เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 57 ชีวิตที่ใฝ่ฝัน (รีไรต์)
บทที่ 57 ชีวิตที่ใฝ่ฝัน (รีไรต์)
บนโลกออนไลน์ การถกเถียงเรื่องเขตพาราไดซ์หนึ่งยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน
มีทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต่อต้าน… ต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุผลเพียงพอ ทำให้ชาวเน็ตที่ตามเสพข่าวยากจะตัดสินว่าอันไหนถูกอันไหนผิด
ในสถานการณ์เช่นนี้ หลายคนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวั่นไหว
เมื่อถึงวันนัดหมาย เดิมทีพนักงานใหม่ที่วางแผนจะมามีหนึ่งร้อยคน สุดท้ายปรากฏตัวเพียงสี่สิบห้าคน
นอกจากพวกที่ถูกซื้อตัวอย่างชัดเจนและกลายเป็นไส้ศึกตั้งแต่แรกแล้ว ยังมีอีกประมาณสามสิบคนที่ค่อย ๆ แสดงท่าทีถอนตัว
เรื่องนี้ลู่จินกู้ได้แต่แสดงความเสียใจ
หลังจากพนักงานใหม่เข้าเขตพาราไดซ์แล้ว พวกเขาก็ได้รับ หนังสือยินยอมการถ่ายทอดสดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
ในที่สุดก็มีสิบห้าคนที่ลงนามในหนังสือยินยอมนี้ บริษัทพาราไดซ์กรุ๊ปจึงจัดเตรียมบัญชีถ่ายทอดสดให้กับพวกเขา และพนักงานใหม่เหล่านี้ก็เริ่มการฝึกอบรมก่อนเริ่มงาน
ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายสนับสนุนหรือฝ่ายต่อต้าน บริษัทพาราไดซ์กรุ๊ปต่างก็ผลัดกันเข้าไปสิงสถิตในห้องไลฟ์สดสิบห้าห้อง
ชาวเน็ตต่างก็รู้สึกงุนงง
การฝึกอบรมพนักงานใหม่พวกนี้ ทำไมมันแปลก ๆ
อะไรคือการแปรรูปไม้ การเผาอิฐ การเพาะปลูก การดูแลสวน และการเลี้ยงสัตว์…
ข้อความและคอมเมนต์เต็มไปด้วยคำถามที่ไม่เข้าใจ
อย่างไรก็ตาม สำหรับพนักงานใหม่เหล่านี้ พวกเขาก็สับสนเช่นกัน
แต่ทุกคนคาดไม่ถึงว่า ความตื่นตะลึงที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นยังรออยู่ข้างหน้า
หลังจากการฝึกอบรมพนักงานใหม่เป็นระยะเวลาครึ่งเดือนสิ้นสุดลง พวกเขาก็ถูกมอบหมายให้ไปประจำตำแหน่งต่าง ๆ สตรีมเมอร์ทั้งสิบห้าคนเริ่มต้นชีวิตการทำงานที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ในจำนวนนี้ มีแปดคนที่ได้รับแจ้งให้ไปประจำตำแหน่งผู้จัดการพื้นที่เพาะปลูก
มันคืออะไร?
สำหรับคนทั่วไปแล้ว การทำไร่ทำนานั้นเป็นคำที่ล้าสมัยไปแล้ว พวกเขาไม่เข้าใจความหมายของมันเลย
แม้จะผ่านการฝึกอบรมมาแล้ว พวกเขาก็ยังคงมึนงงอยู่
ไม่ต่างจากชาวเน็ตเท่าไหร่นัก
…
จนกระทั่งเช้าวันที่เริ่มงานจริง คุณจินผู้จัดการของเขตพาราไดซ์หนึ่งปรากฏตัวขึ้นด้วยตนเอง ก่อนจะนำพวกเขาไปยังสถานที่ทำงาน เธอกล่าวอย่างจริงจังว่า
“ตำแหน่งงานที่พวกคุณกำลังจะไปนั้นสำคัญมากสำหรับเขตพาราไดซ์หนึ่ง ฉันหวังว่าพวกคุณจะทุ่มเทให้กับงานนี้อย่างเต็มที่”
ขณะที่พวกเขาเดินไป กล้องก็ติดตามถ่ายทำไปด้วย
พวกเขามาถึงทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเขตพาราไดซ์
ก่อนหน้านี้ ที่นี่ถูกกั้นด้วยกำแพงดินสูง ยกเว้นทหารกองที่เจ็ด ก็ไม่มีใครสามารถเข้าใกล้ได้
แต่ต่อหน้าพวกเขา กำแพงดินก็พังทลายลงอย่างเงียบเชียบ ความจริงคือถูกลู่จินกู้เก็บเข้าระบบไปแล้ว ทัศนียภาพเบื้องหลังปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคนโดยไม่มีสิ่งใดบดบัง
“พระเจ้า!”
