เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1660 ชีวิตสำคัญกว่าศักดิ์ศรี!
เรื่องราวเกิดขึ้นค่อนข้างกะทันหันทำให้สมเด็จพระราชินีนาถยากจะยอมรับความจริง
ตอนแรกสมเด็จพระราชินีนาถคิดว่าเฉินชางเป็นคนดีเลยทีเดียว เขาผ่าตัดเสร็จยังมีน้ำใจส่งคลิปวิดีโอการผ่าตัดให้ประเทศของตนกลับไปวิจัย พูดตามตรงทัศนคติที่ไม่หวงความรู้แบบนี้ ทำให้สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธรู้สึกดีกับเขามากขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้… เอลิซาเบธมองศาสตราจารย์ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ลอนดอนที่ไม่เอาไหนพวกนี้แล้วถอนหายใจ พูดอะไรไม่ออกเลยจริงๆ
นอกจากถอนหายใจ… ยังจะทำอย่างไรได้ ก็เหมือนอยู่ในสนามสอบ เฉินชางเขียนคำตอบที่ถูกต้องให้คุณ แต่… คุณบอกว่าคุณไม่เข้าใจ! ถ้าไม่เข้าใจก็คัดลอกให้เหมือนกันไปเลยได้ไหม? แต่… คุณบอกว่าคัดลอกคุณก็ทำไม่ได้เพราะอ่านไม่ออก และยังจะโทษว่าอีกฝ่ายเขียนด้วยภาษาจีน ภาษาแม่ของคุณคือภาษาอังกฤษ คุณเขียนภาษาจีนไม่เป็นได้งั้น เดี๋ยวเอาแว่นขยายให้คุณขยายแล้วค่อยๆ ลอก! แต่พอขยายคุณก็บอกว่า… ตัวหนังสือตวัดคนทั่วไปเขียนตามไม่ได้แน่ ไปตายซะ!
ลดความเร็วลงแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วคุณยังบอกว่าเลียนแบบไม่ได้ บอกว่าเป็นกังฟูจีน และมีทักษะการใช้ตะเกียบ อีกทั้งยังใช้เข็มสำหรับฝังเข็มของจีน ทำไมพวกคุณข้ออ้างเยอะขนาดนี้ล่ะ บอกตามตรงตอนนี้สมเด็จพระราชินีนาถขุ่นเคืองมาก สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์รุ่นนี้สอนยากจริงๆ! โชคดีที่มีพวกคุณ อังกฤษจึงไม่ล่มสลายและมีวันนี้ได้
วิลเลียมพักสายตาอยู่ในห้องโดยสารข้างๆ ถ้าไม่เห็นก็ไม่กวนใจ สมเด็จพระราชินีนาถเองก็กลับมาแล้ว เธอมองสามี ตอนนี้เธอรู้สึกเสียใจภายหลังเล็กน้อย!
“ฟิลลิปส์ ตอนนี้ฉันคิดว่าควรให้ตำแหน่งสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์แห่งราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ลอนดอนกับเฉินชาง รวมถึงเหรียญเกียรติยศ คุณจะว่าอย่างไร”
ฟิลลิปส์อึ้งไปทันที “คุณบอกว่าเขาปฏิเสธคุณไม่ใช่เหรอครับ”
เอลิซาเบธส่ายหน้า “ตอนนี้ฉันคิดว่า… ชีวิตสำคัญกว่าศักดิ์ศรี! สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์พวกนี้… พึ่งไม่ได้ ฉันกลับคิดว่าศาสตราจารย์เฉินพึ่งได้มากกว่า”
ฟิลลิปส์พยักหน้า “ครับ ศาสตราจารย์เฉินเก่งมากจริงๆ ความจริง… เขาไม่ได้ปฏิเสธคุณหรอก”
เอลิซาเบธยิ้ม “ฉันเข้าใจ เขาปฏิเสธทุกคน บางทีต่อไปในอนาคต เราควรกระชับความร่วมมือกับอาจารย์เฉิน”
การมาเยือนของสมเด็จพระราชินีนาถแห่งอังกฤษ ทำให้โรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉินเมืองหลวงมีความเป็นสากลเพิ่มขึ้นอีกครั้ง แม้แต่อูถงฝู่ช่วงนี้เวลาพูดอะไรก็มักจะมีคำศัพท์ภาษาอังกฤษแทรกเข้าไป
