เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1275 ผ่าตัดต่อ!
ตอนที่เฉินชางผ่าตัด
เรื่องราวก็จบลงอย่างไร้สุ้มเสียงแล้ว
และถานเจิ้งหยางในเวลานี้ก็กลับมาถึงในบ้าน นั่งลงบนโซฟา สีหน้าวูบไหว
การถูกปลดกะทันหันทำให้เขาตอบสนองไม่ทันแม้แต่น้อย!
ถ้าเฉินชางไม่ถูกแต่งตั้งเป็น ‘หัวหน้าบรรณาธิการกิตติมศักดิ์’ อย่างทันท่วงทีละก็ ตอนนี้ในหัวเขาก็คงเต็มไปด้วยหมอกแล้ว
แต่…
เขาไม่เข้าใจอยู่บ้าง ทำไมเฉินชางถึงมีความสามารถมากมายขนาดนี้กัน
ถานเจิ้งหยางโกรธส่วนโกรธ แต่เขาไม่โง่
เฉินชางร้ายกาจ เป็นสุดยอดคนในบรรดาเด็กรุ่นใหม่
แต่เฉินชางเทียบกับพ่อของเขาได้เหรอ
ถึงขั้นที่เทียบกับตัวเขาเองได้เหรอ
ไม่ว่าถานเจิ้งหยางจะไร้ความสามารถยังไง แต่เขาก็มีคุณงามความดีและทำงานหนักนะ!
เขาอยู่ในระบบมานานขนาดนี้ แต่ถูกไล่ออกตรงๆ อย่างนี้น่ะหรือ
คิดๆ แล้วเขาก็รู้สึกหดหู่เล็กน้อย
เสี้ยวรุ่นฟางไม่เห็นแก่หน้าพ่อของเขาสักนิดเลยหรือ
ถึงแม้เขาจะรู้ว่าหลังถูกปลดออกจากตำแหน่งยังมีโอกาสอื่น แต่…ความผิดพลาดที่เบื้องบนตำหนิคุณโดยเฉพาะ จากนั้นปลดออกจากตำแหน่งแบบนี้ทำให้เขาไม่ค่อยเข้าใจ
เสี้ยวรุ่นฟางกล้าลงมือจริงๆ เหรอ
แต่ในเวลานี้มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เขาเห็นพ่อกับผู้ช่วยในชีวิตประจำวันมาหา
เมื่อเห็นพ่อ ถานเจิ้งหยางก็ตาลุกวาวโดยสัญชาตญาณ
“พ่อ พ่อมาทำไมเหรอ”
ปีนี้ถานจี้ซานอายุแปดสิบห้าปีแล้ว หัวล้านเลี่ยนนานแล้ว ปกติเขามักชอบสวมหมวก
ถานจี้ซานก็ไม่เปล่งเสียง เดินเข้ามาในบ้านเงียบๆ
เขานั่งอยู่บนโซฟาไม่พูดไม่จา แต่จ้องถานเจิ้งหยางเขม็ง
มองจนถานเจิ้งหยางร้อนตัวเหลือแสน!
“พ่อ…ผม…”
สุดท้ายถานจี้ซานถอนหายใจยาวแล้วบอก “ลูกไปขอโทษเฉินชางเถอะ”
ถานเจิ้งหยางหน้าเปลี่ยนสีทันที!
เขาเคยคิดว่าพ่อจะตำหนิเขา ถึงขั้นว่าโทษตัวเองที่ไม่สั่งสอนเขา
แต่…
สิ่งเดียวที่เขาไม่เคยนึกมาก่อนคือพ่อจะให้เขาไปขอโทษ
ขอโทษเฉินชางเนี่ยนะ
ไม่มีทาง!
มีสิทธิ์อะไร
ยังไม่รู้ว่าใครต้องขอโทษใครกันแน่เลย
ฉันทำอะไร
สุดท้ายก็ถูกปลดออกจากตำแหน่ง ความสำเร็จที่สั่งสมมาสามปีกลายเป็นความสำเร็จของเฉินชาง ฉันจะพูดเหตุผลกับใครได้บ้าง!
ชั่วขณะนั้น ถานเจิ้งหยางเบิกตาโตด้วยความโมโห
“มีสิทธิ์อะไรกัน ทำไมล่ะครับ!
