เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1351 ความรู้สึกว่างเปล่า!
ในใจจางจื้อเผิงเต้นตึกตักๆ อย่างผิดหวัง!
ยังสะเทือนใจยิ่งกว่ารักแรกเสียอีก!
เขารู้สึกว่าความสามารถในการรับได้ในใจของตัวเองยังพอไหว ไม่งั้นก็คงไม่มาอยู่แผนกประสาทวิทยาแล้ว
แต่ว่า…
เขาพบว่าตัวเองมีสภาพจิตใจดีเพราะยังไม่เคยเจอศาสตราจารย์เฉินมาก่อน!
เจ้าหมอนี่ไม่ได้สภาพจิตดีแล้ว
นี่มันสภาพจิตระเบิดแล้วชัดๆ!
เจาะรูตรงๆ โดยไม่ใช้เครื่องกำหนดสามมิติ ศาสตราจารย์เฉินเป็นคนกล้าหาญจริงๆ!
นึกเชื่อมโยงที่เฉินชางก็เหมือนวินิจฉัยสมองเลื่อนโดยไม่ต้องดูแผ่นฟิล์ม ทันใดนั้นจางจื้อเผิงก็โล่งใจ
หรือว่า…
ศาสตราจารย์เฉินเรียนประสาทวิทยาคนละเล่มกับเขา
เป็นไปได้สูง!
บนตัวของศาสตราจารย์เฉินเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความดิบเถื่อน
ทำให้จางจื้อเผิงที่เรียนระบบปกติมาได้แต่ทอดถอนใจ!
มองสองรูที่เฉินชางเจาะ จางจื้อเผิงก็ยอมแพ้การกอบกู้ของตัวเอง
ช่างเถอะๆ!
ไม่ว่ารูไหน ลดความดันได้ก็พอแล้ว
หมอวิสัญญีก็มองจางจื้อเผิงด้วยสีหน้างุนงง แล้วมองเฉินชางอย่างกังวลเล็กน้อย “ศาสตราจารย์เฉิน เริ่มเลยไหมครับ”
เฉินชางพยักหน้า “ลำบากคุณแล้ว!”
วิสัญญีแพทย์ยังค่อนข้างรู้จักเฉินชางที่เป็นคนดังของห้องผ่าตัด
แต่กลับเพิ่งเคยติดต่อเป็นครั้งแรก
อย่างที่คิดจริงๆ!
ลงมือทีก็ทำเขาครั่นคร้ามแล้ว!
ไม่ค่อยปกติจริงๆ
ทัศนคติที่ไม่เป็นไปตามครรลองปกตินี้ ชุดผ่าตัดนี่ต้องได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์เสื้อผ้า Meters/bonwe แน่นอน
ภาพจำลองสี่มิติในดวงตาของเฉินชางสอดคล้องกับร่างกายของคนไข้ต่อเนื่องแล้วเชื่อมโยงกับฟิล์ม CT สมองของเฉินชางราวกับซูเปอร์คอมพิวเตอร์
เขาคำนวณขนาด ความลึก ขอบเขต…ของเลือดคั่งอย่างต่อเนื่อง!
จากนั้น!
เฉินชางก็กำหนดตำแหน่งที่จะเปิดกะโหลกได้แล้ว
การฆ่าเชื้อบนหนังศีรษะเป็นเรื่องค่อนข้างยุ่งยาก
อันดับแรกเช็ดด้วยอีเทอร์เพื่อขจัดไขมัน จากนั้นก็ใช้เมทิลไวโอเลตขีดเส้นลูกศรตรงกลางกับเส้นปากแผล
สุดท้ายก็ใช้ทิงเจอร์ไอโอดีกับเอทานอลฆ่าเชื้อ
จางจื้อเผิงจัดการอย่างระมัดระวังราวกับทาสชาวนาของเจ้าของที่ดิน ไม่กล้าขยับตัว ได้แต่ทำงาน
หลังกางผ้าคลุมผ่าตัดดีแล้วก็เปิดศีรษะ!
ก่อนผ่าเปิดกะโหลกจำเป็นต้องผ่าผิวหนังเสียก่อน
เฉินชางชำนาญมาก!
ตอนที่เปิดผิวหนังอย่างมั่นใจ จางจื้อเผิงก็ตกตะลึงทันที!
