เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1211 สวัสดีค่ะ คุณพ่อเฉิน!
เฉินชางได้ยินคำพูดของป้าอ้วนก็พยักหน้า ไม่ได้ปฏิเสธ
ความจริงเฉินชางรู้สึกขอบคุณป้าอ้วนมาก ถ้าไม่ได้เธอ ชีวิตหลายปีที่ผ่านมาของเขาคงลำบากมาก
ป้าอ้วนดูแลเฉินชางเป็นอย่างดี
เฉินชางคิดๆ แล้วพยักหน้า ตัดสินใจช่วยวินิจฉัย
จึงตามป้าอ้วนไปที่ห้องข้างๆ
หลังจากเข้าไป สีหน้าของป้าอ้วนดูกังวลอย่างเห็นได้ชัด ถึงขั้นดูหวาดกลัวเล็กน้อย
ไม่ว่าอาการอะไร ถ้าเกี่ยวข้องกับมะเร็งขึ้นมา ก็อันตรายไม่น้อยแล้ว
อีกอย่าง เฉินชางเป็นหมออยู่แล้ว และเขายังรู้ลึกรู้จริง เมื่อก่อนเวลาป้าอ้วนปวดหัวตัวร้อนก็ให้เฉินชางช่วยรักษาอยู่บ่อยๆ
พอเข้าห้องไป ป้าอ้วนก็เตรียมตัวเสร็จเรียบร้อย ถอดเสื้อตัวบนออกแล้ว
เฉินชางเองก็ช่วยวินิจฉัยอย่างตั้งใจ
การคลำเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในเทคโนโลยีการวินิจฉัยและการรักษา เป็นวิธีที่จะได้ข้อมูลมากที่สุดในบรรดาวิธีวินิจฉัยที่ประกอบด้วยการดู การคลำ การเคาะและการฟัง ถือ อว่าท้าทายความสามารถมากจริงๆ
ตอนนี้เอง หญิงสาวอายุประมาณยี่สิบกว่าปี รูปลักษณ์งดงามคนหนึ่งเดินขึ้นมาจากชั้นล่าง
หญิงสาวคนนี้ชื่อจางอวี๋ อายุยังน้อยและหน้าตาสะสวย ความจริงจางอวี๋ต่อต้านที่แม่เปิดร้านอาหารแห่งนี้!
ถึงอย่างไรเธอก็ลงทุนไปมากกว่าจะผอมลง
ตอนนี้…เธอรู้สึกว่าจุดประสงค์ที่แม่เปิดร้านอาหารก็เพราะอยากให้ตนมาเยี่ยม
นิสัยเด็กจริงๆ เลย!
จางอวี๋คิดถึงตรงนี้ก็พูดกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตู “ผู้จัดการหยางคะ แม่ฉันอยู่ไหนคะ”
พนักงานลังเลครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า “อยู่ข้างบนครับ”
เขาเพิ่งพูดออกไปก็เสียใจภายหลังเสียแล้ว
เขากำลังคิดว่า…หรือตนไม่ควรพูด
หลังจากจางอวี๋เดินขึ้นตึก เปิดประตูห้องเข้าไป ก็ตกใจกับฉากที่อยู่ตรงหน้า
เธอเห็นแม่ยืนเปลือยกายอยู่!
และมีชายหนุ่มหน้าขาวคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงหน้าแม่!
ที่สำคัญที่สุดคือตอนนี้มือของชายหนุ่มวางอยู่ตรง…
คิดถึงตรงนี้ จางอวี๋เตรียมจะออกจากห้อง
แต่แน่นอนว่าป้าอ้วนกับเฉินชางก็เห็นจางอวี๋ที่เดินเข้ามาแล้วเช่นกัน
ทันใดนั้น ทั้งสามสบตากัน จู่ๆ บรรยากาศก็อึดอัดเล็กน้อย!
เมื่อเทียบกันแล้ว เฉินชางดูใจเย็นกว่า ถึงอย่างไรเขาก็แค่มาตรวจคนไข้
ส่วนป้าอ้วนเองก็นิ่งมาก ผ่านโลกมาขนาดนี้ เธอไม่หวั่นไหวกับอะไรแล้ว
แต่…จางอวี๋รับไม่ได้!