อูถงฝู่อารมณ์ดีมาก พูดได้ว่าเขาเป็นคนสร้างศูนย์ฉุกเฉินเมืองหลวงขึ้นมาจากศูนย์ฉุกเฉินธรรมดาๆ แห่งหนึ่ง กลายเป็นศูนย์ฉุกเฉินอันดับหนึ่งของโรงพยาบาลเมืองหลวง ตอนนี้น่าจะติดหนึ่งในสิบของเมืองหลวง! โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการจัดอันดับทางคลินิกของบางสาขาวิชา ได้แซงหน้าโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงมายาวนานพวกนั้นแล้ว
อูถงฝู่มองภาพอันคึกคักนี้ผ่านหน้าต่าง แล้วอดตื่นเต้นและสะเทือนใจไม่ได้ หลังจากผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายทศวรรษในที่สุดก็ผ่อนคลายได้ อีกสองปีก็จะเกษียณแล้ว นับว่าภารกิจเสร็จสมบูรณ์
วันนี้แม้แต่หัวหน้าบรรณาธิการวารสาร ‘โรงพยาบาลโลก’ ยังมาสัมภาษณ์อูถงฝู่ด้วยตัวเอง ยังมีอะไรไม่พอใจอีก!?
“เหล่าอู ในบรรดาพวกเราตอนนี้คุณประสบความสำเร็จที่สุดแล้ว คุณนะต้องพอใจได้แล้วนะ!” อูถงฝู่ยิ้ม “พอใจครับ พอใจอยู่แล้ว คนเราจะโลภเกินไปไม่ได้”
อูถงฝู่ดูเหมือนบอกเพื่อน แต่ความจริงก็กำลังบอกตัวเอง
เติงเจิงโจวเก็บทบทวนสัมภาษณ์ในมือ “เอาละๆ คุยเรื่องงานจบแล้ว มาคุยเรื่องส่วนตัวกันดีกว่า”
อูถงฝู่ยิ้ม เติงเจิงโจวเป็นเพื่อนสมัยเรียนของเขา ตอนเรียนการแพทย์สาธารณสุขพวกเขามักจะนั่งแถวหลังสุดและสอบได้ที่สุดท้ายเสมอ ที่อูถงฝู่ไม่ได้เบนสายเพราะโชคดีล้วนๆ ตอนฝึกงานได้เจอกับผู้มีพระคุณ จวินเซียน อาจารย์คนแรกของเขา เรียกได้ว่าคนคนนี้ได้เปลี่ยนชีวิตของอูถงฝู่ เขาเปลี่ยนอูถงฝู่จากคนที่วางแผนจะเปลี่ยนอาชีพหลังฝึกงาน มาเป็นนักศึกษาแพทย์ที่หมกมุ่นอยู่กับการผ่าตัด!
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ความสามารถด้านศัลยกรรมของอูถงฝู่ก็เริ่มปรากฏให้เห็น ตั้งแต่การศัลยกรรมหัวใจจนถึงการศัลยกรรมทั่วไป จากนั้นเขาก็มีส่วนร่วมในการศัลยกรรมใบหน้าที่เพิ่งเริ่มพัฒนามาอย่างช้าๆ ชีวิตของอูถงฝู่เรียกได้ว่าเป็นตำนาน
ส่วนเติงเจิงโจวกลับต่างกับอูถงฝู่ เติงเจิงโจวไม่สนใจการปฏิบัติทางคลินิก มักรู้สึกว่าไม่มีอนาคต ทั้งชีวิตหมอจะช่วยคนได้สักกี่คน แต่ทำการวิจัยกลับแตกต่างออกไป ถ้าพัฒนายาตัวใหม่ขึ้นมาได้ จะสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนตั้งเท่าไร
เติงเจิงโจวจึงเปลี่ยนมาทำการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ จากนั้นการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ก็ได้เปลี่ยนไปเป็นเรียบเรียงวารสาร และยังอยู่ในวารสาร ‘เดอะ แลนเซ็ต’ มาช่วงหนึ่ง จากนั้นจึงย้ายไปเป็นหัวหน้าบรรณาธิการของวารสาร ‘โรงพยาบาลโลก’
มีภารกิจสัมภาษณ์อูถงฝู่ เขาจึงมาด้วยตัวเองเพื่อจะฝากลูกชายกับเพื่อนเก่าคนนี้ด้วย อูถงฝู่ได้ยินแบบนี้ มองชายหนุ่มผู้หล่อเหลา ท่าทางกระฉับกระเฉง สวมชุดสูทสุภาพ แต่งกายสไตล์อังกฤษ แล้วเผยรอยยิ้ม “นี่เติงหมิงใช่ไหม? หล่อกว่าพ่อตอนหนุ่มๆ อีกนะ!”
เติงหมิงพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มอย่างมีมารยาท “สวัสดีครับคุณอาอู”
เติงเจิงโจวจงใจพูดอย่างเคร่งขรึม “เรียกผู้อำนวยการอูสิ ต่อไปมาทำงานที่นี่จะเรียกอาอูไม่ได้นะ”
เติงเจิงโจวพลันพูดว่า “เหล่าอู ที่มาครั้งนี้ยังมีเรื่องส่วนตัวอีกเรื่อง ซึ่งก็คือเรื่องของเติงหมิง ฉันกับแม่ของเขาไม่อยากให้เขาใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ อยากให้เขากลับประเทศ”
“งานของเขา… ค่อนข้างไม่มั่นคง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเขาไปเป็นแพทย์ไรพรมแดนเป็นเวลาสองปี เดินทางไปอัฟกานิสถานและแอฟริกาใต้ ฉันเป็นห่วงมากจริงๆ แม้ไม่มั่นคงแต่ความรู้เฉพาะทางแน่นมาก และความสามารถในการรักษาฉุกเฉินก็ไม่เลว ฉันจึงอยากมาแนะนำเขาให้นาย นายก็ให้เขาทำไปก่อนสักระยะ ถ้าเหมาะสมก็ให้อยู่ต่อ แต่ถ้าไม่เหมาะจะไล่เขากลับไปฉันก็ไม่ว่า นายคิดว่ายังไง”
อูถงฝู่ได้ยินแล้วไม่ได้ตอบตกลงในทันที แตมองเติงหมิงพร้อมถามว่า “เสี่ยวหมิง… คิดว่าอย่างไร?”
เติงหมิงมองอูถงฝู่ ตรรกะความคิดชัดเจนมาก “ผมแล้วแต่อาอูจะจัดการครับ”
อูถงฝู่ได้ยินแบบนี้ก็รู้สึกประทับใจในตัวเติงหมิงยิ่งขึ้นไปอีก ถึงอย่างไรพวกชายหนุ่มที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศมักอารมณ์ฉุนเฉียว
เติงเจิงโจวถอนหายใจ “เจ้าเด็กคนนี้ก็อายุสามสิบเอ็ดแล้ว ฉันไม่อยากให้เขาแต่งงานกับชาวต่างชาติ อยากให้กลับมาทำงานและแต่งงานมีลูก! ศูนย์ฉุกเฉินของเราเป็นเวทีใหญ่พอ คิดว่าปีนี้จะต้องติดอันดับหนึ่งในร้อยของโลก การจัดอันดับด้านวิชาการล้วนไม่เลวเลย มีเวทีดีๆ แบบนี้ลูกมาแล้วต้องตั้งใจทำงาน ต่อไปจะได้เป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์อย่างอาอูของลูก!”
อูถงฝู่ได้ยินคำพูดของเติงเจิงโจวก็อดมองบนใส่เขาไม่ได้ ทว่าหลังจากคิดทบทวนครู่หนึ่งจู่ๆ ก็นึกบางอย่างขึ้นได้จึงพูดว่า “งั้นคุณไปรายงานตัวที่แผนกฉุกเฉินที่หก”
เติงหมิงพยักหน้า “ได้ครับ! ขอบคุณอาอูครับ”
[1] มีดบินลี้น้อย: นวนิยายกำลังภายในผลงานของโกวเล้ง ที่มีจุดเด่นคือการใช้มีดบินที่รวดเร็วและแม่นยำจนไม่มีใครหลบพ้น
[2] นิวเคลียสแอมบิกิวอัส (Nucleus Ambiguus): กลุ่มของเซลล์ประสาทในก้านสมองส่วนท้าย ควบคุมกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการกลืนและการพูด