เนโครแมนเซอร์แห่งสถานีโซล (Necromancer of Seoul Station) - บทที่ 89 - บทที่ 90 – มุ่งหน้าสู่จุดจบ (3)
- Home
- เนโครแมนเซอร์แห่งสถานีโซล (Necromancer of Seoul Station)
- บทที่ 89 - บทที่ 90 – มุ่งหน้าสู่จุดจบ (3)
สมาชิกหลักของอลันดาลนั่งล้อมโต๊ะตัวหนึ่งในห้องประธาน พวกเขากำลังทะเลาะกันว่าควรจะซอสเปรี้ยวหวานใส่หมูผัดเลยดีหรือไม่
ในฐานะประธาน คังวูจินมีสิทธิ์เป็นคนตัดสินใจ แต่สถานการณ์เลวร้ายมาถึงขั้นนี้เพราะเขาพูดว่า ‘ฉันไม่สน’
เพราะซุงฮุนยืนกราน พวกเขาจึงตัดสินด้วยเป่ายิ้งฉุบ ฝ่ายเทเลยได้ชัย วูจินที่มองผลเป็นเช่นนี้จึงกระตุ้น ‘เทไปเลย’ ดังนั้นซอสจึงถูกเทใส่จานหมูผัด เรียกเสียงกู่ร้องแห่งชัยชนะจากฝ่ายเทเลยแล้วกิน
วูจินกำลังคนจาจังเมียนตอนที่เห็นมินชานนั่งเฉย เขาพยักหน้าไปทางจานจาจังเมียนของมินชาน
“ทำอะไรอยู่? เส้นจะอืดหมดแล้วนะ”
มินชานแทนที่จะหยิบตะเกียบเขากลับถามเสียงเศร้า
“ท่านประธาน ทำไมถึงทำแบบนี้กับผมเรื่อยเลย?”
“ทำอะไร?”
“ท่านรู้เรื่องข่าวด่วนบน CCB หรือเปล่า?”
“ข่าวอะไร?”
วูจินคนจาจังเมียนเสร็จก็กินคำโต
“เขาว่ารัฐบาลสหรัฐ ไททัน กับอลันดาลกำลังร่วมมือกันชั่วคราวตั้งกลุ่มตอบโต้การก่อการร้าย”
“เหรอ?”
วูจินคีบเนื้อหมูที่ชุ่มไปด้วยซอสเปรี้ยวหวาน เอามาจุ่มซอสถั่วเหลืองแล้วกิน
อืม ร้านนี้ทำอร่อยแฮะ
“คนที่นั่นก็ปากเบาเหมือนกันแฮะ ยังไม่ทันไรก็เป็นข่าว”
“ท่านประธานจะมาทำใจเย็นแบบนี้ไม่ได้นะ”
“อ้าว?มีปัญหาอะไรล่ะ?”
“พวกนักข่าวโทรมาขอสัมภาษณ์จนพวกเราทำงานไม่ได้แล้ว”
ตอนนี้จะบอกว่าพนักงานที่อยู่นอกห้องทุกคนกำลังรับโทรศัพท์อยู่ก็ไม่เกินไปเลย
“ก็ถอดสายโทรศัพท์ออกเลย”
“นั่นมัน…”
ตอบอะไรได้ไร้สาระมาก
“ยังไงก็จะตอบปฏิเสธไปอยู่ดีนี่ จะต้องรับโทรศัพท์ไปทำไม?”
“แล้วงานล่ะ…”
“นายบอกไม่ใช่เหรอว่างานไม่เดินแล้ว”
ทำไมท่านประธานเป็นแบบนี้ล่ะ? ได้เข้าเรียนตรรกศาสตร์อะไรมาบ้างไหมเนี่ย?
มินชานอยากเถียง แต่นึกคำเถียงไม่ออก
“แต่…”
“นายรับงานทางโทรศัพท์เหรอ?”
“เปล่า แต่…”
“งั้นก็หยุดใช้โทรศัพท์”
นั่น… แต่ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็…
ถ้าปัญหาคือโทรศัพท์ ไม่รับโทรศัพท์ก็หมดเรื่อง มันใช่เหรอ? มินชานทำใจให้สงบแล้วพูด
“เฮ้อ ท่านประธาน ถ้าเราทำแบบนั้นภาพลักษณ์ของเรา กับความเชื่อถือของกิลด์อื่นๆที่เราติดต่อด้วย…”
วูจินยิ้มเยาะ
“ชื่อเสียงเรายังเลวร้ายไปได้ยิ่งกว่านี้อีกเหรอ?”
“นั่น…”
อ่าฮะ!