พ่อ ลูกชายพ่อ ผมถูกปลดออกจากตำแหน่งนะ ผมเป็นผู้ถูกกระทำ ทำไมผมต้องขอโทษล่ะ”
ถานจี้ซานมองถานเจิ้งหยาง พูดชัดถ้อยชัดคำ “เพราะลูกสู้เขาไม่ได้ เลยเป็นความผิดของลูก เพราะลูกผิด เลยต้องไปขอโทษ”
ถานเจิ้งหยางมึนงงกับประโยคนี้ของพ่อแล้ว
เขาหายใจกระชั้น หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง
เขาอายุห้าสิบกว่าปี ไม่มีทางไม่เข้าใจเรื่องนี้
พ่อพูดถูก เขาผิด ไม่ใช่เพราะว่าเขาทำเรื่องผิดพลาดใหญ่โตมากมาย แต่เพราะเฉินชางแข็งแกร่งกว่าเขามาก ความผิดของเขาเลยยิ่งใหญ่โต
แต่…
ฉันสู้เขาไม่ได้งั้นเหรอ
ประโยคนี้ทำให้ถานเจิ้งหยางที่อายุห้าสิบกว่าปีรู้สึกอับอายเป็นครั้งแรก
ชายอายุห้าสิบกว่าปีสู้หมอฝึกงานไม่ได้!
นี่ทำให้เขาพูดไม่ออก!
หลังถานจี้ซานพูดจบก็เสริมอีกประโยค “ถ้าลูกไม่กล้าไป พ่อจะไปเป็นเพื่อน หรือให้พ่อไปแทนลูกก็ได้ทั้งนั้น”
ถานเจิ้งหยางได้ยินดังนั้นก็หน้าแดง ลุกพรวดพูดขึ้นว่า “ไม่ได้!”
ถึงผมสู้เขาไม่ได้ แต่เขายังห่างไกลจากพ่อโขไม่ใช่เหรอ!
ให้พ่อไปมันเกินไปแล้ว!”
ถานจี้ซานส่ายหน้า “ลูกประเมินพ่อสูงเกินไปแล้ว แล้วก็ประเมินเขาต่ำเกินไป”
ในสายตาของถานเจิ้งหยาง พ่อก็คือวีรบุรุษทั้งชีวิต ตั้งแต่เล็กจนโต เหรียญรางวัลและถ้วยรางวัลของพ่อแขวนประดับได้เต็มบ้าน
พ่อคือความภาคภูมิใจของเขา
ให้พ่อไปขอโทษ ถานเจิ้งหยางทำไม่ลง
ถานจี้ซานมองถานเจิ้งหยาง “ครั้งนี้ลูกปรับตัวตามสถานการณ์ไม่ได้ ทำไมลูกต้องขัดขวางผลประโยชน์ในครั้งนี้ด้วย
ลูกรู้ไหมว่าสินค้านี้จะเป็นตัวแทนแผ่นดินเข้าร่วมรับรางวัลที่งานแสดงสินค้าการแพทย์ระดับโลก
แถมจนถึงตอนนี้ แผ่นดินของพวกเรายังไม่เคยได้รับรางวัลแบบนี้มาก่อน
สิทธิบัตรไม่มีสิทธิบัตรระหว่างประเทศ ลูกคิดว่าเมื่อเทคนิคใส่ขดลวดงวงช้างแพร่ออกไป จะสร้างความเสียหายขนาดไหน”
ประโยคนี้ทำให้ถานเจิ้งหยางเบิกตากว้างทันที เต็มไปด้วยความตกตะลึง!
“นี่…เป็นไปไม่ได้มั้งครับ!
นี่เป็นแค่สิทธิบัตรธรรมดา…เขาจะได้รางวัลได้ยังไง”
ถานจี้ซานพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “ธรรมดา? เฉินชางเคยทำเรื่องธรรมดาด้วยเหรอ
ตอนนี้เฉินชางไม่ยอมเข้าร่วมการแข่งขัน
ถึงขั้นว่าตัดสายจากเสี้ยวรุ่นฟาง บอกว่าตัวเองไม่อยากเข้าร่วมการแข่ง นี่ทำให้เสี้ยวรุ่นฟางร้อนใจมาก ลูกว่าเฉินชางเก่งไหมล่ะ”
หลังถานจี้ซานพูดจบก็มองถานเจิ้งหยาง “ไปเถอะ เก็บของ ไปวิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่งยูเนี่ยนกับพ่อ เฉินชางกำลังผ่าตัด หลังเขาออกมาก็ไปขอโทษเสีย”
ถานเจิ้งหยางยืนอยู่ตรงนั้น เสมือนอยู่ในอีกโลกหนึ่ง!
