เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1634 ให้เธอมาที่ห้องผู้ป่วยเลยเถอะครับ!
หลังจากที่ผู้เชี่ยวชาญทุกคนหารือกันไม่ได้ผล
ครอบครัวของจ้าวกั๋วหมิงเซ็นชื่อในหนังสือยินยอมด้วยความจนใจ
ครอบครัวของจ้าวหยาซือหน้าซีดเผือดราวกับขี้เถ้า!
เรื่องสะเทือนใจโดยไม่ทันตั้งตัวนี้ สำหรับครอบครัวแบบนี้ เป็นภัยพิบัติที่ทำลายฟ้าดินอย่างไม่ต้องสงสัย!
ผู้เป็นแม่ร้องไห้จนสลบอยู่ในโรงพยาบาล ขอร้องอ้อนวอนว่าต้องช่วยจ้านกั๋วหมิงให้ได้
เผชิญหน้ากับคำอ้อนวอนของครอบครัว ฉินเสียงก็จนปัญญา!
อย่างไรเสียบางครั้ง การแพทย์ก็ไม่ใช่อะไรที่คุณพยายามก็จะสัมฤทธิผล
บางครั้ง ต่อให้คุณพยายามสุดกำลังแล้วก็ไม่แน่ว่าจะช่วยเหลือได้!
เพราะนี่ก็คือความจริง!
เวลานี้เอง ฉินเสียงพลันนึกถึงเฉินชาง
เขาพูดกับครอบครัว “บางที…มีคนหนึ่งที่อาจจะช่วยพวกคุณได้ครับ! พวกคุณลองไปปรึกษาดูนะ แน่นอน…ผมแค่บอกว่าอาจจะ”
ด้วยเหตุนี้จึงเกิดฉากแบบนี้ขึ้น!
หลังเห็นเฉินชางมาถึง ผู้อำนวยการกับรองผู้อำนวยการของโรงพยาบาลตงต้าก็มาแล้ว
จ้าวซิวผิงพลาดฤดูใบไม้ผลิไปแล้ว เขาไม่อยากพลาดฤดูร้อนอีกเด็ดขาด
ตอนนั้นเฉียนเลี่ยงพูดกรอกหูจ้าวซิวผิงไม่หยุดว่าเฉินชางมีอนาคตไกล หากจะเอาตัวมาได้ต้องพยายาม!
จ้าวซิวผิงในตอนนั้นไม่ได้คิดจริงจัง แต่ตอนนี้…
เห็นเฉินชางเติบโตเร็วราวจรวด จ้าวซิวผิงนึกเสียใจทันที
กระทั่งพูดได้ว่าเสียใจจนลำไส้ช้ำเขียว
เฉินชางเป็นฝ่ายทักทายเฉียนเลี่ยงก่อน
“หัวหน้าเฉียน สวัสดีครับ”
เฉียนเลี่ยงยิ้มบอก “ท่านนี้คือผู้อำนวยการจ้าวของพวกเรา รู้ว่าคุณจะมา เลยมาหาโดยเฉพาะเลยครับ”
เฉินชางพยักหน้ายิ้มบอก “ผู้อำนวยการจ้าว สวัสดีครับ”
ทั้งสองเคยเจอหน้ากันมาก่อน เฉินชางยังเคยช่วยแม่ของอีกฝ่ายด้วย
จะลืมได้อย่างไร
แต่สายสัมพันธ์ระหว่างเฉินชางกับเฉียนเลี่ยงไม่เลวเลย
อีกทั้ง…
เฉียนเลี่ยงเป็นรองอธิการบดีของมหาวิทยาลัยการแพทย์แห่งมณฑลตงหยาง ผู้ใต้บังคับบัญชาสายตรงของพ่อตาตัวเอง
หลังฉินเสี้ยวยวนไปก็คิดอยากควบคุมภาพรวมให้ได้เร็วที่สุด ถ้ามีการช่วยเหลือของเฉียนเลี่ยง จะลดความลำบากได้ไม่น้อย แล้วก็ช่วยประหยัดเวลาได้มาก
จ้าวซิวผิงก็ไม่ถือสาแม้แต่น้อย
“สวัสดีครับศาสตราจารย์เฉิน พวกเรายินดีอย่างยิ่งที่ศาสตราจารย์ช่วยมาชี้แนะที่โรงพยาบาลนะครับ!”