ภาพลักษณ์ของบริษัทเรามันก็แย่มาตั้งแต่แรกแล้ว
วูจินเป็นนายของตัวเองตลอดเหนือฟ้าใต้หล้า
เราเป็นกิลด์ที่เก่งที่สุดของเกาหลี เอาแต่ใจที่สุดในเกาหลี
เราเป็นกิลด์ที่จะล่มทันทีถ้าหัวหน้ากิลด์ ที่สามารถเคลียร์ดันเจี้ยน 6 ดาวคนเดียว ไม่อยู่
มินชานมีสีหน้าว่างเปล่า
วูจินพยักหน้าให้ซุงฮุน
“ไปดึงสายโทรศัพท์ออกให้หมด”
“ครับผม”
หลังจากกลายมาเป็นหัวหน้าเลขานุการ ซุงฮุนทำตามคำสั่งของวูจินว่องไวเหมือนถูกไฟไล่จี้ เขาออกจากห้องประธานทันทีแล้วดึงปลั๊กโทรศัพท์ออก
“คราวนี้ก็ไม่มีปัญหาแล้ว นายทำงานได้ตามสบาย”
“…”
“นายไม่จำเป็นต้องตอบสนองทุกอย่างหรอก”
บางครั้ง เมินคนอื่นก็เป็นคำตอบที่ถูกต้อง
วูจินกินหมูผัดเปรี้ยวหวานต่อ
“เฮ้ อาหารร้านนี้อร่อยดี ชื่อร้านอะไรนะ”
“โซมุนกัคครับ”
“ต่อไปก็สั่งจากที่นี่ล่ะ”
“ครับ”
วูซุงฮุนเข้ามาประจบ
“ความสามารถในการจัดการงานของท่านประธานนี่ระดับขงเบ้งเลยนะครับ”
วูจินยิ้มพลางมองซุงฮุนประจบเขา
เดี๋ยวนี้เจ้านี่ทำตัวน่ารักดี เขาบังเอิญได้ยินมาว่าฐานะทางบ้านของซุงฮุนไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นจึงพยายามอย่างหนัก วูจินรู้สึกสงสารขึ้นมาหน่อยๆ
“นาย…ตั้งแต่วันนี้ไปนายได้เงินเดือนเพิ่ม”
“ความเมตตาของท่านประธานกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตเหมือนท้องฟ้าเลยครับ”
ช่างเป็นบริษัทที่เสี่ยงเจ๊งจริงๆ
มินชานถอนหายใจอยู่ในใจ
ขนาดเป็นคำสั่งประหลาดซุงฮุนยังเอ่ยปากชื่นชมได้ อย่างน้อยมินชานก็ตอบสนองแบบคนปกติ
ตู๊ดๆ
เสียงโทรศัพท์มือถือของมินชาน และของพนักงานอีกหลายๆคนดังขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกัน
กระทั่งฮีซอลที่เพิ่งเข้ากิลด์ไม่นานก็ยังมีคนโทรเข้ามือถือของเธอ
สื่อมวลชนทำทุกทางเพื่อจะได้ติดต่อกับคนในกิลด์อลันดาล
“ปิดเครื่องซะ”
“ครับ”
ทุกคนเริ่มปิดโทรศัพท์มือถือ มินชานก็เช่นกัน
“ฮะๆ”
มินชานคิดขึ้นมาได้ตอนปิดเครื่อง
เขายอมแพ้ มาคิดดูดีๆแล้วไม่ใช่เรื่องซับซ้อนเลย พวกเขาไม่ใช่หน่วยงานของรัฐบาล ไม่จำเป็นต้องอธิบายการตัดสินใจของบริษัท
รัฐบาลจะเป็นคนจัดการเอง
เอาล่ะ…
เมื่อจอมือถือดับลง เขารู้สึกว่าความเครียดลดลงไปอย่างรวดเร็ว
แต่ยังมีปัญหาอีกข้อที่ต้องแก้
“ท่านประธาน ท่านจะไปตะวันออกกลางแล้วจะสัมภาษณ์พนักงานใหม่ยังไงล่ะ?”
“ทำไมล่ะ?”
ทำไม…
มินชานจะเป็นคนเลือกพนักงานเข้าหน่วยสนับสนุน แต่วูจินต้องมีส่วนในการเลือกเราส์
“เราไม่รู้ว่าท่านจะกลับมาเมื่อไหร่ ถ้าไม่เป็นไปตามกำหนดการจะไม่มีปัญหาเหรอ”
“ไม่น่าจะนานเท่าไหร่หรอก”
ถ้าสามารถปราบปรามการก่อการร้ายได้ในเวลาไม่กี่วัน โลกคงขจัดมันหมดไปแล้ว
“เลือกทีเดียวเลยแล้วกัน”
“อะไร? ทำได้ด้วยเหรอ?”
“ได้ ไปเช่าโรงยิมใหญ่ๆมาสักที่”
วูจินแค่ต้องคัดไอ้พวกที่มีวิญญาณร้ายออก จากนั้นก็เลือกคนที่มีศักยภาพสูง สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถอ่านจากเอกสารได้ เขาต้องสัมภาษณ์โดยใช้ทักษะของตัวเอง
“แล้วเราจะสัมภาษณ์วันไหนครับ?”
“อืม”
วูจินกินจาจังเมียนอีกคำ แล้วหันไปมองฮีซอล เขาวางแผนจะให้ฮีซอลเป็นคนสั่งการ เธอจึงต้องแข็งแกร่งให้ได้ถึงจุดหนึ่ง อย่างน้อยก็ต้องให้ได้แรงค์ B…
“ภายใน 3 อาทิตย์แล้วกัน ก่อนหน้านั้น ฉันอยากให้นายจ้างคนเข้าหน่วยสนับสนุน แล้วก็หาสถานที่สัมภาษณ์เราส์”
“อืม เข้าใจแล้วครับ”
เมื่อได้วิธีจัดการปัญหาใหญ่ มินชานเปิดจาจังเมียนแล้วคน เส้นอืดหมดแล้วจึงผสมกับซอสได้ไม่ดี เห็นอย่างนั้นแล้ววูจินเดาะลิ้น
“เห็นไหม นายน่าจะคนก่อนเส้นอืด”
“ไม่เป็นไร”
ตอนนี้จาจังเมียนไม่ใช่เรื่องสำคัญ
มินชานคนจาจังเมียนพลางถาม
“ไม่ร่วมมือกับไททันหลังจาก 3 อาทิตย์หน้าเลยล่ะ?”
