เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 444 ผู้ทดลอง G-117
บทที่ 444 ผู้ทดลอง G-117
ทุกคนมองออกว่าสิ่งที่กงซุนฉือกำลังจะพูดนั้นสำคัญมาก จึงรีบตั้งใจฟัง แม้แต่คนตระกูลกู้ก็พยายามสลัดความกังวลออกไป
กงซุนฉือเชื่อมต่ออุปกรณ์เก็บข้อมูลเคลื่อนที่เข้ากับอุปกรณ์สื่อสารแล้วเลือกแชร์ข้อมูลหนึ่งชุด
สิ่งแรกที่ทุกคนสังเกตเห็นคือตราประทับสีแดงสดขนาดใหญ่คำว่า ‘ลับที่สุด’ บนหัวเรื่อง
กู้หลี่พูดว่า “…นี่มันเอกสารลับระดับหนึ่งของสหพันธ์นี่นา?”
กงซุนฉือชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วยิ้มเยาะ “ลุงกู้ อย่าไปสนใจรายละเอียดพวกนี้เลยครับ”
จากสีหน้าของกู้หลี่ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คิดว่านี่เป็นแค่ ‘รายละเอียด’ แต่กงซุนฉือเริ่มพูดอย่างรวดเร็ว กู้หลี่จึงไม่สะดวกที่จะขัดจังหวะ ได้แต่จ้องอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจหลายครั้ง
แต่ไม่นาน กู้หลี่ก็ไม่มีอารมณ์คิดเรื่องพวกนี้แล้ว เพราะข้อสรุปที่กงซุนฉือได้จากเอกสารนี้ทำให้ใจหายวาบ
เนื้อหาในเอกสารนี้สมกับเป็นระดับลับที่สุดจริง ๆ มันเป็นข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับแก่นพลังมายาสวรรค์ ลู่จินกู้เดาได้ว่า นี่ต้องเป็นเอกสารที่กงซุนฉือใช้วิธีพิเศษ ‘หยิบ’ มาจากสถาบันวิจัยลับของสหพันธ์ตอนที่แอบทำวิจัยอยู่แน่นอน
ส่วนเนื้อหาของเอกสาร เป็นบันทึกการทดลองหลายครั้ง
ผู้ทดลองรหัส G-117 ตั้งแต่เริ่มรับการผ่าตัด จนกระทั่งผ่านการฝึกฝนพลังจิตมาหลายขั้นตอน ถูกบันทึกไว้ว่าเป็น ‘ผู้ทดลองที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่ได้มาจนถึงปัจจุบัน’
แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เนื้อหาสำคัญที่สุดที่กงซุนฉือต้องการให้ทุกคนดู เขาพลิกเอกสารไปหน้าสุดท้าย ชี้ไปที่ข้อความด้านล่างสุด ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นข้อความที่เพิ่มเข้ามาภายหลัง ตัวอักษรแตกต่างจากบันทึกการทดลองก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง
ข้อความนั้นมีเนื้อหาดังนี้
หลังจากการทดลองหลายวิธี พวกเราจำเป็นต้องยอมรับว่าพลังของมายาไม่สามารถหลีกเลี่ยงการกลืนกลายพลังจิตของมนุษย์ได้ พวกเราทำได้เพียงชะลอกระบวนการนี้ แต่ไม่สามารถยับยั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้ทดลอง G-117 มีพลังจิตถูกกลืนกลายไปแล้วกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ทุกวิธีที่คิดได้ถูกนำมาใช้หมดแล้ว แต่ดูเหมือนพลังของมายาจะปรับตัวเข้ากับวิธีการยับยั้งของพวกเรา ทำให้ประสิทธิภาพแย่ลงเรื่อย ๆ
