เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 506 ตอนพิเศษ แอนนา (5)
บทที่ 506 ตอนพิเศษ แอนนา (5)
แน่นอนว่าเธอเคยสืบค้นเรื่องราวหลังความตายในชาติที่แล้ว เนื่องจากอาชญากรรมที่ตระกูลแบล็กก่อขึ้น ตัวเธอที่ตายไปแล้วย่อมหนีไม่พ้นการวิพากษ์วิจารณ์จากคนรุ่นหลัง และถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องมีทั้งคำชมและคำติ
แต่ตอนนี้เธอไม่ใช่แอนนาแบล็กอีกต่อไปแล้ว เธอเป็นเพียงเฉินแอนนา
ดังนั้นเธอจึงไม่ค่อยสนใจคำวิจารณ์เหล่านั้นเท่าไหร่
แต่ไม่รู้ทำไม ในตอนนี้เธอกลับมีแรงกระตุ้นบางอย่าง และเปลี่ยนแรงกระตุ้นนั้นเป็นการกระทำ “คุณมีความเห็นอย่างไรกับแอนนา แบล็กคะ?”
พูดออกไปแล้วก็รู้สึกเสียใจ ลู่จินกู้ชะงักฝีเท้า หันมามอง
เธอเห็นความเข้าใจในดวงตาของอีกฝ่าย
แอนนารู้สึกงุนงง รู้สึกว่าอีกฝ่ายคงเดาตัวตนของเธอออกแล้ว
จากนั้นเธอก็ได้ยินคำประเมินจากอีกฝ่าย “ฉันคิดว่าเธอเป็นคนที่กล้าหาญมาก”
“กล้าหาญ?” เธอพึมพำ “เธอใช้ชีวิตอยู่ในความฝันที่ญาติพี่น้องสร้างขึ้น คิดว่าโลกขาวบริสุทธิ์อย่างที่เห็น แบบนั้นไม่ใช่คนโง่เหรอคะ?”
“อืม…บางทีในสายตาของคนที่ไม่เคยประสบเหตุการณ์นั้น ความไร้เดียงสาของแอนนาอาจดูโง่ไปหน่อย” ลู่จินกู้ยิ้ม “แต่ลองคิดถึงสภาพแวดล้อมที่เธออยู่สิ ตระกูลแบล็กในตอนนั้นเป็นตระกูลใหญ่ที่สามารถต่อกรกับตระกูลกู้ได้ อีกทั้งตอนเด็กแอนนายังมีอาการพลังจิตแปรปรวนรุนแรง ต้องใช้ชีวิตแบบตัดขาดจากโลกภายนอก เมื่อรวมเหตุผลทั้งหมดเข้าด้วยกัน ตระกูลแบล็กต้องการเลี้ยงดอกกุหลาบขาวบริสุทธิ์ที่ไม่เห็นโลกภายนอก พวกเขาก็ทำได้สำเร็จ”
“พวกเขาใช้อำนาจและเงินทอง สร้างโลกที่ปราศจากเงามืดรอบตัวแอนนา แต่กลับลืมไปว่าทุกย่างก้าวย่อมทิ้งร่องรอยไว้ พวกเขาเองก็สร้างความมืดมากมาย แล้วจะหวังให้แอนนาไม่ถูกเงามืดห้อมล้อมได้อย่างไร”
แอนนานิ่งเงียบ หัวใจที่เคยมั่นคงว่า ‘ฉันคือเฉินแอนนา ไม่ใช่แอนนา แบล็ก’ เริ่มเกิดระลอกคลื่นขึ้น
เธอไม่อาจห้ามตัวเองจากการมองไปที่ลู่จินกู้ ริมฝีปากสั่นระริก สุดท้ายก็ถามออกมา “มี…มีข่าวลือว่า ตอนนั้นที่คุณแตกหักกับแอนนา แบล็ก เป็นเพราะเธอ…เธอช่วยมือสังหารที่พยายามลอบสังหารคุณเอาไว้ ทำไมคุณยังจะช่วยพูดแทนเธออีกล่ะ?”
