เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1286 นี่คือหมอหนุ่มเหรอ?
ทุกคนเงยหันไปมองเฉินชางด้วยความงุนงง
ผู้ป่วยโจวเจิ้งไม่ใช่คนเมืองหลวง แต่มาทำงานในเมืองหลวง
เวลาอยู่ต่างบ้านต่างเมือง สิ่งที่กลัวที่สุดคือเจอเรื่องแบบนี้ ถ้าไม่ระวัง เงินเดือนหลายเดือนอาจจะหายวับไปกับตา
โจวเจิ้งรู้สึกสิ้นหวัง
เฉินชางพูดกับแพทย์ศัลยกรรมทางเดินอาหารคนหนึ่งว่า “พาเขาไปทำ CT สแกนทีครับ”
แพทย์เวรพยักหน้ารับ
แพทย์คนอื่นๆ มองเฉินชาง “ศาสตราจารย์เฉิน เกิดอะไรขึ้น ผู้ใหญ่เป็นโรคลำไส้กลืนกันได้ด้วยเหรอครับ”
เฉินชางพูด “ได้ครับ แต่… ผู้ป่วยไม่ได้เป็นโรคลำไส้กลืนกันธรรมดา แต่เขาหกล้ม”
เฉินชางไม่ได้โกหก
พูดถึงตรงนี้ เฉินชางก็ลุกขึ้นยืน เดินออกไปดูเหล่าหยางและเจ้าอ้วนจูที่รออยู่ข้างนอกด้วยความร้อนใจ
ทั้งสองคนไม่อยากมีเรื่องยุ่งยากตอนนี้ จึงตัดสินใจจะจ่ายเงินชดเชยให้เล็กๆ น้อยๆ
เมื่อเห็นเฉินชางออกมา ทั้งสองคนลุกขึ้นยืนทันที
“หมอ เป็นอะไรไหมครับ” เจ้าอ้วนจูยิ้มอย่างอึดอัด
เฉินชางส่ายหน้า “ไม่ครับ ไม่เป็นไร”
ประโยคเดียวทำให้สีหน้าของทั้งสองคนเปลี่ยนไป ยืดอกขึ้นทันที
“เกิดอะไรขึ้นครับ” เหล่าหยางอดถามไมได้
เฉินชางเอาผลอัลตราซาวด์ออกมา “ผู้ป่วยเป็นโรคลำไส้กลืนกัน ตอนนี้รอผล CT สแกน อาจจะต้องผ่าตัดครับ”
เมื่อได้ยินคำว่าผ่าตัด สีหน้าของเจ้าอ้วนจูก็เปลี่ยนไป
ต้องเสียเงินเยอะแน่!
เหล่าหยางขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม “หมอ ผมไม่เคยได้ยินว่าหกล้มแล้วจะเป็นโรคลำไส้กลืนกันได้นะ คุณอย่ามาอำพวกเราสองคนซะให้ยาก”
เมื่อเจ้าอ้วนจูเห็นดังนั้น ดวงตาของเขาก็พลันสว่างขึ้น จริงด้วย ลูกพี่หยางของเขาเป็นหมอเหมือนกัน
“ลูกพี่หยางของผมก็เป็นหมอเหมือนกันนะ แถมเคยไปฝึกหัดที่ยูเนี่ยนฯ ด้วย คุณอย่ามาหลอกพวกเราเลยดีกว่า”
เฉินชางอดขำไมได้ “ผมไม่มีเหตุผลที่จะหลอกพวกคุณหรอกครับ ผมแค่จะบอกพวกคุณว่า ถ้าผู้ป่วยเอาเรื่อง ยังไงพวกคุณก็ต้องรับผิดชอบทางแพ่งอยู่แล้ว ถ้าผู้ป่วยเสียเวลาไปนาน พวกคุณอาจจะ ะโดนข้อหาทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือ…ถึงขั้นเสียชีวิตก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย”
เหล่าหยางขมวดคิ้ว ยิ้มอย่างประจบสอพลอ “หมอครับ อย่ามาขู่พวกผมเลย ผมสนิทกับหัวหน้าหวังของแผนกศัลยกรรมหัวใจของคุณมากนะ คุณลองดูหน่อยสิว่าจะช่วย…
แล้วอีกอย่าง ผมเองก็พอมีความรู้เรื่องหมอบ้าง ผมยังไม่เคยได้ยินว่าหกล้มแล้วจะเป็นโรคลำไส้กลืนกันได้ อาจเป็นไปได้ว่าผู้ป่วยเป็นโรคลำไส้กลืนกันอยู่แล้ว แล้วบังเอิญหกล้ม”
