เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1398 ให้เกียรติศาสตราจารย์เฉินหน่อยละ
ตอนที่ 1398 ให้เกียรติศาสตราจารย์เฉินหน่อยละ
ด้วยเหตุนี้เฉินชางจึงเช็ดตัวซ้ำไปซ้ำมา เวลาผ่านไปพักหนึ่ง หญิงสาวคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาอย่างเร่งร้อน หลังจากเห็นสภาพรถ สีหน้าก็มืดมนลง
“ใครทุบรถฉัน!” หญิงสาวอายุไม่มาก ราวยี่สิบกว่าปีเท่านั้น แต่งตัวตามสมัยนิยมมาก ด้านหลังของหญิงสาวมีชายหนุ่มคนหนึ่งหิ้วกระเป๋าเดินทางตามมา ทั้งสองอายุไล่เลี่ยกัน หลังจากเห็นสภาพรถต่างค่อนข้างตกใจ แถมยังมีตำรวจอยู่ข้างๆ ด้วย
“คุณตำรวจคะ เกิดอะไรขึ้น รถฉันถูกคนทุบได้ยังไง!” หญิงสาวโมโหมาก มองไปที่ตำรวจ เพิ่งสังเกตเห็นว่ามีเด็กคนหนึ่งอยู่บนพื้นด้วย เธอหน้าถอดสีทันที! “พวกคุณเป็นใคร แล้วลูกฉันเป็นอะไรไป”
เมิ่งซีเห็นสถานการณ์ก็รีบอธิบายว่า “สวัสดีค่ะ คุณเป็นเจ้าของรถใช่ไหม”
หญิงสาวพยักหน้ารับเสียงแข็ง ฝ่ายชายที่อยู่ด้านหลังก็เดินเข้ามาแล้ว
ตำรวจเอ่ยว่า “คุณจอดรถไว้ที่นี่แล้วทิ้งเด็กไว้ในรถ คุณหมอท่านนี้บอกว่าเด็กอาจจะเป็นลมแดด จำเป็นต้องได้รับการปฐมพยาบาลเลยทุบกระจกรถแตกครับ! หมอกลุ่มนี้คือระดับผู้อำนวยการจากศูนย์ฉุกเฉินทั้งสิ้น พวกเขาเป็นมืออาชีพ!” ตำรวจชี้แจงกับพวกเขาดีๆ ด้วยเกรงว่าหญิงสาวเจ้าของรถจะไม่ยอมฟังเหตุผล พอถึงเวลาจะเรียกค่าเสียหายจากอีกฝ่ายขึ้นมา
พอหญิงสาวเจ้าของรถได้ยินก็ขมวดคิ้วทันที ค่อนข้างวิตกและหวาดกลัวขึ้นมา “พูดเหลวไหลอะไร ฉันไปแค่ไม่กี่สิบนาที แค่ไปรับคนคนเดียวเท่านั้น อีกอย่างฉันก็แง้มช่องซันรูฟเอาไว้แล้วด้วย”
แต่ฝ่ายชายกลับโยนกระเป๋าเดินทางลงพื้นแล้ววิ่งเข้ามาหยุดที่สนามหญ้าด้านข้าง เอ่ยถามด้วยสีหน้าเปี่ยมความกังวล “หมอครับ ลูกผมเป็นยังไงบ้าง”
เฉินชางมุ่นคิ้วเล็กน้อย “สถานการณ์ไม่สู้ดี ตอนนี้อุณหภูมิร่างกายยังไม่ลดลง คุณรีฟส์ครับ รถมาหรือยัง”
รีฟส์รีบตอบว่า “เข้ามาแล้ว เข้ามาแล้วครับ ปรับแอร์ไว้เรียบร้อยแล้วด้วย”
เฉินชางพยักหน้ารับทันที เขาเงยหน้ามองชายหนุ่ม “คุณเป็น… พ่อเด็กใช่ไหม”
ชายหนุ่มรีบพยักหน้า “ใช่ครับ! ขอบคุณคุณหมอมากนะครับ!” ชายหนุ่มมีไหวพริบมาก พอมองเห็นสองมือของเฉินชางก็ผงะไปเล็กน้อยก่อน นึกเชื่อมโยงถึงเสียงวิจารณ์ของกลุ่มจีนมุงเมื่อครู่นี้พลันเข้าใจได้ทันที! หลังจากเห็นฉากนี้ ชายหนุ่มซาบซึ้งอย่างยิ่ง!
“เฮ้อ ขอบคุณคุณมากจริงๆ ครับ!” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาอีกครั้ง
เฉินชางส่ายหน้า “โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดคือโรงพยาบาลไหน”
“โรงพยาบาลสนามบินนานาชาติเมืองหลวง!” ผู้ชำนาญท้องที่อย่างเหอจื้อเชียนเอ่ยโพลงขึ้นมา
เฉินชางพยักหน้ารับ เอ่ยกับชายหนุ่มว่า “ไปเถอะครับ ไปโรงพยาบาลกันก่อน สรุปแล้วจะรอดหรือไม่รอด ตอนนี้ยังบอกไม่ได้!”
