เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1622 เฉินชางผู้ท้าทายโลก!
เฉินชางอยู่ที่ศูนย์ทดลองของสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์แห่งชาติมาเกือบเดือนแล้ว ความฮือฮาของโรคพาร์กินสันในโลกภายนอกก็เหมือนจะเงียบลง ช่วงนี้เฉินชางเก็บตัวเงียบ ทำให้หลายคนลืมเรื่องนี้ไป จนถึงขั้นมีความรู้สึกว่าถ้าความสำเร็จในการผ่าตัดครั้งแรกของเฉินชางไม่ใช่เรื่องเท็จ ก็เป็นเรื่องบังเอิญ!
ช่วงนี้บทความเกี่ยวกับการผ่าตัดโรคพาร์กินสันบนอินเตอร์เน็ตก็เยอะมาก!
แต่ส่วนใหญ่แล้ว จากความบ้าคลั่งในตอนแรก ตอนนี้กลับกลายเป็นความสงสัย ตอนนี้ทุกคนต่างไม่เข้าใจว่าที่โจวหงกวงน้ำตาไหลเกี่ยวอะไรกับการผ่าตัด!
หาอยู่นานมากก็ไม่เจอเบาะแสอะไรเกี่ยวกับการร้องไห้!
ทว่าตอนนี้เอง ทีมวิจัยโรคพาร์กินสันของเฉินชางมีสมาชิกถึงสิบแปดคนแล้ว!
คนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง ทีมทดลองสัตว์ของสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์แห่งชาติ ทีมพยาธิกายวิภาคศาสตร์ คณะแพทย์วิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่งยูเนียน รวมถึงทีมศัลยกรรมทางคลินิกอย่าง เฉินชาง อูถงฝู่ หูฉวนปัง และอฮุย!
ทีมนี้มีขนาดเท่ากับทีมวิจัยทางวิทยาศาสตร์ทีมหนึ่งแล้ว นอกจากนี้สมาชิกทีมสิบแปดคนไม่ได้ดูเยอะเกินความจำเป็น ทุกคนแบ่งงานกันชัดเจนมาก ตอนนี้เดือนพฤศจิกายนแล้ว หลังจากสมาชิกในทีมทำงานหนักมาทั้งสัปดาห์!
ในที่สุดโครงการวิจัยสองร้อยหน้าก็เสร็จสมบูรณ์ ตอนที่โครงการวิจัยนี้ส่งไปถึงกระทรวงสาธารณสุข เลี่ยวรุนฟางจัดทีมผู้เชี่ยวชาญจากทีมวิจัยตรวจสอบและอนุมัติทันที!
ตั้งแต่งการอนุมัติไปจนถึงได้รับเงินทุน ใช้เวลาเพียงไม่ถึงสองวันเท่านั้น!
จากนั้น ‘ศูนย์วิจัยโรคพาร์กินสัน’ ก็ได้จัดตั้งขึ้นที่อยู่ชั่วคราวคือแผนกศัลยกรรมประสาทของโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉิน หลังจากอูถงฝู่และหูฉวนปังรู้ข่าวนี้ แน่นอนว่าตื่นเต้นหาที่เปรียบไม่ได้!
และวันนั้นเองได้มีการย้ายที่ให้แผนกต่อมไร้ท่อที่อยู่ข้างบน!
เว้นว่างให้เป็นสำนักงานของ ‘ศูนย์วิจัยโรคพาร์กินสันระดับประเทศ’ ทั้งชั้น เพราะเป็นสถานที่พร้อมใช้งาน ทั้งอุปกรณ์ครบครัน และเตียงผู้ป่วยที่จัดเตรียมไว้เป็นพิเศษสำหรับการทดลองทางคลินิก ทุกอย่างสะดวกมาก!
คนเดียวที่ไม่พอใจคือกัวจวินเจีย หัวหน้าแผนกศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ ที่ตอนจากไปมองหูฉวนปังอย่างไม่พอใจ “คุณคอยดูสักวันผมจะกลับมา ศาสตราจารย์เฉินแค่มาอยู่ที่นี่ชั่วคราว คุณอย่าอวดดีนักเลย!”
