เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1463 พิธีวิวาห์-ฉันอยากได้ดาวฉันอยากได้เดือน!
จี้หรูอวิ่นมองเฉินซางที่สวมสูทยืนตัวตรงอยู่ตรงนั้น หล่อเหลาสง่างาม เฉินซางยังไม่ทันมีปฏิกิริยา แต่จี้หรูอวิ่นมีความสุขอย่างยิ่ง!
“เหล่าฉิน ไปเอารองเท้าหนังในรถมา!”
ฉินเสี้ยวยวนพยักหน้าพลางหัวเราะฮ่าๆ ลุกขึ้นเดินออกไป
ยิ่งใกล้วันแต่งงานเท่าไร ความสัมพันธ์ของสองครอบครัวก็ยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้น เจ้าของร้านก็คือดีไซเนอร์ เขายืนอยู่ด้านข้างกับพนักงานอีกสองคน เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ลูกเขยคนนี้ที่พี่หามาไม่เลวเลยจริงๆ! ทั้งมีความสามารถทั้งหน้าตาดี ทำเอาผมอยากจะเชิญมาเป็นนายแบบภาพนิ่งสักหน่อยเลย”
เจ้าของร้านรู้จักกับจี้หรูอวิ่น สูทตัวที่แพงที่สุดของเหล่าฉินหรือก็คือสูทตัวนั้นที่ฉินเยว่ขโมยไปให้เฉินซางใส่ก็ตัดจากร้านนี้เหมือนกัน
“ฮ่าๆ งั้นเหรอ ฉันก็ว่าอย่างนั้น!”
จี้หรูอวิ่นจัดปกเสื้อให้เฉินซาง จากนั้นก็ดึงเสื้อผ้าให้เรียบตึงพลางเอ่ยว่า
“ชีวิตนี้ฉันไม่มีลูกชาย ลูกเขยคนนี้ก็ถือเป็นลูกชายครึ่งตัว ดูเหมือนฉันจะมีโชคไม่เลวเลย ได้เจ้าหนุ่มอย่างเสี่ยวซางมา”
“ทำไมฉันรู้สึกว่ายังขาดอะไรไปกันนะ…ใช่แล้ว! เอาไทมาให้ฉันสักเส้นสิ”
ตอนที่จี้หรูอวิ่นจัดแจงเสื้อผ้าให้เฉินซาง เธอจริงจังและละเอียดมาก อยากจะรีดรอยยับทั้งหมดบนชุดให้เรียบ บรรจงผูกเนคไทให้อย่างละเอียดลออ ในเวลานี้ ฉินเสี้ยวยวนก็หิ้วรองเท้าหนังเข้ามาพอดี ยี่ห้อปราดา แพงมาก! เหล่าฉินเลือกมาด้วยตัวเอง
“มา! ฉันเลือกรองเท้าหนังให้นายเองเลยนะ ลองดูสิว่าเป็นอย่างไร”
เฉินซางยิ้มให้
“ขอบคุณครับ”
ฉินเสี้ยวยวนอดพูดไม่ได้
“เอาเถอะ นายนี่นะ เลิกสุภาพกับฉันได้แล้ว! ตั้งแต่วินาทีที่ยัยหนูคนนั้นขโมยสูทตัวนั้นที่ขนาดฉันยังหักใจเอามาใส่ไม่ลงไปให้นาย ฉันก็รู้แล้วว่าทรัพย์สินบนตัวฉันคงจะเปลี่ยนมือในอีกไม่ช้าก็เร็ว! ลองสวมดูสิ”
เฉินซางหัวเราะอย่างกระอักกระอวน
พอเปลี่ยนรองเท้าเสร็จเขาก็ยืนอยู่ตรงนั้น ร่างสูงชะลูด สวมสูทดำ ลายทางที่พรางซ่อนอยู่ทำให้ภาพรวมดูทันสมัยขึ้นหลายส่วน! สีดำที่เนี๊ยบขรึมเข้าคู่กับรองเท้าหนังสีดำ ชวนให้จี้หรูอวิ่นยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ ทางเหล่าฉินก็มีความสุขมากเช่นกัน
หลังจากลองสูทรวดเดียวสองสามชุดในช่วงเช้า กินอาหารแบบง่ายๆ ตอนกลางวัน ญาติผู้พี่อย่างเฉินเจอก็มารับเฉินซางกลับจิ้นหยาง
หลายวันมานี้ โดยพื้นฐานแล้วเฉินเจอก็เที่ยวไปเที่ยวมา คอยช่วยจองโรงแรมให้ จัดซื้อข้าวของกับงานจิปาถะเหล่านี้ ถึงอย่างไรฉินเยว่ก็เป็นคนต่างถิ่น มีความช่วยเหลือจากเฉินเจอก็ทำให้ราบรื่นขึ้นมาก เฉินเจอก็มีประสบการณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง แถมยังเป็นผู้จัดการบริษัทรับเหมาก่อสร้างของเฉินเจี้ยนซานด้วย ค่อนข้างช่ำชองด้านการเข้าสังคม
วันที่สิบแปดสิงหาคมเป็นวันมงคลและเป็นวันดีเหมาะจัดงานแต่ง
“ช่วงหลายวันนี้ โรงแรมในจิ้นหยางถูกจองเต็มหมดแล้ว โชคดีที่พวกเราจัดงานกันเองที่บ้าน ไม่อย่างนั้นคงหาสถานที่จัดงานดีๆ ไม่ได้”
เฉินซางได้ยินก็ยิ้มแล้วเอ่ยว่า
“ขนาดนี้เลยเหรอ?”