เมื่อคำพูดเพิ่งจบลง เธอก็รู้สึกถึงสายตาลึกล้ำของลู่จินกู้ที่จ้องมองมาที่ตัวเธอ
เธอขยับตัวด้วยความไม่สบายใจ รู้สึกเสียใจที่ถามแบบนั้นออกไป ถึงอย่างไรเฉินแอนนาก็เพิ่งรู้จักกับอีกฝ่าย คำถามแบบนี้มันเป็นเรื่องส่วนตัวเกินไป
ขณะที่กำลังคิดจะพูดอะไรสักอย่างเพื่อกู้สถานการณ์ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ และสายตาที่จ้องมองก็เบนออกไป
ลู่จินกู้มองไปที่ไกล ๆ พลางพูดเสียงเบา “ทุกคนต่างมีความยึดมั่นของตัวเอง การเลือกของแอนนา แม้ฉันจะไม่อาจเข้าใจได้ทั้งหมด แต่มีจุดหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ ตอนนั้นสถานการณ์ตึงเครียด ตระกูลแบล็กยังคงได้เปรียบอยู่ตลอด เธอเป็นคนทำลายภาวะชะงักงัน ชัยชนะของพวกเราเริ่มเห็นแสงสว่างจากช่วงเวลานั้น”
“ไม่ว่าจะอย่างไร ฉันภูมิใจที่เคยมีเพื่อนแบบนี้”
โครม! แอนนารู้สึกว่ามีบางอย่างในใจแตกสลาย
สิ่งที่เธอคิดว่าลืมไปแล้วตลอดมา แท้จริงแล้วเป็นเพียงการขังมันไว้อย่างลึกซึ้งในใจ จู่ ๆ ก็ได้รับการปลดปล่อย
เพื่อนที่แท้จริงและสำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ บางทีอาจให้อภัยเธอมานานแล้ว
ความคิดพลุ่งพล่าน ดวงตาแดงก่ำ เธอรีบก้มหน้าเพื่อปิดบัง แต่เสียงยังคงสั่นเครือ “ขอบคุณค่ะ”
เธอรู้ว่าคำพูดของตัวเองไม่มีหัวมีท้าย แต่ความรู้สึกตื้นตันในตอนนี้ทำให้เธอไม่มีเวลามาสนใจจุดบกพร่องพวกนี้
อย่างไรก็ตาม ลู่จินกู้ไม่ได้ถามว่าทำไม และไม่แสดงท่าทีประหลาดใจแม้แต่น้อย
แอนนามีลางสังหรณ์ว่า บางทีอีกฝ่ายอาจจะเดาอะไรบางอย่างออกแล้ว
หลังจากวันที่อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ผ่านไป ความรู้สึกนี้ยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อนอนอยู่บนเตียงในยามค่ำคืน
แต่เธอกลับไม่รู้สึกประหลาดใจเลย เพื่อนคนนี้สร้างปาฏิหาริย์มามากมายตลอดชีวิต บางทีอาจเป็นเพราะแบบนี้ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร ก็ไม่ทำให้ใครรู้สึกแปลกใจ
ก็แค่เธออาจจะเป็นแอนนา แบล็กที่กลับชาติมาเกิดใหม่… เรื่องเล็กน้อย
คิดไปคิดมาเธอก็อดยิ้มไม่ได้ ก้อนหินใหญ่ที่คิดว่าจะไม่มีวันหายไปจากใจ กลับหายวับไปราวกับควัน
เป็นครั้งแรกที่เธอตระหนักว่า ตอนนี้เธอสามารถเป็นเฉินแอนนาได้อย่างเต็มที่
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในพริบตาเธอก็เรียนจบจากมหาวิทยาลัยเขตพาราไดซ์แล้ว
พอดีกับในปีนี้ บริษัทพาราไดซ์กรุ๊ปและห้องทดลองของกงซุนฉือได้ร่วมมือกันวิจัยหลุมหนอนมิติ และเริ่มเปิดให้ภาคประชาชนใช้งานอย่างเป็นทางการ
ก่อนหน้านี้ หลุมหนอนมิติเป็นเรื่องที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ข่าวที่รั่วไหลออกมาเป็นครั้งคราวก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนตื่นเต้น
ตามที่มีรายงาน ในแผนจักรวาลหลายมิติ มีโลกที่ตกลงร่วมพัฒนาด้วยกันถึง 127 โลก และตัวเลขนี้ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
และตอนนี้ รัฐบาลสหพันธ์คิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะเปิดเทคโนโลยีนี้ให้ประชาชนใช้
ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป ประชาชนของสหพันธ์สามารถเลือกที่จะท่องเที่ยวไปยังโลกอื่นผ่านหลุมหนอนมิติได้
ตระกูลเฉินก็ตามกระแสด้วย โดยใช้การเรียนจบของแอนนาเป็นข้ออ้าง พาทั้งครอบครัวไปเที่ยวด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม ในการเลือกโลกปลายทาง ครอบครัวเฉินที่ปกติแล้วอบอุ่นและกลมเกลียวกัน กลับเกิดการโต้เถียงอย่างรุนแรง
“ไปโลกสตาร์เทรคไม่ดีเหรอ? ลองดูคำแนะนำสิ โลกนี้มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ากว่าสหพันธ์ถึงหลายสิบปี ไปเที่ยวยังได้ลองใช้หุ่นยนต์ควบคุมด้วยคลื่นสมองและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงด้วยนะ!” พ่อเฉินโบกแผ่นพับในมือ
แม่เฉินไม่ยอมแพ้ “พวกนั้นมีอะไรน่าดู! สู้โลกบำเพ็ญเซียนไม่ได้หรอก ในโปรแกรมที่ต้องจ่ายเพิ่มมีการขี่สัตว์วิเศษบินด้วยนะ!”