เฉินชางไม่ได้พูดขู่ขวัญ ทุกอย่างที่เขาพูดล้วนเป็นความจริงตามสถานการณ์จริง! อัตราการเสียชีวิตจากอาการฮีทสโตรกสูงมาก อยู่ระหว่างยี่สิบถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ สำหรับผู้ป่วยที่อายุมากกว่าห้าสิบปีขึ้นไปและต่ำกว่าแปดปีลงไปยิ่งมีอัตราเสียชีวิตสูงถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์! “ถ้าหากอุณหภูมิร่างกายไม่กลับสู่สภาพปกติ ระบบประสาทส่วนสมองจะได้รับความเสียหายอย่างถาวรแน่นอน! ตอนนี้… เฮ้อ ยังสรุปไม่ได้ ต้องไปรอดูกันอีกที!”
หลังจากชายหนุ่มได้ยินคำพูดของเฉินชางก็ใจเสียไปครึ่งหนึ่งแล้ว! ฝ่ายหญิงสาวที่อยู่ด้านหลังยิ่งหวั่นกลัวมากขึ้นกว่าเดิม! ดูเหมือนเธอจะช็อกไปแล้ว อดเอ่ยด้วยเสียงที่ค่อนข้างสั่นเครือไม่ได้ “นี่… เป็นแบบนี้ไปได้ยังไง ฉัน… เปิดซันรูฟไว้แล้วชัดๆ อีกอย่าง… ฉันก็ไปไม่นาน… ฉัน…”
สีหน้าชายหนุ่มหม่นหมอง ไม่อยากพูดอะไรทั้งนั้น! เขาไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะพูดอย่างไรกับเรื่องนี้ดี “คุณหมอครับ คงต้องขอรบกวนคุณแล้ว คุณช่วยไปโรงพยาบาลกับพวกเราได้ไหมครับ ผม… ผมซาบซึ้งใจมาก ใช่แล้ว ผมจะจ่ายค่าชดเชยที่ทำให้คุณลำบากนะครับ”
เฉินชางส่ายหน้า “ไปเถอะครับ ไปโรงพยาบาลกันก่อน” ระหว่างที่คุยกันอยู่ สวีอ้ายฉิงได้อุ้มเด็กน้อยเข้าไปในรถอัลพาร์ดแล้ว พื้นที่ในรถก็กว้างขวางมาก เฉินชางตามหลังไปติดๆ พอแม่เด็กก็รีบตามขึ้นไปด้วย รถยนต์มูลค่าหลายล้านคันนั้นถูกเมินไปอย่างสิ้นเชิง! อย่างไรก็ตาม! พูดกันตามตรง ตอนนี้ที่นี่มีตำรวจคอยดูแลเป็นพิเศษแล้ว นี่คืออภิสิทธิ์ที่น่ารังเกียจเสียจริง
โรงพยาบาลสนามบินนานาชาติเมืองหลวงอยู่ห่างออกไปประมาณสิบนาทีเท่านั้น ระหว่างทางไม่มีใครพูดจาเลย ฝ่ายหญิงก็เงียบงันเช่นกัน สีหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ส่วนฝ่ายชายหน้าดำคร่ำเครียด ไม่พูดสักคำ เฉินชางและสวีอ้ายฉิงยังคงช่วยลดอุณหภูมิอยู่! แอร์ในรถถูกปรับไว้ที่สิบแปดองศา ลมเย็นเฉียบเป่าดังพรึ่บพรั่บ แต่กลับยังคงรับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่ร้อนระอุ
สิบนาทีต่อมา รถขับมาถึงโรงพยาบาลสนามบินนานาชาติเมืองหลวงแล้ว จอดลงที่หน้าทางเข้าแผนกฉุกเฉิน ในเวลานี้ แผนกฉุกเฉินได้ส่งคนออกมาแล้ว ผู้อำนวยการแผนกฉุกเฉินออกมารอที่ทางเข้าด้วยตัวเอง หลังเปิดประตูรถลงมา เฉินชางมุดออกมาจากด้านในก่อน สวีอ้ายฉิงอุ้มเด็กลงมา ส่วนพ่อแม่ก็ตามหลังมาติดๆ
หลังจากที่ผู้อำนวยการแผนกฉุกเฉินเห็นเฉินชางก็รีบเข้ามาทัก “สวัสดีครับศาสตราจารย์เฉิน ผมคือเจิ้งเหลย ผู้อำนวยการแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลสนามบินนานาชาติเมืองหลวง!” เฉินชางพยักหน้ารับ “สวัสดีครับผู้อำนวยการ ไปเตรียมห้องฉุกเฉินก่อนเถอะครับ! สถานการณ์ของผู้ป่วยค่อนข้างอันตราย ใช่แล้ว เชิญแผนกประสาทวิทยาและกุมารเวชมาร่วมวินิจฉัยทีครับ”
