เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1628 สร้างโรงพยาบาลศูนย์รักษาโรคพาร์กินสันนานาชาติ!
- Home
- เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
- บทที่ 1628 สร้างโรงพยาบาลศูนย์รักษาโรคพาร์กินสันนานาชาติ!
คนไข้ทั้งหนึ่งร้อยคนในกลุ่มแรก อัตราความสำเร็จหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์!
ข้อมูลการวินิจฉัยเฉพาะทางเหล่านี้ถูกเผยแพร่บน วารสาร ‘เดอะแลนซิต’
ในขณะที่ทำให้ผู้คนตกตะลึงและสะเทือนอารมณ์ แต่ก็ต้องยอมรับความจริงนี้!
เปิดโลกการทดลองทางคลินิกแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนจริงๆ!
ใครบ้างที่มีอัตราความสำเร็จในการผ่าตัดในช่วงการทดลองทางคลินิกสูงเช่นนี้!
แบบนี้เรียกว่าผ่าตัดเสียที่ไหน นี่มัน…โชว์ฝีมือชัดๆ!
ต้องกล่าวว่าการโชว์ฝีมือของเฉินชางในครั้งนี้ สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้เชี่ยวชาญวงการประสาทวิทยาต่างประเทศ
ผู้เชี่ยวชาญแบบเบอร์ดีไม่น้อยเลย!
พวกเขาทำได้เพียงโทษโชคชะตาที่ทำให้เกิดมาในยุคเดียวกับเฉินชาง….
ทว่าพร้อมกับการเผยแพร่ข่าวในช่วงนี้ ผู้เชี่ยวชาญสาขาประสาทวิทยาเกือบทุกคนทั่วโลกต่างรู้เรื่องที่เฉินชางเอาชนะโรคพาร์กินสัน ใช้การผ่าตัดรักษาโรคพาร์กินสันจนหาย!
ดูเหมือนว่าชั่วขณะนี้ โรครักษายากที่เป็นโจทย์ยากของมนุษย์มาหลายศตวรรษถูกรักษาโดยเฉินชางศัลยแพทย์จากประเทศจีนอย่างเงียบๆ และมีประสิทธิภาพ!
ทว่ามีเพียงเฉินชางที่รู้ว่า การผ่าตัดเป็นเพียงแค่วิธีรักษาจากปลายเหตุ ต้องหาสาเหตุให้เจอจึงจะนับว่ารักษาจากต้นเหตุ!
เส้นทางของโรคพาร์กินสันยังไม่จบเพียงเท่านี้!
เฉินชางมองแถบความคืบหน้า ‘โรคพาร์กินสัน : แถบความคืบหน้าหกสิบแปดเปอร์เซ็นต์’
ในช่วงเริ่มต้นของการผ่าตัดหนึ่งร้อยเคส เฉินชางได้ความคืบหน้าของแถบความคืบหน้าอย่างมหาศาล
ทว่าหลังจากผ่านไปห้าสิบเคส แถบความคืบหน้ากลับช้าลง
ตอนนั้นถ้ามีโอกาส เฉินชางก็จะให้อู๋ฮุยลองผ่าตัด
โชคดีที่อู๋ฮุยหัวไว ใช้เวลาไม่นานก็คล่องแคล่วแล้ว!
ตอนที่การผ่าตัดหนึ่งร้อยเคสในช่วงทางคลินิกนี้สิ้นสุดลง อู๋ฮุยก็ผ่าตัดโรคพาร์กินสันได้ด้วยตัวเองแล้ว
แม้ไม่เก่งเท่าเฉินชาง บางทีก็เจอคนไข้เคสพิเศษจนเกือบจะเกิดปัญหา แต่สุดท้ายก็แก้ไขได้!
ตอนนี้อู๋ฮุยกลายเป็นศัลยแพทย์ด้านประสาทคนที่สองของประเทศ หรือพูดได้ว่าเป็นคนที่สองของโลกที่ผ่าตัดรักษาโรคพาร์กินสันได้
ความจริงแม้แต่สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์อย่างพวกเซวียเจิ้งเริ่นเห็นแล้วยังอิจฉามาก!
อู๋ถงฝู่เห็นอู๋ฮุยเติบโตขึ้นมาได้อย่างทุกวันนี้ แม้ภายนอกจะยิ้ม แต่ในใจกลับร้องไห้หนักกว่าใคร เสียดายมาก!
