เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 473 ความสนิทสนมที่เป็นไปตามธรรมชาติ
บทที่ 473 ความสนิทสนมที่เป็นไปตามธรรมชาติ
ลู่จินกู้ทั้งขำทั้งหงุดหงิด มองดูกู้ตั๋วอย่างอึ้ง ๆ “ยังมีอีกตั้งห้าชาม ไม่พอให้คุณแบ่งหรือไง?”
กู้ตั๋วจึงจำใจเรียกพลังจิตกลับ ต้าไป๋รีบคาบชามวิ่งหนีไปทันที
เสี่ยวอวิ๋นอวิ๋นร่วมมืออย่างเต็มที่ ส่งเสียงร้องโหยหวน สัตว์อสูรแยกนภาตัวน้อย ๆ อีกหลายตัวก็วิ่งเข้ามา แล้วพากันวิ่งออกไป ดูท่าคงจะไปหาที่ที่กู้ตั๋วมองไม่เห็นเพื่อกินกันให้สะใจ
เธอนั่งกลับลงไป กู้ตั๋วปอกกุ้งเสร็จแล้วหนึ่งตัว แต่เขาไม่ได้กินเอง กลับวางเนื้อกุ้งที่ชุ่มน้ำซุปลงบนจานของเธอ
เธอหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง รู้สึกว่าภาพตรงหน้านี้เหมือนย้อนกลับไปวันวาน ทำให้รู้สึกซาบซึ้งและดีใจมาก
หลังจากผ่านเรื่องราวมามากมาย คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็ยังคงเป็นเขาคนเดิม
แต่ความรู้สึกนั้นยังไม่ทันจะคงอยู่นาน ก็มีเสียงดังมาแต่ไกล “หอมจัง! คุณลู่ต้องทำของอร่อยแน่ ๆ!”
“งั้นพวกเรามาได้จังหวะพอดีเลยสิ?”
“นี่กลิ่นอะไรกัน น้ำลายฉันหยุดไหลไม่ได้แล้ว”
ชายหนุ่มที่เพิ่งกินเนื้อกุ้งไปคำหนึ่งหน้าดำทันที ความเร็วในการปอกกุ้งก็เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน
เธอกลั้นหัวเราะ หันไปมองทางที่เสียงดังมา
กรีนลีฟ ฟาแลน อิซาเบลล่า เซอร์ ว่านฉีหยา หนีเอ้อ…
แย่แล้ว พวกเขารวมตัวกันมาที่นี่กะทันหัน ไม่รู้ว่ามีธุระอะไร
แต่มาเร็วไม่สู้มาให้ถูกจังหวะ ทุกคนมาทันงานเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชพอดี จะให้พวกเขานั่งดูคนอื่นกินก็คงไม่ได้
เธอจึงทนรับสายตาน้อยใจของกู้ตั๋ว แล้วจัดชามตะเกียบให้ทุกคน
โชคดีที่วันนี้ทำอาหารไว้เยอะ แม้จะมีปากท้องเพิ่มมาหลายคน แต่ก็ยังพอกิน
ทุกคนกินไปคุยไป เธอถึงได้รู้ว่าที่พวกเขามารวมตัวกันที่นี่ก็เป็นเรื่องบังเอิญ
หลังสงครามจบ พวกเขาที่เคยเป็น ‘ชนกลุ่มน้อย’ กลับไม่มีงานทำ เพราะเขตพาราไดซ์ที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จเร็ว พวกเขาจึงมารวมตัวกันที่เมืองเล็ก ๆ ในอ่าวเงือกเพื่อรำลึกความหลังและวางแผนอนาคต แล้วตกลงกันว่าจะมาหาเธอ
อีกอย่างเขตพาราไดซ์แต่ละที่มีสถานีขนส่งเชื่อมถึงกัน และเพราะพวกเขาเป็นผู้ติดตาม แม้แต่ดาวเคราะห์หมายเลข 7133 ก็เปิดให้พวกเขาเข้าได้ จึงตัดสินใจมาเลย… แต่เดิมตั้งใจจะชวนเธอไปดื่มเหล้าเที่ยวที่อ่าวเงือก แต่พอเห็นกุ้งเครย์ฟิชหอม ๆ แดง ๆ ก็เปลี่ยนแผนทันที
“ไม่เป็นไร!” ฟาแลนหยิบขวดเหล้าหลายใบออกมาจากที่ไหนไม่รู้
“นี่เป็นเหล้าดอกไม้ ผลิตภัณฑ์พิเศษของเผ่าเอลฟ์ พวกเรากินกับกุ้งเครย์ฟิชกันเถอะ”
“ดี!”
