เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 503 ตอนพิเศษ แอนนา (2)
บทที่ 503 ตอนพิเศษ แอนนา (2)
แอนนาไม่เคยคิดมาก่อนว่าวิธีที่พ่อบอกจะได้ผลจริง ๆ
แน่นอนว่าความจริงแล้วยังมีความเสี่ยงอยู่บ้าง
ไม่นานมานี้ เธอเริ่มมีไข้ ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ไม่สามารถลดอุณหภูมิร่างกายลงได้
เธอเคยคิดว่าชีวิตของตัวเองกำลังจะจบลง และได้แอบเขียนพินัยกรรมเอาไว้
อย่างไรก็ตาม เธอได้เตรียมตัวมานานแล้ว เมื่อความตายกำลังจะมาถึง เธอกลับรู้สึกโล่งอกอย่างประหลาด
ไม่ใช่ว่าเธอมองโลกในแง่ร้าย แต่เธอเบื่อหน่ายกับการรอคอยความตาย ไม่สามารถหัวเราะหรือร้องไห้ ไม่สามารถวิ่งหรือกระโดด ไม่มีเพื่อน และแน่นอนว่าไม่มีศัตรู ชีวิตที่จืดชืดยิ่งกว่าน้ำเปล่า
เธอคิดว่าความตายอาจเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับคนอื่น แต่สำหรับเธอ มันคือการปลดปล่อยอย่างแน่นอน
พ่อและอาได้ทำเพื่อเธอมากมายแล้ว ถึงเวลาที่ควรปล่อยให้พวกเขาเป็นอิสระ
ถ้าเป็นไปได้ เธอหวังว่ามูลนิธิจะยังคงดำเนินต่อไปหลังจากที่เธอจากไป
เนื่องจากไม่สามารถเข้าใกล้ใครได้มากเกินไป เพื่อหลีกเลี่ยงอารมณ์ที่อาจส่งผลต่อการแปรปรวนของพลังจิต การอ่านจดหมายขอบคุณเหล่านั้นเป็นสิ่งเดียวที่เธอทำได้
แม้ว่าจดหมายเหล่านั้นจะผ่านการคัดกรองมาแล้ว โดยจดหมายที่มีถ้อยคำรุนแรงเกินไปถูกคัดออกไป แต่เธอก็ยังรู้สึกถึงความสุขที่ไม่ได้สัมผัสมานาน
หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่มีอะไรตกหล่นในพินัยกรรมแล้ว เธอก็ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งสู่ภวังค์
แอนนาไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะได้ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
ไม่รู้ว่านี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่พ่อและอาของเธอเสียกิริยาเพราะเธอ ทั้งสองคนแทบไม่เหลือท่าทีของชนชั้นสูง เบียดกันอยู่ข้างเตียงคนไข้ และรีบกอดเธอแน่นทันทีที่เธอลืมตาตื่น
“แอนนา ดอกกุหลาบที่พ่อรักที่สุด ลูกหายดีแล้ว หายสนิทแล้ว”
นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอเห็นพ่อร้องไห้ น้ำตาอุ่น ๆ หยดลงบนหลังมือของเธอ จุดประกายความรู้สึกที่เธอพยายามกดเก็บมาตลอด
“ฉัน… ฉันหายดีแล้วเหรอคะ?”
หลังจากตื่นขึ้นมา ชีวิตของเธอราวกับได้ขึ้นสวรรค์
แอนนาแอบเรียกปีที่เธออายุสิบขวบว่า ‘ปีแห่งการเกิดใหม่’
เธอไม่จำเป็นต้องกดความรู้สึกอีกต่อไป สามารถหัวเราะได้อย่างมีความสุข และร้องไห้ได้อย่างเต็มที่… แต่ด้วยความเคยชินที่สั่งสมมานาน รวมถึงมารยาทของชนชั้นสูงที่ฝังอยู่ในกระดูก ทำให้เธอไม่สามารถทำแบบนั้นได้จริง ๆ
แต่แค่นี้ก็พอแล้ว เธอได้รับความเมตตาจากสวรรค์มากพอแล้ว
สาวใช้คนสนิทคนใหม่ได้รับการคัดเลือกแล้ว เป็นเด็กสาวน่ารักชื่อซูซาน มีใบหน้ากลมป้อมที่มักจะมีรอยยิ้มน่าเอ็นดูติดอยู่เสมอ
เธอชอบเด็กสาวคนนี้
หรือพูดอีกอย่างก็คือ เธอชอบทุกคน
เธอรักโลกใบนี้
เธอชอบชีวิตใหม่นี้!