เขาคิดไม่ถึงว่าตนจะตาถั่ว ปล่อยให้คนเก่งอย่างอู๋ฮุยถูกเฉินชางซื้อตัวไปเงียบๆ!
จะทนได้อย่างไร
เสียดายที่ย้อนเวลากลับไปไม่ได้แล้ว
และที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าไม่มีเฉินชาง อู๋ฮุยอาจจะยังเป็นเพียงแค่หมอตัวเล็กๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก
หลังจากการผ่าตัดช่วงทดลองทางคลินิกของโรคพาร์กินสันประสบความสำเร็จ เสี้ยวรุ่นฟางก็มาหาด้วยตัวเอง
นี่คือช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์!
ประเทศของเราประสบความสำเร็จอย่างมากในด้านการวินิจฉัยและการรักษาที่ทันสมัยอย่างแท้จริง!
อิทธิพลของโรคพาร์กินสันในครั้งนี้แพร่กระจายออกไปเรื่อยๆ เพิ่มความมั่นใจและความสามัคคีให้กับประชาชนจีน!
และตอนนี้เอง เฉินชางถูกโทรตามให้ไปประชุม!
สถานที่จัดประชุมคือกระทรวงสาธารณสุข
ทว่าผู้ทรงอิทธิพลที่เข้าร่วมการประชุมกลับเป็นท่านประธานที่เลี้ยงข้าวเฉินชางที่จงหนานไห่
และในที่ประชุม
เฉินชางได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและรักษาโรคพาร์กินสันแห่งชาติ!
ในเวลาเดียวกัน ประเทศจะสร้างโรงพยาบาลโรคพาร์กินสันนานาชาติในเมืองหลวงที่รองรับคนไข้ได้สองพันเตียงเพื่อเป็นศูนย์วินิจฉัยและรักษาโรคพาร์กินสัน
ภารกิจของเฉินชางคือการฝึกอบรมกลุ่มศัลยแพทย์ที่มีความสามารถในการผ่าตัดโรคพาร์กินสันให้ได้ภายในสามปี!
ภารกิจนี้ไม่ใช่ภารกิจของเฉินชางคนเดียว!
เพราะการฝึกฝนความสามารถไม่จำเป็นต้องให้เฉินชางทำคนเดียว
เป็นเรื่องที่ต้องทำกันเป็นทีม
เพียงแค่ต้องการคนชี้แนะ
…
เฉินชางนั่งมองแถบความคืบหน้าอยู่ในห้องทำงานอย่างไม่เข้าใจ
ตอนที่แถบความคืบหน้าของโรคพาร์กินสันอยู่ที่หกสิบเปอร์เซ็นต์ เขาไม่ได้รับรางวัลเป็นที่ชิ้นเป็นอัน แต่ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคพาร์กินสันของเฉินชางมากขึ้นทุกวัน!
แถบความคืบหน้าหกสิบแปดเปอร์เซ็นต์ในตอนนี้ ทำให้เฉินชางตกอยู่ในภวังค์ความคิด
จะพัฒนาอย่างไร
ปรับปรุงเทคโนโลยี?
ยกระดับความเข้าใจเกี่ยวกับสรีรวิทยา พยาธิวิทยา และกายวิภาคศาสตร์
หรือควรทำการวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับกระบวนการทางพยาธิวิทยาของโรคพาร์กินสัน
ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องปรับปรุงด้วยวิธีอื่น!
หลังจากคิดไปคิดมา
เฉินชางกำหนดรายละเอียดการพัฒนาได้คร่าวๆ แล้วก็เรียกทุกคนมาประชุม!
เขาจำเป็นต้องเร่งกระบวนการวิจัยด้านสรีรวิทยาและพยาธิวิทยาของโรคพาร์กินสันให้เร็วขึ้น
เขาคนเดียวทำไม่ได้แน่นอน
นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เป็นไปไม่ได้ที่เฉินชางจะใช้เวลาทั้งหมดของเขาในด้านที่เขาไม่ถนัด
เขาเป็นเพียงศัลยแพทย์ ทำการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ทุกวันไม่ได้หรอกนะ
อีกอย่าง…
สิ่งสำคัญที่สุดคือระบบดูเหมือนจะยังไม่เติบโตถึงจุดนั้น…
ดังนั้น ตอนนี้เฉินชางได้ให้เจ้าหน้าที่เรียบเรียงข้อมูลการทดลองทางคลินิกของคนไข้ทั้งหนึ่งร้อยคนและส่งตรงไปยังผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยทางพยาธิวิทยาทุกคน
ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลที่ล้ำค่า!
ปัจจุบันทีมวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของเฉินชางเติบโตขึ้นเรื่อยๆ มีทั้งหมอจากวิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่งยูเนี่ยน มหาวิทยาลัยชิงหวาและสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์จากสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน
ตอนเผชิญกับผู้เชี่ยวชาญ ศาสตราจารย์ สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์พวกนี้ เฉินชางไม่ได้มีความรู้สึกอะไรเลย!
ถึงอย่างไร…สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์เก่งมากหรือ
ผมสร้างคนให้เป็นตำแหน่งนี้ได้ง่ายๆ สองคนเลยนะ!
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้สถานะของเฉินชางยังเป็นถึงสมบัติของชาติอีกด้วย สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์เหล่านั้นต่างรู้กาลเทศะ
การจะได้เข้าร่วมทีมของเฉินชางไม่ง่ายเลย ไม่มีใครกล้าสร้างเรื่อง
ถึงอย่างไรถ้าการวิจัยโรคพาร์กินสันได้ผลลัพธ์ออกมา อาจจะเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่!
ในขณะที่ศาสตราจารย์เฉินได้รับรางวัลโนเบล พวกเขาก็อาจจะได้หน้าไปด้วย
ใครที่โชคดีหน่อยอาจจะได้รางวัลโนเบลด้วย!
ส่วนคนที่ไม่ได้โชคดีขนาดนั้นก็อาจจะได้รางวัลรองชนะเลิศมาครองอย่างง่ายๆ
ในขณะเดียวกัน ฉีข่ายยังไม่หยุดการวิจัยทางพยาธิวิทยากายวิภาคของหนู
ช่วงนี้หนูจำลองที่จำแนกอาการเดี่ยวเหล่านี้ทำให้เหล่าฉีมีความสุขจนเกือบจะลืมไปแล้วว่าตนมีภรรยา!
ทุกอย่างกำลังพัฒนาไปในทางที่ดี!
…
ช่วงนี้อู๋ฮุยกลายเป็นคนที่ได้รับความนิยมที่สุดในศูนย์ฉุกเฉินเมืองหลวงศัลยกรรมประสาท!
ไปถึงไหนทุกคนก็จะเรียกหัวหน้าอู๋ไม่ขาดปาก
แม้แต่พวกเซวียเจิ้งเริ่นก็เช่นกัน ทำให้อู๋ฮุยที่เข้าสังคมไม่เก่งหน้าแดงเล็กน้อย
เรื่องที่เฉินชางเลือกอู๋ฮุยมาเป็นผู้ช่วยกลายเป็นตำนานหนึ่งของศูนย์ฉุกเฉินเมืองหลวง!
ถึงอย่างไรที่นี่ก็คือเมืองหลวง คนเก่งๆ มีเป็นกอง!
อู๋ฮุยอยู่อย่างสงบเสงี่ยมมาสิบกว่าปี ตอนนี้นอกจากเฉินชางก็มีแค่เขาที่ทำการผ่าตัดโรคพาร์กินสันเป็น
เหล่าหม่าเห็นแบบนี้ก็อิจฉามาก!
ตอนเที่ยงเขาคีบผักให้เฉินชาง “ชางเอ๋อร์ คุณลองดูว่าผมมีพรสวรรค์ด้านการศัลยกรรมประสาทหรือพรสวรรค์อื่นไหม! คุณลองดูให้ดีๆ!
ไม่แน่ว่าพรสวรรค์ของผมก็ถูกกดไว้!”
เฉินชางมองเหล่าหม่าแวบหนึ่งแล้วกินข้าวต่อ
เหล่าหม่าเห็นแบบนี้ก็ร้อนรน “ชางเอ๋อร์ สายตาคุณหมายความว่ายังไง คุณทำผมเสียเวลาค้นพบความสามารถของตัวเองอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าคุณขัดขวางการพัฒนาด้านการแพทย์ของประเทศล่ะก็ คุณคือคนผิดนะ!”