เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1410 ความจำยอมของเหล่าฉิน!
ตอนที่ 1410 ความจำยอมของเหล่าฉิน!
คำพูดของผู้เฒ่าจู ทำให้ทุกคนหัวเราะไม่ได้ร้องไหไม่ออก ตาเฒานี่… แต่… จู่ๆ ทุกคนก็นึกถึงเรื่องหนึ่ง
ฉีหนานอดถามไม่ได้
“ยาสลบหมดฤทธิ์ไวขนาดนี้เลยเหรอ”
ระหว่างที่พูดก็มองหัวหน้าแผนกวิสัญญีแวบหนึ่ง หัวหน้าหยางจากแผนกวิสัญญีขมวดคิ้วทันที
“ไม่ใช่สิ ผมคิดว่าอย่างไรก็ต้องมากกว่าแปดชั่วโมงนะครับ ฟื้นมาไวขนาดนี้ได้อย่างไร”
คำพูดนี้ ทำให้ทุกคนอึ้งไป เฉินชางจึงยังไม่กลับ ไปเกลี้ยกล่อมผู้เฒ่าจูก่อนค่อยว่ากัน ทุกคนไปที่ห้องสังเกตอาการ เข้าไปก็เห็นว่าผู้เฒ่าตื่นอยู่และกำลังต่อรองกับหัวหน้าของแผนก ICU!
“ฉันอยู่วันเดียว! อยู่อีกแค่หนึ่งวันได้ไหม ฉันอยู่ที่นี่นานๆ ไม่ได้จริงๆ นะ!”
“ศาสตราจารย์จูครับ น้อยสุดสามวัน! น้อยกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ!”
“แค่กรีดเนื้อออกมาก้อนหนึ่งเอง ไม่เป็นไรหรอก!”
ทุกคนเดินเข้าไปอย่างหัวเราะไม่ได้ร้องไหไม่ออก หลังจากผู้เฒ่าจูเห็นพวกฉีหนานและเฉาอวี่เดินเข้ามา ก็รีบเรียกให้เข้าไปหา
“รัฐมนตรีเฉา ผู้อำนวยการฉี พวกคุณคุยกับเขาหน่อย! เขาไม่ยอมฟังฉัน!”
ผู้เฒ่าจูเหมือนเห็นความหวัง ท่าทางดูกระปรี้กระเปร่ามาก ทำให้ทุกคนตกใจเล็กน้อย อิงตามสถานการณ์ปกติ ยาสลบของผู้เฒ่าน่าจะยังมีฤทธิ์ โดนยาสลบแปดชั่วโมงเข้าไป นอนหลับสิบห้าถึงสิบหกชั่วโมงยังเป็นไปได้ ถึงอย่างไรหลังจากผ่าตัด ร่างกายมนุษย์จะมีการรักษาและฟื้นตัวตามธรรมชาติ แต่… พวกเขาเพิ่งเคยเห็นคนที่โดนวางยาสลบไปแปดชั่วโมง ฟื้นขึ้นมาตั้งแต่หกชั่วโมงแรก
ฉีหนานยิ้มพูด
“ศาสตราจารย์จู เราเจอกันตรงกลาง สองวันได้ไหมครับ อีกสองวัน ผมให้คุณกลับห้องเดิม”
ผู้เฒ่าเงียบ ฉีหนานพูดต่อว่า
“เดี๋ยวผมให้พวกเขาอนุญาตให้เอาคอมพิวเตอร์ของคุณเข้ามาได้!”
ผู้เฒ่าจูได้ยินแล้วตาเป็นประกายขึ้นมาทันที
“จริงเหรอ”
ฉีหนานพยักหน้า
“จริงครับ ผมรับปากคุณ แต่สองวันนี้คุณจะต้องเชื่อฟังเรา ห้ามกลับไป”
ผู้เฒ่าได้ยินแล้วดีใจขึ้นมาทันที คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นเป็นของรักของหวงของเขาเชียว! ในนั้นเต็มไปด้วยเทคนิคสำคัญๆ และการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ทั้งชีวิตของเขา รวมถึงวิทยานิพนธ์จบการศึกษาของพวกลูกศิษย์ เป็นสิ่งที่เขารวบรวมมาทั้งชีวิต ที่สำคัญที่สุดคือ มีคอมพิวเตอร์เขาก็จะทำงานได้แล้ว จูเหอเชี่ยคิดถึงตรงนี้ก็ตัดสินใจประนีประนอม!
