เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 440 วงจรอุบาทว์
บทที่ 440 วงจรอุบาทว์
พลังจิตของลู่จินกู้แข็งแกร่งจนไม่สามารถประเมินได้ หากไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ ไม่มีใครจะรับมือกับพลังที่แข็งแกร่งขนาดนี้ได้ การระเบิดตัวตายเป็นผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
กู้ตั๋วรู้ดี เขากัดฟันกรามแน่น ข่มความรู้สึกที่อยากจะสบถด่าสถานการณ์ที่ไร้ประโยชน์ในตอนนี้ บังคับตัวเองให้สงบแล้วออกคำสั่ง
“อีธาน พากองกำลังทั้งหมดออกจากที่นั่นทันที หาเขตพาราไดซ์ที่ใกล้ที่สุดแล้วเคลื่อนย้ายมายังพื้นที่ส่วนในของสหพันธ์… ทันที”
อีธานขมวดคิ้วแน่น เป็นครั้งแรกที่แสดงท่าทีไม่เต็มใจต่อคำสั่ง แต่สุดท้ายก็ตอบรับว่า “ครับ” แล้วหันหลังไปรวบรวมกำลังพล
กู้ตั๋วและกงซุนฉือสามารถเห็นภาพเหตุการณ์ได้ผ่านอุปกรณ์สื่อสารของเขา พออีธานจากไป พวกเขาก็มองไม่เห็นอะไรอีก กงซุนฉือสบถออกมา แล้วตัดการสื่อสารไปทันที
ตามหลักแล้วกู้ตั๋วควรจะยุ่งมากขึ้นในตอนนี้ ภาพพื้นหลังการสื่อสารของเขาแสดงให้เห็นว่าอยู่ในห้องควบคุมของยานลำหนึ่ง แต่เขากลับไม่ยอมตัดการสื่อสาร คอยออกคำสั่งไปพลางและชำเลืองมองมาเป็นระยะ
ตอนนี้เห็นได้ชัดถึงความมีระเบียบวินัยของกองทัพที่เจ็ด แม้คำสั่งถอนกำลังจะมาอย่างเร่งด่วน พวกเขาก็รวมกำลังได้อย่างรวดเร็ว
กลับกลายเป็นว่ากองกำลังคุ้มกันของลู่จินกู้ที่ยากจะจัดการ พวกเขาไม่ได้อยู่ภายใต้คำสั่งของกู้ตั๋ว และตอนนี้คนที่พวกเขาต้องคุ้มครองกำลังตกอยู่ในอันตราย พวกเขายิ่งไม่ยอมจากไปง่าย ๆ
อีธานคาดเดาท่าทีของพวกเขาได้ล่วงหน้า จึงไม่สั่งการตรง ๆ แต่ใช้ประโยชน์จากการที่กองกำลังคุ้มกันไม่ได้ระแวงเขา ล้อมจับแล้วยิงกระสุนสลบใส่ พอพวกเขาหมดสติก็ห่อตัวพาไป
ไม่ถึงยี่สิบนาที กองกำลังโดยรอบก็ถอนตัวอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปยังเขตพาราไดซ์ที่ใกล้ที่สุด
แปลกที่ยังมียานลำเล็กลอยเดี่ยวอยู่ที่นั่น ปิดระบบขับเคลื่อนเกือบทั้งหมด เหลือแค่การทำงานขั้นพื้นฐาน เพื่อให้แน่ใจว่ายานจะไม่ลอยไปที่อื่น
กล้องตรวจการณ์ทั้งหมดของยานเปิดอยู่ จับภาพไปที่ลูกพลังจิตสีเทาขาวขนาดมหึมานั้น
กู้ตั๋วจ้องมองคนรักของเขาผ่านกล้องของยานลำนี้ต่อไป
ลู่จินกู้ไม่รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงภายนอก ในโลกที่เงียบสงัดแห่งนี้ แม้แต่การไหลผ่านของเวลาก็ยากที่จะรับรู้ได้
เธอไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในโลกที่ว่างเปล่าและเดียวดายนี้มานานเท่าไหร่แล้ว ดูเหมือนว่าแก่นพลังมายาสวรรค์ได้ใช้ทุกวิถีทางจนหมดสิ้น ท้องฟ้าและพื้นดินสีเทาขาวไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีกต่อไป และมันก็ไม่โจมตีอีกแล้ว
แต่เธอมีลางสังหรณ์ว่าแก่นพลังมายาสวรรค์จะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ความเงียบสงบในตอนนี้เป็นเพียงความสงบก่อนพายุ อีกฝ่ายกำลังรวบรวมพลังเพื่อการโจมตีที่น่ากลัว