เธอไม่เคยเห็นภาพแบบนี้มาก่อน จึงอึดอัดอย่างที่สุด ทำอะไรไม่ถูก
ป้าอ้วนใส่เสื้อผ้านิ่งๆ “กลับมาแล้วเหรอ นี่เฉินชางนะ”
จางอวี๋หน้าแดงก่ำ ทั้งตกใจและดีใจ แต่ที่มากกว่าคือความอึดอัดและเป็นห่วง
ดีใจที่ในที่สุดแม่ก็มีคนรักแล้ว จะได้ไม่ต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไป
เรื่องที่กังวลคือ…ไอ้หน้าขาวคนนี้มาหลอกเงินแม่หรือเปล่า ถึงอย่างไรแม่ก็รวยขนาดนี้!
ส่วนเรื่องที่อึดอัดคือ…คิดไม่ถึงว่าแม่กลับพาเขามาทำเรื่องแบบนี้ที่นี่!
น่าอึดอัดมาก!
“นี่ลูกสาวฉัน จางอวี๋!”
เฉินชางได้ยินแล้วพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “สวัสดีครับ ผมเฉินชางครับ”
จางอวี๋เห็นเฉินชางแล้วรู้สึกคุ้นหน้า เหมือนว่า…คุ้นมากๆ เลยทีเดียว!
จู่ๆ เธอก็นึกออก!
เฉินชาง!
จางอวี๋ที่ทำงานอยู่ที่คลินิกศัลยกรรมจื้อซินจะไม่รู้จักเฉินชางได้อย่างไร
เฉินชางเป็นคนดังของคลินิกศัลยกรรมจื้อซินเชียวนะ!
ศัลยแพทย์ตกแต่งระดับล้าน!
คิดไม่ถึง…
คิดไม่ถึงจริงๆ!
จางอวี๋ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกตื่นเต้น
ความจริง ตอนที่จางอวี๋อยู่ที่เกาหลีใต้ก็เคยได้ยินแล้วว่าแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งแห่งปีชื่อเฉินชาง หลังจากกลับมาแล้วได้เข้าไปทำงานที่คลินิกศัลยกรรมจื้อซิน ยิ่งได้รู้คุณค่าและคว วามหมายของคนที่ชื่อเฉินชาง!
ในสายตาของจางอวี๋ เฉินชางเป็นผู้ยิ่งใหญ่ เป็นมหาเทพอย่างไร้ข้อกังขา
ทว่าตอนนี้…
เธอคิดไม่ถึงว่า ผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ กำลังจะมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับตนแล้ว
และเป็นสัมพันธ์ที่ซับซ้อนมาก!
จางอวี๋ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น
เธอถึงขั้นคิดว่าความคิดของตนน่าขำ
ถึงอย่างไร…ศาสตราจารย์เฉินจะอยากได้เงินของแม่หรือ
ทว่า…
นอกจากเงิน แม่มีอะไรอีก
หรือจะเป็นเนื้อหนึ่งร้อยห้าสิบกิโลกรัมนี้
ใช่แล้ว!
จู่ๆ จางอวี๋ก็รู้สึกว่า บางทีความงามในสายตาของศาสตราจารย์เฉินอาจจะไม่เหมือนคนทั่วไปจริงๆ
นี่อาจจะเป็นสิ่งที่เรียกว่ารักแท้ล่ะมั้ง!?
คิดถึงตรงนี้ จางอวี๋รู้สึกประทับใจมาก
จางอวี๋ตื่นเต้นมากที่แม่ได้เจอผู้ชายเก่งๆ แบบนี้
เธอถึงขั้นเริ่มขอโทษพ่อแทนแม่ ถึงอย่างไรศาสตราจารย์เฉินก็ดีเกินไป เก่งเกินไปแล้ว
จางอวี๋จึงรีบพูดว่า “สวัสดีค่ะ ศาสตราจารย์เฉิน…ไม่สิ อาเฉิน!”
ประโยคนี้ทำให้เฉินชางมึนงง!
เรียกผมเหรอ
เรียกผมว่าอาเหรอ
เฉินชางยิ้มอย่างอึดอัด “เรียกผมว่าอาดูเหมือนจะ….”