“พูดอะไรของนาย?”
“อ้าว?”
วูจินยิ้ม
“ฉันจะกลับมาก่อนหน้านั้น”
“ท่านหมายถึง…หลังจาก 3 อาทิตย์?”
“ไม่ถึง 3 อาทิตย์หรอก อาทิตย์เดียวก็พอ”
“…”
วูจินไม่ได้หมายถึงจะไปในอีก 3 สัปดาห์ เขาวางแผนจะกลับมาภายใน 3 สัปดาห์…
“แล้วจะไปเมื่อไหร่ครับ?”
“โทรหากิลด์ไททันให้หน่อย บอกให้มารับตอนพวกเขาไปตะวันออกกลาง”
“…”
ใครมาฟังคงนึกว่าวูจินจะเรียกแท็กซี่
แต่มินชานยอมรับ พวกเขาสมควรมารับวูจินจริงๆ
“เข้าใจแล้วครับ”
“งั้นฉันกลับบ้านก่อน”
“ผมไปส่งครับ”
วูซุงฮุน เลขาส่วนตัวของวูจินเสนอตัวทันที
เขาต้องปกป้องวูจินจากนักข่าว
“นายจองดัน 6 ดาวเหมาะๆสำหรับลงพรุ่งนี้ ก่อนเครื่องบินมาฉันอยากสอนพวกนายให้ได้มากที่สุด”
อีกนานกว่าเขาจะกลับจากตะวันออกกลาง วูจินต้องวางพื้นฐานให้ซุงกูกับฮีซอนเพื่อพวกเขาจะได้เคลียร์ดันเจี้ยนกันเอง
“ครับผม”
วูจินกินจาจังเมียนจนหมดแล้วกลับไปเตรียมแผนการฝึกพรุ่งนี้ มินชานเริ่มเขียนอีเมล์ส่งกิลด์ไททัน
***
สำนักงานใหญ่กิลด์ไททัน
หัวหน้ากิลด์เดคอนอดทึ่งกับข้อเสนออันเหลือเชื่อนี้ไม่ได้
‘เขาจะหาและทำลายพวกก่อการร้าย’
การโจมตีด้วยจรวดครั้งก่อนเป็นฝันร้ายของชาวอเมริกา เป็นหายนะจากฝีมือของมนุษย์ด้วยกันเอง บางคนอาจคิดว่าตลก แต่เขาเกลียดพวกก่อการร้ายยิ่งกว่าดันเจี้ยนเบรกที่คาดเดาไม่ได้เสียอีก…
วูจินรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังอัล อัสสาด
ยิ่งกว่านั้นเขายังเป็นฝ่ายชวนเดคอนก่อน เขากำลังจะล้างแค้น เดคอนจะเอาด้วยไหม?
เดคอนเกลียดองค์กรก่อการร้าย แต่มีปัญหาบางข้อที่ทำให้เขาลังเล
‘ธุรกิจของชาวอเมริกาหลายอย่างเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้’
นี่เป็นหนึ่งในเรื่องที่พบระหว่างการตรวจสอบ
เรื่องดันเจี้ยนประดิษฐ์กับรัชโมด พวกเขารู้จากสมาชิกแก๊งที่ถูกจับว่าได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแห่งหนึ่ง… ตัวตนของบริษัทนั้นมีแต่หัวหน้าแก๊งที่รู้ น่าเสียดาย เขาถูกฆ่าระหว่างเกิดเหตุ
และพวกนักวิทยาศาสตร์ที่พบในที่เกิดเหตุก็ยืนยันแล้วว่ามีความเกี่ยวข้องกับบริษัทหลายแห่ง ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็เพิ่งอยู่ในขั้นแรกของการประเมินหลักฐาน
การตรวจสอบยังไม่จบ พวกเขาทำไปอย่างเงียบๆ…
แล้วข้อเสนอของวูจินก็มาถึง
ถ้าเคลื่อนไหวอย่างไม่ระวัง ศัตรูจะตัดหางตัวเองแล้วปฏิเสธทุกอย่าง อย่างนั้นพวกเขาจะเอาผิดคนร้ายไม่ได้ ถูกต้องแล้วหรือที่จะสู้กับพวกนั้นซึ่งๆหน้า?
