เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1428 ยืมตัวคน!
ตอนที่ 1428 ยืมตัวคน!
กว่าเฉินชางจะได้ออกจากหอประชุมก็สี่ทุ่ม
แต่ว่า ล่วงเข้าตีสองแล้ว ไฟในหอประชุมก็ยังส่องสว่างอยู่
แม้จะเปิดแอร์เต็มกำลังแล้วก็ยังดูเหมือนจะค่อนข้างร้อน
“นี่ สารละลายคาร์ดิโอพลีเจียไฮเปอร์โพลาไรซ์ที่ศาสตราจารย์เฉินบรรยายไว้ใช้อย่างไรกัน ฉันจดมาตรฐานการใช้ยาเปิดช่องโพแทสเซียมไว้รึเปล่านะ”
“ลืมไปแล้ว! ผมไม่ได้จดไว้ เอ้อ เอาโน้ตนายมาให้ฉันดูที ฉันอยากเห็นประสิทธิผลของการผ่าตัดหัวใจแบบแยกส่วนในกรณีที่ความเข้มข้นของนิโคแรนดิลแตกต่างกัน!”
“เอาไป จริงสิ หลังจากทำการไกลโคไลซิสในภาวะไร้ออกซิเจนแล้วจะฟื้นฟูการทำงานของหัวใจได้อย่างไร”
ยังไม่มีใครจากไปเลย
แม้แต่ซาบรีนาก็ยังจดโน้ตเสริมอยู่
งานนี้ทำให้เสร็จด้วยกำลังของคนเพียงคนเดียวไม่ได้ การสอบอภิปรายวิทยานิพนธ์ของเฉินชางในวันนี้เรียบง่ายมาก
ซึ่งจุดนี้ทำให้ทุกคนค่อนข้างผ่อนคลายความตื่นตัวลง
ด้วยเหตุนี้ ต่อมาในช่วงที่ทุกคนถามปัญหา ก็ตระหนักได้ว่าตามความเร็วไม่ทันแล้ว
วันนี้ คนนับพันในงานถามปัญหาน้อยใหญ่ไปสองร้อยกว่าข้อเลยทีเดียว ด้านเฉินชางก็ตอบคำถามทั้งหมดได้สำเร็จ!
เดิมทีครั้งนี้บรรณาธิการของวารสาร ‘เดอะแลนซิต’ มาเพราะอยากขุดคุ้ยความจริง แต่ตอนนี้เธอหดหู่มากเพราะไม่มีใครในงานให้ความสนใจตนเลย!
“สวัสดีค่ะ ฉันมาจาก ‘เดอะแลนซิต’ …”
“ขอโทษที ผมไม่ว่าง!”
“สวัสดีค่ะ ฉัน…”
“ลาก่อน!”
เรื่องนี้ทำให้เธอจนปัญญามาก เมื่อก่อนพอทุกคนได้ยินว่าเดอะแลนซิต ใครบ้างจะไม่ยินดีให้ความร่วมมือเป็นอย่างมาก
แต่ครั้งนี้ ไม่มีใครสนใจเลย
ทุกคนไม่ว่าง!
แต่เรื่องนี้จะโทษคนเขาก็ไม่ได้ เพราะยุ่งกันมากจริงๆ ทุกคนแลกเปลี่ยนสมุดโน้ตกัน พรุ่งนี้ก็ต้องแยกย้ายกันแล้ว ครั้งต่อไปจะได้เจอกันอีกเมื่อไรก็ยังไม่แน่ชัด
มีเวลาหนึ่งคืน ต่อให้อดนอนก็ต้องจดโน้ตเสริมจนครบถ้วนสมบูรณ์ให้ได้
ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ยุ่งง่วนอยู่ เหล่าสื่อมวลชนก็จากไปก่อนไม่ได้
ถึงอย่างไรก็ยังสัมภาษณ์เป้าหมายให้เสร็จสิ้นไม่ได้เลยสักคน!
แม้แต่ประธานซาบรีนาก็ยังจดโน้ตเสริมอยู่ ประธานไรอันส์เองก็หดหู่ใจจนใกล้จะร้องไห้อยู่รอมร่อ
เหตุการณ์นี้ทำให้สื่อมวลชนยิ่งฉงนมากขึ้นเรื่อยๆ ทักษะศัลยกรรมหัวใจของเฉินชางยอดเยี่ยมมากขนาดไหนกันแน่
ส่วนเฉินชางเข้านอนไปนานแล้ว
ทว่าฉินเสี้ยวยวนเองก็ยังไม่เข้านอนเช่นกัน เพราะตื่นเต้นเกินไปจนยากจะหลับลง วันนี้เขาได้รับการยอมรับจากผู้ว่าฯ ข่งแล้ว เรื่องนี้ทำให้เหล่าฉินรู้สึกว่าชีวิตนี้ยังมีช่วงรุ่งโรจน์หนที่สองอยู่
วันต่อมา เรื่องที่เฉินชางต้องการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการทางคลินิกด้านศัลยกรรมหัวใจขึ้นในเมืองอันหยางได้รับการสนับสนุนจากหัวหน้าคณะกรรมการสาธารณสุขมณฑลเป็นอย่างมาก!
