เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1302 กลับมาพร้อมชัยชนะ
เครื่องบินแลนดิ้งลงมาจากขอบฟ้า ร่อนลงพื้นอย่างมั่นคง!
เฉินชางก็สงบจิตใจที่กระวนกระวายลงได้แล้วเช่นกัน
ระหว่างอยู่บนเครื่องบิน เขาใคร่ครวญถึงปัญข้อหนึ่งมาตลอด
ระบบจะให้ร่มชูชีพเป็นของรางวัลเขาตอนไหนกัน
ถึงยังไงเฉินชางก็ทราบดีว่าในอนาคตตนจะต้องนั่งเครื่องบินเดินทางไปๆ มาๆ อีกหลายครั้ง จะต้องกลายเป็นสมาชิกระดับบัตรทองของบริษัทสายการบินต่างๆ แน่นอน
ดังนั้น…
ระบบควรจะมอบทักษะการร่อนสู่พื้นในระดับความสูงแปดพันเมตรมีค่าการตกเสรีหนึ่งล้านสองแสนองศาอย่างปลอดภัยให้ตนเป็นรางวัลไม่ใช่หรือ!
ในระยะเวลาแปดชั่วโมงที่อยู่บนเครื่องบิน เฉินชางหารือกับระบบซ้ำไปซ้ำมากว่าสองพันครั้ง จนตอนนี้ระบบแฮงค์ไปแล้ว
ด้วยเหตุนี้ เฉินชางถึงนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้ตนเพิ่งได้รับหนังสือทักษะระดับสมบูรณ์แบบมาหนึ่งเล่ม เอามาใช้ขับเครื่องบินดีไหมนะ
ทักษะบังคับการบินสมบูรณ์แบบ!
ครั้งนี้แม้แต่หนังสือทักษะก็ทนดูไม่ได้อีกต่อไป แจ้งเฉินชางว่าใช้ได้กับทักษะผ่าตัดเท่านั้น
เฉินชางจนใจกับคำชี้แจงนี้อย่างยิ่ง
ความเสียใจนิดๆ ที่ฉายอยู่ในแววตาเศร้าหมองของเขาทำให้อวี๋อีค่อนข้างสับสน
อย่างไรเสียขอแค่เป็นหนุ่มหล่อ ต่อให้ผายลมก็ยังหอมเหมือนกลิ่นยี่หร่าอยู่ดี ถ้าวาสนาดีก็อาจะมีกลิ่นพริกป่นปนมาด้วย
จากการประเมินด้วยสายตา นี่คงเป็นเพราะใคร่ครวญถึงโรคบางชนิดอย่างลึกซึ้งอยู่ละมั้ง
เฮ้อ!
ผู้หญิงแบบไหนกันนะถึงจะคู่ควรเหมาะสมกับคนโดดเด่นอย่างศาสตราจารย์เฉิน
ในเวลานี้เอง แอร์โฮสเตสของชั้นเฟิร์สคลาสก็เดินเข้ามา
แจ้งพวกเฉินชางว่ามีคนมารอรับที่สนามบิน ให้ใช้ช่องทางพิเศษได้
เฉินชางพลันตะลึงไปเล็กน้อย!
ช่องทางพิเศษ
มีคนมารอรับงั้นเหรอ
พอคิดมาถึงตรงนี้ เฉินชางก็มองออกไปนอดหน้าต่างแวบหนึ่ง ในหัวมีฉากตอนที่ผู้นำของต่างประเทศลงจากเครื่องพลางโบกมือทักทายผุดขึ้นมาในหัว
จู่ๆ เฉินชางก็เริ่มประหม่าขึ้นมา
แล้วเวลาลงบันไดควรจะก้าวเท้าซ้ายหรือว่าเท้าขวาก่อนดีล่ะ
แล้วตอนโบกมือ…ต้องโบกมือซ้ายหรือว่ามือขวา
ในทันใดนั้น!
อวี๋อีมองเฉินชางเล็กน้อย อดถามไม่ได้ “ศาสตราจารย์เฉิน ยังมัวขบคิดปัญหาอยู่อีกเหรอคะ ไปกันได้หรือยัง!”
เฉินชางหน้าแดง รีบลุกขึ้นมา “ครับ เทคนิคการผ่าตัดโดยหัวใจไม่หยุดเต้นยังมีจุดที่ต้องทบทวนนิดหน่อยน่ะ ผมกำลังพิจารณาอยู่”
พอพูดจบก็เดินนำออกไปก่อน
คนที่เหลืออยู่รู้สึกสะท้อนใจมาก
แอร์โฮสเตสประจำชั้นเฟิร์สคลาสมองชายคนนี้ที่ทางบริษัทกำชับให้คอยดูแลเป็นพิเศษ แววตาเต็มไปด้วยปริศนา
พอได้ฟังคำพูดของเฉินชาง แอร์โฮสเตสก็ทอดถอนใจออกมา ถ้าได้แต่งกับคนแบบนี้ ในอนาคตลูกที่คลอดออกมาจะมีไอคิวระดับมหาวิทยาลัยฮาร์วาดไหมนะ
พอคิดได้แบบนี้ แอร์โฮสเตสสาวถอนหายใจด้วยความเสียดาย ในเมื่อคว้ามาไม่ได้ งั้นก็…ฉวยโอกาสแทะโลมหน่อยดีกว่า!