และยังมีอีกเรื่องที่ต้องกังวล
‘รัฐบาลจะเคลื่อนไหวหรือเปล่า’
แน่นอน บริษัทมีสายสัมพันธ์กับบางคนในรัฐบาล บางทีรัฐบาลอาจจะไม่ต้องการตอบโต้พวกก่อการร้ายและสิ่งที่พวกเขาทำจะเสียเปล่า และนี่ยังหมายความว่ากิลด์อลันดาลของเกาหลีจะตรงไปตะวันออกกลางไม่ว่าจะมีใครร่วมมือด้วยหรือไม่
‘แย่ล่ะ’
ถ้ากิลด์ไททันไม่ร่วมด้วย ทางการเงินพวกเขาไม่เสียหาย แต่พวกเขาจะสูญเสียสิ่งสำคัญที่ประเมินไม่ได้ไป
มันคือชื่อเสียงของกิลด์ และจุดยืนของพวกเขา
ภาพลักษณ์ของพวกเขาคือกิลด์อันดับหนึ่งของอเมริกา เป็นกิลด์ที่ปกป้องอเมริกา และภาพลักษณ์นี้จะเสียหาย
ตอนนี้อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าคำทำนายของสตรีศักดิ์สิทธิ์เป็นจริง ตอนหายนะมาถึงโลกจะกลายเป็นปัญหาร้ายแรง
กิลด์ไททันต้องมีคุณค่าในเชิงสัญลักษณ์
เมื่อหายนะมาถึง คนจะเสียสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ กิลด์ไททันต้องเป็นความหวังและเกราะให้คนเหล่านั้น ดังนั้นเขาต้องยอมรับข้อเสนอของวูจิน
พวกเขาต้องยอมเสี่ยงทำในสิ่งที่รัฐบาลอาจไม่เห็นด้วย และต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว…
เดคอนกดปุ่มอินเตอร์คอมหาเลขานุการของเขา
“ติดต่อ CCB”
[ทราบแล้วค่ะ]
เขาจะปล่อยข่าวแล้วดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่ทำตอนนี้ พวกเขาจะไม่อาจนำทางทั้งโลกในตอนเกิดหายนะ
พวกเขามีเหตุผลสมควรที่จะร่วมมือกับวูจิน ชาวอเมริกันต้องการอย่างนี้
รัฐบาลก็ห้ามไม่ได้
เขาไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง แต่อีกไม่นานพวกมันไม่ได้สบายใจแน่
***
หัวหน้ากิลด์ฮวาราง
ช่วงนี้ลีซังโฮอารมณ์ไม่ดีอย่างยิ่ง
ก่อนหน้านี้เขาก็อารมณ์ไม่ดี แต่ตอนนี้ยิ่งเป็นหนัก
เมื่อไหร่ที่เปิดโทรทัศน์ ฟังวิทยุหรือเข้าอินเตอร์เน็ต มันจะเต็มไปด้วยเรื่องของอลันดาล
คังวูจินๆๆ
ทุกอย่างมีแต่เรื่องของเขา แม้แต่ในข่าวซุบซิบนินทา
[สวัสดีค่ะ ดิฉันจุงซูยุนจาก MBS และเรากำลังอยู่ในร้านอาหารจีน ที่นี่เป็นที่เดียวที่ได้คุยกับอลันดาลกิลด์ทางโทรศัพท์ เราจะสัมภาษณ์เจ้าของร้าน]
[อ๋า –ตี๊ด- แบบนี้ลูกค้าก็หนีหมดสิ –ตี๊ด- ไปให้พ้นเลย –ตี๊ด- ]
[ค่ะ สมกับที่เป็นร้านที่ได้คุยกับอลันดาล พวกเขาดูดุร้าย พวกเขา…]
เจ้าของร้านอาหารจีนโกรธที่พวกนักข่าวมารุมรอบร้าน ลีซังโฮปิดโทรทัศน์
“เรื่องไม่เป็นเรื่อง…เฮ้อ…”
ลีซังโฮถอนหายใจ
ช่วงนี้เขารู้สึกเหมือนจะเป็นโรคประสาท
โลกนี้บ้าไปแล้ว ทุกคนพูดถึงแต่คังวูจิน
“ที่หนึ่งในธุรกิจด้านนี้ พูดบ้าๆ”
องค์กรในตะวันออกกลางที่รับงานสังหารครั้งนั้นไม่ติดต่อเขามานานแล้ว พวกมันเป็นฝ่ายติดต่อเขาและใช้เบอร์ที่ตามรอยไม่ได้ ดังนั้นนอกจากพวกนั้นจะติดต่อมาเองลีซังโฮไม่มีทางติดต่อพวกมันได้เลย
ประธานคิมไม่รับโทรศัพท์จากเขา สมาชิกรัฐสภาเชก็ไม่ยอมพบกับเขา
หลังจากเสียเราส์แรงค์ A หนึ่งเดียว ลียุนฮี อำนาจของกิลด์ฮวารางก็ร่วงลง อิทธิพลของกิลด์อลันดาลกลับพุ่งขึ้นฟ้า
สูงจนเขาไม่กล้าทำอะไรพวกมันลับหลังอีก
เขารู้สึกเหมือนทุกอย่างกำลังบีบล้อมเขา
ในตอนนั้นเอง ควันสีขาวก็มารวมตรงหน้าลีซังโฮกลายเป็นภาพของอะไรอย่างหนึ่ง
“คะ…ใคร นายคือตัวอะไร?”
เขาคือเราส์แรงค์ B แม้จะตกใจแต่ลีซังโฮจ้องศัตรูเขม็ง เขาพอเห็นร่างในควันเลือนราง แต่บอกเพศไม่ถูก ตัวตนอันไม่รู้ที่มาหัวเราะ
[เจ้าอยากล้างแค้นหรือไม่?]
เขาไม่เคยได้ยินคำที่ดังในหัวอยู่นี้มาก่อน แต่เขากลับเข้าใจความหมาย
“นายเป็นใคร?”
[เจ้าไม่อยากแก้แค้นไอ้คนที่ฆ่าลียุนฮีหรือ?]
ไอ้คนที่ฆ่าลียุนฮี…
คนๆนี้รู้อะไร?
“คังวูจิน?”
[คึๆๆ ข้าจะมอบพลังที่จะทำให้เจ้าได้แก้แค้น จงไปยังดันเจี้ยนที่น้องสาวของเจ้าตาย]
“อะไร?”