เมื่อเฉินชางได้ยินดังนั้นก็จึงส่ายหน้าแล้วพูดกับเสี่ยวเคอว่า “แจ้งตำรวจเถอะ”
เมื่อพูดจบ เฉินชางก็กลับไปที่ห้องทำงานเพื่อเขียนคำสั่งแพทย์
เหล่าหยางมองดูเงาหลังของเฉินชางที่จากไปแล้วขมวดคิ้ว
เจ้าอ้วนจูร้อนรน “เหล่าหยาง เราจะทำยังไงกันดี”
เหล่าหยางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา โทรหาหัวหน้าหวัง
หัวหน้าหวังเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมหัวใจ เขาพร้อมกับทีมหนึ่งติดต่อกับพวกเขาบ่อยครั้งเพื่อส่งต่อผู้ป่วย
โชคดีที่คืนนี้เขาอยู่เวรสายสอง ทันทีที่โทรไปก็รับสายทันที
“เกิดอะไรขึ้น ดึกดื่นขนาดนี้ มีผู้ป่วยมาเหรอ”
“ไม่ใช่ครับหัวหน้าหวัง ผมเจอเรื่องที่ห้องฉุกเฉินนิดหน่อยน่ะครับ…” เหล่าหยางเล่าเรื่องทั้งหมด “หัวหน้าหวังครับ คุณช่วยผมหน่อยได้ไหม ถ้าพวกเราสองคน…”
หัวหน้าหวังฟังแล้วเกิดความลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นว่า “ได้ ฉันจะลงไปดูหน่อย”
ที่ว่าลงไปดูก็คือไปดูเฉยๆ เพราะพวกเขามีดีลธุรกิจร่วมกัน
แต่ดูกับแก้ไขเป็นคนละเรื่อง เขาไม่มีทางทะเลาะกับคนในโรงพยาบาลเพราะคนขับรถเถื่อนสองคน
ไม่นาน โจวเจิ้งก็ถูกส่งตัวกลับมา แพทย์ที่ไปด้วยถือผล CT แสกนช่องท้อง
ไม่มีอะไรผิดไปจากที่คาด มันคือโรคลำไส้กลืนกันจริงๆ
ไม่ว่าผู้ป่วยจะมีปัญหาอื่นหรือไม่ ตอนนี้จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาโรคลำไส้กลืนกันที่สำคัญที่สุดก่อน
โจวเจิ้งพูดอย่างอึดอัดว่า “หมอ ผมไม่ผ่าตัดได้ไหมครับ ผ่าตัดแล้วกว่าจะได้กลับไปทำงานก็อีกนาน ขอกินยาแทนได้ไหมครับ”
เขาไม่ค่อยรู้จักโรคลำไส้กลืนกันมากนัก
เหล่าหม่าปลอบโยนว่า “ไม่เป็นไร พวกเขาผลักคนจนได้รับบาดเจ็บ ยังไงก็ต้องชดใช้”
โจวเจิ้งมองเฉินชางด้วยความสงสัย
เฉินชางพยักหน้า
เหล่าหยางเข้ามาดึงตัวเฉินชางมาพูดด้วย “หมอ หัวหน้าหวังลงมาแล้ว พวกคุณคุยกันทีสิ”
เฉินชางยิ้ม “ตำรวจน่าจะใกล้ถึงแล้วเหมือนกัน พวกคุณคุยกันดีๆ แล้วกันนะครับ”
เหล่าหยางผุดรอยยิ้มน่าเกลียด “หมอ คุณยังหนุ่มยังแน่น โรงพยาบาลคงไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้น หมอว่าจริงไหม บางทีพวกเราอาจจะได้ทำงานร่วมกันก็ได้นะ…”
หัวหน้าหวังลงมาพอดี
เหล่าหยางรีบตรงเข้าไปหา “หัวหน้าหวัง ทางนี้ครับ ช่วยคุยให้หน่อยครับ”
เมื่อพูดจบ เขาดึงหัวหน้าหวังไปหาเฉินชาง
“หัวหน้าหวัง เจ้าหมอหนุ่มนี่บอกว่า…เป็นความรับผิดชอบของพวกเรา…คุณช่วยหาผู้เชี่ยวชาญมาดูหน่อยได้ไหม” เหล่าหยางพูดแกมหัวเราะ
เมื่อหัวหน้าหวังเห็นหน้าเฉินชาง เขาถึงกับอึ้ง!
นี่น่ะเหรอหมอหนุ่ม?
ดูเด็กจริงๆ…
แต่เขาคือฮ่องเต้ของแผนกศัลยกรรมหัวใจของเราเชียวนะ!