มีคนอุทานออกมาด้วยความตกใจ
ไม่แปลกที่จะประหลาดใจ เพราะเบื้องหลังนั้นคือ… พื้นที่เพาะปลูกขนาดมหึมา
ด้านซ้ายเป็นรวงข้าวสีทองอร่ามทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ด้านขวาเป็นแปลงผักหลากสีสัน และไกลออกไปเป็นสวนผลไม้ที่แบ่งสัดส่วนไว้อย่างเป็นระเบียบ
แม้ว่าทุกคนจะคุ้นเคยกับพืชพรรณนานาชนิดที่เติบโตอย่างอุดมสมบูรณ์ในเขตพาราไดซ์แล้ว แต่ในขณะนี้ ราวกับมีบางสิ่งที่หลับใหลอยู่ในร่างกายตื่นขึ้นมา ทำให้พวกเขารู้สึกตื้นตันใจจนอยากจะร้องไห้
ลู่จินกู้ยืนหันหลังให้แสงแดด แสงแดดส่องประกายเป็นเส้นขอบสีทองรอบตัวเธอ เธอยิ้มมุมปากให้กับพนักงานใหม่ ผู้ชมที่กำลังดูการถ่ายทอดสดอยู่ก็เห็นรอยยิ้มนั้นเช่นกัน
พวกเขาทั้งหมดได้ยินเสียงอ่อนโยนแต่หนักแน่นของเธอ “ที่นี่คือก้าวแรกของการกลับมาของอาหารสู่สหพันธ์”
“ไปดูพื้นที่เพาะปลูกที่พวกคุณต้องดูแลในอนาคตกันเถอะ” เธอยิ้มพลางโบกมือ “บนคันนาจะมีป้ายหมายเลขและชื่อพืชผลติดอยู่ ให้นำสิ่งที่พวกคุณได้เรียนรู้ไปใช้ หากมีอะไรที่ไม่เข้าใจ สามารถถามหัวหน้ากลุ่มของพวกคุณได้ และในช่วงเวลาพักพวกคุณสามารถไปศึกษาเพิ่มเติมได้ที่โรงเรียนหรือจะไปศึกษาด้วยตัวเองที่ร้านหนังสือก็ได้”
พนักงานใหม่ราวกับอยู่ในความฝัน แทบจะล่องลอยเข้าไปในทุ่งนาแล้ว
มีผู้ชมบางคนที่ยืนหยัดดูการถ่ายทอดสดการฝึกอบรมมาครึ่งเดือน ตอนนี้กลับจำพืชผลได้หลายชนิด
ทุกครั้งที่พวกเขารู้จักพืชผลชนิดใดชนิดหนึ่ง พวกเขาก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจจนแทบคลั่ง สุดท้ายไม่รู้ทำไม ในคอมเมนต์เต็มไปด้วย 5555 ที่แสดงถึงการร้องไห้
ในที่สุด ก็มีคอมเมนต์หนึ่งที่แสดงความรู้สึกของทุกคนออกมา
ผู้ชม : [แม้ว่าดอกไม้และต้นไม้ในเขตพาราไดซ์หนึ่งจะน่าตื่นตาตื่นใจ แต่ฉันก็ได้แค่ไปเที่ยวชมเป็นครั้งคราวเท่านั้น แต่พอได้เห็นทุ่งนาที่เต็มไปด้วยความหวังนี้แล้ว ฉันก็รู้สึกขึ้นมาทันทีว่า… ทุกสิ่งทุกอย่างที่นั่นล้วนเกี่ยวข้องกับฉันอย่างใกล้ชิด บางทีอาจจะคาดหวังได้ว่า สักวันหนึ่งเราจะได้กลับไปใช้ชีวิตที่มีข้าวเต็มยุ้งฉาง และมีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง]
ผู้ชมคอมเมนต์ +1 นับไม่ถ้วนไหลทะลักเข้ามาในหน้าจอไลฟ์สด
หลังจากการเปิดเผยพื้นที่เพาะปลูกนับพันไร่ของเขตพาราไดซ์ กงซุนฉือก็ได้เผยแพร่รายงานที่เข้มงวดฉบับหนึ่งออกมา
[ว่าด้วยการที่บริษัทพาราไดซ์กรุ๊ปอาจกลายเป็นความหวังในการฟื้นฟูสายพันธุ์โบราณ]
หากไม่พูดถึงคำศัพท์ที่เข้าใจยาก รายงานนี้ก็มีใจความสำคัญเพียงข้อเดียวเท่านั้น
ไม่ว่าจะเป็นอาหารในโรงอาหารของเขตพาราไดซ์หนึ่ง หรือจะเป็นวัตถุดิบที่วางขายในร้านค้าออนไลน์ของบริษัทพาราไดซ์ ล้วนเป็นสายพันธุ์โบราณจากธรรมชาติแท้ ๆ ที่ปลูกจากผืนดิน ส่วนทฤษฎีที่ว่า สังเคราะห์ขึ้นนั้นเป็นการใส่ร้ายป้ายสีที่ไร้มูลความจริงโดยสิ้นเชิง
ในรายงาน เขาเรียกร้องให้ผู้ที่มีความมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูระบบนิเวศของสหพันธ์ ร่วมมือกับบริษัทพาราไดซ์กรุ๊ปโดยเร็วที่สุด เพื่อทำการวิจัยและส่งเสริมสายพันธุ์โบราณเหล่านี้