เจิ้งเหลยรีบพยักหน้ารับ! เจิ้งเหลยรู้จักกับเหอจื้อเชียน เหอจื้อเชียนเล่าถึงฐานะและอิทธิพลของเฉินชางไว้ก่อนแล้ว ทำเอาเจิ้งเหลยตะลึงไปชั่วขณะ! ไม่คิดเลยว่าเป็นคนใหญ่คนโตขนาดนี้ เฉินชางมาแล้ว ตนให้ความร่วมมือเสียก็พอ หลังจากญาติผู้ป่วยลงทะเบียนเสร็จ ผู้ป่วยก็ถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉิน
เฉินชางรีบเอ่ยว่า “วัดอุณหภูมิร่างกายก่อน!” หลังจากเฉินชางได้ยินก็ดีใจขึ้นมาทันที ขอแค่อุณหภูมิลดลงจากสี่สิบองศาก็มีความหวังแล้ว! พอคิดมาถึงตรงนี้ เฉินชางรีบสั่งการ
“ตรวจนับเม็ดเลือดด่วน ตรวจอัตลักษณ์กล้ามเนื้อหัวใจ ภาวะกล้ามเนื้อสลาย การจับตัวของลิ่มเลือด การทำงานของตับและไต ตัวชี้วัดการอักเสบ… ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ทำซีทีสแกนสมอง… เครื่องติดตามสัญญาณชีพ! ใหออกซิเจน!”
หลังจากเฉินชางเข้ามาก็เริ่มเตรียมการอย่างเร่งด่วน ในขณะเดียวกัน ญาติผู้ป่วยที่อยู่ด้านนอก ดูวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“ที่รัก ฉันผิดไปแล้ว…” เวลานี้หญิงสาวกลัวจับใจจริงๆ ชายหนุ่มยกมือปิดหน้า ไม่ปริปากเลย เขาไม่ได้นึกโทษโกรธเคืองภรรยา เพราะโกรธกันไปก็ไม่มีประโยชน์แล้ว เรื่องเกิดขึ้นแล้ว จะโทษใครก็ไม่มีประโยชน์อีก
ตอนนี้ต้องพึ่งหมออย่างเดียวแล้ว! พอคิดมาถึงตรงนี้ ชายหนุ่มหยิบมือถือขึ้นมาต่อสายหาผู้เป็นบิดา บอกเล่าต้นสายปลายเหตุเรื่องราวไป เป็นอย่างที่คาดการณ์ไว้ ผู้เป็นพ่อโกรธเหมือนฟ้าพิโรธ! หลังวางสาย เขาก็รีบติดต่อไปหาหมอและโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในเมืองหลวง
“นายบอกว่าได้ใครช่วยไว้นะ”
“หมอคนหนึ่งชื่อว่าเฉินชาง”
“เฮ้อ เหล่าหลี่ นายโชคดีมากจริงๆ ได้พบศาสตราจารย์เฉินก็เท่ากับยื้อชีวิตหลานนายคืนได้แล้ว”
“ฉันควรย้ายไปที่โรงพยาบาลปักกิ่งยูเนียนไหม”
“ไม่จำเป็นเลย ทำตามที่ศาสตราจารย์เฉินจัดการเถอะ มีเขาย่อมดีกว่านายส่งไปรักษาที่ต่างประเทศอีก!”
หลังวางสาย ชายวัยกลางคนยังคงไม่ค่อยมั่นใจ แล้วถ้าไม่ใช่เฉินชางเดียวกันละ ด้วยเหตุนี้จึงโทรไปถามลูกชายดู “แกแน่ใจใช่ไหมว่าหมอที่แกพูดถึงชื่อเฉินชางที่มาจากศูนย์ฉุกเฉิน” ชายหนุ่มพยักหน้าตอบ “อืม ใช่ครับพ่อ พวกเรา… จะย้ายโรงพยาบาลไหมครับ”
ชายวัยกลางคนถอนหายใจ “ปล่อยให้หมอเฉินจัดการเถอะ เมื่อกี้พ่อโทรไปถามเลขาธิการของผู้อำนวยการเสี้ยวของกระทรวงสาธารณสุขมาแล้ว ตามที่อีกฝ่ายสื่อมาคือเราโชคดีแล้วที่ได้เจอกับศาสตราจารย์เฉิน ไม่อย่างนั้น เฮ้อ… ให้เกียรติศาสตราจารย์เฉินหน่อยละ!”