“สัตว์พวกนั้นที่เขตพาราไดซ์ก็มีให้ลองนะ!”
“ไม่เหมือนกัน! สัตว์วิเศษพวกนี้พูดภาษาคนได้!”
“ปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงพูดได้ตั้งสามร้อยภาษา!”
สามีภรรยาต่างไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายจึงหันไปมองลูกสาวพร้อมกัน
“แอนนา ลูกคิดว่าควรไปที่ไหน?”
แต่กลับเห็นลูกสาวที่เชื่อฟังยกแผ่นพับในมือขึ้น “หนูอยากไปที่นี่”
พ่อและแม่เฉินมองดูอย่างตั้งใจ บนแผ่นพับในมือลูกสาวเขียนไว้ว่า
‘ตามการคำนวณของปัญญาประดิษฐ์ ‘โลกพิภพ’ ที่ใกล้เคียงกับเส้นทางการพัฒนาอารยธรรมโลกมากที่สุด สามารถสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของยุคโลกเมื่อพันปีก่อน เป็นโลกแรกที่คุณลู่จินกู้เลือกเดินทางไป’
พ่อและแม่เฉิน “…”
ในที่สุดพ่อแม่ที่รักลูกสาวก็ยอมประนีประนอม ไม่ว่าจะเป็นสตาร์เทรคหรือประสบการณ์บำเพ็ญเซียน ก็ไม่สำคัญเท่ากับความต้องการของลูกสาว
แต่ครอบครัวเฉินไม่คิดว่าในการเดินทางครั้งนี้จะมีโอกาสได้พบกับลู่จินกู้
ที่จริงแล้วผู้คนในสหพันธ์มักจะเห็นเงาร่างของสตรีในตำนานท่านนี้บนสตาร์เน็ตอยู่บ่อยครั้ง แต่การได้พบตัวจริงก็ยังทำให้ทุกคนตื่นเต้น
มีเพียงเฉินแอนนาที่รู้สึกจุกในลำคอ
คนตรงหน้านี้ดูแก่ลงไปมากเมื่อเทียบกับหลายปีก่อน ราวกับว่าเวลาได้พรากความสดใสไปจากเธอในพริบตา
การเดินทางครั้งนี้ เธอนั่งอยู่บนรถเข็นตลอดเวลา เห็นได้ชัดว่าขาทั้งสองข้างไม่สามารถยืนได้แล้ว
แต่สมองของเธอไม่ได้เลอะเลือน ยังจำแอนนาได้ในทันที และทักทายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนมาก
เมื่อคำว่าแอนนาดังออกมาจากปากของเธอ แอนนารู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปในอดีต
“พระเจ้า คุณลู่ยังจำลูกสาวผมได้ด้วย สมแล้วที่เป็นลูกสาวของผม!”
ทว่าความรู้สึกเหม่อลอยชั่วขณะนั้นก็สิ้นสุดลงอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงภาคภูมิใจของพ่อเฉิน
แอนนาทักทายอีกฝ่ายอย่างสุภาพ ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น
นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เธอได้เห็นลู่จินกู้ หลังจากการเดินทางสิ้นสุดไม่นาน สตาร์เน็ตก็ประกาศข่าวมรณกรรม สีสันที่เคยสดใสทั้งหมดกลายเป็นขาวดำ
นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สร้างสตาร์เน็ตที่เกิดการไว้อาลัยพร้อมกันทั้งเครือข่าย
แอนนาร้องไห้จนตาบวม แต่โชคดีที่การกระทำของเธอไม่ได้ดึงดูดความสนใจ เพราะหลายคนต่างก็ร้องไห้จนตาบวมเป็นลูกวอลนัทให้กับคุณหญิงลู่
แต่เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ตัวเองจะได้รับพัสดุอีกหนึ่งชิ้น
มันคือดอกกุหลาบที่สวยงามมากดอกหนึ่ง
‘แอนนาที่รัก ดอกกุหลาบดอกนี้เป็นสายพันธุ์ที่ปลูกขึ้นมาเป็นพิเศษ มีเพียงต้นเดียวในโลก ฉันตั้งชื่อมันว่า ‘ความจริง’ หวังว่าเธอจะชอบมัน’
ลงชื่อ ลู่
เธอกอดดอกกุหลาบนั้นไว้แล้วร้องไห้ออกมาอีกครั้ง
และแล้ว ความเสียใจครั้งสุดท้ายก็หมดไป