ทำไมเขาต้องทำตามคำสั่งของใครก็ไม่รู้? ไม่ใช่ มันคืออะไรก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ
ลีซังโฮตะโกน ลืมตาขึ้นทันที
“อะไรวะ? ฉันสลบไปเหรอ?”
เขาหมดสติไปเพราะความเครียดเหรอ? ภาพนั้นชัดเจนจนไม่เหมือนฝัน ลีซังโฮงง
ตอนนั้นเอง เขาลืมตาโตเมื่อเห็นดาบวางตรงจุดที่ตัวตนไม่รู้ที่มาปรากฏ
มันคือดาบที่ลียุนฮี น้องของเขาใช้
เขาสำรวจด้ามดาบทันที มันมีตัวย่อของยุนฮีสลักอยู่ทำให้เขาแน่ใจ
“ดะ…ได้ไง?”
น้องสาวของเขาเสียชีวิตในดันเจี้ยน แล้วดาบนี้ยังอยู่ได้อย่างไร ตอนนั้นคังวูจินออกมาคนเดียวไม่ได้เอาของๆน้องสาวเขาออกมาด้วย
หลังจากดันเจี้ยนถูกเคลียร์ ภายในดันเจี้ยนจะถูกรีเซ็ทใหม่
การคงอยู่ของดาบนี้ไม่สอดคล้องกับทฤษฎีเกี่ยวกับดันเจี้ยน
ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงคำที่สิ่งลึกลับนั้นพูด
“แก้แค้น พลัง…”
แสงมันเลื่อมวาบขึ้นในดวงตาลีซังโฮ
สตรีศักดิ์สิทธิ์ยืนต่อหน้ารูปปั้นเทพี
“เทพีของข้า ข้าต้องไปจริงๆหรือ?”
เธอย้ำกับตัวเองว่าต้องไป แต่ก็ผัดผ่อนจนหลายวันผ่านไป
ดูเหมือนเธอมีชะตาต้องบินไปหาเขา ผู้ไม่ตายขอความร่วมมือจากกิลด์ไททัน พวกเขากำลังจะมุ่งหน้าไปทางตะวันออกกลางเพื่อปราบปรามองค์กรก่อการร้าย
เหมือนเขากำลังโบกมือเรียกเธอ เมโลดี้รู้สึกไม่สบายใจ
“เฮ้อ”
เธอจะปฏิเสธไม่ไปก็ไม่ได้ แม้แต่ตอนนี้ เมโลดี้ยังรู้สึกเหมือนถูกรูปปั้นเทพีจ้องมอง ตั้งแต่แรกก็เป็นองค์เทพีที่นำทางเธอมายังมาโลก
หากพระนางประสงค์จะให้เธอมาหาผู้ไม่ตายย่อมต้องมีเหตุผล
เขาอาจเป็นคนที่สามารถช่วยอัลเฟนได้จริงๆ
“ข้าจะไป”
เมื่อตัดสินใจแบบนั้น เมโลดี้รู้สึกเหมือนเห็นรูปปั้นองค์เทพียิ้ม เธอคิดไปเองหรือเปล่านะ?
พอตัดสินใจได้แล้ว เมโลดี้ประกาศไปยังหัวหน้ากิดล์ไททันทันที ทำให้เดคอนต้องมาหาเธออย่างเร่งด่วน
“คุณไปไม่ได้”
กิลด์ไททันลงทุนกับสตรีศักดิ์สิทธิ์ไปมาก เธอคิดจะออกไป? เรื่องแบบนี้ยอมรับได้อย่างไร?
“นี่เป็นบัญชาจากเทพี ฉันก็ไม่ต้องการเช่นนี้แต่ไม่มีทางเลือก”
“คุณทำให้ผมลำบากใจนะ”
เดคอนตกที่นั่งลำบากจริงๆ
เขาไม่ได้ส่งเราส์แรงค์สูงไปเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ของเมโลดี้เพราะหวังดี ไม่ได้อยากช่วยปลดปล่อยอัลเฟน
เขาทำไปเพื่อประโยชน์ของกิลด์ไททัน
ปาฏิหาริย์ที่เมโลดี้สร้างขึ้นเป็นข่าวในโทรทัศน์ กิลด์ไททันได้รับความสนใจจากทั่วโลก เธอรักษาคนหลายคน กิลด์ไททันรู้สึกขอบคุณโบสถ์อาเรีย ยิ่งกว่านั้น ความสามารถในการพยากรณ์ของเธอก็ช่วยได้มาก
พวกเขาได้ครอบครองดันเจี้ยนมากกว่าก่อนถึงสามเท่า เป็นเหตุให้เราส์จำนวนมากมาเข้าร่วมกิลด์ไททัน แน่นอน เราส์ย่อมอยากเข้ากิลด์ที่เก่งด้านการยึดดันเจี้ยน
เราส์แรงค์สูงหลายคนถูกส่งไปเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ แต่กำลังโดยรวมของกิลด์ไททันเพิ่มกว่าเดิม การลงทุนครั้งนี้ทำให้กิลด์ขยายใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า
แต่เขาจะพอใจเพียงเท่านี้ได้อย่างไร?