หลังจากแอดมิตที่โรงพยาบาล ฉีหนานกลัวว่าเขาจะเอาแต่ทำงาน จึงเอาคอมพิวเตอร์ของผู้เฒ่าไปให้ผู้ช่วยของผู้เฒ่าเก็บไว้ ตั้งนานกว่าจะเกลี้ยกล่อมผู้เฒ่าจูได้ ในที่สุดวิสัญญีแพทย์ก็อดถามคำถามที่อยากถามที่สุดจนได้!
“ศาสตราจารย์จู คุณโดนวางยาสลบ แต่แค่แป๊บเดียวก็ฟื้นแล้ว เมื่อก่อนก็เป็นแบบนี้เหรอ”
ทุกคนรอบข้างต่างจ้องผู้เฒ่า ผู้เฒ่าหน้าแดง
“เราเคยฝึกมาทั้งนั้น…”
ทันใดนั้น คำพูดหนึ่งทำให้ทุกคนงุนงง! เรื่องแบบนี้ฝึกได้ด้วยหรือ ผู้เฒ่าลังเลครู่หนึ่ง กำลังคิดว่าเล่าได้ไหม อาจจะเพราะคิดว่าไม่เป็นไร จึงพูดว่า
“ช่วงนั้นเป็นช่วงพิเศษ เราทำงานวิจัยลับกันอยู่ ข้างนอกมีพวกสายลับ เพื่อนร่วมงานหลายคนโดนจับตอนออกไปทำธุระ หลังจากโดนจับก็โดนวางยาสลบจนปล่อยความลับประเทศรั่วไหลออกไป ทุกคนจึงกัดฟัน เริ่มฝึกคุมสติ ลองมาหลายวิธีมาก ยาสลบก็เคยลอง”
ทุกคนได้ยินแล้วเผยความนับถือทันที สีหน้าซับซ้อน ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี
เฉินชางไม่ได้รีบกลับบ้าน แต่ไปพบรีฟส์เคิร์ตก่อน ถึงอย่างไรก็เป็นพ่อบุญทุ่ม บริจาคเงินให้ตนมากมายขนาดนี้ ถ้าไม่ไปพูดอะไรสักหน่อย เฉินชางก็เกรงใจ หลังจากดื่มชายามบ่าย รีฟส์เคิร์ตกับผู้ช่วยขนไวน์ชาโต ลาฟีต ร็อธส์ซิลด์และของที่ระลึกอื่นๆ มา มีกาแฟขี้ชะมดจำนวนหลายกิโลกรัม ซิการ์ชั้นดีจากคิวบา น้ำหอมสุดหรู และคาเวียร์ชั้นเลิศ
ใช่แล้ว สำหรับของที่ระลึกพวกนี้ แม้เฉินชางจะไม่ได้ชอบขนาดนั้น แต่เห็นว่ายากจะปฏิเสธรีฟส์เคิร์ต เขาจึงรับเอาไว้ ดังนั้นทั้งบ้านจึงเต็มไปด้วยของขวัญ เฉินชางถอนหายใจ ต้องรีบซื้อบ้านสักหลังแล้ว! ไม่อย่างนั้นเวลาใครให้ของขวัญแบกกลับมาก็ไม่มีที่เก็บ!
