เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1327 หม่าได้ใจกับร่วมวินิจฉัยฉุกเฉิน
ถูกต้อง!
เฉินชางยอมรับว่าเขามีส่วนที่อิจฉาอยู่ข้างใน!
ไม่เพียงเฉินชาง แม้แต่หมอคนอื่นๆ ที่มาราวน์วอร์ด เมื่อเห็นฉากนี้ ทุกคนก็มีความคิดเดียวกันอย่างน่าประหลาด
แถม!
เฉินชางพนันว่า พวกเขาจะยืนอยู่ข้าง ‘พานจินเหลียน!’
พวกเขาหวังว่าในมือของพี่สาวมีสไตล์คนนี้จะถือถ้วยยาพิษอยู่จริงๆ
ถ้าเป็นสารหนู พวกเขาก็ไม่ถือสาจะเพิ่มอีกนิด!
เพื่อฆ่าหมาขโมยตัวนี้!
ถึงอย่างไรเหล่าหม่าก็ต่ำช้าเกินไป!
“ไอ้หยา ลวกผมแล้วเนี่ย!” หลังเหล่าหม่าถูกป้อนรังนกก็อดบ่นหญิงสาวไม่ได้
หญิงสาวหัวเราะก่อนหันตัวมามองเฉินชาง รู้ว่าหม่าเยว่ฮุยนี่แค่แสร้งโอเวอร์แสดงต่อหน้าคนอื่น!
แต่…ก็ไม่เป็นไร
หญิงสาวยิ้มอ่อนโยน ล้วงผ้าเช็ดหน้าแบรนด์จีวองชี่ออกมาเช็ดมุมปากเหล่าหม่า “ขอโทษที ไว้ฉันจะระวัง”
เหล่าหม่าเพลิดเพลินกับความรู้สึกนี้มาก
ความรู้สึกนี้ทำให้เขาพองโต!
เห็นเฉินชางมาแล้ว เขาก็ยิ้มบอก “นี่น้องชายผม เฉินชาง”
“เฉินชาง นี่พี่สะใภ้คุณ หลัวเล่อ”
เฉินชางรีบทักทาย “สวัสดีครับพี่สะใภ้ ผมเฉินชางครับ”
หลัวเล่อยิ้มน่ามองมาก!
เฉินชางไม่เคยเห็นพานจินเหลียน แต่คิดว่าต้องไม่น่ามองเท่าหลัวเล่อแน่นอน
เฉินชางไม่พอใจแล้ว
เจ้าหม่าเซอะซะนี่ ทำบุญอะไรมา!
หลัวเล่อยิ้มบาง “ฉันได้ยินเหล่าหม่าพูดถึงคุณบ่อย ว่างๆ มาเป็นแขกที่บ้านสิ ช่วงนี้ลำบากคุณแล้ว!”
เฉินชางส่ายหน้าบอก “ไม่เป็นไรครับ พี่สะใภ้ มีพวกเราอยู่วางใจได้เลย!”
ตอนที่พูด เฉินชางก็ยิ้มเย็น มองหม่าได้ใจโดยไม่รู้ตัว
เจ้าหมอนี่ได้ใจเกินไปแล้วจริงๆ
เฉินชางพลันนึกถึงหลัวโหย่วไฉ ไม่แปลกที่จะมองเหล่าหม่าขัดตา
ไม่ขัดตาสิถึงจะแปลก!
หลังออกจากห้องทำงาน ทุกคนพูดคุยเรื่องของหม่าเยว่ฮุยกันอย่างระมัดระวัง
เหล่าหม่าทำบุญด้วยอะไรกัน!
ถ้าเขาเป็นเศรษฐีรวยไอจ้อนใหญ่ก็ว่าไปอย่าง!
แต่พยาบาลทุกคนเคยเห็นม้าน้อยของเขาแล้ว เหมือนกับลูกแกะด้วยซ้ำ!
สุดท้ายทุกคนก็ได้แต่สรุปว่าคนรวยมักจะโชคดี
หลังหลัวเล่อจากไป อาศัยช่วงเวลาเปลี่ยนยา หมอกับพยาบาลไม่น้อยต่างอยากตีก้นหม่า
ภายใต้ความจนใจ ได้แต่ต่อแถวเข้าคิว!
