เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 466 ท้ายที่สุดก็ต้องเป็นนักก่อสร้างสักครั้ง
- Home
- เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่
- บทที่ 466 ท้ายที่สุดก็ต้องเป็นนักก่อสร้างสักครั้ง
บทที่ 466 ท้ายที่สุดก็ต้องเป็นนักก่อสร้างสักครั้ง
ก่อนหน้านี้ไม่ได้ปลูกต้นไม้ยักษ์เขตพาราไดซ์ เธอจึงไม่พบปัญหา
ตอนนี้หลังจากปลูกต้นไม้ยักษ์เขตพาราไดซ์เสร็จ แล้วเปิดระบบพาราไดซ์ขึ้นมา ถึงพบว่าแม้ระบบยังอยู่ แต่ฟังก์ชันส่วนใหญ่ถูกบล็อกไว้
ตัวเลือกการก่อสร้างทั้งหมดกลายเป็นสีเทา ตัวเลือกเดียวที่สามารถเปิดดูได้คือรายการวัสดุที่ต้องใช้ในการก่อสร้าง
ลู่จินกู้พยายามอยู่นานแต่สุดท้ายก็ปิดหน้าระบบอย่างหมดแรง
ใช้ไม่ได้ก็ช่างมัน อย่างไรเสียการสร้างเขตพาราไดซ์ในสถานที่ประหลาดแบบนี้ก็เป็นการเสียเวลาเปล่า
เธอลุกขึ้นยืนปัดก้น และยังคงตัดสินใจที่จะเดินไปดูซากเมืองนั้น
คราวนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป เธอเพิ่งจะออกจากต้นไม้ยักษ์เขตพาราไดซ์ไม่นาน ซากเมืองที่เคยอยู่ไกลลิบ ๆ ก็มาอยู่ตรงหน้าแล้ว
แต่ว่า…
เธอยืนอยู่หน้าประตูเมืองที่ถูกกัดกร่อนจนแทบมองไม่ออกว่าเป็นรูปร่างอะไร ในหัวค่อย ๆ ผุดเครื่องหมายคำถามขึ้นมาหลายอัน
แม้จะพังยับเยิน แต่ดูยังไงก็เป็นสถาปัตยกรรมโบราณของประเทศจีน
มองซ้ายมองขวา ยังพอเห็นกำแพงเมืองและหอคอยธนูอยู่ลาง ๆ พอเงยหน้าขึ้นไป ป้ายเหนือประตูเมืองถูกกัดกร่อนจนมองไม่เห็นอะไรเลย
แต่ไม่ว่าอย่างไร เธอจำรูปแบบการก่อสร้างแบบนี้ไม่ผิดแน่
เธอยิ่งรู้สึกประหลาดใจมากขึ้น ไม่เข้าใจว่าทำไมในการแย่งชิงอำนาจของราชวงศ์แห่งมายา ถึงมีสถาปัตยกรรมของประเทศจีนโผล่ออกมา
คิดอยู่สักพักก็ไม่ได้คำตอบ จึงจำต้องปล่อยวางปัญหานี้ไว้ก่อน
เมื่อผ่านประตูเมืองที่พังทลาย ภาพของเมืองร้างก็ปรากฏต่อหน้าเธอมากขึ้น
ถนนสายหลักทอดยาวผ่านเมือง สองข้างทางล้วนเป็นกำแพงล้อมรอบย่านต่าง ๆ แต่ส่วนใหญ่พังทลายเกือบหมดแล้ว สามารถมองเห็นภาพภายในย่านได้โดยตรง
แน่นอนว่า ภายในย่านก็ไม่ได้ดีไปกว่านี้ มองไปทางไหนแทบไม่เหลือบ้านที่ยังตั้งอยู่ หากมีเสาอยู่ไม่กี่ต้นกับกำแพงที่เหลือเพียงครึ่ง ก็นับว่าสมบูรณ์ที่สุดแล้ว
เพื่อสำรวจสถานการณ์ เธอแทบจะเอาตัวไปแนบกับช่องแตกของกำแพงย่าน จู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นมาทำให้เธอสะดุ้ง
[ต้องการเริ่มภารกิจบูรณะกำแพงย่านหรือไม่ ใช่/ไม่]
???
เมื่อเห็นคำแจ้งเตือนภารกิจที่แตกต่างจากรูปแบบของระบบพาราไดซ์อย่างสิ้นเชิง เธอรู้สึกงุนงงไปหมด
หรือว่าเธอจะมีระบบเพิ่มขึ้นมาอีกอันหนึ่ง?
