เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1401 กรรมพันธุ์บ้านเหล่าฉิน
ตอนที่ 1401 กรรมพันธุ์บ้านเหล่าฉิน
เหล่าฉินและจี้หรูอวิ่นได้ยินเสียง จากนั้นก็เห็นว่าฉินเยว่ค่อนข้างผิดปกติไป
พอเดินเข้ามาหาก็เห็นว่าฉินเยว่ไม่ค่อยร่าเริง จึงถามทันที
“เป็นอะไรไป เยวเยว่”
ระหว่างที่ถามก็หยิบมือถือมาดูด้วย
พอเห็นวิดีโอ ถ้าไม่ใช่เฉินชางแล้วจะเป็นใครไปได้
ว่ากันตามจริง ฉากสถานการณ์ที่ตัดต่อมาน่าตกตะลึงมากจริงๆ!
ฉากที่เฉินชางต่อยลงไปหมัดแล้วหมัดเล่าจนกระจกรถแตกนี้กระแทกหัวใจคนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเสื้อและถุงมือเปื้อนเลือดคู่นั้น
เมื่อเฉินชางอุ้มเด็กออกมาก็เข้าสู่ช่วงปฐมพยาบาล ทั้งครอบครัวต่างเงียบงันไป!
“ทำไมเด็กคนนี้ถึงได้โง่ขนาดนี้นะ ใช้มือทุบงั้นเหรอ! ใช้มือทุบแบบนี้ได้อย่างไร นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยนะ! ดูสิ มือบาดเจ็บแล้ว ไม่รู้จักห่วงตัวเอง…เลยจริงๆ” จี้หรูอวิ่นอดเอ่ยออกมาไม่ได้
วิดีโอนี้ถูกแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว ดึงดูดความสนใจของคนนับไม่ถ้วน
ถึงอย่างไรก็เป็นรถโรลส์รอยซ์ แถมยังเป็นคนถึกที่ใช้หมัดชกกระจกรถแตกได้ หลังจากนั้นยังช่วยชีวิตคนอย่างแข็งขันด้วย
จะไม่ฮ็อตขึ้นมาก็แปลกแล้ว!
มีคอมเมนต์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
‘นี่เป็นการถ่ายทำ มีการวางบทไว้ คนธรรมดาที่ไหนจะยอมทุ่มเทมากขนาดนี้เพื่อช่วยคนอื่น ทุบกระจกรถแตกเชียวหรือ! อีกอย่าง นี่คือรถโรลส์รอยซ์ คัลลิแนน รถแบบนี้จะโดนทุบกระจกแตกได้เหรอ’
‘เป็นไปได้!’
‘จะเป็นไปได้อย่างไร พวกคุณไม่ได้เห็นสถานการณ์จริงสินะ พวกเขาบอกช่วงเวลาและสถานที่ไว้แล้ว คุณยังจะบอกว่าเป็นกาถ่ายทำอีก!’
‘ทุบแตกแบบนี้ ถ้าต้องชดใช้จริงๆ จะต้องเสียเงินมากขนาดไหนกัน’
‘กระจกหน้ารถแพงมากนะ’
พอเห็นคอมเมนต์ ทั้งบ้านตะลึงงัน
ในเวลานี้ มีเสียงเปิดประตูแว่วขึ้นมา
เฉินชางเปิดประตูเดินเข้ามา หลังจากเห็นทั้งสามคนก็ผงะไปทันที
“เยวเยว่ คุณลุงคุณป้า พวกคุณมาได้อย่างไรครับ”
หลังจากเห็นเฉินชาง น้ำตาฉินเยว่ไหลออกมาทันที เธอเดินเข้าไปหาอย่างร้อนใจ รีบคว้ามือเฉินชางมาเป่าอย่างระมัดระวัง
“เจ็บไหม”
เมื่อเห็นความอ่อนโยนที่เปี่ยมล้นอยู่ในดวงตาของฉินเยว่ เฉินชางนึกตำหนิตนเองในใจ
บางครั้งก็ไม่ควรวู่วามเกินไปจริงๆ อายุเกือบสามสิบอยู่แล้ว ต้องหัดคิดให้มากหน่อย
เฉินชางยิ้มให้ “ไม่เจ็บหรอก ไม่ส่งผลกระทบเลยสักนิด เป็นบาดแผลภายนอกทั้งนั้น อาทิตย์เดียวก็หายแล้ว! ไม่เป็นไรหรอก!”
ฉินเยว่หน้าตึง “ต่อไปนายต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ!”
เฉินชางพบว่ามีผ้าพันแผลหุ้มมือทั้งสองข้างอยู่ก็มีประโยชน์เหมือนกัน อย่างน้อยก็สะดวกมากตอนใช้ซับน้ำตาให้ฉินเยว่
“เอาละ พ่อแม่เธอมาหาทั้งทีนะ อย่าร้องไห้สิ!”