จ้าวซิวผิงนอบน้อมมาก
แต่กลับไม่เกินเลยแม้แต่น้อย
เฉินชางคือใคร
รองหัวหน้าของทีมผู้เชี่ยวชาญคณะกรรมการสุขภาพศูนย์กลาง ใครจะกล้าดูเบาคนใหญ่คนโตที่รักษาโรคภัยไข้เจ็บให้หมายเลขหนึ่งกัน
เรียกว่า ‘ท่าน’ ก็ไม่เกินไป
มิหนำซ้ำ ตำแหน่งทางวิชาการของเฉินชางก็อยู่ตรงนั้น
แผนกผิวหนังกับแผนกแผลไฟไหม้ของโรงพยาบาลตงต้าก็อยู่ด้วย
เวลานี้ ภายในแผนกเหมือนมีผู้นำระดับสูงมาตรวจงาน ผู้นำของทั้งโรงพยาบาลล้วนมากันหมด!
เฉินชางก็ไม่ใช่คนมุทะลุ พยักหน้ายิ้มแย้มกับทุกคน “ผู้นำทุกท่าน ผมไปดูคนไข้ก่อนนะครับ”
ทุกคนรีบยิ้มบอก “ไม่เป็นไร ศาสตราจารย์เฉินเชิญไปทำงานก่อนได้เลย!”
“ใช่ๆ งานสำคัญกว่า!”
ระหว่างที่พูด ทุกคนพากันเปิดทางให้
เฉินชางส่งสายตาให้ฉินเสียง ทั้งสองไปที่ห้องผู้ป่วยพิเศษ
ระหว่างทาง เฉินชางถาม “หัวหน้าฉิน สถานการณ์เป็นยังไงบ้างครับ”
ฉินเสียงถอนหายใจ รอบๆ ก็ไม่มีใครอื่น เขาจึงพูดตามตรง “เฮ้อ ความจริงผมก็ไม่อยากรบกวนคุณเท่าไรหรอก
ตอนนั้น…เฮ้อ ผมเห็นเด็กสาวคนนั้นโกนหัวกับตา ความจริงผมก็ประทับใจอยู่บ้าง เลยอดไม่ได้!
ผมคิดว่า บางที…ถ้าเป็นคุณ ศาสตราจารย์เฉินอาจช่วยเขาได้!”
เฉินชางโบกมือยิ้มบอก “ไม่เป็นไรครับ คุณมีเจตนาดี แต่…
หัวหน้าฉิน หลังผมกลับมา ตึกฉุกเฉินก็สร้างเสร็จแล้ว ถ้าผมอยากเชิญคุณไปร่วมวินิจฉัยก็ห้ามปฏิเสธนะครับ!”
ฉินเสียงตาลุกวาว
เดิมกังวลว่าไม่เจอหน้ากันหนึ่งปี เฉินชางจะสร้างกำแพงกับตัวเอง ไม่นึกเลยว่าเขาไม่มองตัวเองเป็นคนนอกแม้แต่น้อย!
นี่ทำให้ฉินเสียงค่อนข้างดีใจ
“ไม่มีปัญหา ถึงตอนนั้นศาสตราจารย์เฉินโทรมา รับรองเลยว่าผมพร้อมไปเสมอ!”
เฉินชางยิ้ม “ผมไม่ได้ล้อเล่นนะ!”
เฉินชางยิ่งไม่ได้ปฏิบัติกับฉินเสียงเป็นคนนอก ฉินเสียงก็ยิ่งดีใจ
ทั้งสองพูดคุยกันจนมาถึงแผนกพยาบาล แพทย์ผู้รับผิดชอบถือแฟ้มประวัติคนไข้ยืนอยู่ด้านข้าง ฉินเสียงก็รายงานสถานการณ์
หลังเฉินชางเปิดอ่านผ่านๆ หนึ่งรอบ ก็ส่งให้แพทย์ผู้รับผิดชอบ
“สถานการณ์ของคนไข้อันตรายมาก ผมเคยติดต่อหัวหน้าศัลยกรรมแผลไฟไหม้ชั้นนำจากทั่วทั้งประเทศแล้ว อัตราช่วยเหลือสำเร็จไม่สูงมาก ตอนนี้ได้แต่ประคองอาการ ดูว่าคนไข้ทนระยะติดเชื้อได้หรือไม่!”
พวกเขาหลายคนเดินไปพูดไป
ระหว่างที่พูดก็มาถึงห้องผู้ป่วย
ตอนที่เฉินชางเข้าไป เขาตั้งใจเปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างมือ และสวมถุงมือ
อย่างไรเสียสถานการณ์ของคนไข้ในเวลานี้ค่อนข้างพิเศษ ควรระมัดระวังหน่อย จะประมาทไม่ได้
หลังเข้ามาในห้องผู้ป่วย เฉินชางก็เห็นคนไข้
อยู่ในภาวะช็อก สถานการณ์สุ่มเสี่ยงมาก!