พอมองดูคำแจ้งเตือนภารกิจที่ลอยอยู่ตรงหน้า มันจะลอยตามไปทุกที่ที่เธอมอง ในที่สุดเธอก็เลือก ‘ใช่’
ไม่ว่าจะอย่างไร นี่เป็น ‘ความแตกต่าง’ เพียงอย่างเดียวที่มีมาจนถึงตอนนี้ เพื่อที่จะออกจากที่นี่ไปได้ เธอคงไม่มีทางพลาดการสำรวจแน่นอน
หลังจากเลือกแล้ว เนื้อหาของภารกิจก็เปลี่ยนไป
[เป้าหมายภารกิจ บูรณะกำแพงย่านฉางเล่อ 0/55]
ส่วนรอยแตกบนกำแพงที่เธอสัมผัส มีฟองลอยขึ้นมา แสดงวัสดุที่จำเป็นต้องใช้ในการบูรณะ
อิฐดิน 10 ก้อน น้ำข้าว 2 ถ้วย หิน 25 ก้อน… ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริงจังอยู่
ถ้าระบบพาราไดซ์ใช้งานได้ตามปกติ เธอคงหาของพวกนี้มาได้ในไม่กี่นาที แต่ตอนนี้…
จู่ ๆ ก็มีความคิดแวบเข้ามา ใช่แล้ว ดูเหมือนจะไม่ใช่ว่าไม่มีทางเลย
แต่ว่า จะทำยังไงนะ?
เธอลูบคางพลางนึกถึงทักษะของลู่เหนี่ยนเจิ้น
ในฐานะนักก่อสร้างผู้ทรงพลังที่ตระกูลลู่พยายามทุกวิถีทางเพื่อรั้งตัวไว้ ลู่เหนี่ยนเจิ้นเป็นต้นแบบที่ดีมากสำหรับการเลียนแบบ
แม้ว่าพวกเธอจะไม่เคยคุยกันเรื่องทักษะของนักก่อสร้างอย่างจริงจัง แต่ด้วยพลังจิตอันแข็งแกร่งในตอนนี้ เธอสามารถถอดแบบทักษะที่เคยสังเกตมาได้ในระดับหนึ่ง
พอนึกถึงตอนที่เพิ่งมาถึงโลกนี้ เธอแอบอ้างตัวเป็นนักก่อสร้างเพื่อปิดบังความจริงเรื่องที่มีความสามารถพิเศษ ช่างเป็นวงจรกรรมจริง ๆ ตอนนี้เธอกลับต้อง ‘กลายเป็น’ นักก่อสร้างจริง ๆ เสียแล้ว
พลังจิตที่แข็งแกร่งหมายถึงความสามารถในการเรียนรู้ที่เหนือธรรมชาติด้วย ไม่นานเธอก็สามารถถอดแบบทักษะของนักก่อสร้างในโลกพลังจิตได้เกือบหมด พร้อมที่จะลองปฏิบัติจริงแล้ว
เธอดึงพลังจิตมาเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับพลังที่เธอมีตอนนี้ มันเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็ก ๆ เท่านั้น แล้วพยายามทำให้มันกลายเป็นรูปธรรม
อิฐดินเป็นวัสดุที่ง่ายที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย เธอลองเพียงสองครั้งก็สามารถสร้างอิฐทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าได้ตามมาตรฐาน
ต่อมาคือน้ำข้าว ยุ่งยากกว่าเล็กน้อย แต่ก็สำเร็จได้อย่างรวดเร็ว
สุดท้ายคือก้อนหิน เป็นไปตามคาด วัสดุที่มีความแข็งมากเท่าไหร่ การใช้พลังจิตสร้างขึ้นมาจากความว่างเปล่าก็จะยิ่งยากมากขึ้นเท่านั้น
โชคดีที่เธอพบเศษหินบางส่วนในซากปรักหักพัง เมื่อใช้มันเป็นฐาน การสร้างก้อนหินทรงสี่เหลี่ยมก็ง่ายขึ้นมาก
หลังจากรวบรวมวัสดุที่ต้องการได้ครบแล้ว ช่องโหว่ตรงหน้าก็ยังไม่ได้บูรณะทันที การประกอบวัสดุให้เป็นชิ้นงานสำเร็จก็เป็นหนึ่งในงานของนักก่อสร้าง เธอนึกถึงวิธีการของลู่เหนี่ยนเจิ้น จึงใช้พลังจิต ‘วาด’ ส่วนที่ต้องบูรณะลงบนช่องโหว่ตรงหน้าก่อน