ด้วยเหตุนี้จึงมีการแตะโดนมือของเฉินชางอยู่นับครั้งไม่ถ้วนทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ!
ในที่สุดก็ลงจากเครื่องบินมาได้ภายใต้การนำทางของแอร์โฮสเตส
ไม่มีบันได…ยังคงเป็นโถงทางเดิน
เรื่องนี้ทำให้เฉินชางค่อนข้างผิดหวังนิดๆ
หลังจากผ่านช่องทางออกไป ในที่สุดเฉินชางก็ได้พบกับกลุ่มคนที่มารอรับ
ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เป็นผู้อำนวยการเสี้ยวรุ่นฟางและรัฐมนตรีเฉา ยังมีบุคลากรเจ้าหน้าที่ติดตามมาด้วย ในมือถือช่อดอกไม้
เฉินชางค่อนข้างตื้นตันใจ ผู้อำนวยการเสี้ยวและรัฐมนตรีเฉามารับด้วยตัวเอง นับว่าเขาค่อนข้างน่าตื้นตัน
ต้องทราบก่อนว่าตอนนี้เป็นเวลาราวสองถึงสามทุ่มแล้ว
พอเห็นพวกเฉินชางลงจากเครื่องบินมา เสี้ยวรุ่นฟางเป็นแกนนำเริ่มปรบมือให้ก่อน
ไม่มีพิธีต้อนรับที่เลิศหรู ไม่มีเด็กมามอบช่อดอกไม้ให้และไม่มีรถแห่ประดับธงแดงพร้อมติดเครื่องกระจายเสียง
“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน!” มีเพียงคำพูดที่เรียบง่ายประโยคเดียว
เฉาอวี๋เป็นฝ่ายเดินเข้ามาจับมือกับเฉินชางก่อน เอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม
เฉินชางยิ้มให้ “โชคดีที่ผมไม่ทำให้ขายหน้า!”
เฉาอวี๋มองเฉินชาง ชายหนุ่มคนนี้สร้างความประหลาดใจให้เขามากมายเกินไปแล้วจริงๆ
ชอบชังล้วนไม่ไยดี ไม่เย่อหยิ่งไม่ถ่อมตัว แววตาดูคล้ายจะสงบราบเรียบอยู่เสมอ
ไม่ได้มีแค่ทักษะที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น ยังมีการปรับตัวไปตามสถานการณ์ ตอบโต้พลิกชิงชัยได้!
นี่คือคนที่มีทั้งไอคิวและอีคิวสูงทะลุปรอทคนหนึ่ง
สุดท้ายแล้วสังคมนี้ก็ยังคงซับซ้อน
สิ่งที่จะตัดสินอนาคตของคนคนหนึ่งก็คือความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสังคม ซึ่งนี่ก็รวมไปถึงแง่ของไหวพริบและสติปัญญาด้วย
เฉาอวี๋ชื่นชมในตัวเฉินชางมากขึ้นเรื่อยๆ
อาจจะมีบางคนที่บอกว่าเฉินชางไม่ได้สร้างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากนัก
ยิ่งไม่ได้ผลิตหรือแสดงให้เห็นถึงอุปกรณ์ทางเทคนิคที่มีความสำคัญล้ำยุคมากมายด้วย
แต่สองเรื่องนี้ไม่อาจนำมาปนกันได้
การค้นพบของเฉินชางไม่ด้อยไปกว่าผู้ค้นคว้าปรับปรุงเทคโนโลยีเหล่านั้นเลย
เป็นเพราะการวิจัยของเฉินชางช่วยต่อชีวิตให้ผู้ป่วยมากมายได้อย่างแท้จริง
เฉาอวี๋ตบไหล่เฉินชางเล็กน้อย “พยายามเข้า ทำได้ดีมาก!”
เวลานี้เสี้ยวรุ่นฟางก็เดินเข้ามาแล้วเช่นกัน เธอมองเฉินชางพลางเอ่ยยิ้มๆ ว่า “ลำบากคุณแล้ว”
ทุกคนที่รายล้อมอยู่มองเห็นว่าสองรัฐมนตรีให้ความชื่นชมเฉินชางขนาดนี้ก็แสดงสีหน้าอิจฉาออกมา
มีรถตู้เตรียมรออยู่ด้านนอกแล้ว
ตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่มแล้ว
หลังจากทั้งสองพูดคุยตามมารยาทกันอยู่พักหนึ่ง จู่ๆ เสี้ยวรุ่นฟางก็เอ่ยกับเฉินชางว่า “รีบนอนให้เร็วเข้าล่ะ ช่วงเที่ยงพรุ่งนี้ฉันจะส่งคนมารับคุณ พาคุณไปพบใครบางคน”
เฉินชางตะลึงไปทันที เมื่อมองเห็นรอยยิ้มมีเลศนัยของเสี้ยวรุ่นฟาง เฉินชางก็ค่อนข้างสงสัยขึ้นมาเช่นกัน
รถตู้จอดที่ปากทางเข้าชุมชน
เฉินชางเพิ่งจะเดินถึงชั้นล่าง ฉินเยว่ลงมารอเฉินชางอยู่ที่ชั้นล่างแล้ว
หลังจากมองเห็นเฉินชาง ฉินเยว่วิ่งเข้ามาหาด้วยความตื่นเต้น โผเข้ากอด!