จากการคาดการณ์เบื้องต้น อีกสามเดือน พลังจิตของผู้ทดลอง G-117 จะถูกกลืนกลายอย่างสมบูรณ์
ไม่ว่าจะเป็นพวกเราหรือตัวผู้ทดลองเอง ต่างก็ไม่อยากยอมรับผลลัพธ์นี้
เขาเป็นผู้ทดลองที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดในตอนนี้ ถ้าล้มเหลวอีกครั้ง พวกเราไม่รู้จริง ๆ ว่าจะผลักดันการทดลองนี้ต่อไปอย่างไร
แต่การยอมแพ้ก็เป็นจุดจบที่ยอมรับไม่ได้ เพราะด้วยความเร็วของการแพร่กระจายมลพิษในจักรวาล ถ้าพลังจิตของมนุษย์ไม่สามารถเพิ่มความเร็วในการพัฒนาได้ สุดท้ายอาจเผชิญกับการสูญพันธุ์
วันนี้ ผู้ทดลอง G-117 ได้เสนอแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า ‘แผนราชินีผึ้ง’
ต้องยอมรับว่า อาจเป็นเพราะถูกพลังของมายากลืนกลายทีละน้อย ความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์มายานั้นเหนือกว่านักวิจัยอย่างพวกเรา
หลังจากการคำนวณจำลองเป็นเวลาหนึ่งเดือน แผนที่ผู้ทดลอง G-117 เสนอมามีความเป็นไปได้สูงมาก บางทีพวกเราควรลองดู
พลังจิตของผู้ทดลอง G-117 ถูกกลืนกลายไปแล้วกว่าแปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ไม่สามารถรอต่อไปได้อีก พวกเราตัดสินใจเริ่ม ‘แผนราชินีผึ้ง’
บันทึกทั้งหมดจบลงเพียงเท่านี้ ส่วนสุดท้ายนี้จะเรียกว่าเป็นบันทึกหรือบันทึกส่วนตัวของนักวิจัยบางคนก็ได้
กงซุนฉือรอให้ทุกคนอ่านจนเกือบจบ แล้วจึงเอ่ยปากว่า “ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้สนใจแผนราชินีผึ้งนี้มากนัก บางทีราชินีผึ้งอาจหมายถึงราชวงศ์ของมายาก็ได้”
ทุกคนแสดงสีหน้าครุ่นคิด
ลู่จินกู้รู้สึกว่าการคาดเดาของกงซุนฉือน่าจะถูกต้อง
ราชินีผึ้งก็เป็นราชวงศ์ของเผ่าพันธุ์เช่นกัน ถ้าหากผู้ทดลอง G-117 เข้าใจเรื่องของมายาเป็นพิเศษเพราะการกลืนกลาย เขาก็น่าจะค้นพบว่าการเป็นราชวงศ์ในฐานะครึ่งมายานั้นเป็นวิธีที่ดีในการแก้ปัญหานี้
และนี่ก็สอดคล้องกับการค้นพบราชวงศ์อีกคนในโลกพลังจิต
“ดังนั้น…” เธอเลือกคำพูดอย่างระมัดระวัง “ราชวงศ์อีกคนก็คือผู้ทดลอง G-117 ปัญหาก็คือ ผู้ทดลองนี้คือใคร?”
หากสามารถระบุตัวตนของอีกฝ่ายได้ บางทีอาจจะใช้มันคาดเดาที่ซ่อนตัวของเขาในตอนนี้ และวางแผนรับมือได้ตรงจุดมากขึ้น
น่าเสียดายที่ทั้งกงซุนฉือและคนอื่น ๆ ต่างส่ายหัว แสดงว่าไม่รู้ตัวตนของผู้ทดลอง G-117
เธอรู้สึกแปลกใจ “ถึงการวิจัยเรื่องมายาจะเป็นความลับ แต่พวกคุณควรจะรู้เรื่องนี้นะ พวกผู้ทดลองเหล่านี้ก็มาจากตระกูลทั้งเจ็ดไม่ใช่เหรอ?”