ถึงขั้นที่สำนักงานเทศบาลมณฑลและคณะกรรมการพรรคประจำมณฑลก็ใส่ใจกับเรื่องนี้มากเช่นกัน
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชั้นนำประจำมณฑลทั้งเก้าแห่งมารวมตัวกัน เปิดการประชุมหารือขึ้นอย่างเรียบง่าย โดยหวังว่าทุกคนจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แถมยังมอบสิทธิ์ให้เฉินชางเป็นผู้รับผิดชอบดูแลศูนย์ปฏิบัติการทางคลินิกด้านศัลยกรรมหัวใจด้วย มีอำนาจดูแลเรื่องนี้อย่างเบ็ดเสร็จ
ข่งเสียงหมิงมาถึงในช่วงที่ดำเนินการประชุมไปได้ครึ่งทางแล้ว พอมาถึงก็พูดสองสามประโยคแล้วนั่งฟังด้านข้างอยู่สิบกว่านาที ถึงได้เอ่ยกับเฉินชางว่า
“ถ้ามีปัญหาติดขัดอะไรก็มาหาผมได้เลย”
หลังพูดจบก็ตบบ่าเฉินชางเล็กน้อย จากนั้นลุกขึ้นจากไป
เหล่าผู้อำนวยการได้เห็นก็สะท้อนใจอย่างยิ่ง นี่สินะความห่างชั้น!
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอย่างพวกเขาถึงแม้จะมียศมีตำแหน่ง แต่ก็เป็นตำแหน่งในสายอาชีพ จะเทียบกับข้าราชการยศใหญ่มีเกียรติอย่างคนเขาได้หรือ
จ้าวซิวผิงผู้อำนวยการโรงพยาบาลตงตาสาขาที่หนึ่ง มองเฉินชาง อดสะเทือนใจอย่างมหาศาลไม่ได้ เมื่อก่อนเฉียนเลี่ยงเคยบอกตนอยู่หลายครั้งว่าเฉินชางไม่ธรรมดา แต่ตนกลับไม่ยอมฟัง
เพิ่งผ่านมานานแค่ไหนกัน เฉินชางก้าวหน้าจนไปถึงจุดที่กระทบไหล่คนใหญ่คนโตอย่างที่ตนอาจจะทำไม่ได้ด้วยซ้ำ
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องคอนเนคชั่นเลย
เฉินชางอาจจะไม่ได้รู้จักคนในมณฑลตงหยางมากมายเท่าเขา แต่ว่า… แค่เฉินชางได้รู้จักกับข่งเสียงหมิงคนเดียวก็เพียงพอแล้ว ที่นี่คำพูดของเขามีผลยิ่งกว่าคนอื่นๆ!
หลี่ฮุยจากโรงพยาบาลประชาชนมณฑลมองฉินเสี้ยวยวนที่ยิ้มร่า อิจฉาอย่างยิ่ง
ในฐานะของผู้อำนวยการโรงพยาบาลใหญ่ตงหยาง ซ่งคังอวิ๋นกลายเป็นหนึ่งในคนที่ให้ความร่วมมืออย่างถึงที่สุด ฉินเยว่หมิงนะไม่ต้องพูดถึงเลย คนเขามีศักดิ์เป็นลุงของเฉินชาง ส่วนฉินเสี้ยวยวนก็เป็นพ่อตา!
คนอื่นๆ สังเกตเฉินชางอย่างละเอียด จู่ๆ ก็รู้สึกว่า… สายสัมพันธ์ในอันหยางของเฉินชางมาถึงระดับนี้แล้ว!
หลังจากกำหนดเรื่องราวแน่ชัดแล้ว เฉินชางก็เสนอเรื่องแรกขึ้นมา
เฉินชางมองจ้าวซิวผิงแล้วเอ่ยว่า “ผู้อำนวยการจ้าวครับ ผมอยากขอยืมตัวใครคนหนึ่งจากทางคุณจะได้ไหมครับ”
จ้าวซิวผิงชะงักไปทันที เขารีบเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มว่า “ศาสตราจารย์เฉินว่ามาได้เลย ทุกอย่างหารือกันได้ จะยืมตัวใครกัน”
เฉินชางยิ้มแล้วตอบว่า “ผู้อำนวยการเมิ่งซี แผนกศัลยกรรมหัวใจครับ อาคารใหญ่ของศูนย์ฉุกเฉินเราซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว ผมอยากจะเชิญผู้อำนวยการเมิ่งมาช่วยงานผม คุณพอจะสะดวกไหมครับ”
หลังจากจ้าวซิวผิงได้ฟังก็ยิ้มออกมาทันที ตอบตกลงอย่างไม่มีความลังเลใดๆ
การจากไปของเมิ่งซีไม่ได้มีความเกี่ยวข้องที่สลักสำคัญต่อพัฒนาการของโรงพยาบาลตงตาสาขาที่หนึ่งเลย ถึงขั้นที่… หลังจากเมิ่งซีไปแล้ว รองผู้อำนวยการจะได้โผล่หน้าออกมาอีกครั้งด้วย…
หลังสิ้นสุดการประชุม ทุกคนพากันแยกย้าย
ในเวลานี้ ข่าวเรื่องการสอบอภิปรายวิทยานิพนธ์จบการศึกษาของเฉินชางได้แพร่สะพัดไปทั่วอินเตอร์เน็ตเหมือนระเบิดลง!