แกรกๆ… สองสามวันนี้เหล่าฉินเป็นพ่อครัว ช่วงบ่ายตอนที่เฉินชางออกไป ฉินเยว่ได้ออกไปซื้อของกับแม่ ตอนกลับมา ในมือถือถุงเล็กถุงใหญ่และมีผักด้วย ทุกคนเห็นของในบ้านก็ตกใจ
“นี่อะไร”
เหล่าฉินเดินไปที่ลังเหล้าอย่างคล่องแคล่ว เฉินชางยิ้ม
“ของที่ระลึกที่เพื่อนชาวอเมริกันคนหนึ่งส่งมาให้ เปิดดูสิครับ”
เฉินชางยังไม่ได้เปิดเลย เหล่าฉินยิ้ม เดินเข้าห้องครัวไปพร้อมพูดว่า
“คืนนี้ผมทำอาหารหูหนานให้พวกคุณนะ! ซื้อพริกขี้หนูมา”
จี้หรูอวิ่นไปจัดของที่ซื้อมา ส่วนฉินเยว่เปิดดูลังและกล่องอย่างดีใจเหมือนลูกแมวตัวหนึ่ง
“กล่องพวกนี้สวยมาก หนูทำใจแกะไม่ได้เลย”
เฉินชางยิ้ม เขาเพียงแค่ได้ยินรีฟส์เคิร์ตบอกว่าของขวัญมีอะไรบ้าง แต่ยังไม่ได้เปิดดูอย่างละเอียด ฉินเยว่เปิดกล่องออกมาก็อุทานอย่างตกใจ
“แม่ นี่… กาแฟขี้ชะมดเหรอคะ”
จี้หรูอวิ่นได้ยินแล้วหนังตากระตุกทีหนึ่ง แม้เธอจะชอบกินกาแฟบ้างเป็นครั้งคราว ถือว่าน่าดึงดูดมาก แต่เธอคิดว่าเวลาอยู่ต่อหน้าลูกเขยต้องนิ่งหน่อย ก็แค่กาแฟขี้ชะมด อดทนไว้!
“คุณพระ! นี่น้ำหอมขนาดเล็กจากดิออร์นี่นา ทำไมเยอะจัง! ครบชุดเลย!”
“พระเจ้า นี่ผ้าพันคอจากแอร์เมสนี่ สั่งทำพิเศษด้วย สวยมากๆ แม่รีบมาดูสิ เหมาะกับแม่มากเลยค่ะ!”
จี้หรูอวิ่นทนไม่ไหวแล้ว ทนจนเหนื่อยแล้ว ไม่ทนแล้ว! ลูกเขยก็เหมือนลูกชายคนหนึ่ง ทำไมต้องอาย ดังนั้น กิจกรรมเปิดกล่องกลายเป็นกิจกรรมที่ผู้หญิงทั้งสองมีความสุขที่สุด ส่งเสียงอุทานมาเป็นระยะๆ ฉินเยว่เหมือนลืมทุกสิ่งทุกอย่างไป เหล่าฉินอดเหลือบมองจี้หรูอวิ่นไม่ได้ พลันพึมพำว่าไม่เอาไหน! ของแค่นี้ก็ซื้อใจได้แล้ว! โตขนาดนี้แล้ว น่าอายมาก…
“เอ๊ะ นี่ไวน์อะไร ลาฟิตเหรอ ชาโต ลาฟิต ร็อธส์ซิลด์! ชาโต ลาฟิต ร็อธส์ซิลด์ปี 1982…”
เหล่าฉินอึ้ง หัวใจเต้นระรัวขึ้นมา ทนไว้ ต้องเป็นของปลอมแน่เลย!
“โห! เยอะขนาดนี้เลยเหรอ เป็นชาโต ลาฟิต ร็อธส์ซิลด์ปี 82 ทั้งหมดเลย! ไม่ใช่สิ นี่อะไร ไวน์เอเชอโซปี 1947 เหรอเนี่ย ส่วนนี่… ชาโต มูตง รอธส์ไซลด์ปี 1945”
เหล่าฉินกำมีดไม่อยู่แล้ว
“แม่คะ แม่ดูขวดไวน์นี้สวยมาก คืนนี้เราดื่มอันนี้กันนะคะ ชาโต ลาฟิต ร็อธส์ซิลด์ปี 1787”
ทันใดนั้น เสียงตึงตังดังมาจากห้องครัว เหล่าฉินวิ่งออกมาอย่างทนไม่ไหวอีกต่อไป เหล่าฉินมองไวน์แดงเป็นลังๆ แล้วใจสั่น! เขารักการดื่มไวน์มาตลอดชีวิต มีความรู้เกี่ยวกับไวน์เป็นอย่างดี หลังจากได้ยินฉินเยว่พูดถึงชาโต ลาฟิต ร็อธส์ซิลด์ปี 1787 ก็วิ่งออกมาอย่างต้านทานไม่ไหวอีกต่อไป!
“อย่าเพิ่งเปิดๆ! ขวดนี้ราคาสองแสนกวาดอลลาร์สหรัฐเลยนะ!”
หลังจากออกมาเหล่าฉินเห็นไวน์ที่วางเต็มบ้านก็อึ้งจนอ้าปากค้าง
“นี่… ฉันฝันไปหรือเปล่า”