ตอนที่พูดเธอไม่ได้คิดอะไรมาก แค่พูดตามความจริงเพื่อแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด
แต่กู้หลี่และกงซุนผิงกลับแสดงสีหน้าอึดอัด กงซุนผิงเป็นคนรักหน้า อีกทั้งยังชอบอวดอ้างความอาวุโส ถึงกับบ่นงึมงำอย่างไม่พอใจ “ตอนนี้มาเสียดสีพวกเราซะแล้ว อายุยังน้อยแต่ใจคอคับแคบจริง ๆ”
ลู่จินกู้ ‘…ใส่ร้าย! เธอไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นจริง ๆ’
แต่ตอนนี้เธอก็นึกขึ้นได้แล้ว ที่สถานการณ์วุ่นวายขนาดนี้ ก็เพราะตระกูลแบล็กมีพลังของมายาอยู่ในมือ แล้วทำไมพวกเขาถึงได้ครอบครองมันล่ะ?
คิดดูก็รู้ว่าตระกูลแบล็กและตระกูลอื่น ๆ ต่างก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวิจัยลับนี้เช่นกัน
พูดถึงที่สุดแล้ว ถือว่าเป็นความผิดพลาดของเจ็ดตระกูลในสภาเอง แถมยังเกือบเสียนายพลอาวุโสกู้ไปอีก
เธออาจจะไม่สนใจท่าทีของกงซุนผิง แต่กู้หลี่เป็นพ่อของกู้ตั๋ว การทำให้คนอื่นอับอายต่อหน้าธารกำนัล เธอก็รู้สึกผิดอยู่บ้าง ในขณะที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่างเพื่อชดเชย กู้ตั๋วก็เอ่ยขึ้นเสียงเย็น
“ผิดก็คือผิด มีอะไรที่ไม่กล้ายอมรับ”
เธอนึกขึ้นได้ทันใด เมื่อก่อนกู้ตั๋วกับกงซุนฉือวางแผนลับ ๆ จะคัดค้านอะไรบางอย่าง คงจะเป็นเรื่องนี้แหละ
ท่าทีของเขาตอนนี้จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้
กู้ตั๋วอยู่ในสนามรบมาตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา กลิ่นอายแห่งการสังหารที่แผ่ออกมาจากทั่วร่างโดยไม่ต้องแสดงออกก็สามารถข่มขวัญผู้คนได้มากมาย ดังนั้นพอเขาเอ่ยปาก ก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก
เขากวาดตามองทุกคน แล้วพูดตรง ๆ
“ผมจำได้ว่าผู้ทดลองทั้งหมดต้องผ่านการเห็นชอบจากตัวแทนทั้งเจ็ดตระกูลถึงจะถูกเลือก ทำไมผู้ทดลอง G-117 นี้พวกคุณถึงไม่รู้ว่าเป็นใคร?”
“เฮ้อ ให้ฉันเป็นคนพูดเถอะ”
คนที่ถอนหายใจคือกู้หลี่ เขามองลูกชายด้วยความภูมิใจและเก้อเขิน “ความจริงพิสูจน์แล้วว่าพวกนายถูก การทดลองนี้นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่น่ากลัวจริง ๆ ตอนนั้นที่ด่าพวกนายกับอาฉือไป ขอโทษนะ”
เมื่อเทียบกับกงซุนผิง กู้หลี่กลับเป็นคนที่ตรงไปตรงมามาก
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนี้ กู้ตั๋วและกงซุนฉือไม่ได้ติดใจว่าคำขอโทษนี้มาช้าไปหรือไม่ แค่พยักหน้ารับแล้วข้ามหัวข้อนี้ไป
กู้หลี่จมอยู่ในความทรงจำ
“การวิจัยลับเกี่ยวกับพลังมายา จริง ๆ แล้วได้เริ่มต้นใหม่หลังจากการระเบิดครั้งใหญ่ผ่านไปสิบปีแล้ว ตอนนั้นนักวิจัยได้เสนอแผนหลายชุดเพื่อทดลองทีละอย่าง หนึ่งในนั้นคือการใช้ร่างแม่ถ่ายทอดพลังมายา เพื่อลดการรบกวนของพลังนี้ต่อพลังจิต ผู้ทดลองคนนี้ พวกคุณคงรู้แล้วว่าเป็นใคร”
ลู่จินกู้พยักหน้าเบา ๆ ไม่ต้องสงสัยเลย ผู้ทดลองคนนี้คือกู้ฉิง