เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 452 การเซ่นไหว้ครั้งที่สอง
บทที่ 452 การเซ่นไหว้ครั้งที่สอง
สามารถกล่าวได้ว่าลู่จินกู้ประสบความสำเร็จอย่างมากในเขตมลพิษถือ หากหมอกพิษมีความคิด คงจะโกรธจนตายเพราะสูญเสียความน่าเกรงขามไปหมดแล้ว
หากไม่ใช่เพราะการแจ้งเตือนจากระบบพาราไดซ์ เธอคงลืมไปแล้วว่าวันนี้เป็นวันอะไร
ติ๊ง!
[ฟังก์ชั่นเซ่นไหว้ครบกำหนดคูลดาวน์แล้ว]
คนที่กำลังสนุกกับการสร้างเขตพาราไดซ์ใหม่ เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังมีเรื่องนี้อยู่
เนื่องจากลืมเรื่องการเซ่นไหว้ไปหมดแล้ว จึงไม่ได้เตรียมเครื่องเซ่นไว้ ขนนกสีฟ้าที่ร่วงหล่นยังมีเหลืออยู่บ้าง แต่เธอไม่กล้ารับประกันว่าถ้าใช้เครื่องเซ่นแบบเดิม สิ่งที่แลกมาจะเหมือนเดิมหรือไม่
สิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ไม่สามารถสร้างซ้ำได้ การเสียโอกาสเซ่นไหว้ที่มีเวลาคูลดาวน์ไม่สั้นแม้แต่ครั้งเดียวก็น่าเสียดาย
เธอหยุดงานที่กำลังทำแล้วเริ่มครุ่นคิด มองหาว่าตอนนี้มีอะไรที่สามารถใช้เป็นเครื่องเซ่นได้บ้าง
จริง ๆ แล้วในคลังส่วนตัวของเธอมีของสะสมมากมาย แต่เมื่อพิจารณาว่าสิ่งที่ได้จากการเซ่นไหว้คือสิ่งที่สืบทอดอารยธรรมที่เกี่ยวข้องกับเครื่องเซ่น เธอจึงหวังว่าจะได้แลกเปลี่ยนสิ่งของจากอารยธรรมจีน
หลังจากค้นดูตำนานต่าง ๆ ในประวัติศาสตร์อารยธรรมจีน เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้
หลังจากผ่านไปนาน เธอกลับมาที่ดาวเคราะห์หมายเลข 7133 ก่อนอื่นถูกเสี่ยวไป๋และเสี่ยวอวิ๋นอวิ๋นวิ่งมาประจบประแจง หลังจากลูบคลำสองตัวนี้จนพอใจแล้ว เธอจึงได้มีโอกาสไปค้นของในคลังส่วนตัว
ไม่นาน เธอก็หยิบกล่องใบหนึ่งออกมาจากคลังส่วนตัว
กล่องใบนี้ค่อนข้างใหญ่ เธอต้องใช้มือทั้งสองข้างประคองถึงจะรับน้ำหนักได้ พอออกมาจากคลังและเปิดฝากล่อง กลิ่นหอมหวานก็โชยออกมาทันที
ต้าไป๋และเสี่ยวอวิ๋นอวิ๋นส่งเสียงร้องแล้วรุมล้อมเข้ามา จ้องมองกล่องด้วยดวงตาเป็นประกาย
เธอผลักหัวใหญ่ของต้าไป๋ที่น้ำลายไหลยืดออกไปเล็กน้อย แล้วจึงดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากขอบกล่อง
กระดาษแผ่นนี้ดูไม่ธรรมดา ลวดลายบนกระดาษจะเปลี่ยนไปตามแสง ดูมีชีวิตชีวาและสวยงามมาก
กระดาษที่อยู่ในกล่องมานาน มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ทำให้ต้าไป๋กลืนน้ำลายแทบไม่ทัน
เสี่ยวอวิ๋นอวิ๋นดูสงบกว่า แต่ก็อดไม่ได้ที่จะชะโงกหน้าดูในกล่อง
เธอมองดูในกล่อง แล้วมองดูกระดาษในมือ
‘ท้อพันปี’ มีสวนท้ออยู่ในทะเลใต้ ออกดอกทุกสามร้อยปี ออกผลทุกสามร้อยปี กินแล้วจะมีอายุยืนขึ้นห้าร้อยปี
เธอเพิ่งค้นข้อมูลดู สิ่งนี้มาจากคู่ค้าที่รับซื้อเมล็ดบัวดำ
ตามคำอธิบาย กินหนึ่งลูกจะมีชีวิตยืนยาวขึ้นห้าร้อยปี แม้แต่ในยุคสหพันธ์ก็ถือว่า ‘อายุยืน’ เธอจึงไม่กล้าวางขายในตลาดการค้า และเก็บมันไว้พร้อมกับสินค้าอื่น ๆ
ตอนนี้คิดดูแล้ว ท้อพันปีในตำนานจีนก็เป็นของวิเศษที่มีชื่อเสียง อาจเหมาะที่จะใช้เป็นเครื่องเซ่น
แต่ไม่คิดว่าท้อทั้งกล่องที่เก็บไว้นานขนาดนี้ จะยังมีกลิ่นหอมชวนหลงใหล แม้แต่เสี่ยวอวิ๋นอวิ๋นที่ปกติทำตัวสูงส่งก็แทบทนไม่ไหว
เสี่ยวอวิ๋นอวิ๋นจ้องมองเธอด้วยดวงตากลมโตเป็นประกาย แววตาเต็มไปด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้า
ต้าไป๋ยิ่งกว่านั้น น้ำลายที่หยดลงพื้นใต้หัวของมันกลายเป็นแอ่งไปแล้ว
เมื่อเห็นสภาพของทั้งสองตัว เธอรู้สึกทั้งขำทั้งอยากร้องไห้ คิดอยู่ครู่หนึ่งก็หยิบท้อสองลูกออกมาจากกล่อง “เอ้า คนละลูก ห้ามแย่งกัน กินช้า ๆ นะ”
“โฮ่ง!”