มูลนิธิยังคงดำเนินต่อไป แต่คราวนี้เธอสามารถลงมือทำด้วยตัวเองได้แล้ว
พ่อและอาเป็นห่วงในตอนแรก แต่แอนนารู้ว่าพวกเขารักเธอจากใจจริง เมื่อเห็นความสุขที่เปล่งออกมาจากใจของเธอ พวกเขาก็ยอมอ่อนข้อให้อย่างรวดเร็ว
นอกจากจัดหาองครักษ์ที่แข็งแกร่งพอให้ติดตามเธอแล้ว พวกเขายังคอยสอบถามเรื่องราวของเธอจากซูซานอยู่เสมอ
แอนนาไม่เคยบ่นเรื่องนี้เลย เพราะตลอดสิบปีที่ผ่านมา เธอเป็นคนที่ทำให้ผู้ใหญ่ต้องกังวลใจมาตลอด เธอเต็มใจที่จะให้ความรู้สึกปลอดภัยกับพ่อและอา
และโลกภายนอกก็เป็นอย่างที่เธอจินตนาการไว้ เต็มไปด้วยความทุกข์ยากแต่ก็แฝงไว้ด้วยความกรุณา
เนื่องจากก่อนหน้านี้เธอยึดมูลนิธิเป็นเสาหลักทางจิตใจมาโดยตลอด แม้ตอนนี้จะดีขึ้นแล้ว เธอก็ยังอยากดำเนินกิจการนี้ต่อไปด้วยความจริงใจ
เจ้าหญิงน้อยแห่งตระกูลแบล็ก หลังจากแก้ปัญหาเรื่องพลังจิตได้แล้ว ก็ไม่มีความกดดันในการดำรงชีวิตอีกต่อไป ดังนั้นเธอจึงอยากนำความหวังนี้ไปมอบให้ผู้คนมากขึ้น
และหลังจากที่พ่อวางใจแล้วก็สนับสนุนเธออย่างเต็มที่ ข่าวสารของผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยากล้วนเป็นสิ่งที่พ่อส่งคนไปสืบหามาให้เธอ
ชื่อเสียงด้านความใจดีของดอกกุหลาบแห่งสหพันธ์เริ่มค่อย ๆ เป็นที่รู้จักมากกว่าชาติกำเนิด รูปโฉม และทรัพย์สมบัติของเธอ…
เธอได้รับจดหมายขอบคุณมากมาย คราวนี้ไม่จำเป็นต้องตัดส่วนที่เขียนด้วยถ้อยคำร้อนแรงออกอีกแล้ว
ในยามค่ำคืนที่มีเพียงเธอกับซูซานสาวใช้คนสนิท เธอร้องไห้หลายครั้งเพราะจดหมายเหล่านั้น ซูซานจะไม่นำเรื่องที่อาจทำลายภาพลักษณ์ของชนชั้นสูงนี้ไปพูดที่ไหน แม้แต่สาวใช้ตัวน้อยเองก็ยังร้องไห้ไปกับเธอด้วย
เมื่อเห็นว่าเธอมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อคนเหล่านี้ ซูซานจึงเสนอว่า “คุณหนูอาจจะตอบจดหมายพวกเขาก็ได้นะคะ”
แน่นอนว่านี่ไม่เหมาะกับสถานะของเธอ แต่แอนนาคิดว่า ถ้าจดหมายฉบับหนึ่งสามารถทำให้คนที่ผ่านความทุกข์ยากเหล่านี้มีความสุขขึ้นได้ แม้จะไม่เหมาะสมไปบ้างก็ไม่เป็นไร
แต่เรื่องแบบนี้ต้องไม่ให้คุณนายเม็กรู้เด็ดขาด ดังนั้นสาวน้อยทั้งสองคนที่มีวัยใกล้เคียงกัน จึงแอบตอบจดหมายด้วยกันในยามดึก แล้วให้ซูซานหาโอกาสส่งออกไป
เธอไม่ได้ตอบจดหมายผ่านสตาร์เน็ต หนึ่งเพราะง่ายที่จะถูกคนในบ้านค้นพบ สองเพราะเธอชอบอ่านหนังสือที่เป็นรูปเล่ม ‘ล้าสมัย’ เหล่านั้น เธอรู้สึกว่าตัวอักษรที่สัมผัสได้นั้น สามารถส่งมอบพลังที่แตกต่างออกไป
สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ การกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจนี้กลับทำให้ชื่อเสียงของเธอพุ่งสูงถึงขีดสุด