ชื่อเสียงของกงซุนฉือในแวดวงวิจัยนั้นโด่งดังมาก การที่เขาออกมา สนับสนุนเขตพาราไดซ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ทำให้เพื่อนร่วมงานหันมาสนใจแล้ว เมื่อมีการเรียกร้องอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ออกมา สถาบันวิจัยหลายแห่งก็ตอบรับอย่างกระตือรือร้น
ในเวลาเพียงไม่กี่วัน โครงสร้างของสถาบันวิจัยร่วมที่มีขนาดพอสมควรก็ถือกำเนิดขึ้น หลังจากนั้นก็เป็นขั้นตอนการรอการตรวจสอบคุณสมบัติ
ดูเหมือนว่าการที่จะได้ไปทำวิจัยในเขตพาราไดซ์หนึ่ง จะไม่ใช่ว่าใครก็จะทำได้
ลู่จินกู้ปล่อยไม้เด็ดออกมาต่อเนื่อง ชั่วขณะหนึ่งเขตพาราไดซ์หนึ่งก็กลายเป็นดินแดนที่ใครหลายคนใฝ่ฝันอยากไป
แต่ยังมีเงาหนึ่งที่ยังไม่ถูกเปิดเผย…
การตายของพ่อแม่เจิ้งจื่อเซวียน
แม้ว่าพวกเขาจะเผยแพร่วิดีโอที่ผู้ตายถูกวางยาพิษแล้วส่งมาที่เขตพาราไดซ์ แต่มันไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ในตอนนั้นท้องของทั้งสองคนมีแคปซูลชีวภาพซ่อนอยู่
กระแสสังคมจากเว็บไซต์กุหลาบสีแดงจงใจหรือไม่ก็ตาม แต่กลับชี้นำความคิดของทุกคน ให้คิดว่าสัตว์อสูรทมิฬสองตัวนั้น เกิดขึ้นภายใต้อิทธิพลของเขตพาราไดซ์ ส่วนพ่อแม่ของเจิ้งจื่อเซวียนเป็นแค่คนโชคร้ายที่ต้องตายเพราะถูกสัตว์อสูรเขมือบเท่านั้น
บางครั้งถ้อยคำที่คลุมเครือ ไม่มีหลักฐาน ยิ่งทำให้คนเราจินตนาการไปไกล
เช่นเดียวกับที่เว็บไซต์กุหลาบสีแดงกำลังทำอยู่ในตอนนี้
มลพิษระหว่างดวงดาวเป็นปัญหาที่แม้แต่กองกำลังมากมายของสหพันธ์ก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้ แล้วบริษัทพาราไดซ์กรุ๊ปที่โผล่พรวดขึ้นมานี้ ใช้กลวิธีใดในการชำระล้างมลพิษเหล่านั้นได้?
หรือว่า… การชำระล้างนี้เป็นแค่ภาพลวงตา แต่ภายใต้ความเป็นจริงแล้ว มันกลับนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ร้ายแรงกว่าเดิม?
ตัวอย่างเช่น อสูรทมิฬพวกนั้น
การคาดเดาที่ดูเหมือนมีเหตุผล แต่กลับไม่มีหลักฐานแบบนี้ เป็นอะไรที่รับมือยากที่สุด
เพราะเมื่อใดก็ตามที่มีใครคิดจะโต้แย้ง อีกฝ่ายก็จะตั้งคำถามชวนปวดหัวขึ้นมาทันที
จะพิสูจน์ได้อย่างไรว่า การชำระล้างแบบนี้จะไม่ส่งผลข้างเคียงตามมา?
จะยืนยันได้อย่างไรว่า การเปลี่ยนแปลงของอสูรทมิฬ ไม่ได้เกิดจากผลข้างเคียง?
…
ลู่จินกู้นวดสันจมูกพลางเอ่ยเสียงเบาว่า “การโต้เถียงแบบนี้ไม่มีประโยชน์อะไร ไม่ต้องไปให้ความสำคัญกับมันอีกแล้ว อีกอย่างการก่อสร้างเขตพาราไดซ์หนึ่งก็กำลังดำเนินไปด้วยดี ฉันว่าจะกลับไปดูที่ดาว 7133 สักหน่อย”
“ฉันจะให้คนเตรียมยานไปส่งเธอเอง” กู้ตั๋วพูดพลางกำลังจะติดต่อผู้ใต้บังคับบัญชา
“ไม่ต้องหรอก จริง ๆ มีเรื่องหนึ่งที่ฉันยังไม่ได้บอกคุณ” เธอพูดพลางลุกขึ้นยืน “ไปกรมการคลังกับฉันหน่อย”
ทันทีที่ผลักประตูบานนั้นออก เธอก็ได้เห็นสีหน้าตกตะลึงของกู้ตั๋ว
เธอยิ้มอย่างผู้มีชัย ก่อนจะผายมือเชิญ “อยากกลับไปดูด้วยกันไหมล่ะ?”