“ถือเป็นการฉลองเลย!”
คนอื่น ๆ พากันเห็นด้วย กุ้งเครย์ฟิชรสเผ็ดจัดเข้ากันดีกับเหล้าที่มีกลิ่นหอมดอกไม้ ทุกคนยิ่งสนุกกันใหญ่
เธอดื่มเหล้าไม่เก่ง แต่ก็พลอยดื่มไปหลายแก้วโดยไม่รู้ตัวในบรรยากาศที่สนุกสนาน
ไม่นานความคิดก็เริ่มพร่าเลือน เธอยิ้มน้ำลายไหลแบบที่ไม่มีทางทำตอนปกติ ชี้ไปที่เอลฟ์สองตนแล้วชมอย่างจริงใจ “พวกคุณสวยจังเลย”
จากนั้นก็หมุนแขนพลางทำเสียงประกอบแบบเด็ก ๆ “ปี๊บ ๆ ๆ…”
ราวกับเธอเป็นเครื่องจักรที่ทำงานผิดปกติ
นิ้วมือชี้ไปทางที่อีธาน อิซาเบลล่า และเซอร์นั่งอยู่ “พวกคุณก็หล่อสวยมากเลย”
เธอพยักหน้าอย่างแรงพลางพูดอย่างจริงจัง “งานเลี้ยงของคนหล่อคนสวย ฉันชอบจัง”
การส่ายหัวอย่างรุนแรงทำให้เธอเสียการทรงตัว ร่างเอนไปด้านข้างทันที แต่ไม่ได้ล้มลง เพราะตกลงในอ้อมกอดอันอบอุ่น
เธอเงยหน้ามองอย่างมึนงง สบเข้ากับดวงตาคู่ลึกล้ำ
เธอกะพริบตาปริบ ๆ สายตาไล่ลงมาตามสันจมูกโด่งของกู้ตั๋ว มาหยุดที่ริมฝีปากแดงระเรื่อจากน้ำมันพริก
กู้ตั๋วหรี่ตาลงเล็กน้อย ถามขึ้นทันที “พวกเขาหล่อสวย แล้วฉันล่ะ?”
คนเมาความคิดช้าลง เธอจ้องริมฝีปากแดงอย่างหลงใหล สักพักจึงตอบ “ฮิ ๆ ๆ ๆ…เป็นของฉัน”
เธอหัวเราะอย่างโง่เขลา พลางยกตัวขึ้นจูบที่ริมฝีปากของอีกฝ่ายเบา ๆ
กู้ตั๋ว “……”
แววตาพลันเปลี่ยนเป็นลึกล้ำอย่างยิ่ง
“แค่ก ๆ” เซอร์ไอขึ้นมาทันที หยิบทิชชู่เปียกขึ้นมาเช็ดมือพลางพูด “ดึกแล้ว พวกเราคงต้องขอตัวก่อน”
หนีเอ้อดื่มเหล้าดอกไม้อึกหนึ่ง แล้วพูดอย่างงัวเงียว่า “ยังกินไม่หมดเลย…”
พูดยังไม่ทันจบ ก็ถูกเอลฟ์สองตนช่วยกันพยุงขึ้นมา
ว่านฉีหยาเทกุ้งเครย์ฟิชลงในชาม “แต่เหล้าหมดแล้วนะ เอาไปกินที่เผ่าเอลฟ์กันเถอะ พี่กรีนลีฟ พี่ฟาแลน มีเหล้าดอกไม้อีกใช่ไหมคะ?”