ผลประโยชน์ไม่ควรจะจบเท่านี้ ต่อไปเมโลดี้จะเป็นกุญแจสำคัญเมื่อเกิดดันเจี้ยนเบรกทั่วโลกกับการยึดอัลเฟน
เหมือนคนร้องหาพระเจ้าเมื่อสิ้นหวัง เมื่อหายนะของการถูกมอนสเตอร์บุกเกิดขึ้น คนย่อมมองหาเทพและองค์กรที่จะปกป้องตนเป็นธรรมดา
ถ้าเขามีสตรีศักดิ์สิทธิ์อยู่ในมือจะทำให้กิลด์มีฐานะดีขึ้นในภายภาคหน้า
โชคไม่ดี เขาไม่สามารถขวางทางเธอได้
“ฉันขอบคุณสำหรับความใส่ใจของกิลด์ไททันที่มีให้มาตลอด หลังจากคืนทุกอย่างที่ฉันได้รับแล้วฉันจะไป”
สีหน้าเดคอนเครียดขึ้นเมื่อได้ฟัง
เขายอมไม่ได้
“ในเมื่อเป็นเทพยากรณ์ผมคงได้แต่ส่งคุณไป แต่อัศวินศักดิ์สิทธิ์จะตามคุณ สตรีศักดิ์สิทธิ์ต่อไป และกิลด์ของเราจะสนับสนุนคุณกับโบสถ์อาเรียเช่นเดิม”
“จริงหรือ?”
เมโลดี้ที่ไม่เคยแสดงอารมณ์มาก่อน แสดงความขอบคุณ
เดคอนพยักหน้าพลางพูด
“ทั้งโบสถ์อาเรียและสตรีศักดิ์สิทธิ์สามารถกลับมาที่นี่ได้เสมอ”
โบสถ์หลักของอาเรียอยู่ที่โลกอัลเฟน ที่นี่เป็นเพียงโบสถ์ชั่วคราว
เมโลดี้รู้ว่าเดคอนต้องการอะไร
“คุณฮามิลตันได้รับเมตตาจากเทพี เธอสามารถใช้พลังพรจากเทพีได้ เธอจะเป็นบาทหลวงของโบสถ์นี้”
“ขอบคุณครับ ท่านสตรีศักดิ์สิทธิ์”
เดคอนหัวเราะ อย่างน้อยนี่ก็เป็นผลดีที่สุดแล้ว
เขาพยายามชักจูงให้เมโลดี้อยู่ที่กิลด์ไททันแต่เมื่อเป็นไปไม่ได้ ได้เท่านี้เขาก็พอใจ โบสถ์อาเรียยังอยู่กับกิลด์ไททัน และอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่สนับสนุนสตรีศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดก็มาจากกิลด์ไททัน
“ตกลงว่าคุณจะไปตะวันออกกลางเหรอ? หรือจะไปเกาหลี?”
เมโลดี้คิดอยู่ครู่แล้วตัดสินใจ
เทพีบอกให้เธอไปหาเขา
“ฉันต้องไปตะวันออกกลาง”
“เตรียมตัวให้พร้อมนะครับ”
เดคอนสั่งให้เตรียมเครื่องบินส่วนตัวของกิลด์ทันที
วูจินไม่ได้ขออะไรจากกิลด์ไททันมาก
เขาขอยานพาหนะสำหรับเดินทางไปตะวันออกกลางและให้พวกเขาเก็บกวาดพื้นที่หลังจากเขาทำลายสถานที่นั้นไป
กิดล์ไททันเป็นคนเตรียมยานพาหนะ ส่วนงานเก็บกวาดเป็นกองทัพสหรัฐอเมริการับผิดชอบ
เดคอนไม่ต้องไปเองด้วยซ้ำ
รถที่เมโลดี้และอัศวินศักดิ์สิทธิ์นั่งมุ่งหน้าไปยังสนามบิน
***
ในดันเจี้ยน
“คิบะ หยุด”
[รับบัญชา!]
คิบะรับคำอย่างองอาจ เรามองไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น การต่อสู้หรือประมือ แต่ซุงกูกับฮีซอลกำลังนอนอย่างหมดแรง
“โอย”
“ประธาน…ช่วยด้วย”
ซุงกูมีรอยโหว่ตรงช่องท้อง ส่วนฮีซอลไหล่แหลกละเอียด ขาข้างหนึ่งของเธอทำมุมแปลกๆ ทั้งสองมีสติเลือนรางเต็มที นอนบนพื้นอย่างเจ็บปวดขยับตัวไม่ได้
“เชด”
วูจินส่งวิญญาณรักษาทั้งคู่
“อึก”
กระดูกบิดเบี้ยวบิดกลับสร้างความเจ็บปวดมหาศาล แต่ร่างกายของทั้งสองฟื้นสภาพอย่างรวดเร็ว ไม่นานสีหน้าของทั้งสองก็กลับมาเป็นปกติแม้จะว่างเปล่าอยู่บ้างเหมือนยังไม่หายช็อค
แต่ซุงกูทำใจได้เร็วกว่าหน่อยเพราะโดนแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว
“ฮู้ว คุณคิบะแข็งแกร่งจริงๆ”
“แน่อยู่แล้ว เขาเป็นออร์คลอร์ด”
คิบะเคยเป็นหัวหน้าเผ่า และแม้แต่ในหมู่หัวหน้าเผ่าเขาก็ยังเป็นหัวหน้าเผ่าสูงสุดเป็นตัวแทนเผ่าอื่นทั้งหมด เผ่าปีกเทาของคิบะเป็นที่รู้จักดีแม้แต่ลูกน้องของทราห์เน็ตยังยอมรับ
แรงค์ A กับแรงค์ C
ถ้าจัดระดับตามอัลเฟน ซุงกูกับฮีซอลอยู่ในวงแหวนที่ 6 กับวงแหวนที่ 4
ยังห่างไกลนักหากจะรับมือกับระดับคิบะ
“ฮีซอล ตั้งสติไว้”
“เอ๊ะ? คะ… ค่ะ!”