เธอเดาความหมายของต้าไป๋ได้ว่า ‘ฉันไม่เคยแย่งของใคร มีแต่มันที่แย่งของฉันต่างหาก!’
“ฮ่า ๆ” เมื่อเห็นสีหน้าน้อยใจของต้าไป๋ เธอก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
ดูเหมือนเสี่ยวอวิ๋นอวิ๋นจะเข้าใจเช่นกัน มันเลยตวัดอุ้งเท้าใส่ต้าไป๋พร้อมกับทำตาเหยียดใส่ แล้วคาบท้อของตัวเองกระโดดขึ้นไปบนหลังคาอย่างคล่องแคล่ว
ต้าไป๋ใช้ขาหน้าทั้งสองข้างกอดท้อไว้แน่น แล้วนอนลงข้าง ๆ เธอ บางครั้งก็ก้มลงดมกลิ่นหอมของท้อ แลบลิ้นใหญ่เลียรอบหนึ่ง แล้วทำหน้าเคลิบเคลิ้ม
เมื่อเห็นทั้งสองตัวมีสีหน้าเปี่ยมสุขขนาดนั้น เธอก็รู้สึกอยากรู้อยากลอง หยิบท้อขึ้นมาพิจารณาดูอยู่หลายที แต่สุดท้ายก็ไม่กล้ากิน
ถ้ากินลงไปอาจจะกลายเป็น ‘ขอชีวิตยืนยาวอีกห้าร้อยปี’ จริง ๆ ก็ได้ เมื่อถึงตอนนั้นโลกเปลี่ยนแปลงไป ถ้าเธอกลายเป็นปีศาจแก่จะทำยังไง?
สุดท้ายหลังจากสูดกลิ่นหอมของท้อเข้าไปลึก ๆ เธอก็ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว เลือกที่จะนำไปทำการเซ่นไหว้
แน่นอนว่าเครื่องเซ่นก็คือท้อเหล่านี้
ผลลัพธ์น่าพอใจมาก แท่นบูชาเปล่งแสงสีม่วงออกมา
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง แสงสว่างก็จางหายไป บนแท่นบูชาปรากฏสิ่งสืบทอดสามชิ้นอีกครั้ง
แยกออกเป็น
‘เมล็ดต้นท้อพันปี’ ที่สอดคล้องกับสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ ‘สวนท้อพันปี’
‘ม้าดอกท้อ’ ที่สอดคล้องกับสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ ‘คอกม้าของปี้หม่าเวิน’*[1] (ซุนหงอคง “เรามาคุยกันหน่อย”)
‘เหล้าดอกท้อ’ ที่สอดคล้องกับสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ ‘ม่านดอกท้อในสายตา’
เมื่อเห็นสิ่งสืบทอดสามชิ้นที่ได้รับครั้งนี้ ‘สอดคล้อง’ กันเช่นนี้ เธอครุ่นคิดอย่างมีนัยสำคัญ ราวกับค้นพบกฎเกณฑ์บางอย่าง
ด้วยเหตุนี้ บางทีอาจจะสามารถควบคุมทิศทางของสิ่งสืบทอดที่จะได้รับได้บ้าง
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ต้องการการทดลองจำนวนมากเพื่อรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม เธอจึงจดบันทึกเรื่องนี้ไว้ก่อน รอให้ครบสามเดือนหลังจากฟังก์ชันเซ่นไหว้คูลดาวน์เสร็จสิ้น แล้วค่อยทำการทดลอง
หลังจากสั่งงานเหอผิงและจัดการการก่อสร้างสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์สามแห่งใหม่แล้ว เธอก็กลับไปยังเขตมลพิษอีกครั้ง
และนำกลับมาซึ่งสิ่งใหม่อีกอย่าง
พู่กันที่สงสัยว่าเป็นของหลี่ไป๋
นี่เป็นวัสดุหลักที่พิเศษที่สุดในตอนนี้สำหรับการสร้างสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ ‘ตำหนักเหวินชวีซิง’ ซึ่งมีเพียงเธอเท่านั้นที่สามารถสร้างได้
และก่อนหน้านี้เธอเคยลองเปิดใช้งานภารกิจการก่อสร้างตำหนักเหวินชวีซิงในเขตพาราไดซ์บนโลก แต่คำตอบที่ได้คือ ‘สถานที่นี้ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในการก่อสร้าง’