เขาขัดขวางสิทธิบัตรของเฉินชาง เป็นเรื่องที่ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว
เขานึกว่าเฉินชางได้แต่ต้องกล้ำกลืนความโกรธนี้
นึกไม่ถึงว่า…
เขาไม่เคยต้องกล้ำกลืนแม้แต่น้อย!
ไม่ใช่ว่าเขาไม่ไปโวยวาย
แต่เฉินชางรู้ว่า เขาไม่จำเป็นต้องไปโวยวาย มีคนกลุ่มหนึ่งที่อยากยื่นสิทธิบัตรนี้ยิ่งกว่าเฉินชางอีก
นึกถึงตรงนี้ ถานเจิ้งหยางก็หนาวเยือกไปถึงกระดูก ขนอ่อนลุกชัน
ฤดูร้อนแผดเผาแตกต่างจากเขาสุดขั้ว
วินาทีนี้ถานเจิ้งหยางรู้ซึ้งแล้ว ก็อย่างที่พ่อพูด ฉันสู้เขาไม่ได้
ระดับของทั้งสองคนห่างกันล้านปีแสง
ในมือของเฉินชาง มีสิ่งหนึ่งที่คนอื่นยังไม่ได้ครอบครอง!
ส่วนตัวเอง แค่อาศัยความฉลาดเล็กน้อยกลเม็ดนิดหน่อยมาฉวยโอกาส!
…
ท้ายที่สุด ข่าวที่เฉินชางผ่าตัดที่วิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่งยูเนี่ยนก็ไปถึงหูทุกคน
หลังเสี้ยวรุ่นฟางได้ยินก็ถอนหายใจ พูดกับเลขานุการว่า “ฉันควรไปตอนนี้ดีไหม”
เลขานุการยิ้มบาง บอกว่า “หัวหน้าเสี้ยว คุณวางใจเถอะ คุณไม่ใช่คนเดียวที่ไปหรอก คุณไม่แค่ต้องไป แต่คนที่สำคัญที่สุดในที่นั้นก็คือคุณ”
เสี้ยวรุ่นฟางได้ยินก็หลับตาครุ่นคิดหนึ่งรอบ
ผ่านไปนานจึงบอกว่า “ไปกัน คุณไปด้วยกันกับฉัน”
เลขานุการบอก “รอเดี๋ยวก่อนค่ะ พวกเราจะไปมือเปล่าไม่ได้ เรื่องที่ผู้อาวุโสฉินรักษาสุขภาพอยู่ที่โรงพยาบาลยังไม่คลี่คลายเลย
พวกเราไปครั้งนี้ไม่ได้ไปขอโทษ แต่ไปชวนเฉินชางให้เข้าร่วมคณะกรรมการสุขภาพศูนย์กลาง ให้เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญร่วมวินิจฉัยการรักษาสุขภาพของผู้อาวุโสฉิน”
หลังเสี้ยวรุ่นฟางได้ยินก็ตาเป็นประกาย
“เป็นแผนที่ดี!”
หลังเฉาอวี๋ลังเลหนึ่งรอบก็โทรศัพท์บอกคนขับรถ “เตรียมขับรถ ไปวิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่งยูเนี่ยน”
ขณะเดียวกัน ภายในห้องทำงานนอกห้องผ่าตัดของวิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่งยูเนี่ยน
ครึกครื้นมาก
มีคนมาไม่น้อย
เมื่อเห็นกันและกันทุกคนก็ยิ้มพยักหน้า
หลี่ข่ายเห็นหัวหน้าสองท่าน ยังมีหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ท่านหนึ่ง ก็อดยิ้มพูดไม่ได้ “ศาสตราจารย์เฉินยังต้องใช้เวลาผ่าตัดอีกสักพัก ทุกคนไปดูการผ่าตัดก่อนเถอะ”
ทุกคนพากันพยักหน้า
ทันใดนั้นเอง นางพยาบาลก็วิ่งเข้ามาในห้องผ่าตัด พูดกับกงไต้เจินว่า “หัวหน้าคะ ศาสตราจารย์เฉิน ผู้อำนวยการหลี่บอกว่าหัวหน้าเสี้ยวรุ่นฟางกับรัฐมนตรีเฉารอการผ่าตัดอยู่ที่ข้างนอกครับ”
กงไต้เจินงุนงงเล็กน้อย
เฉินชางอืมเงียบๆ “ผ่าตัดต่อ”
เฉินชางมีสีหน้าใจเย็น เหมือนไม่ว่าใครอยู่ข้างนอกก็ช่าง เหมือนกำลังพูดว่า ‘รอไปเถอะ!’
นี่ทำให้ทุกคนอดตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้
ศาสตราจารย์เฉินเท่จริงๆ!