“ในที่สุดนายก็กลับมาแล้ว!”
เฉินชางยิ้มให้ มองฉินเยว่ที่เกาะอยู่บนร่างตนราวกับหมีโคอาล่า จู่ๆ ก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมา
ต่อให้เป็นโรงแรมหรูหรางดงามแปดดาวก็ไม่อบอุ่นผ่อนคลายเท่าบ้านตัวเอง
โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของคนรัก จู่ๆ เฉินชางก็คิดว่าขอแค่ได้อยู่ด้วยกัน ทำอะไรก็มีความสุขทั้งนั้น
หลังจากกลับไปถึงห้องพัก เฉินชางได้กลิ่นหอมที่โชยมาเตะจมูก
เฉินชางมองอาหารร้อนกรุ่นที่วางอยู่เต็มโต๊ะ ได้ยินเสียงร้องโครกครากจากกระเพาะของฉินเยว่
เขามองฉินเยว่ด้วยความปวดใจ “เธอนี่นะ รอฉันมาจนถึงตอนนี้เลยล่ะสิ”
ฉินเยว่หน้าแดง ส่ายหน้าไปมา “เปล่า ฉันลดน้ำหนักต่างหาก”
“ลดน้ำหนักแล้วเธอทำเยอะขนาดนี้ทำไม”
“ใช่น่ะสิ ฉันอยากให้นายชิมทุกอย่างก็เลยทำให้นายหมดเลย! ฮิๆ…”
….
วันต่อมา เฉินชางไปที่ศูนย์ฉุกเฉินเหมือนเคย
งานมหกรรมที่จัดขึ้นไม่ได้มีการประชาสัมพันธ์ข่าวมากนัก คนส่วนใหญ่ถึงขั้นที่ไม่รู้จักเลยว่ามีงานนี้ด้วย
ถึงอย่างไรอุปกรณ์การแพทย์ก็ดูเหมือนจะเป็นคนละเรื่องกับงานประชุมการแพทย์เลย
หมอกว่า 90% ไม่ค่อยเข้าใจการพัฒนาอุปกรณ์การแพทย์เท่าไร
แต่เมื่อทำงานไปถึงระดับหนึ่ง ถึงจะได้เข้าสู่วงการ
อย่างน้อยๆ พอได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการแผนกแล้ว เมื่อถึงเวลาที่มีอำนาจพอจะนำเข้าอุปกรณ์การแพทย์ใหม่ๆ ได้ถึงจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับมัน
อีกตัวอย่างคือ เมื่อคุณเชี่ยวชาญเทคนิคเฉพาะทางอย่างลึกซึ้ง ให้คำแนะนำกับโรงงานผลิตอุปกรณ์การแพทย์ได้ก็จะกลายเป็นที่ปรึกษาด้านเทคนิคให้แก่บริษัทต่างชาติเหล่านั้น
ไม่อย่างนั้นก็คงเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ ดำเนินการยื่นเสนอรับรองผลิตภัณฑ์ยาหรืออุปกรณ์การแพทย์ใหม่ๆ
ดังนั้นถึงแม้วิศวกรรมชีวการแพทย์และการแพทย์คลินิกจะดูเหมือนอยู่ในวงการเดียวกัน แต่ความจริงแล้วเป็นคนละสายงานกันเลย
แต่ทุกคนล้วนทราบว่าเฉินชางเดินทางไปร่วมงานประชุมนานาชาติงานหนึ่ง
ถึงแม้งานประชุมนี้จะไม่ได้มีชื่อเสียงมาก
แต่ถึงอย่างไรงานจัดแสดงอุปกรณ์การแพทย์เช่นนี้ก็ยังไม่เข้าขั้นจะได้ถ่ายทอดผ่าน CCTV
เนื่องจากงานประชุมแบบนี้เดิมทีก็เป็นในเชิงพาณิชย์อยู่ส่วนหนึ่ง ผู้ที่เข้าร่วมงานมหกรรมนี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นบริษัทอุปกรณ์การแพทย์ การประชุมก็เป็นลักษณะในเชิงส่งเสริมการพาณิชย์
พอคิดดูให้ดีๆ ช่องข่าวCCTV เคยนำข่าวประเภทนี้มาออกอากาศเสียที่ไหนล่ะ