ป้าอ้วนพยักหน้า “ใช่ เฉินชางไม่ใช่คนนอกสักหน่อย ความจริงแม่รู้จักเสี่ยวเฉินมานานมากแล้ว เขาอยู่ที่บ้านเรามาสามปีกว่าแล้ว! แม่จะแนะนำเสี่ยวเฉินให้ลูกรู้จักตั้งนานแล้ว แต่ลูก …ไม่ยอมกลับประเทศเสียที”
จางอวี๋ฟังแล้วตื่นเต้นขึ้นมาทันที!
ที่แท้…
ก็อยู่กินกันมาสามปีแล้ว!
ตอนนี้จางอวี๋ดูจากสายตาของแม่ เธอเหมือนจะเข้าใจแล้ว จึงรีบมองเฉินชางพร้อมยื่นมือออกไป “สวัสดีค่ะพ่อ!”
เฉินชางสำลักน้ำทันที
นี่มัน อะไรกันวะเนี่ย
เฉินชางมึนงงไปทันที
เรียกผมว่าพ่อเหรอ
ไม่เพียงแค่เขา แม้แต่ป้าอ้วนยังงงเป็นไก่ตาแตก
“ขอโทษนะคะแม่ หนูใส่ใจแม่น้อยเกินไปจริงๆ ขอบคุณพ่อที่ดูแลแม่หนูเป็นอย่างดีนะคะ” จางอวี๋พยักหน้า
เฉินชางลนลานขึ้นมาทันที
ป้าอ้วนเองก็เช่นกัน
นี่มันอะไรกัน
ป้าอ้วนอดพูดไม่ได้ “ลูกเป็นบ้าอะไร เรียกเสี่ยวเฉิน…ว่าพ่อได้ไง”
จางอวี๋เห็นท่างของแม่ก็อดส่ายหน้าไม่ได้ เฮ้อ…แม่ขี้อายเกินไปแล้ว
“แม่ไม่ต้องเป็นห่วง หนูจะไม่ต่อต้านพ่อเฉิน หนูเชื่อว่าเขารักแม่จริงๆ! แม่ไม่ต้องลำบากใจ ผู้ชายที่เก่งๆ อย่างศาสตราจารย์เฉิน หนูไม่รังเกียจอยู่แล้ว”
ในที่สุดเฉินชางก็เข้าใจแล้ว
จางอวี๋คิดว่าตนเป็นคนรักของป้าอ้วน!
จึงเรียกว่าพ่อ
เขาพลันปวดหัวขึ้นมา
“อย่าพูดจาซี้ซั้ว หมอเฉินเป็นผู้เช่าคนเก่าของบ้านเรา และเป็นหมอโรงพยาบาลอันดับสอง วันนี้บังเอิญเจอ แม่บอกว่าแม่มีก้อนที่เต้านม เลยให้เขาขึ้นมาตรวจให้แม่หน่อย!”
เฉินชางพยักหน้า “ใช่ครับ พรุ่งนี้ถ้ามีเวลา คุณพาคุณป้าไปอัลตราซาวด์เต้านมที่โรงพยาบาลหน่อยนะครับ”
เห็นท่าทางของเฉินชางและแม่ จางอวี๋หน้าแดงขึ้นมาทันที
น่าอึดอัดเกินไปแล้ว!
คิดถึงตรงนี้ จางอวี๋รู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“ได้ค่ะๆ ขอบคุณหมอเฉินนะคะ!”
น่าเสียดาย!
ตอนแรกคิดว่าศาสตราจารย์เฉินจะกลายเป็นพ่อของตน สอนเทคนิคการศัลยกรรมตกแต่งให้ตนแล้ว…
ตอนนี้ดูเหมือนว่าไม่มีโอกาสแล้ว
ทว่า
ตอนนี้เองจู่ๆ ป้าอ้วนก็พูดว่า “จริงสิ ลูกสาวมานี่หน่อย!”
จางอวี๋พยักหน้า
ป้าอ้วนตาเป็นประกายเล็กน้อย “เอ่อ…เสี่ยวเฉิน อยากให้ช่วยอีกเรื่อง ฉันคิดว่าลูกสาวฉันก็มีก้อนที่เต้านม คุณช่วยดูหน่อยได้ไหมคะ”
เฉินชางสีหน้าเปลี่ยนไป!