แน่นอนว่า เนื่องจากผู้สนับสนุนที่เรียกตัวเองว่า ‘หน่วยพิทักษ์กุหลาบแห่งสหพันธ์’ ตื่นเต้นเกินไx การที่เธอเขียนจดหมายถึงสามัญชนจึงถูกเปิดเผยอย่างรวดเร็ว
แอนนาเตรียมใจรับคำตำหนิไว้แล้ว แต่ใครจะคิดว่าพ่อเพียงแค่ครุ่นคิดอยู่นาน แล้วกลับเห็นด้วยกับการกระทำของเธอ
เธอดีใจมาก และรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง
จริงอย่างที่คิด แม้ว่าร่างกายจะแข็งแรงขึ้นแล้ว แต่พ่อก็ยังคงตามใจเธอจนถึงที่สุด
โดยรวมแล้ว ชีวิตหลังอายุสิบขวบของแอนนาเป็นที่น่าพอใจมาก
แต่คนเรามักจะมีความโลภ ในตอนที่ไม่สามารถหัวเราะได้อย่างเต็มที่ เธอแค่หวังว่าสักวันจะไม่ต้องใช้ชีวิตที่เงียบสงบราวกับน้ำนิ่ง
แต่ตอนนี้ความปรารถนานั้นเป็นจริงแล้ว เธอก็ค่อย ๆ เกิดความคิดอื่นขึ้นมา
เธออยากมีเพื่อน
เป็นเพื่อนที่เท่าเทียมกัน สามารถพูดคุยหัวเราะกันได้อย่างเต็มที่
เนื่องจากวัยเด็กที่พิเศษ เธอจึงไม่มีเพื่อนสนิท
เมื่ออายุมากขึ้น เธอยิ่งตระหนักว่าเพราะชาติตระกูลที่สูงส่ง ทำให้เธอหาเพื่อนได้ยากมาก
เดิมทีเด็ก ๆ จากเจ็ดตระกูลใหญ่ในสภาควรจะเล่นด้วยกันได้ เพราะทุกคนมีพื้นเพใกล้เคียงกัน ไม่มีใครต้องอิจฉาใคร
แต่คงเป็นเพราะเธอพลาดช่วงวัยที่เหมาะสมที่สุดในการผูกมิตร พอถึงเวลาที่สามารถเข้าสังคมได้ตามปกติ เด็กรุ่นราวคราวเดียวกันจากอีกหกตระกูลก็มีความสนิทสนมกันไปแล้ว
พวกเด็กผู้ชายจากตระกูลกู้และตระกูลกงซุนก็เที่ยวซุกซนด้วยกันทุกวัน
ตระกูลเซี่ยลึกลับมาแต่ไหนแต่ไร แทบไม่มีใครได้เห็นคนรุ่นเยาว์ของพวกเขาเลย
ตระกูลเซิน… ดูเหมือนจะแยกตัวออกห่างจากทุกคน
ที่เหลือก็มีเพียงตระกูลอเล็กซานเดอร์และตระกูลต้าฉือที่สนิทสนมกับตระกูลแบล็ก
แต่ไม่รู้ทำไม ลูก ๆ ของพวกเขาแทบไม่เคยมาที่คฤหาสน์ตระกูลแบล็ก บางครั้งเธออยากไปทำความรู้จักกับคนรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่ลูก ๆ ของสองตระกูลนั้นมักจะมีเรื่องต้องทำมากมาย ไม่มีเวลาค่อย ๆ ทำความรู้จักกับเธอ
เอาเถอะ คนเราไม่ควรโลภมากเกินไป แต่ในใจของแอนนาก็ยังมีความเสียดายอยู่บ้างเล็กน้อย
ความเสียดายนี้… เธอไม่คิดว่ามันจะถูกเติมเต็มอย่างกะทันหัน
เธอได้รู้จักกับเด็กสาวที่แสนประหลาดคนหนึ่ง พูดยังไงดีนะ
อีกฝ่ายมีดวงตาที่เปล่งประกายราวกับดวงดาว ผมยาวสีดำและรอยยิ้มที่อ่อนโยน แต่บางครั้งก็มีท่าทีก้าวร้าวจนแม้แต่พวกลุง ๆ ป้า ๆ ก็ยังเคยพ่ายแพ้ให้กับเธอมาแล้ว
แต่ไม่รู้ทำไม ตอนที่เห็นอีกฝ่ายครั้งแรก เธอก็มีความรู้สึกประหลาด ๆ บางอย่าง
นั่นคือสัญชาตญาณที่เกิดจากพลังจิตอันแข็งแกร่ง
พวกเธอสามารถเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้