เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1687 แก้วนี้แด่ทุกคน!
ชั่วขณะนี้จางมู่คิดได้แล้ว!
โอกาสมีเพียงครั้งเดียวชีวิตของตนจะหยุดอยู่เพียงเท่านี้ไม่ได้ตอนนี้โอกาสเปลี่ยนชีวิตอยู่ตรงหน้าตนแล้ว!
จู่ๆเขาก็รู้สึกชื่นชมเฉินชางขึ้นมาเขาศึกษาการดำรงอยู่ของแอลฟาซินนิวคลินแบบพับในโรคพาร์กินสันในสภาพแวดล้อมแบบใดไม่มีห้องปฏิบัติการชั้นนำและกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานทั้งกลางวันและกลางคืนสิ่งนี้คงเป็นไปไม่ได้ที่จะบรรลุผลสำเร็จ!
โชคหรือก็ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ผู้ที่ทำการวิจัยทางวิทยาศาสตร์จะโชคร้ายเกินไปไม่ได้ถ้าโทมัส เอดิสันโชคดีเขาอาจจะพบเส้นใยที่ถูกต้องในครั้งแรก ถ้าเนิวตันโชคไม่ดีเขาคงไม่โดนลูกแอปเปิลตกใส่หัว…
แคกๆ บางครั้งโชคก็ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์และแรงบันดาลใจการเกิดขึ้นของแอลฟาซินนิวคลินแบบพับจะต้องนำมาซึ่งนวัตกรรมใหม่ทางสรีรวิทยาและพยาธิวิทยาของระบบประสาทอย่างแน่นอนนี่ไม่ใช่เพียงแค่โรคพาร์กินสันโรคเดียวอีกต่อไปแม้แต่โรคฮันติงตันโรคอัลไซเมอร์ล้วนมีโอกาสในการพัฒนาการรักษา
จะต้องร่วมมือกับเฉินชาง!
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้คือความยากลำบากถ้าผ่านไปได้ฟ้าหลังฝนย่อมสดใส!
จางมู่พลันพูดว่า “ศาสตราจารย์เฉินผมจะไปเกลี้ยกล่อมทุกคนเดี๋ยวนี้เลยพาทุกคนไปพร้อมกันคุณควรค่าแก่การติดตาม! ผมรู้เรื่องที่คุณช่วยเราขอตึกทดลองที่มณฑลตงหยางแล้วขอบคุณมากจริงๆ! ผมจะไปเรียกทุกคนมารวมตัวกันและเราจะไปเมืองอันหยางโดยเร็วที่สุด”
เฉินชางได้ยินแบบนี้แม้จะดีใจมากแต่ก็อดพูดไม่ได้ “ศาสตราจารย์จางรออีกหน่อยเถอะครับเงินทุนและอุปกรณ์ยังไม่พร้อมผมจะ…”
จางมู่ตัดบทเฉินชางทันที “ไม่รอแล้วครับ!”
จางมู่รู้สึกขอบคุณเฉินชางมากจริงๆเขาทํามาเยอะขนาดนี้แล้ว
“ศาสตราจารย์เฉินแม้ผมจะอายุมากกว่าคุณแต่จะเป็นความสามารถความมั่นใจความกล้าหาญ…ผมล้วนสู้คุณไม่ได้! ก่อนอื่นการที่คุณวิจัยแอลฟาซินนิวคลินแบบพับออกมาได้แสดงให้เห็นว่าการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของคุณเหนือกว่าผมแล้ว! เรื่องนี้ไม่เกินจริงเลยผมใช้เวลาทั้งชีวิตแต่ไม่ได้มีผลวิจัยที่เก่งกาจอะไรเลยลำดับต่อมาคุณไปขอตึกวิจัยที่ใหญ่ขนาดนี้ที่มณฑลตงหยางให้เราใหญ่กว่าตึกที่เมืองหลวงช่วยขอสภาพความเป็นอยู่ที่ดีและนโยบายสนับสนุนผู้มีความสามารถจุดนี้บ่งบอกว่าความสามารถและความกล้าหาญของคุณเหนือกว่าผมผมชื่นชมคุณไปกับคนอย่างคุณผมคิดว่า…เป็นผมต่างหากที่ได้เปรียบ!”
หลังจากพูดจบจางมู่พยักหน้าพร้อมพูดว่า “ศาสตราจารย์เฉินคุณทำเพื่อเรามามากแล้วหลังจากนี้ผมเองก็จะทำอย่างสุดความสามารถ”
จางมู่ซาบซึ้งใจและตื่นเต้นมากจริงๆหลังจากวางสายเขาก็สูดหายใจเข้าลึกๆยืนมองดูทิวทัศน์ยามค่ำคืนอันคึกคักของเมืองหลวงพร้อมพึมพำว่า “ลาก่อนเมืองหลวงของผม! ลาก่อนสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีนของผม”
การไปครั้งนี้ไม่ใช่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติอีกต่อไปแต่เป็นสถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์อิสระครั้งนี้จางมู่ไม่กังวลเลยว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรตอนนี้สิ่งเดียวที่เขากังวลคือ… สภาพแวดล้อมการวิจัยทางวิทยาศาสตร์!
หวังว่าหลังจากไปถึงจะได้รับสภาพแวดล้อมการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ยุติธรรมมากพอ
ถึงอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับเฉินชางจางมู่คิดถึงตรงนี้ก็อดยิ้มไม่ได้ตนโลภมากเกินไปแล้วแย่แค่ไหนก็คงไม่แย่ไปกว่าที่นี่แล้ว
จากนั้นเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเพื่อนเก่าคนหนึ่ง “เหล่าหยางผมไม่เอาเงินคุณแล้ว”
เหล่าหยางคือเพื่อนเก่าของจางมู่ที่เปิดบริษัทยาได้ยินจางมู่พูดแบบนี้ก็ยิ้มขื่น “เจ้าหมอนี่ผมคิดอยู่แล้วว่าคุณต้องไม่มา! ถ้าคุณจะมาคงมาตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อนแล้วไม่ยื้อมาถึงตอนนี้หรอกครั้งนี้เพราะอะไรอีกไหนบอกมาสิ”
จางมู่ยิ้ม “เพราะเฉินชาง!”