เหล่าหม่าอยากร้องไห้แต่ไร้น้ำตา
…
เหล่าหม่าเจ็บป่วย เฉินชางก็ต้องยุ่งขึ้นเล็กน้อย
ในฐานะสมาชิกชั่วคราวของหน่วยฉุกเฉิน เฉินชางมีความรับผิดชอบใหญ่
ช่วงเช้าวิ่งไปร่วมวินิจฉัยสองรอบ ไม่นานเลิกงานก็ยังต้องวิ่งออกไปรับคนไข้
เวลานี้เฉินชางนับถือเหล่าหม่าขึ้นหลายเท่า ไม่พูดถึงเรื่องอื่น สมรรถภาพร่างกายของเหล่าหม่าไม่เลวเลย
ชายอายุสี่สิบกว่าปี ยังเปี่ยมกำลังวังชาแบบนี้ได้
เวลานี้ทุกคนจึงเข้าใจจุดเด่นของเหล่าหม่า เขาน่าจะค่อนข้างถึก
แต่เรื่องของเหล่าหม่าในครั้งนี้ทำให้ทุกคนเกิดความตื่นตัวขึ้นมา!
ริดสีดวงเอย หนังหุ้มเอย การผ่าตัดพวกนี้ให้ตายก็ห้ามให้ตัวเองเข้าโรงพยาบาลเด็ดขาด
หากไม่ระวัง เฉินใหญ่อาจกลายเป็นเฉินน้อยได้
แน่นอนว่าเฉินชางนึกถึงรุ่นพี่ที่ตอนนั้นรูมเมตขลิบหนังให้ เขาพลันคิดว่ารุ่นพี่ท่านนี้จงใจ!
ตอนเที่ยงมีพยาบาลมาส่งนมให้หนึ่งขวด
เฉินชางมองเสี่ยวเคอด้วยความสงสัย อดพึมพำขึ้นมาไม่ได้ “นี่…เสี่ยวเคอ คุณยังไม่ได้แต่งงานไม่ใช่หรือ ทำไมถึง…”
เสี่ยวเคอพลันหน้าแดง!
“ศาสตราจารย์เฉิน นี่คือนมอูฐค่ะ ไม่ใช่นมฉัน!”
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็หัวเราะอย่างประดักประเดิด “อ้อ! ฮ่าๆ …นมอูฐอร่อยนะ!”
เฉินชางเปิดนม หลังดื่มเสร็จก็นอนหลับ
โรงพยาบาลไม่ขาดของฝากเหล่านี้
หลังคนไข้มากมายอยู่โรงพยาบาล ก็มักจะแสดงความขอบคุณด้วยการส่งของขวัญเนื่องจากโรงพยาบาลใหญ่ในเมืองหลวงห้ามรับซองแดง ทั้งยังมีการดูแลกวดขันอย่างเข้มงวด
ตัวอย่างเช่นผลไม้ นม ถั่ว เป็นต้น…
ถึงอย่างไรอยู่โรงพยาบาลก็ยังยากจะอดตายจริงๆ
หลับหนึ่งงีบ เฉินชางก็ตื่นเพราะเสียงเคาะประตู
พยาบาลอ้วนอาหลิ่วรีบวิ่งเข้ามา เธอหอบแฮก บอกว่า “ศาสตราจารย์เฉิน แผนกสูตินรีเวชฉุกเฉินมีคนไข้มาด้วยอาการปวดท้องค่ะ!
ตอนนี้ผลตรวจของอีกฝ่ายยังไม่แน่ชัด เลยอยากให้คุณไปช่วยร่วมวินิจฉัย!”
หลังเฉินชางได้ยินก็รีบลุกขึ้น “ครับ!”
…
บรรยากาศในห้องทำงานของแผนกฉุกเฉินตอนนี้ค่อนข้างตึงเครียด
ผู้เชี่ยวชาญสิบห้าสิบหกคนล้อมอยู่ในห้องทำงานที่ไม่ใหญ่นัก ต่อให้เครื่องปรับอากาศส่งเสียงฟู่ๆ ก็ยังไม่อาจสลายคลื่นความร้อนแผดเผา
สายตาของทุกคนจับจ้องบนจอใหญ่ ปากกากับกระดาษในมือขีดๆ เขียนๆ ไม่รู้กำลังคิดอะไร
อาการป่วยของคนไข้ซับซ้อนเกินไปแล้ว!
ทั่วทั้งศูนย์ฉุกเฉิน เก้าแผนกใหญ่ร่วมมือกันวินิจฉัย ดำเนินมาครึ่งชั่วโมงจากบ่ายหนึ่งจนมาถึงตอนนี้ ทุกคนอยู่ที่นี่ตลอดเที่ยง!
ไม่มีใครบ่น แต่ความเสียใจเดียวก็คือยังไม่ได้รับผลการวินิจฉัยที่ตรงกัน!
ตอนนี้ผลวินิจฉัยของคนไข้ยังไม่ชัดเจน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการวินิจฉัยและรักษา
การรักษาไม่ได้ง่ายดายอย่างปวดท้องแล้วฉีดยาแก้ปวดสักเข็ม
ยาแก้คลื่นไส้ก็แก้ไขปัญหานี้ไม่ได้
ปวดท้อง!
เบื้องหลังอาการที่พบเห็นบ่อยกลับมักมีโรคที่ซับซ้อนเป็นชุด
หากอยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลานานก็จะพบเจอเรื่องอย่างนี้
ยิ่งเป็นอาการที่ดูธรรมดา ก็ยิ่งยากวินิจฉัยชัดเจน!
ที่สำคัญคืออาการป่วยของคนไข้ตอนนี้ยิ่งไม่ง่ายดาย
คนไข้หญิง ปีนี้อายุ 61 ปี!
เวียนหัวฉับพลันหลังออกกำลังกายพร้อมกับอ่อนแรง ปวดช่วงท้องรุนแรงมาสิบชั่วโมง!
ทุกคนปรึกษากันมาชั่วโมงกว่าแล้วแต่ยังไม่ได้ผลลัพธ์
ดังนั้นเหอจื้อเชียนจึงพลันแนะนำ “โทรหาแผนกฉุกเฉินเถอะ ให้เฉินชางมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเชี่ยวชาญในโรคปวดท้องเฉียบพลัน!”
หัวหน้าแผนกสูตินรีเวชชื่อหวงชิวอิ่ง ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับเงินสนับสนุนจากสำนักนายกรัฐมนตรีจีน เป็นคนใหญ่คนโตของแผนกสูตินรีเวช ปีนี้อายุ 58 ปี!
ประสบการณ์เต็มเปี่ยม เทคนิคชำนาญการ
หลังได้ยินคำพูดของเหอจื้อเชียนเธอก็ชะงักเล็กน้อยก่อนจะจำเฉินชางได้!
เฉินชางมาครึ่งปีแล้ว ยังมีอิทธิพลต่อแผนกสูตินรีเวชน้อยที่สุด
เทียบกับแผนกอื่น แผนกสูตินรีเวชมีความเป็นเอกเทศค่อนข้างมาก
ไม่ได้ติดต่อกับโลกภายนอกบ่อยครั้ง
ดังนั้นจึงแค่ได้ยินเรื่องราวของเฉินชางมาบ้าง แต่ยังไม่เคยติดต่อจริงจัง
แถมในที่นี้ยังเป็นระดับหัวหน้าทั้งนั้น ปัญหาที่พวกเขาแก้ไขไม่ได้…
เฉินชางจะแก้ไขได้หรือ
แต่ตอนนี้หวงชิวอิ่งจนปัญญาแล้ว
เธอพูดกับพยาบาล “ยื่นเรื่องขอร่วมวินิจฉัยกับแผนกฉุกเฉินที่หก ให้ศาสตราจารย์เฉินชางมาหน่อย!”
หลังพยาบาลได้ยินก็รีบวิ่งออกไป
ส่วนผู้เชี่ยวชาญจากแผนกต่างๆ โดยรอบ เมื่อได้ยินชื่อเฉินชางก็พลันตาเป็นประกาย
พวกเขารู้จักอัจฉริยะคนนี้
เป็นวัตถุดิบชั้นดีในการทำผ่าตัด
แต่ว่า…
อายุรกรรมกับศัลยกรรมไม่เหมือนกัน เทียบกับศัลยกรรมแล้ว ความสามารถในการวินิจฉัยของหมออายุรกรรมจะแม่นยำและแข็งแกร่งกว่าหน่อย
ตรรกะความคิดของพวกเขาจะชัดเจนกว่า ค่อนข้างเปิดกว้างต่อการวินิจฉัยและรักษา
เทียบกันแล้ว หมอศัลยกรรมยังคงไล่ตามคำพูดที่ว่า ‘อันไหนมีปัญหาตัดอันนั้นทิ้ง!’
แน่นอนว่าถึงแม้ดูเป็นเหมือนคำพูดล้อเล่น
แต่ก็ไม่ห่างจากความจริงมากนัก