ฉินเยว่มองมือของเฉินชาง เอ่ยอย่างแง่งอนมีน้ำโห “เห็นก็เห็นไปสิ ฉันก็อยากให้พ่อแม่ว่านายด้วย!”
พูดไปพูดมา ฉินเยว่ก็ยังคงค่อนข้างกังวลใจอยู่ “ไม่เป็นไรจริงๆ ใช่ไหม”
เฉินชางพยักหน้า ขยับนิ้วเล็กน้อย “เธอดูสิ!”
พอฉินเยว่เห็นก็รีบพูดว่า “โอเคๆ ไม่ต้องขยับแล้ว”
ฉินเสี้ยวยวนเดินเข้ามาในเวลานี้ เขามองเฉินชางแล้วถอนหายใจ “ไม่เป็นไรใช่ไหม”
เฉินชางพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม “ครับ”
“ต่อไปอย่าวู่วามแบบนี้อีก คิดหาทางดีกว่า”
เฉินชางหน้าแดงยิ้มเล็กน้อย “ครับ วู่วามเกินไปแล้ว ตอนนั้นคิดว่าเด็กอยู่สถานการณ์ผิดปกติก็เลยทนไม่ไหว”
ฉินเสี้ยวยวนกลับเอ่ยว่า “ช่วยคนเป็นเรื่องดี เป็นฉันก็คงทนไม่ไหวเหมือนกัน ที่ฉันพูดถึงคือมือของเธอ ปล่อยให้แตกยับแบบนั้นได้อย่างไร เธอเป็นศัลยกรรมแพทย์นะ ถ้ามือพังไปจะทำอย่างไร”
เฉินชางยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “ครับ เข้าใจแล้วครับ คุณลุง”
เฉินชางแค่รู้ว่าหลังจากตนสวมถุงมือไปแล้ว ค่าสถานะทั้งหมดจะเพิ่มขึ้น ค่าพลังเพิ่มขึ้นเกินเท่าตัว
แบบนี้ยอดเยี่ยมมาก!
นี่เท่ากับพลังของตนเพิ่มขึ้นมาสามเท่าเลย
ดังนั้นเฉินชางถึงได้ลงมือ
“รีบเข้ามาเถอะ ล้างมือแล้วกินข้าวก่อนเถอะ!” จี้หรูอวิ่นรับข้าวของมาจากมือเฉินชาง
อันที่จริงเฉินชางไม่ได้พกอะไรมากมายนัก แค่กระเป๋าสัมภาระส่วนตัว ข้าวของอื่นๆ ล้วนอยู่กับพวกสวีจื่อหมิง รวมถึงลาฟิตปีแปดสองอีกหลายกล่องของตน
หลังจากทุกคนนั่งประจำที่แล้ว เหล่าฉินก็ไม่มีแก่ใจจะเอ่ยชมเชยอีก
กลับรู้สึกว่าเจ้าหนุ่มคนนี้ยังคงมุทะลุขนาดนี้ มีแนวโน้มจะเลือดขึ้นหน้าได้ง่ายๆ
เรื่องนี้เหมือนตอนที่เฉินชางต่อยเหยียนหมิงครั้งนั้น
เรื่องครั้งนั้นเกี่ยวข้องกับเหยียนหมิงด้วยไม่ใช่เหรอ
ก็ใช่!
แต่…ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องหรือไม่ อีกฝ่ายก็เป็นหมอ มีศักดิ์เท่าเทียมกับนาย
ฉินเสี้ยวยวนอดว่าเฉินชางไปสองสามประโยคไม่ได้
คนหนุ่มก็น่ากลัวตรงความวู่วามนั่นแหละ โดยเฉพาะคนหนุ่มมีความสามารถอย่างเฉินชาง ถ้าไม่ควบคุมอารมณ์ของตนให้ดี จะเกิดเรื่องขึ้นได้
จี้หรูอวิ่นทนมองต่อไปไม่ได้แล้ว “เอาน่า ไม่ง่ายเลยกว่าเสี่ยวเฉินจะได้กลับมา คุณเอาแต่ว่าๆๆ อยู่ได้ ยังคิดว่าตัวเองเป็นหัวหน้าในโรงพยาบาลอยู่หรือไง”
เหล่าฉินยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “มาเถอะ เราสองคนมาดื่มด้วยกันหน่อย”
ตอนที่เหล่าฉินมา เขาเดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัว จึงเอาเหล้าดีสองขวดมาเป็นการเฉพาะ
ฉินเยว่เอ่ยด้วยความอิจฉา “นี่เฉินชาง นายดูสิ หลังจากพ่อฉันมาถึงก็ลงมือทำกับข้าวให้นายตลอดช่วงบ่ายเลย! เป็นกับข้าวที่นายชอบกินทั้งนั้น ของทะเลพวกนี้ เขาไม่เคยหักใจกินลงหรอกนะ”