“มีเยอะ ๆ”
อิซาเบลล่ากลั้นหัวเราะ รีบช่วยว่านฉีหยาถือชาม ตามเอลฟ์ที่ลากหนีเอ้อไปอย่างฝืน ๆ
เธออดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองอีกครั้ง แต่ที่โต๊ะกลางแจ้งกลับไม่เห็นเงาใครแล้ว
ลู่จินกู้รู้สึกร้อนในความฝัน จึงยกเท้าเตะไปสองสามที เมื่อก่อนเวลานอนถ้ารู้สึกร้อน เธอก็จะเตะผ้าห่มแบบนี้
แต่ครั้งนี้ไม่รู้ทำไม ผ้าห่มเตะยังไงก็สลัดไม่หลุด ในความงัวเงียเหมือนได้ยินเสียงหัวเราะ
หลังจากนั้นอากาศก็เย็นลงทันที เธอจึงจมดิ่งสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง
แสงอาทิตย์ค่อย ๆ สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา ทำให้คนที่หลับสบายขยับตัวเล็กน้อย
ผ่านไปครู่หนึ่งจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น งัวเงียอยู่พักใหญ่ ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้
ลู่จินกู้กอดผ้าห่มลุกขึ้นนั่ง ในหัวมีภาพบางอย่างแวบขึ้นมา
อดไม่ได้ที่จะแอบมองใต้ผ้าห่ม
เธอสวมชุดนอนนุ่มสบายเรียบร้อย ไม่มีอาการปวดเอวหรือปวดขา… เธอถอนหายใจเบา ๆ อย่างโล่งอก
แต่แล้วก็ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวที่ประตู พอหันไปมอง กู้ตั๋วกำลังถือชามเดินเข้ามา
สายตาทั้งสองสบประสานกัน ใบหน้าของเธอค่อย ๆ แดงขึ้น
แม้จะไม่ได้เกิดอะไรขึ้นจริง ๆ แต่เมื่อคืนพวกเขาก็ใกล้ชิดกันมากพอแล้ว
ดวงตาของกู้ตั๋วดูเหมือนจะมีแววขบขันวาบผ่าน เขายื่นชามให้เธอพลางพูดว่า “ต้มเป็นครั้งแรก รสชาติธรรมดา ๆ กินรองท้องไปก่อนนะ”
พอก้มลงมอง ก็เห็นว่าเป็นโจ๊กข้าวขาว
เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ฝีมือคนชำนาญ แต่น้ำใจนี้กลับทำให้เธอซาบซึ้ง
ความรู้สึกเขินอายก็จางหายไปมากเพราะชามโจ๊กนี้
ราวกับว่าพวกเขาอยู่เคียงข้างกันมาหลายปีแล้ว ทุกการกระทำที่สนิทสนมล้วนเป็นเรื่องปกติ
หลังกินอาหารเช้าเสร็จ กระเพาะที่ถูกแอลกอฮอล์รบกวนก็รู้สึกดีขึ้นมาก ทั้งสองจึงเริ่มจัดของ
การขุดค้นกระดูกมังกรในเขตมลพิษครั้งนี้ ยังไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ แต่ทั้งสองคนก็ไม่รีบร้อน เธอจึงแพ็กอาหารมามากมาย บรรจุจนเต็มห้องเย็นของยาน ก่อนจะออกเดินทางอย่างไม่เร่งรีบ
พวกเขาไม่ได้ไปที่เขตพาราไดซ์ในเขตมลพิษ แต่มุ่งหน้าไปยังจุดที่ถูกทำเครื่องหมายไว้ในแผนที่ภารกิจโดยตรง ถึงอย่างไรพลังจิตของทั้งสองคนรวมกัน แม้จะเจอกองทัพอสูรทมิฬ ก็ไม่ต้องกังวลว่าการเคลื่อนย้ายเขตพาราไดซ์จะตามไม่ทัน
แม้ว่าทิวทัศน์ภายนอกยานอวกาศจะไม่มีอะไรให้ชม แต่นี่เป็นช่วงเวลาที่หาได้ยากที่พวกเขาจะได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง ทั้งคู่รู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขมาก
เธอถึงกับมีเวลาว่างพอที่จะรื้อฟื้นกิจกรรมสันทนาการหลายอย่างจากชาติก่อน ทั้งคู่เล่นโกโมกุบ้าง เล่นหมากรุกบ้าง เล่นไพ่บ้าง…
ตอนแรกกู้ตั๋วยังไม่คุ้นเคย เห็นได้ชัดว่ากิจกรรมสันทนาการทั้งหมดเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับเขา แต่ไม่นานเขาก็เริ่มชำนาญ โดยเฉพาะหมากรุก ยกเว้นตอนที่สอนเล่นครั้งแรก หลังจากนั้นเธอไม่เคยชนะเขาเลยสักครั้ง