พอหูฉวนปังได้ผลประโยชน์จากเรื่องนี้ก็ไม่ได้นิ่งเฉย ชวนหัวหน้ากัวไปกินข้าวกับเฉินชางด้วยตัวเอง หลังจากกินข้าวเสร็จเพราะคำพูดหนึ่งของเฉินชาง ทำให้หัวหน้ากัวลืมเรื่องนี้ไปทันที “หัวหน้ากัว ถ้ามีโอกาสเรามาร่วมงานกันนะครับ ถึงอย่างไรตึกฉุกเฉินโรงพยาบาลอันดับสองของเราก็ยังไม่มีแผนกระบบทางเดินปัสสาวะ”
หัวหน้ากัวได้ยินแบบนี้ก็ดีใจขึ้นมาทันที ถึงอย่างไรโอกาสแบบนี้ก็หายากมาก การได้มีความเกี่ยวข้องกับเฉินชางเหมือนได้เดินไปสู่หนทางแห่งความสำเร็จ!
นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรแล้ว หลังจากเตรียมความพร้อมกันมาช่วงหนึ่ง ในที่สุดศูนย์วิจัยโรคพาร์กินสันก็เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการ
ข่าวนี้ถึงขั้นออกข่าวช่องสุขภาพของสถานีโทรทัศน์ CCTV หลังจากข่าวนี้เผยแพร่ออกไป ก็เกิดความฮือฮาขึ้นในวงการศัลยกรรมประสาท ทุกคนต่างสับสน!
ไม่เข้าใจว่าเฉินชางคิดจะทำอะไร หลังจากเฉินชางกระตุ้นความสนใจของทุกคน จู่ๆ ก็หายไป… พอทุกคนเริ่มหมดความสนใจก็กลับมาอีกครั้ง!
ไอ้สารเลวเอ๊ย!
ทันใดนั้น แม้แต่วารสารและเว็บไซต์ชั้นนำก็ตีพิมพ์ข่าวเกี่ยวกับศูนย์วิจัยโรคพาร์กินสันของเฉินชาง ความคิดเห็นแตกต่างกันไป!
แต่เฉินชางเป็นตำนานมากจนไม่มีใครกล้าพูดจารุนแรงจนเกินไป เพราะกลัวว่าจะหน้าแหก ตอนที่สื่อเหล่านี้กำลังคาดเดาไปต่างๆ นานานั้นเอง จู่ๆ เฉินชางก็โพสต์ข้อความบนเว็บไซต์ทางการของศูนย์วิจัยโรคพาร์กินสัน:
‘เปิดรับสมัครผู้ป่วยโรคพาร์กินสันเพื่อเข้ารับการผ่าตัดฟรี… รับจำนวนจำกัดกลุ่มแรกหนึ่งร้อยคน!’
ช่วงนี้เฉินชางและโรคพาร์กินสันของเขาเป็นประเด็นร้อนในวงการแพทย์!
หลังจากเผยแพร่ข่าวนี้ออกมาก็สร้างความฮือฮาทันที!
สมาคมศัลยกรรมประสาทอเมริกา (AANS) ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ‘นี่เป็นครั้งแรกในการรับสมัครผู้ป่วยทางคลินิกจากทั่วทุกมุมโลก เฉินชาง คุณพร้อมหรือยัง?’
เมื่อเทียบกันแล้ว วารสารศัลยกรรมประสาทที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปอย่าง ‘Neurosurgical Review’ พูดตรงกว่า!
‘ในที่สุดโรคพาร์กินสันที่สร้างความลำบากให้กับมวลมนุษยชาติมานานหลายปี ก็จะมีการการทดลองทางคลินิกอย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรกแล้ว ผมคาดหวังผลงานของศาสตราจารย์เฉินเป็นอย่างมาก’
คนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้คือศาสตราจารย์บาร์ทรานฟิลด์ หัวหน้าสถาบันประสาทวิทยาศาสตร์นานาชาติ นครฮันโนเฟอร์ ประเทศเยอรมนี!
นี่คือชายผู้ดุดันที่โด่งดังในวงการศัลยกรรมประสาท!