ตัวเลขจอภาพคลื่นไฟฟ้าหัวใจราวกับสัญญาณ กำลังแปลงเป็นข้อมูลผ่าตัดในหัวของเฉินชางต่อเนื่อง
แพทย์ผู้รับผิดชอบมองหัวหน้าฉินเคารพเฉินชางก็ไม่เข้าใจอยู่บ้าง
ถึงแม้เขาก็รู้ว่าศาสตราจารย์เฉินเก่งมาก!
แต่…อย่างไรก็มีสายอาชีพเฉพาะทางไหม
คนคนหนึ่งต่อให้เก่งอย่างไรก็ไม่อาจเข้าใจไปทุกอย่าง กระจ่างไปทุกเรื่องมั้ง
เวลานี้ ฉินเสียงแนะนำอาการป่วย เฉินชางกลับสวมถุงมือรับสัมผัสเริ่มตรวจสอบบริเวณแผลไฟไหม้ทั่วร่างของคนไข้!
สิ่งที่สะท้อนอยู่ในสายตาล้วนเป็นมอนสเตอร์สีแดง!
[แผลไฟไหม้ระดับราชาเลเวล 95 บาดแผลค่อนข้างลึก ทำลายผิวหนัง พังผืด…หลั่งของเหลวมากเกินไป พื้นผิวแผลขยายเป็นวงกว้าง ส่งผลให้ติดเชื้อโรคง่าย โปรดจัดการโดยเร็ว!]
เฉินชางเห็นมอนสเตอร์ดุร้ายก็เหมือนมันกำลังสูบความทะเยอทะยานของเขาไป!
ก็เป็นอย่างที่ระบบแนะนำ!
คนไข้ในตอนนี้มีการหลั่งของเหลวมากเกินไป ซ้ำยังมีพื้นที่แผลมาก ขยายเป็นวงกว้าง ยากมากที่จะไม่ติดเชื้อ!
ในสถานการณ์แบบนี้ โดยทั่วไปจะมีอัตราการเสียชีวิตในระยะติดเชื้อสูงมาก
นึกถึงตรงนี้ เฉินชางก็อดถอนหายใจไม่ได้
ได้ยินเสียงถอนหายใจของเฉินชาง!
ฉินเสียงที่อยู่ด้านข้างก็ค่อนข้างกังวล
หรือว่าศาสตราจารย์เฉินชางก็จนปัญญางั้นเหรอ
ความจริงตามความเข้าใจที่เขามีต่อเฉินชาง
ถ้าเฉินชางไม่เข้าใจ เฉินชางก็จะไม่มา
แต่เขามาแล้ว จะต้องมีความมั่นใจแน่นอน
ในเวลานี้เอง แพทย์คนหนึ่งพลันเดินเข้ามา “หัวหน้าฉิน สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์กงมาครับ!”
ฉินเสียงตาลุกวาวทันที “สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์กงเหรอ สมาชิกวิทยาศาสตร์กงไต้เจิน? รีบเชิญมาเร็ว!”
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็อึ้งเล็กน้อย “กงไต้เจินมาเหรอ!”
ถูกต้อง ตอนนี้เขาก็กำลังกังวลว่าเดี๋ยวตอนผ่าตัดจะขาดผู้ช่วย ในเมื่อมาแล้ว ก็ช่วยงานได้พอดี!
คิดได้ดังนั้น เฉินชางก็พูดกับฉินเสียง “ให้เธอมาที่ห้องผู้ป่วยเถอะครับ”
ได้ยินเฉินชางพูดแบบนี้ พยาบาลกับแพทย์ก็ตกตะลึงทันที
น้ำเสียงของศาสตราจารย์เฉิน…ดูยกตนข่มท่านนะ!
ศาสตราจารย์กงไต้เจินเป็นหัวหน้าแผนกของวิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่งยูเนี่ยน ทั้งยังเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์และสภาวิศวกรรมแห่งชาติที่ได้รับเลือกในปีนี้อย่างเป็นทางการ!
แต่…
ฟังน้ำเสียงของเฉินชาง เหมือนกับเรียกลูกน้องอย่างไรอย่างนั้น
ฉินเสียงพยักหน้า “ใช่ ให้สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์กงมาที่ห้องผู้ป่วยเลย ผมไปเชิญเอง”
พูดจบฉินเสียงก็เดินไปข้างนอกอย่างตื่นเต้น
ส่วนเฉินชางก็ก้มหน้า สังเกตอาการของคนไข้อย่างจริงจัง