‘การสอบอภิปรายวิทยานิพนธ์จบการศึกษาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์’ กลายเป็นฮอตเสิร์ชในชั่วพริบตา
ถึงแม้จะไม่มีวิดีโอ แต่สื่อมวลชนก็ให้คำวิจารณ์ต่อเฉินชางในแง่ดีมาก!
‘บุคลากรชั้นแนวหน้าของวงการศัลยกรรมหัวใจแห่งประเทศจีน!’
‘ผู้สืบทอดวงการศัลยกรรมหัวใจระดับโลก!’
คำพูดเหล่านี้อัดแน่นอยู่ภายในบทความ ชาวเน็ตส่วนใหญ่ไม่ให้การยอมรับเรื่องนี้นัก บอกว่าสื่อมวลชนไม่เคารพความเป็นจริงเลย
แน่นอน เมื่อคนที่อยู่ในเหตุการณ์ได้เห็นรายงานข่าวนี้ก็คิดว่าข่าวของสื่อมวลชนเหล่านี้ไม่เป็นความจริงเช่นกัน เพียงแต่ ที่บอกว่าไม่เป็นความจริงไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เขียนรายงานไปไม่ใช่ความจริง แต่สิ่งที่พวกเขาเขียนด้อยกว่ามาตรฐานจริงต่างหาก!
เนื่องจากหลังจากสื่อมวลชนเหล่านี้อดหลับอดนอนกันทั้งคืนก็ยังไม่ทราบแน่ชัดเลยว่าเรื่องที่เฉินชางบรรยายเมื่อวานนี้คืออะไรกันแน่ จึงได้แต่เขียนพาดหัวไปอย่างกลวงๆ ว่า “ศาสตราจารย์เฉินชางผู้ทรงอิทธิพลต่อวงการศัลยกรรมหัวใจได้เชิญศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกมาร่วมงานอภิปรายวิทยานิพนธ์จบการศึกษาของตน…”
แต่กลับไม่ได้เอ่ยถึงนัยยะสำคัญเลยสักนิด
แต่เมื่อเทียบกับการเขียนสร้างกระแสของสื่อธรรมดาพวกนี้แล้ว สื่อมืออาชีพกลับดูมีความเป็นมืออาชีพอย่างยิ่ง
‘สมาคมการแพทย์จีน’ ถึงขั้นที่ตีวารสารพิมพ์ฉบับพิเศษสำหรับครั้งนี้โดยเฉพาะ!
ใช้เวลาอยู่สองวันถึงจะเผยแพร่ออกไป วารสารฉบับนี้ชื่อว่า “เฉินชาง” เดิมทีเป็นวารสารเฉพาะวงในเท่านั้น
แต่หลังจากวางจำหน่ายไปได้สองวันก็ถูกจองจนเกลี้ยง ด้วยความจนปัญญาจึงได้แต่เปิดจำหน่ายต่อสาธารณะด้วย ในขณะเดียวกันยังขายหมดเกลี้ยงทันทีที่วางจำหน่ายด้วย
แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านรอบข้างรวมถึงต่างประเทศก็เริ่มติดต่อขอให้ทำฉบับแปลแล้ว
หลังจากบทความใน ‘เดอะแลนซิต’ ฉบับล่าสุดเผยแพร่ออกไป เกิดกระแสวิจารณ์หลากหลายปัจจัย อาทิ ความคิดเห็นจากมวลชน ครั้งนี้เฉินชางติดอันดับฮอตเสิร์ชในเวยป๋อ ติดอันดับต้นๆ ในการจัดลำดับดัชนีคำค้นหาในไป่ตู้… ฯลฯ
เวลานี้ จู่ๆ มวลชนก็เกิดการตระหนักรู้ขึ้นมา ที่แท้สื่อกำลังเล่นตลกอยู่หรือไง!
มีช่วงเวลาที่พวกเขาไม่เอ่ยถึงความจริงอยู่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สื่อข่าวซุบซิบเหล่านั้นโมโหจนแทบร้องไห้
ปกติพวกเราเขียนแค่ข่าวไร้สาระของพวกดาราพวกคุณก็เชื่อกันแล้ว แต่พอพวกเราเขียนยกย่องเฉินชางอย่างจริงจัง พวกคุณกลับไม่เชื่องั้นหรือ! พวกคุณมีสมองกว่านี้หน่อยได้ไหม ด้วยความจนใจ จึงทำได้เพียงร้องไห้เพราะได้รับความอยุติธรรม!
แต่ในเวลาเดียวกันนี้ เฉินชางและฉินเยว่ได้ละวางเรื่องอื่นไป เตรียมตัวสำหรับงานวิวาห์ที่ใกล้เข้ามา