ทว่าเมื่อเทียบกับความคาดหวังเหล่านี้ ก็ยังมีข้อโต้แย้งมากมาย!
ตอนที่ซีเลอร์ สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ลอนดอนให้สัมภาษณ์ ได้ตั้งข้อสงสัยว่า “สิ่งที่ผมจะแนะนำผู้ป่วยทุกคนคือการเชื่อในหลักเหตุผล! การทดลองครั้งนี้เป็นความเสี่ยงที่เราไม่อาจล่วงรู้ได้ ระดับความยากของโรคพาร์กินสันเกินกว่าที่เราจินตนาการถึง ตอนนี้ก็ยังหาสาเหตุไม่ได้ ผมไม่คิดว่าวงการศัลยกรรมประสาทประเทศจีนจะมีความสามารถนี้ เราดูได้จากการจัดอันดับอิทธิพลของวงการศัลยกรรมประสาทก่อนปี 2019 นอกจากโรงพยาบาลเทียนตัน ผมยังไม่เห็นโรงพยาบาลศัลยกรรมประสาทเก่งๆ เลย”
การทดลองทางคลินิกก็แบบนี้แหละ! เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ทว่าสิ่งที่เหนือความคาดหมายของสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ลอนดอนคนนี้คือ รายชื่อหนึ่งร้อยคนเต็มภายในไม่ถึง 3 ชั่วโมงหลังประกาศ!
ข่าวนี้ทำให้เฉินชางงุนงงเล็กน้อย!
นึกย้อนไปถึงการผ่าตัดภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาดโป่งพองที่ยังยากมาก นั่นเป็นถึงการผ่าตัดที่อันตรายถึงชีวิตเชียว ทุกคนต่างไม่ยอมสมัคร เพราะฉะนั้นเฉินชางคิดว่ารับสมัครจากทั่วทุกมุมโลกจะมีโอกาสมากกว่า!
ทว่า… คิดไม่ถึงว่าคราวนี้เพิ่งประกาศโควตา จำนวนผู้สมัครก็เต็มในทันที!
ครั้งนี้เฉินชางยิงจริงๆ! เขามองข้อความด้วยความไม่อยากจะเชื่อ และรู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย!
เพราะครั้งนี้คนจีนแสดงความเข้าใจและเชื่อมั่นในตัวเฉินชางมากพอ!
“ศาสตราจารย์เฉินชางสู้ๆ ประเทศจีนสู้ๆ ผมเชื่อในตัวคุณ!”
“ใช่ ผมแก่แล้ว ทำประโยชน์อะไรต่อสังคมไม่ได้แล้ว คิดไม่ถึงว่าโรคของผมจะช่วยประเทศชาติได้!”
“ศาสตราจารย์เฉินสู้ๆ ให้คนอังกฤษพวกนั้นได้เห็น ใครบอกว่าวงการศัลยกรรมประสาทของเราแย่!”
เฉินชางอ่านข้อความเหล่านี้แล้วรู้สึกพอใจมากจริงๆ มีกลุ่มผู้ป่วยแบบนี้เป็นผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งที่สุดของคุณ คุณยังต้องกลัวอะไรอีก อนาคตมีหวังแล้ว!
ครั้งนี้เฉินชางรับรู้ได้ถึงพลังของการทำงานเป็นทีมอย่างแท้จริง หลายครั้งที่การวิจัยโรคด้วยคนเพียงคนเดียวไม่ได้ อย่างเช่นศาสตราจารย์ฉีข่ายจากสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์แห่งชาติ และพวกศาสตราจารย์ของทีมพยาธิกายวิภาคศาสตร์ วิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่งยูเนียน บางทีครั้งนี้เราอาจจะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลก ต้อนรับการมาถึงของผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก!
ถึงตอนนั้นทั่วโลกอาจจะมีแค่เราที่รักษาโรคพาร์กินสันได้!
เฉินชางคิดถึงตรงนี้ก็ตื่นเต้นเล็กน้อย แม้การแพทย์ไร้พรมแดนแต่หมอมี! ผู้ป่วยของเราก็มีเช่นกัน ภารกิจและเกียรติยศก็มี!