หัวหน้าหวังในใจเต้นตึกตัก
เขากลัวมากว่าเฉินชางจะเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นพวกเดียวกับเหล่าหยาง
วันนี้ไม่น่าลงมาเลย
ไม่คิดว่าลงมาแล้วจะเจอกับเรื่องซวยๆ แบบนี้
ให้หาผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดูเนี่ยนะ
มีใครในโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉินที่มีอำนาจมากกว่าเฉินชางอีก
“ศาสตราจารย์เฉิน คุณตัดสินใจได้เลยนะ! ผมเชื่อในการวินิจฉัยของคุณ!” หัวหน้าหวังยิ้มอย่างนอบน้อมขณะมองดูเฉินชาง “พวกคุณนี่มีตาหามีแววไม่ ท่านนี้คือศาสตราจารย์เฉินของพวกเรา เขาจะโกหกพวกคุณได้ยังไง”
เฉินชางเหลือบมองหวังฮุยแล้วพยักหน้าให้
หวังฮุยคนนี้คือสมาชิกรุ่นที่สองของการฝึกอบรมผ่าตัดหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาดที่กำลังเปิดรับสมัครอยู่ในขณะนี้
เฉินชางเพียงแค่ปรายตามอง ไม่พูดอะไร
หวังฮุยมองเหล่าหยางและเจ้าอ้วนจูมัวแต่อึ้ง พยายามอย่างหนักเพื่อกะพริบตา “พวกคุณฟังศาสตราจารย์เฉินให้ดีๆ สิ่งที่เขาพูดคือที่สุด”
เหล่าหยางไม่ใช่คนโง่ เขาย่อมมองออก
หวังฮุยพูดต่อ “ศาสตราจารย์เฉินเป็นประธานสมาคมศัลยกรรมทางเดินอาหารแห่งโลก หัวหน้ากลุ่มศัลยกรรมทางเดินอาหาร สมาคมศัลยแพทย์แห่งประเทศจีน เขาเป็นตัวแทนของอิทธิพลด้านศัลยกรรมทางเดิ นอาหารในประเทศ ดังนั้น พวกคุณฟังศาสตราจารย์เฉินก็พอ เขาไม่หลอกพวกคุณหรอก!”
เหล่าหยางตกตะลึง
เป็นถึงคนใหญ่คนโตขนาดนี้ยังต้องมาเข้าเวรดึกอีกเหรอ
บ้าไปแล้ว!
“ศาสตราจารย์เฉิน ขอโทษด้วยครับ เมื่อกี้…ผมร้อนใจไปหน่อย ช่วยคนต้องรีบหน่อย เรายินดีให้ความร่วมมือเต็มที่เลยครับ” เหล่าหยางรีบขอโทษขอโพย
เขาไม่ได้โง่!
เมื่อกรรมาธิการการแพทย์ทำการไต่สวนและตรวจสอบ หลักฐานที่สำคัญที่สุดก็คือผลการอภิปรายของคณะกรรมการวิชาชีพสมาคมการแพทย์จีน
เฉินชางเป็นหัวหน้ากลุ่มศัลยกรรมทางเดินอาหาร
ดังนั้น…คำพูดของเฉินชางถือเป็นที่สุด
ไม่ต้องสืบ!
นี่คือความสำคัญของสถานะทางวิชาการที่หลายคนมองไม่เห็น
ตัวอย่างง่ายๆ นี้ ข้อพิพาททางการแพทย์อาจเกิดขึ้นได้ แต่มีใครเคยเห็นนักวิชาการคนไหนมีข้อพิพาทบ้าง
หลังจากพูดคุยกันเสร็จ เฉินชางกลับไปที่ห้องฉุกเฉิน
“เตรียมสวนทวาร!”
ประโยคเดียวของเฉินชางทำให้คนรอบข้างงง
“ไม่ต้องผ่าตัดเหรอครับ”
“นั่นสิ นี่มันโรคลำไส้กลืนกันนะ!”
เฉินชางมองโจวเจิ้งบนเตียง หาวิธีฟื้นตัวให้เร็วที่สุด
เหล่าหม่าจ้องมองเฉินชาง ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย
ไหนบอกว่ามีคนชดใช้ค่าเสียหายให้ไง
ปกติแล้วต้องมีการชดเชยให้ในกรณีที่สูญเสียรายได้ไป
รวมถึงค่ารักษาพยาบาลด้วย
แต่เฉินชางรู้ว่าเมื่อแบ่งความรับผิดชอบแล้ว โรคประจำตัวของผู้ป่วยเองก็สำคัญเช่นกัน ในส่วนนี้แน่นอนว่าจะไม่ได้รับการชดเชย
เฉินชางเพียงแต่เลือกวิธีที่ดีที่สุดและประหยัดที่สุดให้กับโจวเจิ้งเท่านั้น
เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับเขาจนถึงที่สุด