมาต้องลังเลและ…หวาดกลัวขนาดนี้?
ใช่แล้ว เธอสังเกตเห็นความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ จากรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในท่าทางของเขา
กู้ตั๋วเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยปาก “นั่นเป็นรอยประทับจิตของพี่ชายฉัน”
“อะไรนะ?” แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่คำตอบนี้ก็ยังทำให้เธอตกใจจนต้องถามกลับออกไปโดยไม่ทันได้ยั้งคิด
กู้ตั๋วพยักหน้าอย่างหนักอึ้ง “ฉันจำไม่ผิดแน่ ในโปรแกรมควบคุมมีรอยประทับจิตของพี่ชายฉันอยู่”
เธออดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้าง แล้วป้อมลอยฟ้าลำนี้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับกู้ฉิงกัน?
นั่นมันคนที่ตายไปหลายปีแล้วนะ
ราวกับเดาความสงสัยในใจเธอออก กู้ตั๋วจึงอธิบายช้า ๆ “ฉันสงสัยว่าป้อมลอยฟ้าลำนี้ อาจจะเป็นลำที่พี่ชายฉันขับตอนที่หายตัวไป”
“กู้ฉิงตอนนั้นไม่ได้ออกไปสู้รบหรอกเหรอ? ที่ออกไปเป็นป้อมลอยฟ้าเหรอ?” เธอไม่รู้เรื่องภายใน จึงแปลกใจมาก
จากนั้นเธอถึงได้รู้ว่าการต่อสู้ครั้งที่กู้ฉิงหายตัวไปนั้น สหพันธ์ต้องการทดสอบพลังการต่อสู้ของป้อมลอยฟ้าไปด้วย พวกเขาคิดว่าเมื่อกู้ฉิงเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดของสหพันธ์ หากมีป้อมลอยฟ้าในมือ ต้องได้รับชัยชนะที่ท่วมท้นอย่างแน่นอน
แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า การต่อสู้ที่คิดว่าจะไม่มีปัญหาใด ๆ เลยถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ กลับจบลงด้วยการระเบิดครั้งใหญ่
ในที่เกิดเหตุเหลือเพียงเศษซากจากการระเบิด เห็นได้ชัดว่าการระเบิดรุนแรงมาก
หลังจากสำรวจพื้นที่ คนส่วนใหญ่เชื่อว่าคนในทีมทั้งหมดรวมถึงกู้ฉิงคงถูกระเบิดจนกลายเป็นผุยผง ไม่มีทางจะหาอะไรเจอได้อีก
แต่มีเพียงสมาชิกหลักของสหพันธ์เท่านั้นที่รู้ว่า ป้อมลอยฟ้าล้ำค่าลำหนึ่งก็สูญหายไปพร้อมกันด้วย
ทำไมผ่านมาหลายปีแล้ว สหพันธ์ถึงยังคงยอมให้ตระกูลกู้ตามหากู้ฉิง?
หากกู้ฉิงยังมีชีวิตอยู่ เป็นไปได้ว่าเขาอาจพาป้อมลอยฟ้าหลบหนีไปด้วย
แต่เวลาผ่านไปหลายปี ทุกคนแทบจะสิ้นหวังกันหมดแล้ว
แต่เธอรู้ว่ากู้ตั๋วยังคงเชื่อว่าพี่ชายไม่ได้ตาย และไม่เคยยอมเลิกตามหา
ไม่คิดว่าวันนี้จะพบร่องรอยที่นี่
หลังจากเรียบเรียงความคิด เธอรู้สึกดีใจ “นี่หมายความว่าพี่ใหญ่อาจจะยังมีชีวิตอยู่ใช่ไหม? ตระกูลแบล็กจับตัวเขาไว้?”
แต่กู้ตั๋วกลับส่ายหน้า “คงเป็นไปไม่ได้ พลังจิตของพี่ใหญ่แข็งแกร่งเกินกว่าที่ใครจะกักขังเขาได้”
เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าพลังจิตของกู้ฉิงเกินขีดจำกัดสูงสุดที่สหพันธ์จะวัดได้ ไม่มีใครรู้ว่าพลังที่แท้จริงของเขาอยู่ในระดับไหน
ผู้แข็งแกร่งขนาดนี้ แม้แต่วงแหวนควบคุมพลังก็คงใช้ไม่ได้ผล ถ้าตระกูลแบล็กจะลงมือจริง พวกเขาคงโดนโต้กลับในพริบตา
ความดีใจที่เพิ่งผุดขึ้นจางหายไป เธอขมวดคิ้ว “แล้วรอยประทับจิตนี้เป็นอย่างไรกัน?”