เฉินชางอดหัวเราะไม่ได้
ถึงแม้เหล่าฉินจะขี้งก แต่ดีกับตนมากจริงๆ
ฉินเสี้ยวยวนมองฉินเยว่แวบหนึ่ง “ลูกมันหมาป่าเลี้ยงไม่เชื่อง พอเลี้ยงลูกมาทั้งชีวิตดันเสียเปล่าแล้ว! อีกอย่าง ถ้าพ่อไม่ดีกับเฉินชางแล้วลูกแอบทำไม่ดีกับเฉินชางด้วย งั้นไม่สู้พ่อทำดีกับเฉินชางอย่างเปิดเผยดีกว่า แบบนี้จะได้เหลือไมตรีต่อกันไว้”
ทันใดนั้น ทุกคนก็หัวเราะขึ้นมา
หลังจากกินดื่มอิ่มหนำ ฉินเยว่ไปล้างจานกับจี้หรูอวิ่น
เหล่าฉินส่งสายตาเป็นสัญญาณให้เฉินชางเล็กน้อย เขากลับเข้าไปที่ห้อง เฉินชางก็ตามเข้ามาด้วย
หลังจากเข้ามาแล้ว เหล่าฉินล็อกประตูไว้ จู่ๆ ก็ล้วงบัตรเอทีเอ็มใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า
“ในนี้มีเงินอยู่ห้าแสนกว่าหยวน เธอเอาไปใช้เถอะ ผู้ชายนะอยู่นอกบ้านจะขาดเงินไม่ได้หรอกนะ”
เฉินชางผงะไป “คุณลุง ผมมีเงินครับ!”
เหล่าฉินยิ้มให้ “เถอะน่า ถือเป็นน้ำใจจากฉัน เยวเยว่บอกหมดแล้ว เธอเพิ่งลงทุนสร้างโรงงานกับเจิ้งกั้งถาน เงินขาดมือแล้ว แม้แต่จะไปต่างประเทศก็ยังต้องมาขอเงินจากเธอไปหลายหมื่น เงินก้อนนี้เป็นเงินเก็บของฉัน คุณน้าของเธอกับเยวเยว่ไม่รู้เรื่อง
เงินนี้คือศักดิ์ศรีของผู้ชายอย่างพวกเรา! ถ้าไม่มีเงินก็คงรู้สึกอึดอัดใจ อีกอย่างจิตใจคนสมัยนี้ซับซ้อน เธอทุบกระจกรถโรลส์รอยซ์ของคนเขาแตก อย่างน้อยก็คงเกินแสนใช่ไหม ถ้าคนเขาเรียกค่าชดใช้จากเธอขึ้นมา สุดท้ายเธอก็ต้องชดใช้อยู่ดี”
ฉินเสี้ยวยวนเป็นหมอมาทั้งชีวิต แถมยังเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล เคยพบเห็นคนรวยไร้ศีลธรรมมานักต่อนักแล้ว
คนรวยไม่ได้มีคุณภาพกันเสียทุกคน
พอได้ยินเหล่าฉินพูดแบบนี้ เฉินชางก็ตื้นตันใจมากจริงๆ แต่เขาไม่ขาดเงินเลยจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้นนี่ยังเป็นเงินเก็บของพ่อตาด้วย
เขารีบบอกว่า “คุณลุง ผมมีเงินจริงๆ ครับ ผมช่วยคนคนหนึ่งตอนอยู่ต่างประเทศ ได้เงินมาไม่น้อยเลย”
พอเหล่าฉินทราบสถานการณ์ก็ไม่โอ้เอ้อีก รีบเก็บบัตรให้เรียบร้อย กลัวจะถูกพบเข้า จากนั้นเอ่ยไปว่า “เอาเถอะ งั้นฉันจะไม่โน้มน้าวเธอแล้ว
จริงสิ ถึงฉันจะเป็นพ่อของเยวเยว่ แต่ก็มีบางเรื่องที่อยากจะบอกเธอไว้
การแต่งงานก็คือการแต่งงาน แต่เรื่องเงินก็สำคัญ เก็บเงินส่วนตัวไว้บ้าง อย่างน้อยเวลาไปดื่มหรือเลี้ยงข้าวใครก็ใช้ได้อย่างเปิดเผย ไม่ถูกจำกัด ขอแค่เจ้าหนุ่มอย่างเธอไม่ก่อเรื่องวุ่นวาย ฉันก็อยู่ข้างเธอเสมอ”
เฉินชางหัวเราะออกมา
ประทับใจในตัวเหล่าฉินมาก
มองจากตอนนี้ เฉินชางค้นพบแล้วว่าทำไมฉินเยว่ถึงเข้าข้างคนนอกมากกว่า
ที่แท้ก็เป็นกรรมพันธุ์!
เป็นสิ่งที่ส่งต่อกันมารุ่นต่อรุ่น