เธอกลัว เธอนึกว่าตัวเองจะตายเสียแล้ว สติของฮีซอลกลับมาเมื่อถูกวูจินตะโกนใส่ ภาพของวูจินที่ก้มมองพวกเธอประทับในความคิด
“พวกนายเคลียร์ดันเจี้ยน 5 ดาวได้แน่ ถ้าพยายามมากๆ ดันเจี้ยน 6 ดาวก็น่าจะเคลียร์ได้”
“เฮะๆ ทั้งหมดนี่เพราะลูกพี่สั่งสอนครับ”
ฮีซอลประทับใจในความสามารถประจบของซุงกู ทำไมเขาถึงตั้งสติได้เร็วขนาดนี้ ซุงกูที่เจอแบบนี้มาบ่อยเป็นคนน่าทึ่งมากสำหรับฮีซอล
“งั้นเริ่มกันต่อ”
“ครับผม”
“…”
สายตาซุงกูเปล่งประกายจ้า แต่ฮีซอลทำหน้าหวาดกลัว
‘ชิ ยังอีกไกลเลย’
แน่นอน ใครๆก็ต้องกลัวทั้งนั้นเมื่อถูกต้อนจนใกล้ตาย
แต่ ถ้าประสบกับเรื่องเช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า คนๆนั้นจะผ่านมันมาได้ ถ้าไม่ตาย คนๆนั้นจะเข้มแข็งขึ้นเหมือนซุงกู ฮีซอลต้องทำตามเขา
ความสามารถของซุงกูกับฮีซอลทำให้เวลาในการเคลียร์ดันเจี้ยนลดลงมาก วูจินใช้เวลาที่เหลือเรียกอัศวินมรณะเช่นคิบะออกมาฝึกคนทั้งสอง
เวลาในดันเจี้ยนช้ากว่าข้างนอกสี่เท่า ผลที่ได้จากการฝึกจึงมากกว่าข้างนอก 4 เท่า
อัศวินมรณะใช้อาวุธไม่เหมือนกันและมีวิธีสู้ในแบบตัวเอง เมื่อทั้งสองสู้กับอัศวินมรณะต่างกัน พวกเขาจะได้สัมผัสกับการต่อสู้หลากหลาย
“รัคโต”
วูจินเรียกอัศวินมรณะออกมาทีละตน ซุงกูกับฮีซอลรั้งอยู่ตรงขอบความตายจนถึงเวลาที่วูจินไป
ตะวันออกกลาง
***
รถซีดานคันหนึ่งจอดใกล้สถานีจูคจุน
หัวหน้ากิลด์ฮวาราง ลีซังโฮ ขับรถอย่างบ้าคลั่งมาที่นี่ เขาพ่นคำสบถยาวเหยียด
“แม่งกูมาทำอะไรที่นี่วะ”
แม้ตอนลงจากรถเขายังไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงมาที่นี่ เขาเชื่อสิ่งที่เหมือนภาพหลอนนั่นจริงๆเหรอ?
เขาไม่อยากเชื่อ แต่จะไม่เชื่อได้อย่างไรในเมื่อดาบของยุนฮีอยู่ต่อหน้า?
“ใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้?”
เมื่อดันเจี้ยนถูกเคลียร์ หลังจากกลุ่มที่เคลียร์ออกไปแล้วมีคนเข้าใหม่ดันเจี้ยนนั้นจะคืนสภาพเป็นแบบเดิม มอนสเตอร์ทั่วไปถูกเรียกออกมาใหม่ ทุกสิ่งก่อนการคืนสภาพจะหายไป
มีใครบางคนทำสิ่งที่ฝืนกฎนี้
อาจเป็นพระเจ้า อาจเป็นสิ่งที่เปลี่ยนโครงสร้างของดันเจี้ยนหรือสามารถเข้าดันเจี้ยนจากที่ๆมันมา
“เฮ้อ”
ไม่สำคัญว่าเขาจะเชื่อหรือไม่ เขาถูกชักชวนด้วยข้อเสนอนั้นจึงมาที่เดกู
เขาลงจากรถ มองทางเข้าสถานีจูกจุนที่ยุนฮีตาย
“ชิ”
มาคิดดู ทุกอย่างเริ่มผิดเพี้ยนไปตั้งแต่จุดนี้ ถ้าเขาไม่ส่งยุนฮีมาที่เดกูเพื่อตรวจสอบคังวูจิน
หน้าทางเข้าสถานี มีรูปปั้นคังวูจินขนาดเล็ก
[เพื่อยกย่องวีรชนผู้หยุดหายนะ]
นี่ไม่ใช่ฝีมือของรัฐบาลท้องถิ่น คนจากพื้นที่ใกล้เคียงช่วยกันออกเงินสร้าง เมื่อลีซังโฮเห็นเขารู้สึกว่าคำด่าขึ้นมาจุกที่คอ
วูจินเป็นวีรบุรุษของคนในท้องที่ แต่เป็นศัตรูตัวฉกาจของลีซังโฮ
วูจินทำลายธุรกิจของเขา ฆ่าน้องสาวเขา เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้กิลด์ของเขาตกต่ำ
ลีซังโฮยืนหน้าทางเข้าดันเจี้ยน
คนจากหน่วยจัดการมองเขาแปลกๆ มีบาเรียกั้นไว้เพราะมีคนใช้ดันเจี้ยนอยู่
“ตรงนั้นอันตรายนะครับ ถ้าไม่ได้จองไว้ก่อนช่วยถอยไปด้วย”
ขนาดคนจากหน่วยจัดการยังจำเขาไม่ได้เหรอ? เขาเป็นหัวหน้ากิลด์ใหญ่ของเกาหลีนะ
ความรำคาญ ความโกรธพลุ่งขึ้นในอก
“อ๋า?”