หากไม่ใช่เพราะสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์นี้อยู่ภายใต้อารยธรรมจีนในระบบอารยธรรม เธอคงสงสัยว่านี่เป็นสิ่งก่อสร้างจากระบบอื่นเสียแล้ว
หลังจากนั้นเธอก็ไม่มีเวลาศึกษาสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์นี้ ได้แต่วางไว้ก่อน จนกระทั่งครั้งนี้ที่ไปที่คลังส่วนตัวและเห็นมันถึงได้นึกขึ้นมาได้
เธอจึงหยิบมันกลับมาด้วย คิดว่าในเมื่อการบุกเข้าไปในแดนศัตรูเพื่อก่อสร้างก็ ‘น่าเบื่อ’ อยู่แล้ว ไม่เลวที่จะลองศึกษามันไปด้วย
ว่าแล้วก็ลงมือทันที เธอพยายามเปิดใช้งานภารกิจการก่อสร้างตำหนักเหวินชวีซิงตรงตำแหน่งปัจจุบัน
อย่างที่คาดไว้ ยังคงได้รับการตอบกลับว่า ‘สถานที่นี้ไม่เข้าเงื่อนไขการก่อสร้าง’
ช่างเป็น ‘ตัวน่ารัก’ ที่ทำให้คนปวดหัวจริง ๆ เงื่อนไขการสร้างตำหนักเหวินชวีซิงคืออะไรกันแน่นะ?
“ระบบ คุณช่วยให้คำใบ้ที่ชัดเจนกว่านี้หน่อยได้ไหม?”
ระบบพาราไดซ์ไม่มีการตอบสนองใด ๆ
ก็ได้ ๆ ระบบที่เอาแต่ใจตัวเองนี่ เธอก็ไม่มีวิธีอะไรจะทำแล้ว
เมื่อเขตพาราไดซ์ที่สร้างใหม่นี้ครอบคลุมดาวดวงนี้ทั้งหมดสำเร็จ ระบบก็มีการตอบสนองในที่สุด
พอเปิดดู ปรากฏว่าโดยไม่รู้ตัวนั้น ภารกิจระดับ 8 อย่างหนึ่ง นั่นคือการเชื่อมต่อเครือข่ายครบหนึ่งร้อยจุดได้สำเร็จไปแล้ว
ส่วนภารกิจอีกสองอย่าง ความคืบหน้าของการฟื้นฟูการสืบทอดอารยธรรมก็ถึงแปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์แล้ว พอสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์สามแห่งที่ได้มาจากการเซ่นไหว้ครั้งนี้สร้างเสร็จ คงไม่มีปัญหาที่จะพุ่งไปถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์
จำนวนครั้งของการเซ่นไหว้ก็เปลี่ยนเป็นสองครั้งแล้ว อีกเก้าเดือน ภารกิจนี้ก็จะสำเร็จ
เธอถอนหายใจด้วยความโล่งอก หากไม่มีตระกูลแบล็กและราชวงศ์ที่หลบซ่อนตัวอยู่ เธอคิดว่าชีวิตในตอนนี้คงจะสบายมากทีเดียว
หลังจากที่ภารกิจระดับ 8 เสร็จสิ้นไปเกือบครึ่ง วิหารหนี่วาก็ได้กำเนิดสัตว์อสูรโบราณชนิดใหม่ขึ้นมา
เขตพาราไดซ์ที่เตรียมไว้สำหรับสิ่งมีชีวิตชนิดที่สาม นั่นคือปลามังกร ก็ถูกใช้ไปแล้ว และสำหรับสิ่งมีชีวิตชนิดที่สี่ เธอรู้สึกตื่นเต้นมาก พอได้ยินว่ามันถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว เธอก็รีบไปยังเขตพาราไดซ์บนโลกทันที
[1] ปี้หม่าเวิน (弼马翁) หมายถึง ผู้ดูแลม้า ปี้หม่าเวินเป็นฉายาและตำแหน่งของซุนหงอ มาจากความเชื่อโบราณที่ว่าลิงสามารถป้องกันไม่ให้ม้าเป็นโรคระบาดได้ จึงมีการนำลิงมาเลี้ยงไว้ในคอกม้าเพื่อเป็นสิริมงคล ในนิยายไซอิ๋ว จักรพรรดิหยกแต่งตั้งให้ซุนหงอคงเป็นปี้หม่าเวิน เพื่อดูถูกความสามารถของซุนหงอคงที่ต้องการเป็นใหญ่เป็นโต หลังจากได้รับตำแหน่งคนเลี้ยงม้าสวรรค์ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต่ำต้อยของสวรรค์ ทำให้ซุนหงอคงโกรธมาก จึงทำลายคอกม้า แล้วปล่อยม้าอาละวาดบนสวรรค์