จากนั้นจึงค่อย ๆ เติมวัสดุลงไปทีละชิ้น ทาน้ำข้าวระหว่างวัสดุอย่างละเอียด โดยมีพลังจิตเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา น้ำข้าวเหล่านี้แห้งในเวลาอันรวดเร็ว มีความเหนียวไม่แพ้ปูนซีเมนต์เลย
ไม่นานช่องโหว่นี้ก็ถูกอุดสนิท ความคืบหน้าของภารกิจเปลี่ยนเป็น 1/55
อย่างไรก็ตามเธอไม่รู้สึกดีใจ ถ้าการออกจากที่นี่มีเงื่อนไขว่าต้องบูรณะเมืองโบราณนี้ เธอก็สามารถจินตนาการได้แล้วว่าวันต่อ ๆ ไปจะน่าเบื่อและยากลำบากแค่ไหน
ไม่ใช่ว่าไม่เคยคิดหาวิธีอื่น แต่น่าเสียดายที่ในโลกประหลาดนี้ ดูเหมือนจะไม่มีสิ่งผิดปกติอื่นใดนอกจากเมืองที่พังทลายนี้
สุดท้ายเธอก็ได้แต่ยอมรับชะตากรรม เริ่มบูรณะทีละจุด
จากตัวอย่างภารกิจแรก เธอก็ได้รับภารกิจบูรณะมากมาย แค่แตะสิ่งก่อสร้างที่เสียหายเหล่านั้น ก็จะมีภารกิจบูรณะที่เกี่ยวข้องปรากฏขึ้นมา
วันแล้ววันเล่าที่ต้องสร้างวัสดุขึ้นมา แล้วใช้พลังจิตสร้างพิมพ์เขียวเพื่อบูรณะ
ในโลกนี้เธอไม่รู้สึกหิวหรือง่วง ทำให้ความรู้สึกเรื่องเวลาที่ผ่านไปค่อย ๆ พร่าเลือนขึ้นเรื่อย ๆ
เธอจำไม่ได้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว แต่ตอนนี้ทั้งแปดย่านด้านนอกและสี่ย่านด้านใน รวมถึงถนนสายหลักที่ตัดกันแนวตั้งสี่สายและแนวนอนสามสาย ได้รับการบูรณะเสร็จสมบูรณ์แล้ว
แม้การทำงานจะน่าเบื่อ แต่เมื่อได้เห็นผลงานตรงหน้า เธอก็อดรู้สึกภูมิใจไม่ได้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ของประเทศจีน ซึ่งยิ่งทำให้เธอรู้สึกผูกพันมากขึ้น
ถ้าตอนแรกเธอจำเป็นต้องบูรณะเพื่อจะได้ ‘ออกไป’ แต่ตอนนี้ในใจเธอมีความคิดใหม่ที่อยากจะบูรณะเมืองนี้ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมทั้งหมด
ดังนั้นหลังจากบูรณะส่วนนี้เสร็จ เธอจึงเดินมุ่งหน้าเข้าไปยังเขตเมืองด้านในโดยไม่ลังเล
แม้จะยังไม่รู้ชื่อเมืองนี้ แต่เธอสังเกตเห็นว่าที่นี่ได้รับอิทธิพลการออกแบบมาจากโครงสร้างเมืองหลวงโบราณ โดยแบ่งเมืองออกเป็นสามวง
เขตเมืองด้านในเป็นเขตพระราชวัง ถัดมาคือสี่ย่านด้านใน ซึ่งมีเพียงผู้มีอำนาจสูงเท่านั้นที่มีสิทธิ์อาศัยอยู่
แปดย่านด้านนอกอยู่วงนอกสุด โดยสี่ย่านเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชน อีกสี่ย่านตั้งอยู่ในทิศตะวันออก ใต้ ตะวันตก และเหนือ เป็นที่ตั้งของร้านค้าและสถานบันเทิง แยกเป็นย่านการค้าสำหรับชนชั้นสูงและประชาชนที่ไม่เชื่อมต่อกัน
หากมองจากมุมสูงตอนนี้ จะเห็นว่าเหลือเพียงเขตเมืองด้านในและกำแพงเมืองด้านนอกสุดที่ยังไม่ได้บูรณะ
ถ้าให้เธอเลือกเอง เธออยากจะบูรณะจากด้านนอกเข้าด้านในอย่างเป็นระบบ แต่งานนี้มีข้อจำกัดอย่างเดียวคือ กำแพงเมืองด้านนอกสุดจะต้องบูรณะเป็นอย่างสุดท้าย หลังจากภายในเมืองเสร็จสมบูรณ์แล้วเท่านั้น
ดังนั้นเธอจึงไม่มีทางเลือก ต้องเริ่มท้าทายตัวเองด้วยการบูรณะพระราชวังอันซับซ้อนก่อน