ด้วยเหตุนี้เธอจึงเพิ่มความระแวดระวังขึ้นอย่างเงียบ ๆ หากร่างจิตสำนึกมีการแสดงออกทางสีหน้า ตอนนี้คงจะเคร่งเครียดมาก
ทันใดนั้น แสงสลัวจุดหนึ่งก็สว่างขึ้น
ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นฉีกม่านสีเทาขาวออก ความมืดดำไหลทะลักออกมา แผ่ซึมไปทั่วฟ้าดินอย่างรวดเร็ว
แสงสลัวขยายตัวอย่างรวดเร็ว ผ่านการรวมตัว การยุบตัว การชน การแยกตัว… และการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่เธอจินตนาการได้ จนกระทั่งดาวดวงหนึ่งถือกำเนิดขึ้น
ดาวดวงอื่น ๆ และกลุ่มแก๊สมากมายเริ่มก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่าในความมืดนี้ เธอเพิ่งเข้าใจว่าสิ่งที่มายาใช้เวลาสร้างมานานคือการจำลองโลกอะไรขึ้นมา
มันคือจักรวาล
มันจำลองกระบวนการกำเนิดจักรวาลจากความว่างเปล่า
ตอนนี้ร่างจิตสำนึกของเธอล่องลอยอยู่ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล เหมือนเม็ดฝุ่นที่อาจสลายหายไปได้ทุกเมื่อ
เม็ดฝุ่นเม็ดหนึ่งเผชิญหน้ากับทั้งจักรวาล นั่นคือความกดดันระดับไหน?
คำพูดไม่อาจบรรยายความรู้สึกของเธอในตอนนี้ได้ รู้สึกเพียงว่าแม้แต่ลมหายใจก็ถูกพรากไป ได้แต่มองดูเนบิวลาที่เปลี่ยนแปลงตรงหน้าอย่างงงงัน
สำหรับจักรวาลแล้ว สิ่งมีชีวิตทั้งหมดล้วนเป็นเพียงผู้มาเยือนชั่วคราว แม้แต่ดาวดวงใหญ่โตมหึมา ตั้งแต่กำเนิดจนดับสลาย ในจักรวาลก็เป็นเพียงชั่วพริบตาเดียว มีเพียงคลื่นพลังประหลาดชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับจักรวาล ทุกครั้งที่ดาวดวงหนึ่งเกิดขึ้นและถูกทำลาย มันจะก่อให้เกิดพลังใหม่ขึ้นมา
พวกมันล่องลอยอยู่ในจักรวาล ดูเหมือนมีข้อบกพร่องโดยธรรมชาติ รู้สึกว่าร่างกายมีช่องว่างขนาดใหญ่ ต้องอาศัยบางสิ่งมาเติมเต็มให้สมบูรณ์
ด้วยเหตุนี้พวกมันจึงกลืนกินพลังงานทั้งหมดที่สามารถสัมผัสได้ แล้วค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้น
และการดำรงอยู่เพียงน้อยนิดของเธอก็ถูกพลังเหล่านี้จับจ้องเช่นกัน
ลู่จินกู้พลันนึกขึ้นได้ว่านี่คือมายาดั้งเดิม
เมื่อครู่เธอตกตะลึงกับความยิ่งใหญ่ของจักรวาล เกือบจะถูกโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว
มายาอื่น ๆ ล้วนเป็นการจำลองขึ้นมา สัมผัสได้แต่ไม่สามารถทำร้ายเธอได้ มีเพียงตนนี้ที่มีอยู่จริง
มันซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางเผ่าพันธุ์เดียวกันที่ถูกจำลองขึ้น สร้างความยุ่งยากให้เธออย่างมาก หากไม่ระวังก็อาจแยกแยะผิดพลาดได้
และ ‘ไม้เด็ด’ ของมายาครั้งนี้ร้ายกาจจริง ๆ ตามที่เธอรู้มา ไม่มีเผ่าพันธุ์ใดที่มีความได้เปรียบเด็ดขาดในสภาพแวดล้อมของจักรวาล
เธอลองเปลี่ยนร่างเป็นเอลฟ์ เงือก จระเข้โบราณ… แต่การหลบหลีกการโจมตีของมายาก็ยังคงยากลำบากมาก
ในสถานการณ์เช่นนี้ การที่ไม่สามารถหลบการโจมตีได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็เป็นเรื่องปกติ หลายครั้งจิตสำนึกของเธอแยกแยะได้ในวินาทีสุดท้าย ว่าการโจมตีใดที่เป็นภัยคุกคามจริง แต่หลบไม่ทันจนถูกแก่นพลังมายาสวรรค์เฉี่ยวโดน
ทุกครั้งที่ถูกเฉี่ยว เธอรู้สึกว่าความคิดช้าลงเล็กน้อย แทบไม่สังเกตเห็นและดูเหมือนไม่มีผลกระทบ แต่เมื่อสะสมไปเรื่อย ๆ ทำให้การหลบหลีกของเธอยิ่งยากลำบากขึ้น
วงจรอุบาทว์นี้ทำให้เธอรู้สึกไม่ดี หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป จิตสำนึกของเธอจะถูกมายากลืนกินจนหมดสิ้น
แม้จะรู้เช่นนั้น แต่ตอนนี้เธอก็คิดหาวิธีที่ดีไม่ออก ได้แต่พยายามหลบหลีกสุดกำลัง ถ่วงเวลาออกไป และภาวนาให้ ‘การเปลี่ยนแปลง’ นั้นมาถึงเร็ว ๆ
อีกครั้งที่ร่างจิตสำนึกถูกพลังของมายาเฉี่ยวผ่าน ความเสียหายเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สะสมมากลับนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงก่อน เธอรู้สึกว่าการควบคุมจิตสำนึกของตัวเองอ่อนแอลง
ด้วยเหตุนี้การเคลื่อนไหวทั้งหมดจึงช้าลงหนึ่งจังหวะ ทำให้ ‘บาดเจ็บ’ บ่อยขึ้น
แต่เธอยังไม่อยากยอมแพ้ ลากร่างจิตสำนึกที่ดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นมาก กลิ้งตัวอย่างยากลำบาก หลบการโจมตีอีกครั้งอย่างทุลักทุเล
ในจักรวาลไม่มีการแบ่งทิศทาง เธอไม่รู้ว่าตัวเองกำลังหนีไปทางไหน แต่เมื่อรู้ตัวอีกที ตรงหน้าเธอก็ปรากฏดาวเคราะห์สีน้ำเงินสวยงามดวงหนึ่ง
ในชั่วขณะนั้น ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา เธอจำมันได้ทันที
โลก กำลังหมุนอย่างเงียบสงบ บนนั้นยังไม่มีสิ่งมีชีวิตปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน
หัวใจของเธอเต้นแรง พลันมีความคิดหนึ่ง
ตอนนี้ร่างจิตสำนึกหนักราวกับหินผา เธอจะทนรับการโจมตีได้อีกแค่สองสามครั้ง ก็จะสูญเสียการควบคุมจิตสำนึกอย่างสิ้นเชิง
แทนที่จะดิ้นรนอย่างไร้ความหวัง สู้เอาชีวิตเป็นเดิมพันดีกว่า
เธอตัดสินใจแน่วแน่ ทุ่มเทพลังควบคุมที่เหลืออยู่ทั้งหมดไปที่ดาวเคราะห์อันสวยงามเบื้องหน้า
เวลาเหมือนถูกเร่งให้เร็วขึ้น บนโลกเกิดลมและเมฆ พื้นที่มหาสมุทรที่แผ่คลุมเกือบทั้งดาวเคราะห์หดตัวลง ทวีปค่อย ๆ ปรากฏขึ้น สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวถือกำเนิดในทะเล แล้วแบ่งตัวและวิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว…
ในที่สุด สิ่งมีชีวิตชนิดแรกก็พยายามคลานขึ้นบนบก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเริ่มปรากฏตัว ไดโนเสาร์ถือกำเนิดขึ้นและสูญพันธุ์ไป ค่อย ๆ มีสัตว์ไพรเมต*[1]ขึ้นมาครองตำแหน่งสูงสุดในห่วงโซ่อาหาร
แขนขาวิวัฒนาการกลายเป็นมือสองข้างและเท้าสองข้าง การบูชาเทพเจ้าครั้งแรกเริ่มปรากฏในเผ่าดั้งเดิม
เธอรอคอยช่วงเวลานี้มานาน ความคิดของเธอเคลื่อนไหว จิตใจเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
[1] สัตว์ไพรเมต (灵长类动物) หมายถึง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม อันได้แก่ สัตว์จำพวกลีเมอร์ ลิง และลิงไม่มีหาง ซึ่งรวมถึงมนุษย์ด้วย