เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 44 ผู้รับผิดชอบการก่อสร้าง (รีไรต์)
บทที่ 44 ผู้รับผิดชอบการก่อสร้าง (รีไรต์)
เมื่อกลุ่มคนเหล่านั้นค่อย ๆ เดินลับสายตาไป ฮอว์ค คิม ก็เก็บสีหน้าไม่อยู่ แววตาฉายชัดความไม่อยากจะเชื่อ
เหล่าผู้แทนของชนชั้นสูงที่อยู่ด้านหลังต่างซุบซิบนินทา “พวกนั้นเป็นใครกัน ถึงกล้าทำเย่อหยิ่งใส่พวกเราได้ขนาดนี้”
“หึ! คนธรรมดาที่ไหนจะกล้าทำแบบนี้ ฉันว่าต้องเป็นคำสั่งของกู้ตั๋วแน่”
“อาจจะใช่ ไม่ได้อยู่ที่ดาว 679 งั้นเหรอ ข้ออ้างชัด ๆ”
“คุณคิม พวกเราควรทำยังไงดีครับ”
คนพวกนี้ที่ได้รับความไว้วางใจจากชนชั้นสูง มักจะสุภาพอ่อนน้อมต่อเจ้านายมากแค่ไหนก็จะยิ่งหยิ่งผยองต่อคนนอกมากเท่านั้น ไม่เคยเจอการปฏิบัติแบบนี้มาก่อน ตอนนี้พวกเขาทำได้เพียงรักษามารยาทเอาไว้บนใบหน้า แต่ในใจก็โกรธมาก
ถ้าไม่ใช่เพราะเขตพาราไดซ์ พวกเขาคงหันหลังกลับไปนานแล้ว หลังจากนี้พวกเขามีวิธีมากมายที่จะทำให้คนที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงต้องร้องไห้ อ้อนวอนพวกเขา
แต่ตอนนี้ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่ฮอว์ค คิม
เขาแอบแค่นเสียงหัวเราะอย่างเย็นชาอยู่ภายในใจ
คนพวกนี้เคารพเขาจากใจจริง ๆ งั้นเหรอ?
แน่นอนว่าไม่ใช่!
เพียงแต่ที่ที่เรียกกันว่าแดนพาราไดซ์แห่งนี้ กลายเป็นของเล่นชิ้นใหม่ที่ดึงดูดสายตาทั่วทั้งสหพันธ์ ใคร ๆ ต่างก็หมายมั่นปั้นมือที่จะครอบครอง
แต่ไม่นึกเลยว่าผู้รับผิดชอบที่ไม่มีชื่อเสียงคนนี้จะอวดดีได้ถึงขนาดนี้ พวกเขาไม่อยากเสียหน้า จึงอยากรอดูว่าเขาจะทำอย่างไร
เพราะเขาเป็นตัวแทนของตระกูลแบล็ก
ใจจริงแล้ว ฮอว์ค คิมอยากจะสะบัดแขนเสื้อเดินจากไปเสียเดี๋ยวนั้น
แต่เขาทำไม่ได้!
อาศัยความสะดวกสบายของตำแหน่งพ่อบ้านของตระกูลแบล็ก เขารู้เรื่องต่าง ๆ มากกว่าคนอื่น
ดังนั้น ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ไม่สามารถจากไปแบบนี้ได้
เขายังคงรักษามารยาทที่ไร้ที่ติ แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมืดมน สุดท้ายเขาก็เดินไปหาทหารนายหนึ่ง
“ถ้าพวกเราอยากเข้าไปในเขตพาราไดซ์หนึ่ง พวกเราต้องทำยังไง ผมยินดีขอโทษหัวหน้าคนที่ดูแลเรื่องนี้ สำหรับเรื่องที่ผมเสียมารยาทไปก่อนหน้านี้”
รอก่อนเถอะ รอให้ตระกูลแบล็กของเขายึดครองเขตพาราไดซ์ได้ก่อน วันนี้เขาจะต้องเอาคืนให้กับความอัปยศอดสูที่เขาได้รับ
ทหารคนนั้นไม่สนใจว่าเขาคิดอะไรอยู่ จึงตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจว่า “เนื่องจากพวกคุณไม่ให้ความร่วมมือ ถ้าอยากเข้าเขตพาราไดซ์ก็กรุณาท่องข้อบังคับเขตพาราไดซ์หนึ่ง (ฉบับชั่วคราว) ให้จบเล่ม ใครท่องได้โดยไม่ผิดพลาด ถึงจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้”
“แต่เมื่อกี้ นักข่าวพวกนั้นแค่อ่านผ่าน ๆ ก็เข้าไปได้แล้วนะ!”