เฉินเจอพยักหน้ารับแล้วยิ้มให้
“ก็ใช่น่ะสิ เท่าที่ฉันรู้มาในวันนั้นมีงานแต่งตั้งสิบกว่างาน”
“ใช่แล้ว ลูกชายของเศรษฐีใหญ่ในเมืองจิ้นหยางเราก็จะแต่งงานเหมือนกัน! แถมยังแต่งกับดาราด้วย จัดงานใหญ่โตเชียวล่ะ!”
เฉินซางได้ยินก็ถามด้วยความสงสัย
“เศรษฐีใหญ่จิ้นหยาง ดารา ใครเหรอครับ”
“ต้าหูจื่อแห่งจิ้นหยางไง เถ้าแก่โรงถ่านเจ้าแรกๆ ได้ยินว่าอสังหาริมทรัพย์ครึ่งหนึ่งในจิ้นหยางเป็นธุรกิจของเขานะ ตอนนี้กำลังรุ่งเลย กำลังจะรวมทุนผลิตรถยนต์กับบริษัทพลังงานทดแทน มีทรัพย์สินเยอะติดอันดับหูรุนเชียวนะ! ลูกชายชื่อหูเจีย เป็นนักศึกษาฮาร์วาร์ด ภรรยาคือเผยฮุยซิน เป็นดารานะ เคยเล่นละครมาหลายเรื่องเลย ต้าหูจื่อถือว่าเป็นคนที่พลิกผันประสบความสำเร็จที่สุดในบรรดาเถ้าแก่โรงถ่านแล้ว แต่ว่า…อิงตามนิสัยชื่ออวดของเขาแล้ว จุ๊ๆ วันนั้นคงคึกคักมาก”
พอได้ยินญาติผู้พี่เล่าเรื่องพวกนี้ ทำให้รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก จู่ๆ เฉินเจอก็ถามว่า
“ใครจะมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้นายกัน เพื่อนสมัยเด็กในหมู่บ้านเหรอ”
เฉินซางได้ฟังก็เอ่ยยิ้มๆ
“อืม ก็พวกเขากับพวกเพื่อนมหาลัย มากันหมดเลย”
ในหมู่บ้านเฉินซางมีกลุ่มเด็กผู้ชายอีกสิบกว่าคน ส่วนใหญ่ก็ทำงานอยู่ในจิ้นหยาง แถมยังมีเพื่อนร่วมคลาสสมัยมหาลัยอีกสี่ห้าคน คนหนุ่มชอบงานครื้นเครงอยู่แล้ว เพื่อนเจ้าบ่าวคือหลัวโจวกับจางอุน เพื่อนร่วมหอสมัยมหาลัยทั้งสองคน ถือเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน หลัวโจวอยู่ที่โรงพยาบาลมณฑลอันดับสองของตงหยาง จางอุนยังอยู่ที่บริษัทเภสัชกรรม ตอนนี้มีความเป็นอยู่ไม่เลวเลย
เฉินเจออดถามไม่ได้
“จริงสิ นายจะไม่เช่ารถสู่ขอดีๆ สักหน่อยจริงๆ นะเหรอ”
เนื่องจากทางบ้านของฉินเยว่อยู่ที่อันหยาง ระยะทางค่อนข้างไกล ดังนั้นสองครอบครัวก็ต้องพิจารณาถึงเช่นกัน ยังคงตัดสินใจว่าจะเช่าโรงแรมในจิ้นหยางเป็นบ้านเจ้าสาว จากนั้นเฉินซางก็จะไปรับฉินเยว่ที่โรงแรม แบบนี้ทั้งสะดวกสบายและลดปัญหา
โรงแรมถูกจองไว้แล้ว พรุ่งนี้จี้หรูอวิ่นจะมาจัดเตรียม แต่จากจิ้นหยางถึงหมู่บ้านหนานซานก็ห่างกันประมาณหนึ่งชั่วโมง จำเป็นต้องมีขบวนรถรับตัวเจ้าสาวเพื่อพากลับมา รถของเฉินเจอคือเมอร์เซเดส-เบนซ์คลาสสิก นี่คือรถที่เฉินเจี้ยนซานมีไว้ประดับบารมี แต่ว่า…ถึงอย่างไรก็ค่อนข้างเก่าแล้ว
เฉินซางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ไม่จำเป็นต้องใช้รถหรูขนาดนั้นหรอก แค่เอารถของญาติมิตรไปรับกลับมาก็พอแล้ว ให้ในหมู่บ้านเราได้ครึกครื้นกันหน่อยก็โอเคแล้ว พี่ไม่จำเป็นต้องจ้างรถหรูๆ มากมายแบบนั้นเลย ผมก็แค่หมอคนหนึ่ง ต้องถ่อมตัวหน่อย”
เฉินเจอยิ้ม
“โอเค ก็เตรียมไว้แต่เนิ่นๆ แล้วล่ะ ใช้รถ BMW ของเพื่อนฉันนำขบวน แล้วตามด้วยรถออดี้สารพัดสี”
เฉินซางพยักหน้ารับ
“พี่พึ่งพาได้มากเลย! รอเสร็จงานแล้วผมจะตอบแทนพี่อย่างดี”
ใช่ว่าเฉินซางจะขาดเงิน อีกทั้งใช่ว่าจะจ่ายเงินไม่ไหว เพียงแต่หลายปีมานี้ก็นับว่าได้พบเห็นโลกมาไม่น้อยเช่นกัน อีกทั้งตัวเขาก็ไม่ใช่คนค้าขาย ไม่จำเป็นต้องประโคมโอ้อวด ความสะดวกสบายสำคัญที่สุด
หลังจากกลับมาถึง ในที่สุดเฉินซางก็ได้เจอฉินเยว่แล้ว พอเห็นสาวน้อยคนนี้สวมหมวกยืนอยู่ตรงนั้น เฉินซางอด ยิ้มอย่างปวดใจไม่ได้
“พ่อฉันบอกทุกวันว่าเธอทำงานยุ่งตรากตรำ ฉันก็นึกว่าเธอจะตากแดดจนดำไปแล้ว แต่กลับขาวขึ้นซะได้”
ฉินเยว่กลอกตาใส่
“นายมันไร้จิตสำนึก ฉันยุ่งง่วนวิ่งวุ่นทั้งนอกใน พอเจอหน้ากัน นายพูดแบบนี้งั้นเหรอ ฮึ ตอนนี้ฉันนึกเสียใจ ไม่แต่งแล้ว!”
เฉินซางหัวเราะฮ่าๆ
“จูบกัน ฉันจะบอกเธอไว้นะ ตอนนี้งานแต่งของพวกเราได้รับการรับรองจากเบื้องบนแล้ว อย่างไรเธอก็ต้องแต่ง ไม่อยากแต่งก็ต้องแต่ง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเธอแล้ว”
พอฉินเยว่ได้ฟังก็โมโหขึ้นมาทันที เบะปากเอ่ยว่า
“ฉันค้นพบแล้วว่าฉันดีเกินไปสำหรับนาย! ฉันคอยเอาใจใส่ประคบประหงมนาย คอยดูแลนาย ตอนนี้นายกลับไม่ถนอมฉันเลยสักนิด เจ้าหมา นายเปลี่ยนไป!”
พอเฉินซางเห็นฉินเยว่ทำตัวน่ารักแบบนี้ก็อดอิ้มไม่ได้ เขาบีบแก้มเนียนใสของเธอ พูดกันตามตรง ผิวพรรณของฉินเยว่ดีจริงๆ
“ฮ่าๆๆ…ฉันไม่ได้เปลี่ยนไปหรอก วันนี้ฉันกลับมาแล้ว เอาบางอย่างที่เธอคิดติดอยู่ในใจตลอดกลับมาให้เธอด้วย รอจนถึงตอนแต่งงานฉันจะให้เธอ”
ฉินเยว่กลอกตาใส่
“ฉันอยากได้พระอาทิตย์ อยากได้พระจันทร์ อยากได้ดวงดาว นายจะให้ฉันได้เหรอ”
“ขี้โม้!”