คนที่เฝ้าทางเข้าดันเจี้ยนรวมถึงพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ยืนข้างๆลอยขึ้น พลังเหนือธรรมชาติจับพวกเขาลอยขึ้นโดยไม่สามารถบังคับร่างกายตัวเองได้ พวกเขามองลีซังโฮซึ่งเชื่อว่าเป็นตัวการ
“พวกนายไม่รู้เหรอว่าฉันเป็นใคร?”
เหมือนจมใต้น้ำลึกโดยไม่มีได้สวมเครื่องป้องกัน แรงกดดันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ปวดศีรษะ ร่างกายบิดตามสัญชาติญาณป้องกันตัวเองเมื่อในที่สุดก็จำคนตรงหน้าได้
“หัว…หัวหน้ากิลด์ฮวาราง”
ลีซังโฮปล่อยพลังที่จับคนทั้งสามไว้
หลังจากหล่นพื้น พวกเขาสูดลมหายใจลึก สุดท้ายเมื่อคืนสติได้ก็ถามคำถาม
“คุณ…มีธุระอะไรที่นี่”
“…”
นั่นสิ เขามาทำอะไร
เพื่อพลังหรือ? เพราะเขาไม่มีพลังพอจะแก้แค้นเอง?
ตลก เขาต้องมาที่นี่เพราะถูกภาพลวงตาประหลาดล่อลวงมาแน่ เขาอยากเชื่อคำของภาพลวงตา เรื่องแบบนี้ทำให้เขาอยากหัวเราะ
“ไม่มีอะไร”
ลีซังโฮหันหลัง
ถึงจะตกที่นั่งลำบาก เขาจะทำตัวเหมือนคนบ้าได้เหรอ? ตอนนี้เขาทำตัวเหมือนพวกคลั่งเรื่องไสยศาสตร์ไม่รู้ผิดถูก
มันเกิดขึ้นตอนลีซังโฮกำลังจะเดินจากไป
[คุๆ ข้าถูกใจเจ้า]
ภาพลวงตาปรากฏตรงหน้าเขาอีกครั้ง
[ถ้าเจ้าตามข้า ข้าจะให้พลัง]
ภาพลวงตาเปลี่ยนเป็นควันขาว ผ่านหูของลีซังโฮเข้าไปในดันเจี้ยน
ภาพลวงตาหายไปเหมือนถูกดูดเข้าไปในดันเจี้ยน ลีซังโฮขยี้ตา
‘อะไรวะ?’
เขาถูกผีล่อลวง?
ลีซังโฮส่ายหน้า แต่แล้วบางอย่างก็เกิดขึ้นกับดันเจี้ยน
แสงพุ่งจากดันเจี้ยนขึ้นฟ้า
“ดันเจี้ยนรีเซ็ท!”
“ฮะ จริงด้วย”
นี่เป็นดันเจี้ยนที่ตั้งตรงสี่แยก คนจำนวนไม่น้อยเดินผ่านไปมา เราส์ที่อยู่ใกล้ๆเข้ามามอง
มันเกิดขึ้นพอดีเกินกว่าจะเรียกว่าบังเอิญ ดวงตาลีซังโฮสั่นไหว
“ฮัลโหล? ที่นี่สถานีจูคจุน…”
เมื่อเกิดดันเจี้ยนรีเซ็ท เวลาเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุด จากนี้ไปมีเวลาอีก 30 วันสำหรับเคลียร์ดันเจี้ยน พนักงานยุ่งอยู่กับการรายงานทางโทรศัพท์แต่แล้วโทรศัพท์ก็ระเบิด เขาไม่อาจรายงานจบ
“ทำอะไรของคุณ!”
พนักงานยังไม่ทันหันไปมองรอบตัว ตัวเขากับพนักงานรักษาความปลอดภัยถูกดึงขึ้นฟ้า หัวกระแทกกับกำแพง
เสียงเหมือนแตงโมถูกทุบ เลือดไหลตามกำแพงลงมาเป็นทางยาว จากนั้นร่างสามร่างก็ร่วงลงพื้น
“พลัง”
เหมือนถูกแม่เหล็กดูด ลีซังโฮมุ่งหน้าไปทางดันเจี้ยนที่ถูกรีเซ็ท
เขาไม่สนใจว่าดันเจี้ยนนี้เป็นแรงค์อะไร เขาไม่คิดด้วยซ้ำว่าแรงค์ B อย่างตัวเองจะเคลียร์ดันเจี้ยนได้หรือไม่
“แก้แค้น”
บางอย่างในนั้นจะมอบพลังให้
เขาไม่สนใจถ้ามันจะเปลี่ยนเขาเป็นพวกคลั่งนิกายประหลาด เขาต้องการพลัง
มนุษย์โลกคนหนึ่งโยนสำนึกผิดถูกทิ้งแล้วผ่านทางเข้าดันเจี้ยนไป