“ฉันสงสัยว่าการระเบิดในตอนนั้นไม่ได้เกิดจากปัญหาของพลังจิตของพี่ใหญ่” ความหนาวเย็นปกคลุมรอบตัวเขา ทำให้เขาดูราวกับปีศาจที่มาจากยมโลก
“พลังจิตของพี่ใหญ่แข็งแกร่งเกินไป ดังนั้นถึงแม้พวกเขาจะได้ป้อมลอยฟ้าไป ก็ไม่สามารถลบรอยประทับจิตของเขาออกได้ ได้แต่ปล่อยให้มันคงอยู่ในระบบ”
เธอพยักหน้าอย่างเข้าใจ รู้ความหมายที่กู้ตั๋วต้องการจะสื่อ
ถ้าป้อมลอยฟ้าลำนี้เป็นลำเดียวกับที่กู้ฉิงประสบเหตุ และตอนนี้ปรากฏอยู่ในมือของตระกูลแบล็ก อย่างน้อยก็พิสูจน์ได้หนึ่งเรื่อง
เหตุระเบิดในครั้งนั้นต้องเกี่ยวข้องกับพวกเขาอย่างแน่นอน
ในดวงตาของกู้ตั๋วเต็มไปด้วยสีเลือด เขาพูดเสียงต่ำ “แบล็ก หึ คอยดูเถอะ”
เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่แตะแขนเขาเบา ๆ ส่งผ่านการสนับสนุนอย่างเงียบ ๆ
เรื่องของกู้ฉิงเป็นปมในใจของเขามาตลอด ตอนนี้ในที่สุดก็มีเบาะแส เขาไม่มีทางปล่อยผ่านไปแน่นอน
ตอนนี้เหตุผลในการโจมตีดาวศูนย์กลางก็เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งข้อ
หลังจากนั้นกู้ตั๋วก็มีท่าทีดุดันมากขึ้น เขาออกคำสั่งปฏิบัติการอย่างรีบร้อน
ป้อมลอยฟ้าที่ลอยอยู่ในอากาศค่อย ๆ เคลื่อนไหว หลังจากเร่งความเร็วสั้น ๆ ก็หายไปจากสายตาเธอ
ครั้งนี้กู้ตั๋วก็ยังไม่ได้พาอีธานไปด้วย คงเป็นเพราะเห็นว่าอารมณ์ของอีธานดีขึ้นกว่าเดิมบ้างแล้ว จึงเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูดว่าจะปล่อยให้เขาอยู่กับเธอต่อเพื่อ ‘ให้คำปรึกษา’
ในคืนที่ป้อมลอยฟ้าออกเดินทาง เพิ่งผ่านรุ่งสาง ระบบพาราไดซ์ก็มีความเคลื่อนไหวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
[ติ๊ง! การอัปเกรดระบบเสร็จสมบูรณ์]
เธอรอคอยช่วงเวลานี้มานาน พอได้ยินเสียงเธอก็รีบเรียกระบบขึ้นมาทันที
หน้าจอระบบที่มืดสลัวสว่างขึ้นอีกครั้ง ตอนแรกดูเหมือนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
แต่เมื่อเปิดหน้าการแจ้งเตือนของระบบ ก็พบการแจ้งเตือนใหม่หลายรายการที่เพิ่งปรากฏขึ้น
[ระบบพาราไดซ์อัปเกรดเป็นระดับ 7 เปิดฟังก์ชันใหม่ดังนี้]
[ทำเครื่องหมาย, ล็อกชีวิต, เซ่นไหว้]
เมื่อกดดูฟังก์ชันใหม่ทั้งสาม แต่ละอันมีคำอธิบายโดยละเอียด
ฟังก์ชันใหม่ ‘ทำเครื่องหมาย’ สามารถเลือกทำเครื่องหมายบนสิ่งมีชีวิตได้ หลังจากทำเครื่องหมายแล้ว เมื่อสิ่งมีชีวิตนั้นเข้ามาในรัศมีห้าร้อยเมตรรอบโฮสต์ จะมีการแจ้งเตือน สามารถทำเครื่องหมายได้สูงสุดสามเป้าหมาย เมื่อถึงขีดจำกัดแล้วใช้ฟังก์ชันนี้อีก จะแทนที่เครื่องหมายที่เก่าที่สุด เครื่องหมายที่มีอยู่ โฮสต์สามารถยกเลิกได้เอง
ดูจากคำอธิบาย เธอยังงง ๆ กับฟังก์ชันนี้อยู่ เมื่อเห็นทหารเขตพาราไดซ์กำลังลาดตระเวนอยู่นอกหน้าต่างพอดี เธอจึงมองไปที่เขาแล้วนึกในใจว่า ‘ทำเครื่องหมาย’
วินาทีถัดมา เหนือศีรษะของทหารคนนั้นปรากฏตัวเลข ‘1’ เรืองแสง แต่ทหารเขตพาราไดซ์ผู้บริสุทธิ์ที่ถูกทำเครื่องหมายไม่รู้สึกตัวเลย เดินห่างออกไปอย่างช้า ๆ
เมื่อระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายมากขึ้น ตัวเลข 1 ก็ใหญ่ขึ้น แสงสีแดงกะพริบส่องสว่างแทบจะทั่วท้องฟ้า
ดูเหมือนว่าแม้จะห่างกันห้าร้อยเมตร ก็มีแต่คนตาบอดเท่านั้นที่จะมองไม่เห็นการแจ้งเตือนที่สว่างจ้าขนาดนี้
เธอนึกในใจว่า ‘ยกเลิกเครื่องหมายหมายเลข 1’ คราวนี้ระบบแสดงข้อความว่า ‘ยืนยันการยกเลิกเครื่องหมายหมายเลข 1 หรือไม่’ หลังจากเลือก ‘ใช่’ ตัวเลข 1 สีแดงขนาดใหญ่นั้นก็หายไป
มาดูฟังก์ชั่นใหม่อันที่สอง ‘ล็อกชีวิต’ ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นพิเศษที่เฉพาะผู้ครอบครองเขตพาราไดซ์เท่านั้นที่สามารถใช้ได้ เมื่อเปิดใช้งานแล้วภายในหนึ่งชั่วโมง ไม่ว่าจะได้รับการโจมตีที่น่ากลัวแค่ไหนเธอก็จะไม่ตาย ระบบพาราไดซ์จะใช้ค่าฮวงจุ้ยเพื่อรักษาชีวิตของเธอเอาไว้ การเปิดใช้งานแต่ละครั้งมีเวลาคูลดาวน์เจ็ดวัน หากค่าฮวงจุ้ยไม่พอก็สามารถติดหนี้ได้ แต่ต้องชำระให้ครบก่อนที่สถานะล็อกชีวิตจะสิ้นสุดลง มิฉะนั้นเมื่อครบหนึ่งชั่วโมง อาการบาดเจ็บทั้งหมดที่ควรจะถูกหักล้างด้วยค่าฮวงจุ้ยจะระเบิดออกมาพร้อมกัน
เป็นที่คาดการณ์ได้ว่า ถ้าเป็นอาการบาดเจ็บถึงตาย เมื่อระเบิดออกมาตอนนั้น เธอก็จะตายจริง ๆ ดังนั้นจึงต้องคำนวณค่าฮวงจุ้ยในการใช้งานให้ดี
แต่สำหรับเธอแล้วไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ อย่าลืมว่าอ่าวเงือกได้ ‘ล็อกค่าฮวงจุ้ย’ ไว้แล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะถูกหักไปเท่าไหร่ ค่าฮวงจุ้ยของเขตพาราไดซ์ก็จะไม่ติดลบ
ด้วยเหตุนี้ฟังก์ชั่นนี้สำหรับเธอจึงเป็นการเพิ่มชีวิตขึ้นมาอีกหนึ่งชั่วโมง เป็นของดีที่สามารถใช้ได้เมื่อเจอกับอันตรายจริง ๆ
ฟังก์ชั่นนี้ไม่สามารถทดลองใช้ได้ เธอจึงปล่อยมันไว้ก่อน
แล้วมองไปที่ฟังก์ชั่นใหม่สุดท้าย สองอันแรกล้วนนำมาซึ่งความประหลาดใจ เชื่อว่าอันนี้ก็คงไม่ทำให้ผิดหวัง