“ศาสตราจารย์เฉิน คุณ…ทำได้ยังไงกัน ทำไมถึงมีเลือดออกน้อยขนาดนี้”
วิสัญญีแพทย์ทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว เจ้าเด็กโง่นี่ดูไม่มีอนาคตสุดๆ เอะอะก็สงสัยไปหมด
“คุณไม่เคยเห็นตอนที่ศาสตราจารย์เฉินวางยาสลบ ใช้โพรเคนผสมอะดรีนาลีนเข้มข้น 0.1% 5 มิลลิลิตรเหรอ”
จางจื้อเผิงตกตะลึงทันที เขาอดทอดถอนใจไม่ได้ “ละเอียดมาก!”
วิสัญญีแพทย์ก็พยักหน้า
ปกติมีหมอที่ทำแบบนี้ได้น้อยมาก
ถึงอย่างไรการวางยาสลบก็ทำโดยตัวหมอ การผสมอะดรีนาลีนจึงละเอียดมากจริงๆ
อะดรีนาลีนทำให้หลอดเลือดบีบตัว เมื่อเป็นแบบนี้ก็ลดเลือดได้ไม่น้อยเลย
วิธีการนี้ใช้ในแผนกฉุกเฉินมาก แต่ส่วนใหญ่แผนกประสาทวิทยาจะไม่ค่อยได้ใช้
ดังนั้นหลังจางจื้อเผิงเห็นจึงตื่นตาตื่นใจอยู่บ้าง
ทว่าต่อมาตอนที่เปิดหนังหัว ก็จำเป็นต้องใช้การร่วมมือของสองคน
เฉินชางยังไม่พูดอะไร จางจื้อเผิงก็ใช้นิ้วกดสองข้างของปากแผลแน่น
หลังเฉินชางผ่าเปิดก็ใช้เครื่องจี้ไฟฟ้าห้ามเลือด จากนั้นก็ใช้คีมห้ามเลือดหนีบกล้ามเนื้อเส้นเอ็นรูปทรงแบนไว้แล้วพลิกกลับเป็นการห้ามเลือดสำเร็จ!
เวลานี้กะโหลกปรากฏขึ้นมาแล้ว
เฉินชางมีความรู้สึกในการรับรู้พื้นที่ดีมาก สว่านมือความเร็วสูงเริ่มเจาะเนื้อกระดูก
ขั้นตอนนี้จะบอกว่าเร็วก็เร็ว บอกว่าช้าก็ช้า แต่จางจื้อเผิงที่อยู่ด้านข้างมองจนค่อนข้างตึงเครียด
แม้แต่เขาก็บอกสาเหตุไม่ได้
แต่ขั้นตอนการผ่าตัดกลับรวดเร็วมาก
ไม่นานเฉินชางก็ถึงเยื่อหุ้มสมองชั้นนอก
ถัดมาคืออันที่สอง!
เฉินชางถอดกลีบกระดูกไม่เล็กไม่ใหญ่ออกมาได้สำเร็จ
เวลานี้เยื่อหุ้มสมองชั้นนอกนูนขึ้นมาชัดเจนเพราะมีแรงดันมาก
เห็นฉากนี้ จางจื้อเผิงก็เริ่มใจเย็นลง
เวลานี้ยังผ่าเปิดเยื่อหุ้มสมองชั้นนอกไม่ได้
จำเป็นต้องลดความดันภายในกะโหลกก่อน
ไม่อย่างนั้น…
เมื่อไรที่เปิดเยื่อหุ้มสมองชั้นนอกโดยที่มีความดันในกะโหลกอยู่ หากโชคไม่ดี ไม่แน่ว่าสมองจะหลุดออกมาจริงๆ!
เยื่อหุ้มสมองชั้นนอกค่อนข้างทนทาน ในฐานะระบบป้องกัน มันยังคงค่อนข้างน่าเชื่อถือ
ใช้แมนนิทอลก็ไม่ทันแล้ว
“เข็มเจาะโพรงสมอง!”
เฉินชางพูดโดยตรง
ได้ยินคำพูดของเฉินชาง จางจื้อเผิงพยักหน้า รับเข็มเจาะมาจากในมือพยาบาล
เจาะโพรงสมองมีความอันตรายระดับหนึ่ง
แม้แต่หมอแผนกศัลยกรรมประสาทที่มีประสบการณ์ก็ต้องระมัดระวัง
เพราะสมองไม่เหมือนเนื้อเยื่ออื่น
ตอนที่คุณเจาะ จำเป็นต้องควบคุมทิศทางและความลึกของการเจาะอย่างแม่นยำ ไม่มากไม่น้อย และจะทำให้เนื้อเยื่อกับหลอดเลือดใหญ่เสียหายไม่ได้
ถึงแม้เฉินชางจะไม่มีทักษะการผ่าตัดนี้
แต่ว่า!