ช่วงเช้าวันถัดมาจางมู่โทรหาเถ้าแก่โรงอาหารให้จัดงานเลี้ยงอาหารกลางวันมื้อใหญ่ที่โรงอาหารโรงพยาบาลในรูปแบบบุฟเฟต์!
ปกติน้อยมากที่จะจัดงานเลี้ยงแบบนี้เถ้าแก่โรงอาหารถอนหายใจอาจจะเพราะต้องแยกย้ายกันแล้วสินะเขาอดถามไม่ได้ “ผู้อำนวยการจางเอาเหล้าไหมผมสนับสนุนให้ฟรี”
จางมู่พยักหน้า “เอาครับ!”
เถ้าแก่โรงอาหารคนนี้เป็นคนรู้จักของจางมู่ตอนที่พาเขามาทำให้ผู้อำนวยการฝ่ายธุรการไม่พอใจอย่างมากถึงอย่างไรโรงอาหารก็มีช่องโหว่ในการทุจริตสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ได้รับเงินอุดหนุนด้านอาหารเยอะมากไม่อย่างนั้นพวกนักวิจัยจะหาว่างานหนักไร้สวัสดิการ
ธุรการและการจัดการของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์แห่งนี้ล้วนมีคนกำหนดมาแล้วมีเพียงนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์เท่านั้นที่หมุนเวียนกันทำให้ไม่ว่าใครเข้ามาที่สถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์แห่งนี้ก็ล้วนเป็นคนของรองประธานทั้งนั้น
จางมู่เป็นผู้อำนวยการดูแลเรื่องการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ส่วนเรื่องการบริหารจัดการอื่นๆต้องให้รองผู้อำนวยการเป็นผู้อนุมัติช่วงแรกๆที่จางมู่มาอยู่ที่นี่อาหารการกินแยมากจางมู่ทะเลาะกับรองผู้อำนวยการไล่พวกพนักงานเอาท์ซอร์สโรงอาหารออกไปจากนั้นแบกรับแรงกดดันเชิญเถ้าแก่โรงอาหารคนปัจจุบันมาถึงอย่างไรทุกคนก็ลำบากมากแล้วในด้านอาหารการกินจะต้องถูกหลักโภชนาการ!
แต่กลับล่วงเกินฝ่ายธุรการรัฐจัดสรรเงินอุดหนุนค่าอาหารให้คนละห้าสิบหยวนเพราะปัจจัยต่างๆเงินไม่อนุมัติทำให้เถ้าแก่โรงอาหารได้รับเงินไม่ครบ
ทว่าเรื่องนี้ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรเถ้าแก่โรงอาหารได้กำไรอยู่แล้วแต่…ก็ไม่ได้เยอะตอนนี้จางมู่จะไปแล้วเถ้าแก่โรงอาหารก็คงทำต่อไม่ได้แล้วถึงอย่างไรที่พึ่งไปแล้วเขาจะอยู่ทำไม
เขาซื้อเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์ดีๆมากมายด้วยเงินส่วนตัวไปกันเถอะ!
อวยพรใหทุกคนโชคดี!
คืนนั้นผู้คนหลายร้อยคนรวมตัวกันที่โรงอาหารจางมู่ชูแก้วขึ้น “วันนี้เป็นวันพิเศษวันหนึ่งเราอยู่ที่นี่มาห้าปีแล้ว! ตลอดห้าปีที่ผ่านมาเราอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืนเราเคียงบ่าเคียงไหล่ต่อสู้เพื่อเป้าหมายเดียวกัน! อีกไม่นานทุกคนก็จะไปจากที่นี่แก้วแรกนี้มอบให้กับสถาบันเภสัชวิทยาอัลไซเมอร์เป็นครั้งสุดท้าย! ชน!”
ผู้คนหลายร้อยคนในงานน้ำตาคลอชูแก้วขึ้นมา “ชน!”
ดื่มหมดในอึกเดียวจางมู่ถอนหายใจ “ผมจางมู่เป็นผู้อำนวยการที่ไม่เอาไหนผมเป็นคนสัมภาษณ์พวกคุณทั้งสามร้อยคนเข้ามามียี่สิบกว่าคนเป็นลูกศิษย์ของผมสี่ห้าสิบคนเป็นเพื่อนร่วมชั้นของผมมีอีกสี่ห้าสิบคนเป็นเพื่อนที่ผมเชิญมาด้วยตัวเอง! แก้วนี้แด่พวกคุณ! ตลอดห้าปีที่ผ่านมาความจริงเป็นพวกคุณที่คอยดูแลผู้อำนวยการที่ไม่เอาไหนคนนี้!”
จางมู่พูดจบก็คำนับเล็กน้อยก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่มหมดรวดเดียว!
ทุกคนต่างลุกขึ้นผู้อำนวยการจางมู่เป็นผู้อำนวยการที่ดีอย่างแน่นอนจุดนี้ไม่มีข้อสงสัยถึงขั้นที่ผู้อำนวยการจางเป็นอาจารย์ที่ให้คำปรึกษาด้านชีวิตแก่หลายคนในนี้ทุกคนต่างชูแก้วขึ้น “แก้วนี้แด่ผู้อำนวยการจาง!”
“ใช่! แก้วนี้แด่ผู้อำนวยการจาง!”