ทหารคนนั้นมองไปที่คนที่ประท้วงอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
ฮอว์ค คิมหรี่ตาลง ครู่หนึ่งเขาก็ไม่แน่ใจว่าทหารกองทัพที่เจ็ด จงใจกลั่นแกล้งพวกเขาหรือเป็นความคิดของหัวหน้าคนนั้นกันแน่
แต่เขากลับได้กลิ่นอันตรายบางอย่าง
เขาวางแผนพลาดไปเอง ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่ากู้ตั๋วกับกองทัพคนสนิทของพวกเขาเป็นศัตรูกับตระกูลแบล็กและพันธมิตร แต่เขากลับทำตัวเป็นศัตรูกับหัวหน้าคนนั้นตั้งแต่แรก
ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะดูธรรมดา ๆ ไม่ได้พิเศษอะไร
แต่…
ฮอว์ค คิมพึมพำคำว่า ยืดได้หดได้ ซ้ำ ๆ แล้วเอ่ยปากขึ้นว่า “รบกวนช่วยส่งกฎระเบียบมาให้ผมด้วย”
ผู้แทนคนอื่น ๆ ต่างมองหน้ากัน ก่อนจะเปิดเครื่องมือสื่อสารของตัวเอง
…
หลังจากที่ลู่จินกู้พาเหล่าผู้สื่อข่าวจากไปแล้ว ฮอว์ค คิมและคนอื่น ๆ ก็ไม่ได้อยู่ในความคิดของเธอแม้แต่วินาทีเดียว
เธอเริ่มแนะนำว่า “สิ่งที่ทุกคนเห็นในตอนนี้คือเขตที่อยู่อาศัยของแผนพัฒนา เขตพาราไดซ์หนึ่ง”
“เขต… เขตที่อยู่อาศัย?”
เดิมทีพวกเขายังคงครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น พยายามหาสัญญาณบางอย่างจากตระกูลกู้ แต่ตอนนี้ความคิดเหล่านั้นก็หายวับไปจากหัวของเหล่าผู้สื่อข่าว
ผู้สื่อข่าวร่างเล็ก ผิวสีฟ้าอ่อนคนหนึ่งถามอย่างร้อนใจ “หมายความว่าอนุญาตให้เข้ามาอยู่อาศัยในอนาคตได้งั้นเหรอ?”
เขาถามในสิ่งที่ทุกคนต่างสงสัย ก่อนหน้านี้ ทุกคนคิดว่าที่นี่คือผลงานวิจัยลับของกองทัพที่เจ็ดเสียอีก
พวกเขารู้สึกยินดีมากที่ได้รับอนุญาตให้มาสัมภาษณ์ ไม่มีใครคาดคิดว่าพาราไดซ์หนึ่งอาจเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้
ลู่จินกู้พยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “แน่นอน ฉันคิดว่าทุกคนอาจยังไม่ทราบว่าก่อนหน้านี้ ดาว 679 ถูกโจมตีอย่างหนัก แม้กองทัพที่เจ็ดจะพยายามช่วยชีวิตผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่ไว้ได้ แต่เมืองที่เคยตั้งอยู่ที่นี่ก็ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง ดังนั้น ท่านนายพลกู้จึงตัดสินใจสร้างเขตพาราไดซ์ขึ้นใหม่ที่นี่ ซึ่งถือเป็นโครงการนำร่อง และตอนนี้การทดลองดูเหมือนจะประสบความสำเร็จ ในอนาคตเราอาจจะลองขยายไปยังสหพันธ์ทั้งหมด”
นี่เป็นสิ่งที่เธอและกู้ตั๋วปรึกษาหารือกันไว้แล้ว
การที่ดาว 679 เกิดมลพิษเป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แทนที่จะปล่อยให้ศัตรูเอาเรื่องนี้มาเล่นงานก็ควรที่จะควบคุมสถานการณ์ไว้ในมือของตัวเอง
ทันทีที่เธอพูดจบ เหล่านักข่าวต่างพากันแตกตื่น คำถามมากมายหลั่งไหลเข้ามา
ลู่จินกู้รีบยกมือขึ้นห้าม รอจนกระทั่งทุกคนสงบลง เธอจึงพูดว่า “รายละเอียดเพิ่มเติม กองทัพที่เจ็ดจะประกาศให้ทราบในภายหลัง ฉันเองก็รู้เพียงเท่านี้ อาจไม่สามารถตอบคำถามของทุกคนได้ โปรดใจเย็น ๆ เรากลับไปที่เขตพาราไดซ์หนึ่งกันเเถอะ”
ท้ายสุดแล้ว ตัวตนที่เธอเปิดเผยต่อสาธารณะคือผู้รับผิดชอบการก่อสร้างเขตพาราไดซ์หนึ่ง การพูดแบบนี้ก็นับว่าสมเหตุสมผล ถึงแม้ว่า นักข่าวจะรู้สึกเสียดาย แต่ก็หันความสนใจไปที่เรื่องอื่น
อย่างไรก็ตาม เป็นเพราะเขตพาราไดซ์หนึ่ง มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ควรค่าแก่การถามถึงจริง ๆ เมื่อเดินเข้าไปในย่านที่พักอาศัย ทุกคนต่างรู้สึกว่าดวงตาของตนเองไม่เพียงพอ
“นั่นดอกไม้งั้นเหรอ?” นักข่าวหลายคนรุมถ่ายรูปกันอย่างตื่นเต้น
“ใช่แล้ว สิ่งนี้เรียกว่ากุหลาบ โปรดอย่าสัมผัสโดยพลการ เพราะกิ่งของมันมีหนาม”
แต่มันก็สายเกินไป นักข่าวที่ใจร้อนถูกหนามกุหลาบตำนิ้วเข้าเสียแล้ว
แต่พวกเขากลับไม่ได้โกรธเลยแม้แต่น้อย กลับยกนิ้วที่มีรอยแดงขึ้นมาแล้วกระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น “ฉันโดนกุหลาบทิ่ม! โอ้พระเจ้า! ฉันโดนกุหลาบทิ่มมือ!”
จากนั้นนักข่าวคนอื่น ๆ ก็จงใจไปสัมผัสบ้าง ก่อนจะเข้าร่วมกลุ่มเฉลิมฉลองอย่างบ้าคลั่ง
“…” ลู่จินกู้
มีเพียงฉืออวี้เหลียนเท่านั้นที่ยังคงนิ่งอยู่บ้าง แต่สายตาก็จับจ้องอยู่ที่ต้นไม้แต่ละต้น ไม่สามารถละสายตาไปได้
“นี่มันอัศจรรย์จริง ๆ คุณลู่ คุณทำได้อย่างไร”
“แค่โชคดีนิดหน่อย”
เธอคิดว่าเธอกำลังพูดความจริง แต่จากสีหน้าของฉืออวี้เหลียน เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เชื่อ
ตลอดทางเธอต้องคอยแนะนำพืชชนิดต่าง ๆ จนปากแห้ง แล้วยังต้องอธิบายให้กับคนไม่มีความรู้บนดาวดวงนี้ฟัง
ดูสิ! ต้นไม้นั้นเพียงแค่ทิ้งใบไม้ตามปกติเท่านั้น แต่คนพวกนี้กลับวิ่งเข้าไปด้วยความตกใจอย่างสุดขีด ทำท่าทางเหมือนจะร้องไห้เกือบจะกอดต้นไม้นั่นแล้วร้องไห้โฮออกมากันเลยทีเดียว
เธอรีบอธิบายว่า “นี่เป็นปรากฏการณ์ปกติ เหมือนกับที่คนเราผมร่วงนั่นแหละ ไม่ได้หมายความว่าต้นไม้นี้จะตายหรอก”
กว่าจะปลอบนักข่าวได้ เธอก็ถูกพวกเขาย้อนว่า “คนบนดาวดวงนี้ ไม่ผมร่วงมานานแล้ว ถ้าหัวล้านก็คงเป็นเพราะพวกเขาเลือกเอง”
…เอาเถอะ ต่างฝ่ายต่างคิดว่าอีกฝ่ายเป็นคนไม่มีความรู้
กว่าจะพาพวกเด็กประถมที่กรีดร้องตลอดทางจนหูของเธอแทบแตกกลุ่มนี้ มาถึงบ้านพักที่สร้างเสร็จแล้ว ลู่จินกู้ก็ขยับมือเตรียมพร้อม พร้อมที่จะเริ่มช่วงสำคัญของวันนี้
หลังจากพาพวกเขาเยี่ยมชมบ้านพักหลังหนึ่งและได้รับเสียงชื่นชมมากมาย เธอก็กระแอมเบา ๆ ยิ้มเหมือนหมาจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ แล้วถามว่า
“ทุกคนคิดว่าเขตพาราไดซ์หนึ่ง เป็นยังไงบ้าง? ถ้าให้โอกาสพวกคุณได้เข้าพักที่นี่ พวกคุณอยากจะอยู่ไหม?”
“ไม่ต้องสงสัยเลย ฉันอยากอยู่!”
พวกนักข่าวตอบเสียงดังด้วยความจริงใจเจ็ดส่วน และเอาใจสามส่วน
“งั้น ตอนนี้โอกาสมาถึงแล้ว” เธอสะบัดมือเบา ๆ