อาศัยความเข้าใจของตัวเองต่อสภาพแวดล้อมในกะโหลกของคนไข้ รวมถึงความนิ่งของสองมือ เฉินชางรู้สึกว่าตัวเองเหมาะกว่าจางจื้อเผิง!
ถ้าคนที่ยืนอยู่ด้านข้างคือหูฉวนปัง เฉินชางจะไม่อวดเก่งแน่นอน!
ในเวลานี้ เฉินชางเจาะลึกเข้าไปข้างในจากเยื่อหุ้มสมองชั้นนอก ทะลุผ่านเปลือกสมอง…อ้อมเปิดหลอดเลือดแดงที่สำคัญ…
ขั้นตอนนี้จำเป็นต้องระวังมากพอ!
ทุกคนรอบข้างกลั้นหายใจ
กลัวจะรบกวนเฉินชาง
ในเวลานี้ เฉินชางสัมผัสได้ว่าเข็มเจาะเข้าไปในบริเวณที่แตกต่างกัน
ความสามารถในการสัมผัสที่นิ้วมือถูกใช้ขึ้นมาอีกครั้ง
เฉินชางพลันดีใจ
ใช้แบบนี้ได้จริงๆ ด้วย
โดยทั่วไป ไม่ว่าเป็นการเจาะหน้าอกหรือเจาะกระดูกสันหลัง ก็ต้องพิถีพิถันกับความรู้สึกว่างเปล่า
ซึ่งการเจาะสมองก็ควรเป็นเช่นนี้!
ถึงแม้ความหนาแน่นของเนื้อเยื่อภายในกะโหลกไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ตอนที่ผ่านเนื้อเยื่อสมองเข้าไปยังพื้นที่เลือดคั่ง ก็จะต้องเจือความรู้สึกว่างเปล่าจากการเปลี่ยนแปลงของความหนาแน่น นอย่างช่วยไม่ได้!
ที่เฉินชางต้องรอก็คือความรู้สึกนี้!
เฉินชางถึงขั้นยังเปลี่ยนไปใช้ถุงมือรับสัมผัสโดยเฉพาะ
ดูท่าตัวเองเดาถูกแล้ว!
เวลานี้เฉินชางพูดกับจางจื้อเผิง “มา ดูดออกช้าๆ ผมให้หยุดก็หยุด!”
จางจื้อเผิงพยักหน้า “ถึงแล้วเหรอครับ”
เฉินชางพยักหน้า “อืม!”
ตลอดทั้งขั้นตอนการดูดของเหลวจะต้องมีความเร็วสม่ำเสมอ ห้ามเร็วเกินไป
เมื่อเลือดถูกดูดออกมา จางจื้อเผิงก็ดีใจขึ้นมาทันที!
วินาทีนี้ แม้แต่แววตาที่มองเฉินชางก็เจือความตื่นเต้น
บอกตามตรง เขานึกไม่ถึงว่าจะราบรื่นขนาดนี้!
เขาเคยเห็นการเจาะสมองมามากมาย ส่วนใหญ่ต้องทดลองซ้ำๆ
ในสมองไม่เหมือนกับบริเวณอื่น
ต่อให้เจาะกระดูก หากคุณเจาะพลาด ก็แค่กระดูกเสียหายเป็นรูหนึ่งรู
แต่เจาะสมองล่ะ?
การเจาะเข็มเข้าไปในสมองแบบนี้ ยากที่จะคาดเดาเรื่องไม่คาดฝันจริงๆ!
ส่วนการจัดการของเฉินชาง หลีกเลี่ยงความเสียหายที่ตามหลังได้โดยตรง
จางจื้อเผิงย่อมทำลายการเริ่มต้นที่ดีนี้ไม่ได้
ตอนที่เขาดูดของเหลวอย่างระมัดระวัง
เฉินชางก็คอยสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงของความดัน
ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาที
เฉินชางก็สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงของความดันในโพรง เขาจึงรีบบอก “ได้แล้ว!”
จางจื้อเผิงพยักหน้า!
“โอเคครับ!”
ถึงแม้เขาไม่รู้ว่ามาตรฐานของเฉินชางคืออะไร
แต่ว่า…
เขาตระหนักได้ว่า เฉินชางเหนือกว่าตัวเอง
วินาทีนี้เขาพลันย้อนนึกถึงฉากที่เฉินชางผ่าตัดให้หมี่ตี้ตอนนั้น มันยอดเยี่ยมเหลือคณา!
วันนี้จะได้เห็นอีกครั้งไหมนะ